LNCrawler

บทที่ 434 ความเศร้าของราชาใหม่ (อ่านฟรี 14 พ.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 434 ความเศร้าของราชาใหม่ (อ่านฟรี 14 พ.ค. 69)

บทที่ 434 ความเศร้าของราชาใหม่

 

หลังจากที่ซูหยวนใช้ทักษะศรพริบตากับอีกฝ่ายไป ทางนั้นที่ไม่ได้เตรียมการป้องกันก็ตายไปทั้งอย่างนั้นเลย ร่างของตัวละครล้มลงนอนกองอยู่ที่พื้น ทิ้งอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดของเขาไว้ที่นี่ ซึ่งตอนแรกซูหยวนไม่ได้สนใจมากนักกับผู้เล่นคนนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายคิดว่าจะจัดการเธออย่างง่ายดาย เช่นนั้นเธอก็จะทำให้คนๆนั้นรู้ซึ้งในวิธีการเดียวกัน 

            

อย่างไรก็ตาม การที่เขาเข้ามาลอบโจมตีอย่างน่าไม่อายนั้น ทำให้ซูหยวนรู้สึกว่าเธอควรจะจัดการเขาให้เด็ดขาดมากขึ้น แม้ซูหยวนจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับบูมเมอแรงที่อีกฝ่ายใช้ ทั้งยังมีทักษะค่อนข้างดีของเขา แต่เธอก็ไม่คิดว่าอาวุธนี้จะทำประโยชน์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้

            

หากเธอมอบมันให้กับทหารพิเศษซักคน หรือนักล่าระดับสูงสกุลจาง คาดว่าพวกเขาน่าจะไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ต้องกลัวใครอีก!

            

ทว่าก่อนที่ซูหยวนจะออกคำสั่ง “เก็บ” เพื่อส่งมันไปที่คลัง ตอนนั้นเจ้าราชาหนูทองลายขาวที่ติดตามมาด้วยก็เข้ามาหาด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยน คล้ายกับว่ากำลังเขินอายอะไรบางอย่าง

 

“มีอะไรหรือเปล่า” ซูหยวนถามโดยตรง ซึ่งเจ้าหนูทองลายขาวไม่ได้ละสายตาไปจากบูมเมอแรงสองมือคู่นั้นเลย

 

“จี๊ด....จี๊ด ถ้าเจ้านายไม่ใช้บูมเมอแรงนั้น หรือยังไม่มีใครที่เจ้านายอยากมอบให้ เช่นนั้น....ข้าขอบูมเมอแรงนั้นได้หรือไม่” หนูทองลายขาวรู้ว่าการขอของรางวัลจากการล่าของเจ้านายไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่ตัวมันเองกลับรู้สึกว่าบูมเมอแรงคู่นั้นน่าสนใจมากๆ

            

มันเป็นว่าราชาหนูทองลายขาวตัวใหม่ที่ยกระดับขึ้นจากการเลื่อนขั้นของตนเอง ทว่า...ราชาหนูทองตัวจริงก็คือราชาหนูทองลายขาวที่เป็นราชาตัวแรก พวกมันเรียกกันว่า “จักรพรรดิ” เพื่อให้รู้ว่ากำลังหมายถึงผู้ใด 

            

นอกจากนี้ยังมีราชาหนูทองลายขาวที่ติดตามเจ้านายอีก 4 ตน หนึ่งตนอยู่ที่เขตพื้นที่ล่า สนับสนุนแกนพลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์เพื่อเพาะเลี้ยงหนูทองลายขาวในพื้นที่ ทุกคนจึงเรียกมันว่า “ราชาหนูแห่งการเกิด” 

 

อีกหนึ่งตนช่วยราชาหนูทองลายขาวในการจัดการพื้นที่เพาะปลูก เจ้านั่นมีทักษะในการเคลื่อนไหวที่ดี ทั้งยังสามารถใช้คมมีดสีทองของตัวเองเข้ากับอุปกรณ์ในการทำฟาร์มได้ด้วย ยิ่งทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงเรียกว่า “ราชาหนูแห่งการเก็บเกี่ยว”

 

ตนที่สามก็คือราชาหนูที่อยู่ในพื้นที่พิเศษ ทำภารกิจเพื่อยกระดับคันเบ็ดให้เจ้านาย ความสามารถของเจ้านั่นก็คือการใช้คมมีดสีทองเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหวของตนเอง 

 

ถึงจะไม่เคยเห็นกับตา แต่ก็เคยได้ยินว่าราชาหนูตนนั้นสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้นานกว่าครึ่งชั่วโมง จนกว่าพลังงานจะหมดลง ซึ่งถ้าเทียบกับตอนนี้ที่พลังงานน่าจะเพิ่มขึ้นอีกมากแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะลอยอยู่กลางอากาศเป็นชั่วโมงหนึ่งแล้วก็ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้ชื่อว่า “ราชาหนูแห่งนภา”

            

จะเห็นได้ว่าราชาหนูทั้งหมดล้วนมีชื่อเรียกของตนเอง มันกำเนิดมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีฉายา ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า “ราชาหนูใหม่” อยู่เช่นนี้ ช่างเป็นชื่อเรียกที่ทำให้เศร้าใจเสียจริง

            

มันพยายามเพื่อที่จะหาเอกลักษณ์ของตนเองอยู่ตลอด แต่สุดท้ายก็ผ่านมานานขนาดนี้ยังไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น พอมาเจอกับบูมเมอแรงที่น่าจะเข้ากับพลังของตัวมัน เนื่องจากมันมีวิธีการใช้คมมีดสีทองที่แปลกไปจากคนอื่นๆ 

 

ลักษณะพลังงานของมันทำให้สามารถวกกลับไปกลับมาได้ ตอนนี้มันควบคุมแรงให้สามารถขว้างไปข้างหน้าแล้ววกกลับมาประมาณ 1 เมตรได้ แต่ถ้ามีบูมเมอแรงนั้น ชื่อว่าทักษะของมันน่าจะยกระดับขึ้น แล้วก็ยังสามารถใช้บูมเมอแรงในทิศทางที่หลากหลายขึ้นด้วย

 

แน่นอนว่าถ้าเจ้านายไม่อนุญาต มันก็ไม่ได้มีความโลภเช่นนั้น ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นของวิเศษเกินไป หากเจ้านายไม่ต้องการมอบให้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว มันก็แค่...อยากจะลองพยายามดู หากพยายามแล้วไม่สำเร็จก็ไม่เป็นอะไร ดีกว่าจะต้องไปเสียใจภายหลัง

            

อันซูหยวนมองดูเจ้าราชาหนูใหม่ที่ยังไม่เคยทำภารกิจด้วยกันมาก่อน เห็นมันแสดงความต้องการออกมาชัดเจนเช่นนี้แล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามันมีชีวิตชีวา มีสติปัญญามากกว่าพวกพ้องราชาหนูทองลายขาวตัวอื่นๆ ส่วนคำขอของมันไม่ได้เป็นปัญหากับเธออยู่แล้ว ยิ่งเจ้าหนูขาวมีความแข็งแกร่งเท่าไร ก็เหมือนกับเธอแข็งแกร่งขึ้นด้วย ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ซูหยวนจะต้องปฏิเสธเลย

 

“ได้ ถ้าสามารถใช้งานได้ก็เอาไปเถอะ”

 

“เจ้านาย...” เจ้าราชาหนูทองลายขาวดีใจที่สุด มันไม่คิดเลยว่าความกล้าของมันในครั้งนี้จะทำให้สมหวังได้

            

มันมองไปที่เจ้านายผู้ใจดี ก็คงเหมือนกับราชาหนูทองลายขาวตัวอื่นๆที่สาบานว่าจะพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้เจ้านายของพวกมันภาคภูมิใจ

 

“เจ้านาย ข้าพบว่านอกจากผู้ชายคนนั้นแล้ว ยังมีคนที่ตามมาอีก 4-5 คน...” ราชาหนูกระตือรือร้นมาก มันอยากจะลองใช้บูมเมอแรงที่เจ้านายมอบให้เพื่อแสดงฝีมือว่าการตัดสินใจของเจ้านายนั้นถูกต้อง การมอบอาวุธล้ำค่าเช่นนี้ให้มันถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว 

            

โชคดีที่อันซูหยวนคาดเดาความคิดของมันได้ ดังนั้นจึงส่ายหน้าเป็นสัญญาณให้เจ้าราชาหนูไม่ต้องสนใจ เนื่องจากสถานะของผู้เล่น ซูหยวนจึงดูกระดานสนทนาที่แจ้งเตือนตลอดเวลานี้ได้

            

พวกคนที่ติดตามมาก็คือผู้เล่นทั่วไปที่อยากจะมาดูเรื่องสนุก ก่อนหน้านี้พวกเขายังมีการพนันกันด้วยซ้ำว่าฝ่ายไหนจะแพ้หรือฝ่ายไหนจะชนะ ซึ่งการลงพนันฝั่งเธอย่อมต้องมีมากกว่าเป็นธรรมดา ไม่ใช่แค่เรื่องที่เธอมีระดับมากกว่าเท่านั้น แต่เป็นเพราะนิสัยของผู้เล่นชายที่แสดงออกมาในช่วงไม่กี่วันนี้ได้ทำให้คนเกลียดขี้หน้าเข้าแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกคนจะอยากเห็นเขาล้มลง

            

ทางหนูทองลายขาวที่เห็นว่าเจ้านายไม่อนุญาตให้จัดการคนพวกนั้นก็เศร้าไปบ้าง แต่วันนี้เจ้านายยังมีงานอื่นที่สำคัญกว่าอีก เช่นนั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเกินไป มันสามารถรอจนกระทั่งได้เจอกับเป้าหมายของเจ้านายแล้วแสดงฝีมือเอาก็ได้

            

ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทีของราชาหนูทองลายขาวมากนัก เพียงตามหาร่องรอยของยูนิครอนต่อไป หากอ้างอิงจากคำเล่าของทหาร NPC แล้ว พบว่ายูนิครอนพวกนี้กำลังลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีธารน้ำไหลผ่าน เดิมทียูนิครอนพวกนี้มีถ้ำของพวกมันที่สามารถพบเจอได้เป็นประจำ การหาหางของยูนิครอนจึงไม่ได้ยากเย็นขนาดนี้ แต่เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้ยูนิครอนเริ่มเคลื่อนไหว

            

พวกมันไม่พักอยู่ที่ไหนนานราวกับกำลังเดินทางไปที่ไหนสักที่ หมู่บ้านมากมายมีข่าวลือเกี่ยวกับพวกมันให้ได้ยิน แม้บางครั้งเส้นทางจะวกวนไปบ้าง หรืออาจจะกลับไปกลับมาซ้ำที่เดิม แต่ดูภาพรวมแล้ว จะเห็นได้ว่าพวกมันกำลังเคลื่อนไหวขึ้นที่สูงอย่างแน่นอน

            

ตามที่ NPC ทหารแนะนำ ถ้าอยากจะเจอพวกยูนิครอนก็น่าจะต้องไปดักรอแถวๆหมู่บ้านต่อไป แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงก็ไม่รู้เมื่อไรจะเจอพวกมันได้ ภารกิจนี้ไม่ได้ให้เวลาทำนานขนาดนั้น อีกอย่าง...ถ้ายุ่งอยู่กับแค่ภารกิจเดียว เช่นนั้นจะได้แมวขโมยสักเท่าไรเชียว

            

ซูหยวนวาดแผนที่ในใจไว้ทั้งหมดแล้ว เธอไม่ได้กลับไปยังตำแหน่งที่พบพวกมันเป็นที่แรก แต่พยายามไล่ตามหาจากตำแหน่งที่เจอพวกมันได้ง่ายที่สุดก่อน ถึงอย่างไรความเร็วในการเดินทางของเธอก็ไม่ได้แย่อยู่แล้ว เอาแค่หมู่บ้านทั่วๆไปแถวนี้ก็น่าจะเจออะไรได้บ้าง

            

นอกจากนี้ เธอก็มีเป้าหมายที่จะอัพเกรดสิ่งต่างๆในพื้นที่ของตนเองอยู่แล้ว สุดท้ายการเข้าพื้นที่ป่าเพื่อไปตามหาให้เจอกับตัวเองก็เป็นวิธีที่เร็วที่สุด

            

ข้างหน้าที่ซูหยวนเลือกมาก็คือป่ามงกุฎ ชื่อของมันมาจากรูปพื้นที่ป่าที่เหมือนกับมงกุฎนั่นเอง ที่ป่าแห่งนี้ติดกับหมู่บ้านที่โน้มเอียงไปตามแนวของยูนิครอนมากที่สุด ดังนั้นซูหยวนจึงตั้งใจจะล่าสัตว์ร้ายที่นี่เพื่อเก็บเอาผลึกอัพเกรดแล้วก็ตามหาร่องรอยของยูนิครอนไปด้วย

            

แผนที่ถูกเปิดไปหลายส่วนเพียงเวลาแค่ครึ่งวันเท่านั้น ซูหยวนไม่ได้สนใจกระดานสนทนาที่กำลังพูดถึงเธอเป็นวงกว้าง และไม่ได้สนใจคำด่าของชายหนุ่มที่พลาดท่าให้กับเธอโดยที่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอใช้ทักษะอะไร

            

เขาประกาศให้ทุกคนคิดเกี่ยวกับนิสัยของเธอใหม่ บอกว่าแท้จริงแล้วเธอก็คือผู้เล่นที่ใช้วิธีการโกงในการเอาชนะสิ่งต่างๆ ไม่ใช่ผู้เล่นที่มีประสบการณ์อะไร การที่เธอยิงลูกศรออกมาพร้อมกัน แต่ทำให้ศรหนึ่งพุ่งไปข้างหน้า แล้วอีกศรมาฆ่าเขานั้นดูอย่างไรก็ผิดปกติ

            

แน่นอนว่าซูหยวนไม่เสียเวลาที่จะไปอธิบายว่าเธอใช้ทักษะวิชาธนูระดับสูงที่ร่ำเรียนมา ส่วนพวกเขาที่เอาแต่พึ่งระบบของเกมจนทำให้มีกรอบความคิดชัดเจน เช่น ถ้าจะใช้ทักษะก็ต้องพูดชื่อออกมาก่อน และมีคูลดาวน์ที่ชัดเจน ทำให้จับทางได้ง่ายๆ แน่นอนว่าการใช้ทักษะของเกมนั้นมีประโยชน์และโทษที่ต่างกัน หากรู้จักวิธีใช้จริงๆก็จะทำให้สามารถยกระดับเพิ่มขึ้นได้รวดเร็ว เมื่อระดับสูงก็แปลว่าความแข็งแกร่งของมันยอดเยี่ยมมากนั่นเอง

            

ที่สำคัญที่สุด การเรียนรู้จากระบบเกมย่อมง่ายกว่า มันมีขั้นมีตอน มีแผนให้เดินตามชัดเจน ไม่เหมือนกับการฝึกฝนด้วยตัวเองเพราะนั่นคือการทำแบบไม่รู้จุดหมาย แต่ละคนก็มีวิธีการเรียนรู้ที่ต่างกัน ผลลัพธ์ยังต่างกันออกไปด้วย ดังนั้นในส่วนนี้ทักษะจากเกมถือว่ามีประโยชน์กว่า

            

แต่ทักษะจากการฝึกฝนก็ไม่ได้แย่เช่นกัน หากต้องการเรียนรู้ให้ลึกซึ้ง การปรับปรุงคุณภาพและยกระดับมาตรฐาน กลับเป็นการฝึกฝนด้วยตัวเองนั้นจะยอดเยี่ยมกว่า อีกอย่าง...ข้อดีก็คือ ผู้ฝึกฝนสามารถพลิกแพลงจนคู่ต่อสู้สับสนและคาดเดาวิธีการต่อสู้ไม่ได้

            

สำหรับชายหนุ่มคนนั้น ซูหยวนไม่ใช่ไม่ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเขามาก่อน ตัวละครของเขาไม่ได้เป็นที่รู้จักก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของตัวละครจะไม่ต้องการผลักดันให้มันเป็นที่รู้จัก 

 

ไม่น่าแปลกใจเลยถ้าจะได้เห็นข้อมูลตัวละคร รวมทั้งการอวดอ้างของผู้เล่นคนนี้เกี่ยวกับตัวละครของตน ดังนั้นซูหยวนย่อมคาดเดาวิธีการต่อสู้ของเขาได้จากข้อมูลที่เจ้าตัวนำมาเสนออยู่แล้ว

 

สุดท้ายการที่เธออยู่กับสุนัขทมิฬแล้วปล่อยให้หนูทองลายขาวไปซ่อนตัวก็ล้วนแต่เป็นแผนของเธอทั้งนั้น คิดไม่ถึงว่ายังไม่ต้องให้หนูทองลายขาวลงมือ คนผู้นั้นก็พ่ายแพ้ไปเสียแล้ว

            

สำหรับเรื่องกระดานสนทนา ผู้เล่นน้อยมากที่จะเชื่อคำพูดของชายหนุ่มผู้นั้น ตัวเขายังบอกว่าจะไล่ตามอันซูหยวนเพื่อฆ่าตัวละครของเธออีกครั้ง พิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าเธอกำลังเล่นโกง แน่นอนว่าทั้งหมดนั้น...ซูหยวนไม่ได้รับรู้ หรือต่อให้รู้ก็ไม่สนใจ

            

แผนที่รอบๆด้านหลังเปิดออกมาเป็นจำนวนมากแล้ว ทันทีที่เป้าหมาย “สีดำ” ปรากฏขึ้นมา เธอย่อมรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นกลับมาอีกครั้งแล้ว ซึ่งถ้าเจ้าตัวไม่คิดจะก่อความวุ่นวายอะไรอีก เธอก็จะไม่ไปยุ่งด้วย ทว่า...หากยังต้องการเล่นกับเธอ เช่นนั้นซูหยวนก็พร้อมที่จะสั่งสอนกลับไปอีกครั้ง

            

สำหรับตอนนี้ ซูหยวนจำเป็นต้องคลำไปให้ถึงเป้าหมายเกี่ยวกับยูนิครอน ดังนั้นจึงยุ่งอยู่กับการรวบรวมและตรวจสอบเส้นทาง

            

เพราะเกมนี้ไม่เหมือนกับพื้นที่ล่าที่มีแต่สัตว์กลายพันธุ์บ้าคลั่ง ที่นี่เป็นเหมือนกับระบบนิเวศแห่งหนึ่ง ต่อให้บอกว่ามีนักล่ามากมายอยู่ที่นี่ พวกมันก็ยังมีถิ่นที่อยู่ของตัวเอง แล้วก็ไม่ได้ล่าเหมือนปีศาจร้ายที่ต้องกินตลอดเวลา พวกมันล่าเมื่อหิว และหยุดล่าเมื่ออิ่ม ทำให้บรรยากาศตอนนี้มีความสงบสุขมากกว่า

            

สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งต้นไม้สูงและไม้พุ่ม ทำให้ดูเขียวขจีอยู่เสมอ แต่ปัญหาก็คือความอุดมสมบูรณ์นี้จะทำให้ผู้เล่นไม่สามารถมองเห็นสัตว์ร้ายในเกมได้ดีนัก แม้ว่าผู้เล่นจะมีจุดสีแดงให้สงสัยว่ามีสัตว์ร้ายอยู่ เป็นการโกงที่เกมมอบให้มา กระนั้น...จุดสีแดงนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทั้งหมดของสัตว์ร้าย

            

สภาพแวดล้อมที่เป็นใจให้สัตว์ร้ายพวกนี้จะทำให้พวกมันได้เปรียบมาก แม้จะรู้ตำแหน่งของพวกมัน ทว่าการจะสังหารพวกมันนั้นไม่ง่าย ด้วยจุดยุทธศาสตร์ที่พวกมันเลือกเกมเองนี้ หากจะต่อสู้ยังต้องเตรียมพร้อมมากกว่าพวกกลายพันธุ์เขต A เกือบ 10 เท่า

            

ซูหยวนเดินไปเกือบครึ่งป่า ยังไม่เจอสัตว์ร้ายแม้แต่ตัวเดียว แต่เพราะแบบนั้นก็ยิ่งสร้างความกดดันให้มากขึ้น ถ้าอิงจากระบบเกมที่ใช้ความธรรมชาติเข้ามาจัดการมากที่สุด การที่ไม่มีสัตว์ร้ายชนิดอื่นๆอยู่รอบๆนี้ แปลว่าพื้นที่ป่าแห่งนี้ควรจะมีเจ้าถิ่นอยู่แล้ว และต้องเป็นเจ้าถิ่นที่น่ากลัวด้วย!

           

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย แต่ความคิดของซูหยวนดันถูกต้องจริงๆ!!

 

“หยุดให้ข้าเดี๋ยวนี้!” 

 

เสียงทุ้มของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น ซูหยวนสัมผัสได้ถึงเจตนาแหลมคมที่ต้องการจะสังหารตนเองในทันที มันเหมือนกับการฉายภาพความตายของตนเองก่อนล่วงหน้า หากเธอเคลื่อนไหวก็จะทำให้คนผู้นั้นลงมือทันที ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องดีนัก หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นแล้วปล่อยออร่าความกดดันกลับไปให้อีกฝ่ายด้วย

 

“คนที่กำลังซ่อนอยู่อย่างขี้ขลาดนั้นเป็นใครกัน” ซูหยวนตอบกลับในประโยคเดียว แต่กลับทำให้คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ชะงักไปก่อนจะถูกความโกรธค่อยๆครอบงำความรู้สึก

            

พรึ่บ!

            

ร่างสูงประมาณ 1.7 – 2.3 เมตรก้าวออกมาจากที่ซ่อน ท่าทางองอาจของพวกเขาทำเหมือนกับอยากจะสื่อว่า “ใครกันที่ขี้ขลาด คนพวกนั้นต้องไม่ใช่ข้า!” อย่างไรอย่างนั้น

            

ทว่าซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางของพวกเขา เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ แท้จริงแล้วเป็นเผ่าพันธุ์ระดับสูงอย่างพวก “เอลฟ์” ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาไม่ชอบคำว่า “ขี้ขลาด” จนถึงกับรีบออกมาจากที่ซ่อนแทบไม่ทัน

 

…………………….