บทที่ 438 พลังธรรมชาติ (อ่านฟรี 18 พ.ค. 69)
บทที่ 438 พลังธรรมชาติ (อ่านฟรี 18 พ.ค. 69)
บทที่ 438 พลังธรรมชาติ
ซูหยวนมองท่าทีของพวกเอลฟ์ที่กำลังโต้เถียงกันแล้วแค่นหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง เธอดูออกว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ กลุ่มหนึ่งต้องการจะคว้าโอกาสนี้ไว้ หากสามารถสร้างบุญคุณต่อพวกสัตว์เทพได้ เช่นนั้นการจะได้รับหางสัตว์เทพยูนิครอนก็เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ด้วยการนี้น่าจะทำให้พวกเขาใช้กับต้นไม้โลกได้
ทว่าอีกกลุ่มหนึ่งกลับมองว่าความช่วยเหลือนั้นพวกตนได้ให้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การใช้พลังในการตามหาตำแหน่งของสัตว์เทพยังไม่เพียงพออีกหรือ? จะต้องพาสมาชิกในเผ่าไปเสี่ยงตายอีก ยิ่งถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับทหารเอลฟ์ การป้องกันหมู่บ้านรวมทั้งการปกป้องกิ่งไม้โลกนี้ก็จะอ่อนแอลงมาก เช่นนั้นพวกเขาคิดว่าควรจะพอแค่นี้ ไม่น่าต้องไปช่วยเหลือมนุษย์ตัวจ้อยในการเข้าช่วยสัตว์เทพอีก
การโต้เถียงของพวกเขานั้นถูกต้องแล้ว แม้แต่ซูหยวนก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดอะไร หากจะหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อคนหมู่มาก การฟังความคิดของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ที่เธอสนใจก็คือการตั้งค่าของเกมที่ละเอียดอ่อนถึงขนาดนี้ หากบอกว่าพวกเอลฟ์ไม่ใช่ NPC แต่เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆเธอก็คงเชื่อ
เสียงหัวเราะของซูหยวนทำให้เอลฟ์หลายคนได้ยิน เพราะกำลังอยู่ในสถานการณ์เคร่งเครียด พอมีคนหัวเราะขึ้นมาย่อมทำให้ทุกคนสนใจได้ แน่นอนว่านี่เป็นการเรียกความสนใจที่ไม่ค่อยดีนัก สายตาของพวกเอลฟ์มองมายังซูหยวนด้วยความไม่พอใจ พวกเขาคิดว่าซูหยวนกำลังขบขันที่พวกตนโต้เถียงกัน ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ
“เจ้าหัวเราะสิ่งใด!” เอลฟ์เลือดร้อนตนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา ท่าทางเอาเรื่องของเขาทำให้เอลฟ์อาวุโสต้องคอยปราม
“ฉันจะเดินทางแล้ว พวกท่านเผ่าเอลฟ์โต้เถียงกันให้เสร็จก่อนก็ได้ หากอยากตามไปก็ค่อยตามไปแล้วกัน ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน...” ซูหยวนโบกมือ เรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก เธอไม่ต้องการเสียเวลาไปกับภารกิจนี้มากนัก ในเมื่อรู้ตำแหน่งของสัตว์เทพยูนิครอนแล้ว ก็แค่ตรงไปเอาก็สิ้นเรื่อง!
เห็นว่าซูหยวนหันหลังเตรียมจะไปจริงๆ ผู้สื่อจิตเทพก็รีบรั้งเธอเอาไว้ก่อน ในใจของผู้สื่อจิตเทพเต็มไปด้วยความกังวล เพราะรู้ว่ามีอันตรายขนาดไหนรออยู่ข้างหน้า การปล่อยให้สัตว์เทพยูนิครอนต้องเผชิญกับกับดักของมารเพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ....นางรู้ดีว่าถ้าสัตว์เทพพ่ายแพ้จะเกิดอะไรตามมา
หายนะของป่ามงกุฎย่อมอยู่ไม่ไกลแล้ว หลังจากที่ป่าอื่นๆมากมายถูกทำลายไม่น้อย ต่อไปนี้อาจจะถึงเวลาของป่ามงกุฎแล้วก็ได้...
พวกมารเตรียมตัวมานานเกินไป กระทั่งวิธีการรับมือกับสัตว์เทพยูนิครอนก็คิดเอาไว้แล้ว ไม่น่าแปลกใจหากพวกเขามีวิธีการทำลายป่ามงกุฎอยู่แล้วด้วย
“ในเมื่อท่านตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว ข้าก็ไม่สามารถห้ามท่านไม่ให้ออกเดินทางได้ เพียงแต่...เพื่อให้ท่านต่อสู้ได้ยอดเยี่ยมมากขึ้น ข้าจะมอบพลังธรรมชาติให้แก่ท่าน...”
“ท่านผู้สื่อจิตเทพ!!” เมื่อสมาชิกเผ่าเอลฟ์ได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็ตกใจอย่างมาก
ไม่คาดคิดเลยว่าผู้สื่อจิตเทพจะเสนอตัวทำเช่นนี้ การมอบพลังธรรมชาตินั้น ปกติมอบให้แค่พวกเอลฟ์ด้วยกันเท่านั้น พลังธรรมชาติที่ว่านี้จะกระตุ้นให้พวกเขาสามารถสื่อสารกับอาวุธได้ดีขึ้น การหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งกับอาวุธทุกชนิดจะทำให้การโจมตีมีความพิเศษออกมา โดยความพิเศษที่ว่านี้จะต่างกันออกไปตามแต่ละลักษณะของคน ซึ่งอาจจะเกิดปรากฏการณ์คุณลักษณะที่เหมือนกันได้ ส่วนใหญ่เป็นเอลฟ์ที่มีสายเลือดเดียวกันจึงจะมีพลังคล้ายๆกัน
ทว่าท่านผู้สื่อจิตเทพตัดสินใจทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ? เพื่อมนุษย์คนหนึ่ง...นางคิดจะปลุกการเข้าถึงพลังธรรมชาติให้ นี่ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินไปหน่อยหรือ?
“ผู้สื่อจิตเทพคิดทบทวนใหม่เถอะ ปกติพวกเราไม่เคยมอบพลังนี้ให้ผู้อื่น ดังนั้น...”
“ไม่เคยมอบให้ ก็ไม่ได้แปลว่ามอบไม่ได้ ในสถานการณ์เช่นนี้...ข้าต้องการจะช่วยเหลือป่ามงกุฎ และหมายถึงการปกป้องต้นไม้โลกตามหน้าที่ของพวกเราด้วย” ผู้สื่อจิตเทพไม่สนใจจะฟังอีก
ถ้าการตัดสินใจส่งกองกำลังไปช่วยหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของผู้นำเผ่าเอลฟ์ เช่นนั้นการตัดสินใจจะมอบพลังธรรมชาติให้กับใครย่อมเป็นการตัดสินใจของนางเอง
เห็นท่าทางจริงจังของผู้สื่อจิตเทพ เอลฟ์หลายตนที่ไม่พอใจก็เงียบไป พวกเขาจะทำอะไรได้อีก ในเมื่อผู้นำเผ่าเอลฟ์ยังไม่เอ่ยปาก แถมนี่ก็เป็นสิทธิของผู้สื่อจิตเทพจริงๆ และที่สำคัญที่สุด...การปลุกพลังธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถใช้พลังนี้ได้ทันที ต้องถูกยอมรับจากธรรมชาติก่อนด้วย ไม่เช่นนั้น...ต่อให้ปลุกพลังธรรมชาติเป็นร้อยรอบ สิ่งที่ได้ก็มีแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
ซูหยวนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการปลุกพลังธรรมชาติมากนัก แต่เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องอันตราย หญิงชราผู้สื่อจิตเทพเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้ไม้เท้าของนางแตะไปที่ซูหยวน มืออีกข้างขยับไปมาเหมือนกำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นกิ่งต้นไม้โลกก็ลอยลงมาอยู่ในมือของนาง เรืองแสงสีทองที่ดูสว่างไสว จากนั้นก็มีแสงหนึ่งพุ่งเข้าหาซูหยวน
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับโอกาสในการปลุกพลังธรรมชาติ โปรดเลือกคุณลักษณะพลังธรรมชาติที่ต้องการ โดยมีพลังธรรมชาติที่เข้ากับผู้เล่นได้ 3 อย่างคือ 1. พลังธรรมชาติเข็มเกร็ดหิมะ 2. พลังธรรมชาติเถาวัลย์หกสิบทิศ 3. พลังธรรมชาติดาวกระจายแช่แข็ง –
หน้าต่างตัวเลือกของเกมปรากฏขึ้นทันทีที่แสงสีทองนั้นพุ่งเข้าใส่กลางหน้าผากของเธอ หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสนใจ เธอเปิดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับพลังธรรมชาติแต่ละชนิดอย่างละเอียด เนื่องจากสามารถเลือกได้เพียงแค่หนึ่งชนิดเท่านั้น เธอเชื่อว่าน่าจะมีโอกาสเพียงครั้งเดียว ดังนั้นจะต้องเลือกที่ดีที่สุด
พลังธรรมชาติเข็มเกร็ดหิมะนั้นจะเป็นการใช้พลังธรรมชาติแฝงไปกับอาวุธด้วยการเพิ่มความเฉียบคมในการโจมตี ยกตัวอย่างเช่น หากเธอยิงลูกศรออกไปพร้อมกับพลังธรรมชาตินี้ จะทำให้ศัตรูได้รับผลกระทบที่นอกจากลูกศรปกติคือมีเข็มหิมะแหลมคมขนาดเท่าเข็มเย็บผ้าขนาดเล็ก ซึ่งถ้าไม่ระวังให้ดีแล้วปล่อยให้เข็มเกร็ดหิมะพวกนี้เข้าไปในตัวได้ ผลลัพธ์จะทำให้น้ำร่างกายของพวกเขาถูกแช่แข็งทันที
สำหรับพลังธรรมชาติเถาวัลย์หกสิบทิศนั้นจะเป็นพลังธรรมชาติที่พลิกแพลงใช้ได้หลากหลายกว่า เนื่องจากเถาวัลย์หกสิบทิศพวกนี้เป็นพลังที่หลังจากใช้ออกไปพร้อมกับการโจมตีแล้วจะสั่งให้ช่วยสนับสนุนหรือขัดขวางการโจมตีของผู้อื่นก็ได้ โดยหลังการโจมตีออกไปจะมีพลังที่ทำให้เกิดเถาวัลย์ขึ้นมา น่าจะเป็นเหมือนกับภาพที่ซูหยวนเคยเห็นพวกเอลฟ์หนุ่มโจมตีก่อนหน้านี้ แต่ของเธอน่าจะพิเศษกว่าเล็กน้อย เพราะทันทีที่ใช้พลังธรรมชาติเถาวัลย์หกสิบทิศ จะมีออร่าความเย็นยะเยือกออกมาด้วย ซึ่งจะลดค่าพลังชีวิตของคู่ต่อสู้ได้ทันที 1%
หากกำลังอยู่ในการต่อสู้ที่พัวพันกันแล้วศัตรูกำลังอ่อนแอ ซูหยวนโจมตีออกไปครั้งเดียวยังสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ทันที นี่อาจจะกลายเป็นไพ่ลับที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งเลย
ในขณะที่พลังธรรมชาติดาวกระจายแช่แข็งนั้นเป็นการโจมตีทางวงกว้าง หลังจากที่โจมตีออกไปแล้วจะทำให้ปรากฏดาวกระจายออกมารอบๆ และดาวกระจายนั้นจะเปลี่ยนพื้นที่รอบๆให้กลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด โดยน้ำแข็งนั้นจะช่วยทำให้พลังของพันธมิตรเพิ่มขึ้น แต่ลดพลังของศัตรูอย่างต่อเนื่อง ถ้าการต่อสู้ยืดเยื้อไปเรื่อยๆ เท่ากับว่าเธอสามารถเอาชนะได้โดยโจมตีไม่โดยเลยแม้แต่ครั้งเดียว
พลังธรรมชาติทั้งสามน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเลือกพลังไหนก็ไม่ขาดทุน เพียงแต่ซูหยวนมีพลังธรรมชาติที่อ่านครั้งเดียวก็ตัดสินใจได้เลยว่าจะต้องเป็นอันนี้ นั่นก็คือ...พลังธรรมชาติเข็มเกร็ดหิมะ
สำหรับซูหยวน เธอรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองขาดในตอนนี้ก็คือการโจมตีที่ถึงตายในครั้งเดียว หากต้องเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า มัวแต่ใช้พลังงานและความแข็งแกร่งของอาวุธก็อาจจะทำอะไรไม่ได้ก็ได้ ดังนั้นพลังธรรมชาติเข็มเกร็ดหิมะจึงมาในเวลาที่ถูกต้องจริงๆ
หากเป็นพลังธรรมชาติอื่นๆ เธอยังสามารถใช้อุปกรณ์ที่ผลิตได้ในคลังของตนเอง เช่น บอลกาวตัวหนืด หรืออื่นๆ เพื่อช่วยในการสนับสนุนการโจมตีได้
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นอันซูหยวนผู้ร่ำรวยได้รับพลังธรรมชาติเข็มเกร็ดหิมะแล้ว –
ระบบแจ้งเตือนหลังจากที่ซูหยวนเลือกเสร็จ ตอนนั้นเอง...เวลาที่เหมือนหยุดไปก็กลับเดินอีกครั้ง เมื่อแสงสีทองพุ่งเข้าใส่หน้าผากของอันซูหยวน ร่างของเธอก็คลุมไปด้วยแสงสีทองสีเขียวและจบลงด้วยแสงสีขาว บรรยากาศชั่วขณะหนึ่งมีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาทำให้เอลฟ์ที่อยู่ใกล้ต้องขยับถอยหลัง
“การปลุกพลังเสร็จสิ้น ธรรมชาติยอมรับท่านเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว...” ผู้สื่อจิตเทพเวลานี้อ่อนแอลงเล็กน้อยเนื่องจากเธอใช้พลังงานไปมากจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่ใช้ดวงตาของตนเองเพื่อหาตำแหน่งของสัตว์เทพ แล้วยังจะช่วยเธอปลุกพลังอีก
ซูหยวนมองเห็นมือที่ถือไม้เท้าสั่นเทาเล็กน้อย รู้สึกขอบคุณเอลฟ์ชราผู้นี้อยู่บ้าง อย่างน้อยเธอก็ได้มอบทักษะที่สุดยอดมาให้แล้ว ดังนั้น...จากที่คิดว่าจะจากไปทั้งอย่างนี้ กลับเปลี่ยนความคิดใหม่
ก่อนหน้านี้เธอได้รับคีย์เวิร์ดอย่าง “น้ำบริสุทธิ์” หลายครั้ง แต่ไม่รู้ว่าน้ำบริสุทธิ์ที่พูดถึงนี้เป็นน้ำบริสุทธิ์เดียวกันหรือไม่ ถึงอย่างนั้น...น้ำในฟาร์มของเธอก็มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมไม่ใช่หรือ? มันสามารถช่วยเร่งการเติบโตของพืชได้ ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยในการปลูกต้นไม้โลกอีกครั้งก็ได้
ที่สำคัญกว่านั้น หลังจากซูหยวนตกแต่งฟาร์มด้วยสวนน้ำพุแล้ว รู้สึกว่าคุณสมบัติของมันดีขึ้นอีกเล็กน้อย ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือไม่ เรื่องนี้กำลังรอการเก็บสถิติจากพวกหนูขาวที่ทำงานในฟาร์มสรุปมาให้ก่อน
“ท่านผู้สื่อจิตเทพ” ซูหยวนก้มหัวขอบคุณอีกฝ่ายจากใจจริง ก่อนจะหยิบเอาขวดแก้วเล็กๆที่แต่เดิมแล้วผลิตมาเพื่อบรรจุน้ำผลไม้ เวลานี้มีน้ำบริสุทธิ์จากบ่อน้ำของเธออยู่เต็มขวด
“นี่คือ....”
“นี่เป็นน้ำที่ค่อนข้างดี ขอใช้สิ่งนี้แทนคำขอบคุณก็แล้วกัน ฉันคงไม่มีเวลามากนัก หลังจากนี้ยังต้องไปช่วยเหลือสัตว์เทพยูนิครอนอีก” ซูหยวนพูดเช่นนั้น เธอไม่คิดจะรอดูผลลัพธ์ว่าเป็นอย่างไร แค่อยากจะทำภารกิจที่ได้รับมาให้เสร็จสิ้นเท่านั้น
เมื่อมอบขวดบรรจุน้ำเสร็จแล้วก็เตรียมตัวเดินทางทันที สุนัขทมิฬที่รออยู่ก่อนแล้วก็กระโดดเข้ามา พาซูหยวนขึ้นหลังแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
มันเองก็ไม่ได้ชอบหมู่บ้านเอลฟ์นี้มากนัก พวกเอลฟ์พวกนี้คิดว่าตัวเองสูงส่งมากกระมัง ทำท่าทางมองมันเหมือนกับมองสุนัขรับใช้ สายตาของพวกมันเหมือนกับพวกกลุ่มอันธพาลที่เคยทำร้ายเขามาก่อน ดังนั้นการได้ออกไปนอกหมู่บ้านนี้ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น
หลังจากเงาของซูหยวนจากไปแล้ว ผู้นำเผ่าก็มองไปที่ผู้สื่อจิตเทพด้วยสายตาไม่พอใจนัก เขาส่งสายตาให้ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยปากแทนตนเอง นี่ก็เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งระหว่างเขาที่เป็นผู้นำเผ่ากับผู้สื่อจิตเทพรุนแรงไปมากกว่านี้
“ท่านผู้สื่อจิตเทพ คิดว่าการมอบพลังธรรมชาติให้มนุษย์ผู้นั้นเป็นการตัดสินใจที่ดีแล้วหรือ? เหตุใดท่านจึงช่วยเหลือมนุษย์คนนั้นมากนัก ท่านไม่รู้หรือว่าตามธรรมเนียมแล้ว...พวกเราไม่มอบพลังธรรมชาติให้คนอื่น ควรจะมีแค่พวกเอลฟ์อย่างเราเท่านั้นที่ได้รับพลังธรรมชาติ หากในอนาคต...มนุษย์ผู้นั้นหันกลับมาทำร้ายพวกเราแทน พลังธรรมชาติที่นางปลุกขึ้นมาได้จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายพวกเราหรือ?”
“นั่นน่ะสิ นางมนุษย์ผู้นั้น ลำพังตัวก็ยังเด็กมาก นิสัยใจคอไม่เคารพผู้ใหญ่แม้เเต่น้อย วางตัวเหมือนเท่าเทียมกับพวกเราทั้งๆที่เป็นแค่มนุษย์ ยังมีสุนัขที่แผ่ออร่ามืดมนออกมานั่นอีก ดูอย่างไรก็เหมือนพวกเดียวกับพวกมารชัดๆ ไม่น่าจะใช่คนของสัตว์เทพหรอก”
เสียงของเอลฟ์อาวุโสสองคนพูดขึ้นเช่นนั้น ทำเอาเอลฟ์คนอื่นๆพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนว่าจะมีผู้ใช้พลังธรรมชาติได้นอกจากเอลฟ์ ซึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบของเผ่าเอลฟ์ด้วย หากจู่ๆก็มีคนอื่นใช้พลังธรรมชาติได้ ข้อได้เปรียบนี้ไม่ใช่จะหายไปหรอกหรือ? อย่างนั้นเมื่อต่อสู้กัน...พวกเขาก็อาจจะพ่ายแพ้เหมือนกับสุนัข!
ดวงตาของผู้สื่อจิตเทพมีประกายบางอย่าง นางกำขวดน้ำในมือที่ไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งใดกันแน่ หากแต่การตัดสินใจของนางช่วงนี้คล้ายว่าจะไม่ได้รับความเชื่อมั่นอยู่หลายครั้งแล้ว หากพวกผู้สื่อจิตเทพรุ่นเก่าๆรู้ว่านางไม่สามารถเป็นศูนย์รวมจิตใจของเอลฟ์ได้ พวกท่านจะต้องตำหนินางที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดีแน่นอน
แม้จะรู้สึกอึดอัดใจ แต่ผู้สื่อจิตเทพก็ไม่ได้พูดแก้ตัวอะไรออกมาเลย ตัวนางก่อนหน้านี้ก็ถูกครหาเกี่ยวกับการตัดสินใจให้ทุกคนย้ายออกจากหมู่บ้านเดิมเพื่อมาตามหาความหวังข้างหน้า ตอนนี้หลายคนยังรู้สึกว่าการตัดสินใจของนางไม่ถูกต้อง ลับหลังก็พูดเรื่องนี้กันมาก และนั่นก็ทำให้ความน่าเชื่อถือของนางลดลงมาเช่นนี้
นางรู้ดี รู้ดีว่าตัวเองมีข้อผิดพลาดใหญ่หลวง กระนั้น...นางก็รู้สึกว่าการเชื่อใจมนุษย์ผู้นั้นไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิด!
มือที่แห้งเหี่ยวไปตามกาลเวลาลูบขวดน้ำในมือเบาๆเหมือนต้องการปลอบประโลม อย่างไรก็ตาม...ความรู้สึกของนางที่ได้สัมผัสหยดน้ำเล็กๆที่ฝาขวดกลับทำให้ร่างทั้งร่างขนลุกชัน
“นี่!!”
การที่จู่ๆผู้สื่อจิตเทพที่กำลังถูกกดดันอย่างหนักกรีดร้องออกมาย่อมทำให้ทุกคนตกใจมาก พวกเขาไม่เคยเห็นผู้สื่อจิตเทพเป็นเช่นนี้มาก่อน ที่ผ่านมานางสงบและเยือกเย็นอยู่เสมอ แล้วอะไรกันที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ได้
“เกิดอะไรขึ้น!” ผู้นำเผ่าเอลฟ์ขมวดคิ้ว มองดูผู้สื่อจิตเทพอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเห็นสายตาเป็นประกายของนางยามมองตนเอง
“ในที่สุดก็ได้รับความเมตตาจากท่านเทพแล้ว...”
…………………………………