บทที่ 440 ไม่อยากทำลายเรื่องดีๆ (อ่านฟรี 20 พ.ค. 69)
บทที่ 440 ไม่อยากทำลายเรื่องดีๆ (อ่านฟรี 20 พ.ค. 69)
บทที่ 440 ไม่อยากทำลายเรื่องดีๆ
ซูหยวนมองเอลฟ์หนุ่มด้วยสายตาเหนื่อยใจ ท่าทางของอีกฝ่ายนั้นดูภาคภูมิใจกับแผนการในครั้งนี้มาก ทำราวกับว่าการเสียสละเอลฟ์ไม่กี่สิบนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ เพียงเพื่อดึงดูดความสนใจจากพวกมารแล้วเปิดโอกาสให้โจมตีจากด้านหลัง ความพยายามเช่นนั้นมันช่างเป็นการเสียเปล่าจริงๆในความคิดของเธอ
“ท่านผู้มีพระคุณ หากได้รับสัญญาณจากพวกทหารเอลฟ์ที่กำลังดึงความสนใจของพวกมารแล้ว ขอโปรดลงมือพร้อมกัน เพื่อที่จะได้จัดการเจ้ามารร้ายนั้นให้จบในครั้งเดียว ปลดปล่อยสัตว์เทพออกมาจากกับดักอันตรายนั่น”
“อ้อ แล้วก็...นอกจากเรื่องนี้ พวกเราก็ยังต้องระวังเกี่ยวกับกับดักอื่นๆที่พวกมารอาจจะเรียกใช้ด้วย มารหนึ่งตนจะฝังชีวิตไว้ที่กับดักหนึ่งชิ้นเผื่อกรณีที่เลวร้ายที่สุด พวกมันไม่กลัวที่จะทิ้งชีวิตของตนเองเพื่อรับใช้เจตนารมณ์ของจอมมารที่ถูกผนึกเอาไว้ ดังนั้น...จะต้องระวังให้มาก”
“การเว้นระยะห่างจากพวกมันสำคัญที่สุด ถ้ามีเหตุต้องเข้าไปใกล้ๆเพื่อจัดการพวกมันจริง เช่นนั้นก็ให้ข้าเป็นตัวแทนของท่านในการทำหน้าที่นั้นเถอะ สำหรับท่าน...ชีวิตและความปลอดภัยของท่านสำคัญที่สุด!”
เอลฟ์หนุ่มบทจะเป็นคนดีเสียสละก็เป็นจนซูหยวนเหนื่อยใจ หลังจากที่พวกเอลฟ์มองว่าเธอเป็นผู้มีพระคุณ มอบน้ำบริสุทธิ์ให้พวกเขาแล้ว เอลฟ์เหล่านี้ก็พร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิต ช่างเป็นการออกแบบเกมที่ทำให้ผู้คนหลงใหลได้ง่ายดายจริงๆ หากซูหยวนเป็นพวกบ้าคลั่งหลงใหลในอำนาจ การเป็นผู้เล่นที่เอลฟ์เคารพย่อมทำให้อยากกลับเข้ามาเล่นเรื่อยๆ
เพราะแบบนั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมา...กินเวลาเป็นปีๆที่เกมนี้เป็นที่โด่งดังมาก แต่พอผู้เล่นยกระดับฟาร์มของตนเองไปเรื่อยๆก็คงจะเริ่มเบื่อ ประกอบกับเกมนี้ไม่ได้เล่นผ่านได้ง่ายๆ แม้จะเป็นเกมทำฟาร์มที่เน้นการเล่นแบบสบายๆ แต่ผู้เล่นหลายคนก็คาดหวังกับอีเว้นท์ต่างๆมากกว่าการทำฟาร์มจริงๆ สุดท้าย...ผู้เล่นก็ค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ทั้งยังมีเกมใหม่ที่ลอกเลียนแบบเกมนี้ แถมยังทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น จนดึงดูดผู้เล่นไปได้เกือบทั้งหมด ทิ้งให้เกมนี้เหมือนเกมร้างผู้คนไป
“ฉันมีแผนการของตนเอง และแผนการเหล่านั้นก็เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว การที่พวกเอลฟ์มายุ่งแบบนี้ทำให้แผนของฉันได้รับผลกระทบไปด้วย” ซูหยวนกล่าวอย่างจริงจัง ยังใช้น้ำเสียงตำหนิอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วย
เอลฟ์หนุ่มชะงักไปเมื่อถูกต่อว่าอย่างนั้น เขาไม่คิดเลยว่าตนเองที่รีบไล่ตามมา แถมยังวางแผนจะเสียสละตัวเองและสมาชิกเผ่าเอลฟ์ ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นตัวถ่วงเสียอย่างนั้น
“เรื่องนี้....” เห็นเอลฟ์หนุ่มรู้สึกผิดบ้างแล้ว ซูหยวนก็โบกมือให้เขาเล็กน้อย
ในเมื่อเรื่องเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็ทำได้แค่ปรับแผนของตนเองใหม่เท่านั้น หญิงสาวส่งสัญญาณให้พวกหนูขาวที่รออยู่ก่อนกับเจ้าสุนัขทมิฬเคลื่อนไหว แม้จะยังยืนยันให้ชัดเจนกว่านี้ไม่ได้ แต่โอกาสที่การคาดเดาจะถูกต้องก็มากกว่า 70 ส่วนแล้ว ดังนั้นต้องเริ่มโจมตีตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่พวกเอลฟ์จะมีใครต้องตายไปอย่างไม่มีประโยชน์
แม้ซูหยวนจะไม่สนใจชีวิตของเจ้าพวกนั้น แต่ในเกมนี้...ถ้าเธอสามารถผูกสัมพันธ์กับพวกเอลฟ์ได้ ทำให้เจ้าพวกนี้คิดค้างบุญคุณ ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับประโยชน์มากขึ้นก็ได้
อ่า...ต้องบอกว่าความจริงแล้ว ตั้งแต่ที่ซูหยวนมอบน้ำบริสุทธิ์ที่ล้ำค่านั้นออกไป เธอก็ได้คาดหวังเกี่ยวกับผลลัพธ์ของมันแล้ว เธอเชื่อว่าถ้าน้ำนั่นเป็นน้ำบริสุทธิ์สำหรับใช้ดูแลต้นไม้โลกจริงๆ อย่างนั้นตอนที่เธอกลับออกไปก็จะผ่านหมู่บ้านของพวกเอลฟ์แล้วขอรับคำขอบคุณเป็น “ธนู” ที่พวกเขาใช้กัน
พวกเอลฟ์นั้นเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธธนูอย่างมาก และอาวุธของพวกเอลฟ์ระดับสูงหลายคนทำมาจากกิ่งก้านของต้นไม้โลก เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและพลังแฝงข้างในนั้น ในเมื่อธนูของเธอยังเป็นแค่ธนูธาตุเพลิงธรรมดาๆ เช่นนั้น...ก็เปลี่ยนมันเป็นธนูที่เข้ากับพลังธรรมชาติไปเลยไม่ดีกว่าหรือ?
เพื่อให้ยังสามารถรับอาวุธสุดวิเศษนั้นได้ ซูหยวนไม่อาจปล่อยให้พวกเอลฟ์ชดใช้หนี้บุญคุณด้วยการเอาชีวิตของสมาชิกในเผ่ามาทิ้งไว้ที่นี่
ถ้ามีเอลฟ์มากกว่าสิบตนต้องตายที่นี่จริงๆ บรรยากาศในเผ่าเอลฟ์คงไม่ดีอีกแล้ว แทนที่จะได้เข้าร่วมงานฉลอง อาจจะต้องเข้าร่วมงานโศกเศร้าแทน เมื่อเป็นอย่างนั้นซูหยวนคงต้องกลับไปมือเปล่า
หนูทองลายขาวรับคำสั่งและดำเนินการอย่างรวดเร็ว พวกมันประจำจุดอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งก็รีบใช้ทักษะของตนเอง ริ้วสีทองสว่างพุ่งออกไปจากสี่ทิศทาง ไม่ได้เจาะจงไปที่มารตนไหนเป็นพิเศษ ทำเหมือนกับว่าพวกมันโจมตีแบบสุ่ม ไม่ได้จงใจจะสังหารมารร้ายตนไหนเป็นพิเศษ
การโจมตีที่รุนแรงนี้เรียกความสนใจของมารร้ายได้ทันที แรกเริ่มพวกมันกำลังให้ความสำคัญกับการบุกรุกของพวกเอลฟ์ที่ตะโกนท้าทายเหมือนกับพวกโง่ มันส่งมารร้ายตนหนึ่งออกไป ตั้งใจจะให้มารร้ายตนนั้นจัดการกับพวกเอลฟ์ด้วยตนเดียว เพราะสำหรับพวกมันแล้ว...เอลฟ์พวกนี้ก็แค่ดีแต่ปากเท่านั้น ในเมื่อไม่มีต้นไม้โลกอยู่แถวๆนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลัว
แต่ก่อนที่มารตนนั้นจะได้ลงมือ แสงสีทองก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง มันไม่อาจเมินเฉยต่อการโจมตีนี้ได้ เพราะเจตนาสังหารปรากฏอย่างรุนแรงจริงๆ สุดท้ายจึงต้องละทิ้งการกำจัดพวกเอลฟ์แล้วให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตที่ลอบโจมตีตนเองเมื่อครู่
“ฮึ่ม มีสัตว์เทพตนอื่นอยู่แถวนี้ด้วยหรือ? พวกเราประมาทสัตว์เทพยูนิครอนเกินไปหน่อย...” มารร้ายตนหนึ่งพึมพำออกมา เดิมทีคิดว่าแค่กับดักนี้ก็น่าจะเพียงพอให้จัดการสัตว์เทพยูนิครอนได้แล้ว
หากพวกเขาทำสำเร็จ ถ้าจัดการมันได้...ก็จะเป็นการตัดกำลังคู่ต่อสู้ไปได้มากแล้ว พวกยูนิครอนเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม หางของมันจะช่วยฟื้นฟูพลังให้กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆได้ ถ้ามีพวกมันอยู่ในสงคราม ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเอลฟ์ที่มีต้นไม้โลกเลย ดังนั้นนอกจากต้นไม้โลกของพวกเอลฟ์แล้ว ก็มียูนิครอนนี่แหละที่พวกมารวางแผนจะทำลายให้สิ้นซาก
แผนการที่พวกมันวางเอาไว้ค่อนข้างรัดกุมแล้ว ทั้งยังคิดว่าไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนกล้าเข้ามาช่วยเหลือสัตว์เทพยูนิครอนอีก แต่เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้...ก็ไม่ได้แปลว่าพวกมันไม่มีแผนรับมือ
“ข้าจะเปิดใช้กับดัก” มารร้ายตนหนึ่งกล่าวขึ้นมาเสียงเบา ถ้าจัดการสัตว์เทพที่เพิ่งปรากฏตัวมานี้ไปด้วยในครั้งเดียว เช่นนั้นการเสียสละตนเองก็ไม่ไร้ประโยชน์แล้ว
สัตว์เทพที่ช่วยเหลือสัตว์เทพยูนิครอนย่อมไม่ใช่สัตว์เทพธรรมดา ในสถานการณ์เช่นนี้ยังกล้าปรากฏตัว แน่นอนว่าต้องมั่นใจในตนเองพอสมควร
มารร้ายตนอื่นๆพยักหน้า พวกมันจะต้องวางแผนสลับตัวให้ดี ไม่ปล่อยให้ศัตรูรับรู้ว่าเป็นมารร้ายตนไหนเป็นผู้เปิดใช้กับดัก ดังนั้นการเคลื่อนไหวของพวกมันจึงเร็วขึ้น และสร้างความสับสนด้วยพลังมารที่ปล่อยออกมาอย่างเข้มข้น
กลิ่นเน่าเหม็นฟุ้งกระจายออกไปรอบๆ เอลฟ์ที่อยู่ในระยะไกล ถึงจะไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรงแต่ก็เริ่มหมดแรงกันแล้ว นี่ต้องโทษที่พวกเขาไม่เหลือพลังงานกันแล้ว ทำให้การต่อสู้จะต้องเข้ามาในระยะประชิดแทนที่จะใช้ธนูเหมือนก่อนหน้านี้ ซูหยวนไม่ได้สนใจพวกเขา เพราะเธอสั่งให้สุนัขทมิฬลงมือแล้ว
ในอีกทาง พวกเอลฟ์ที่กำลังได้รับกลิ่นเหม็นเน่าจนเหมือนกับหายใจไม่ออก พวกเขาได้แต่มองหน้ากันเองเหมือนตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย คิดว่าจะเอาชีวิตตัวเองกระโจนเข้ามา อย่างน้อยๆก็สร้างบาดแผลให้พวกมารร้ายได้บ้างก็คงดี ทว่าก่อนที่พวกเขาจะทำเรื่องโง่เง่าเช่นนั้น ร่างสีดำของสุนัขทมิฬก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
“นี่ก็คือสัตว์ขี่ของผู้มีพระคุณ!”
“ใช่ ข้าก็จำได้ ออร่าที่มืดมิดเช่นนี้ คล้ายกับของพวกมารแต่ความจริงแล้วต่างกันมาก นี่เป็นความมืดมิดที่บริสุทธิ์ หาใช่ความมืดมิดที่สกปรกเหม็นเน่า”
ไม่รู้ว่าความลำเอียงในจิตใจ หรือเป็นเรื่องจริงกันแน่ แต่พวกเขากลับรู้สึกว่าความมืดมิดของสุนัขทมิฬนั้นช่างเป็นความมืดมิดที่เย็นสบาย ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจได้เมื่อเห็น ต่างจากครั้งแรกที่เห็นสุนัขทมิฬ ล้วนมีความเกลียดชังและดูแคลนอยู่มาก
สายตาของเสี่ยวหยินที่มองพวกเอลฟ์เต็มไปด้วยความรังเกียจ ก่อนหน้านี้ก็เป็นพวกเอลฟ์นี่แหละที่ดูถูกมัน เวลานี้กลับเปลี่ยนเป็นชื่นชม แค่ได้น้ำขวดเล็กๆจากเจ้านายไปก็เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ยังเรียกตัวเองว่าพวกสูงส่งอีกหรือ? น่าสมเพชจริงๆ หากพวกมันรู้ว่าเจ้านายมีน้ำเหล่านี้อยู่เป็นสระใหญ่ที่ไม่มีวันหมด พวกมันไม่อิจฉาจนตายเลยหรือ?
แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลย แต่พวกเอลฟ์นี้ก็ยังมีประโยชน์ เจ้านายไม่ให้พวกมันตาย...เช่นนั้นก็ต้องช่วยเหลือ
เสี่ยวหยินโยนห่อผ้าขนาดใหญ่ลงไป เกิดเสียง “เกร้งๆ” ของขวดกระทบกัน จากนั้นก็จะเห็นขวดยาสีฟ้าอ่อนที่กลิ้งออกมาทีละขวดสองขวด
“ฮูม...” เจ้าสี่ขาไม่ได้สนใจจะอธิบายอะไร เพียงเตะขวดยาฟื้นฟูพลังงานระดับต่ำเหล่านั้นออกไป พวกเอลฟ์เหล่านี้จะเข้าใจหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่สุดแล้วแต่พวกมันแล้ว
หลังมอบของให้เสร็จก็กระโจนหายไป เตรียมตัวช่วยสนับสนุนเจ้านายโจมตีมารร้ายที่เป็นเจ้าของกับดักอันตรายนั้น ถึงจะรู้ว่าการโจมตีนี้ไม่ง่าย แต่มันก็เชื่อว่าเจ้านายจะต้องมีวิธีแน่
มารร้ายตนหนึ่งที่เตรียมพร้อมเสร็จแล้วก็ส่งสัญญาณให้มารร้ายทั้งสามสนับสนุน ในขณะที่มารร้ายเจ้าของกับดักสำหรับกักขังสัตว์เทพยูนิครอนก็ต้องระวังตนเองไปด้วย หากมันพลาดท่าจนทำให้สัตว์เทพยูนิครอนหลุดออกมาได้ หลังจากนี้คงจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ของพวกมันเอง
กว่าจะหลอกล่อสัตว์เทพยูนิครอนมายังตำแหน่งนี้ได้ก็ยากเย็นแล้ว แผนการนี้ใช้เวลาเตรียมการมานานมาก หากคิดจะใช้กำลังบังคับอย่างเดียว พวกมันเองก็สู้สัตว์เทพพวกนี้ไม่ได้หรอก
ไม่ใช่ว่าพวกมันอ่อนแอกว่าสัตว์เทพ แต่พวกมันรับภารกิจกันมาแค่มารระดับสูง 4 ตนเท่านั้น ในขณะที่มีพวกสมุนมารอีกจำนวนหนึ่ง หากแต่ใช้เป็นเหยื่อล่อจนตกตายกันไปหมดแล้ว แสดงให้เห็นว่าสัตว์เทพนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
เห็นการเคลื่อนไหวของพวกมารที่เปลี่ยนเป็นการวางตำแหน่งแบบสลับหัว ซูหยวนก็คิดว่าพวกมันคงต้องการจะรวมตำแหน่งของหนูขาวที่โจมตีเมื่อครู่ทั้งสี่มุมให้มารวมกัน แผนการของพวกมันไม่ได้ดูออกยากเย็นอะไรนัก แต่เธอก็พร้อมจะทำให้พวกมันคิดว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว
หนูทองลายขาวเคลื่อนไหวเหมือนที่พวกมันต้องการ เมื่อเห็นร่างของหนูทองลายขาว พวกมารร้ายก็ประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะพวกมันไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ในป่าแถบนี้มาก่อน ถึงอย่างนั้น...การที่ได้เห็นตัวของพวกมัน และยืนยันแล้วว่ามีพวกมันเพียง 4 ตนเท่านั้น มารร้ายก็เรียกความมั่นใจกลับมาได้
การเคลื่อนไหวของพวกมันบีบเข้าหากันเรื่อยๆ คาดหวังให้ศัตรูค่อยๆบีบกรอบการโจมตีของตนเอง และหนูทองลายขาวก็ทำเช่นนั้น
หลังจากที่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกหนูทองลายขาวแล้ว รอยยิ้มหยันของมารร้ายก็ยกขึ้น มันกัดนิ้วตนเองก่อนที่จะกดลงไปตรงหน้าอก จู่ๆก็เกิดคลื่นสีโลหิตแดงฉานคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ ราวกับกำลังจะบดบังท้องฟ้าโดยเฉพาะบริเวณที่หนูทองลายขาวพวกนั้นยืนอยู่
ตู้ม!!
พลังกับดักนั้นรุนแรงมาก ไม่เหมือนกับดักที่ใช้กับสัตว์เทพยูนิครอน กับดักครั้งนี้ก็คือกับดักแรงโน้มถ่วง ด้วยการเรียกออกมาเพียงครั้งเดียวก็สามารถกดพื้นที่บริเวณนั้นเป็นหลุมลึกได้แล้ว ถ้ายังมีร่างสิ่งมีชีวิตอยู่ใต้นั้น เชื่อได้เลยว่าจะต้องกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว
แต่...หนูทองลายขาวพวกนี้เป็นหนูทองลายขาวธรรมดาๆหรือ? พวกมันเป็นองค์รักษ์ของราชาหนู หลังจากที่ราชาเรียกให้กลับเข้าไปในร่าง พวกมันก็หายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ก่อน ซึ่งจังหวะที่ราชาหนูทองลายขาวเรียกพวกมันกลับมา เป็นจังหวะก่อนที่กับดักจะใช้งานสำเร็จในเสี้ยววินาทีเท่านั้น ทำเอาพวกมารร้ายไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ากับดักของตนเองพลาดท่าแล้ว
เมื่อกับดักเปิดออกมา มารร้ายตนนั้นก็หมดไพ่ตายในมือแล้ว กับดักนี้จะไม่หายไปจนกว่ามารร้ายตนนั้นจะตาย มันจะคงอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ก็คงอยู่แบบไร้ประโยชน์...
ฟิ้ว!!
หนูทองลายขาวที่พวกมารคิดว่าจมอยู่ใต้กับดักแล้วปรากฏตัวอีกครั้ง พวกมันไม่รีรอใดๆ ใช้พลังของตนเองในการโจมตีอีกครั้งตอนที่มารร้ายไม่ทันตั้งตัว
มารร้ายตนที่ควบคุมกับดักสัตว์เทพยูนิครอนระวังตัวมากกว่ามารร้ายตนอื่นๆอยู่แล้ว มันรีบพลิกตัวหลบไปข้างๆ ตั้งใจจะซ่อนใต้เงาของเพื่อนมารร้าย และอีกฝ่ายก็ทำหน้าที่ปกป้องมันด้วยเช่นกัน
“พวกมันยังไม่ตาย!” มารร้ายที่เปิดใช้งานกับดักคำรามเสียงต่ำด้วยความโกรธปนประหลาดใจ มันไม่ได้คิดมาก่อนว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ ทำให้รู้สึกอับอายเป็นที่สุด
“ฮูม!!” จังหวะที่กำลังหลบการโจมตีของพวกหนูขาว เสียงคำรามของราชาสุนัขทมิฬก็ดังลั่นป่า ทำเอาพื้นดินสั่นสะเทือนไปด้วย ออร่าดำมืดที่แสนบริสุทธิ์ทำให้พวกมารร้ายชะงักไป
พลังนี้ช่างเป็นพลังความมืดที่สูงส่งเสียงจริง พวกมันเคยเห็นพลังเช่นนี้จากจอมมารเท่านั้น แล้วทำไม...ทำไมจึงปรากฏอยู่กับสุนัขประหลาดตนนี้!
เสี่ยวหยินไม่ได้ใจดีขนาดอธิบายความให้พวกมารรู้ มันกางอุ้งเท้าของตนเอง หวังจะเข้าโจมตีระยะประชิดเพื่อตัดมารร้ายออกเป็นสองท่อน!
“อย่า!! การโจมตีทางกายภาพไม่มีผลอะไรกับพวกมาร ท่านสัตว์ขี่เข้าไปเช่นนั้นมีแต่ตกหลุมพรางของพวกมันเท่านั้น!” เอลฟ์หนุ่มที่มองดูการโจมตีตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
สีหน้าของเขาบ่งบอกทุกอย่าง เหมือนต้องการจะบอกว่าการโจมตีนี้...แท้จริงแล้วเป็นการกระทำที่ผิดพลาด!
……………………………