บทที่ 445 กระตุ้นเสือนิ่งให้เคลื่อนไหว (อ่านฟรี 25 พ.ค.69)
บทที่ 445 กระตุ้นเสือนิ่งให้เคลื่อนไหว (อ่านฟรี 25 พ.ค.69)
บทที่ 445 กระตุ้นเสือนิ่งให้เคลื่อนไหว
“ปกติแล้วฉันไม่ค่อยชอบปัญหาพวกนี้ โดยเฉพาะปัญหาการเมือง แต่...นี่ยังมองว่าเป็นโอกาสที่ดีได้นะคะ ฉันจะอาศัยจังหวะนี้เพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับอาณาเขตอื่นๆไปด้วย ถ้าพวกอัศวินพันปีต้องการผลึกเพิ่มพลังชีวิต เช่นนั้นพวกเขาก็น่าจะมีของที่ล้ำค่าพอกันมาแลกเปลี่ยน”
“แล้วก็...พร้อมๆกันนั้น ฉันจะทำให้ท่านอัศวินหงส์ขาวรู้สึกว่าไม่อาจขาดแคลนฉันได้ ถ้าหากอัศวินหงส์ขาวต้องการส่งฉันไปที่อาณาเขตอื่นๆ เช่นนั้นเธอก็จะต้องสูญเสียอย่างหนัก”
ได้ยินเด็กสาวพูดเช่นนั้น จางอู่หยางก็พยักหน้ารับ ปรากฏว่าเด็กสาวและเขามีความคิดตรงกันจริงๆ เมื่อเจอคนที่พูดคุยเข้าใจกันง่ายๆ จางอู่หยางก็รู้สึกว่างานที่แบกมาเบาลงมาก
ในขณะที่พูดกับซูหยวนไม่กี่คำก็เข้าใจทั้งหมด เขากลับต้องเสียเวลาออกคำสั่งเพื่อให้พวกพนักงานในองค์กรรู้ว่าต้องดำเนินการไปในทิศทางไหน แค่สั่งงานก็ปวดหัวแล้ว..... เจ้าพวกนั้นเคลื่อนไหวช้าเป็นเต่า บางครั้งกลับทำเรื่องที่ไม่จำเป็นไปอีก
เฮ้อ...เอาเถอะ เขาก็บริหารจัดการองค์กรนี้มานานแล้ว เข้าใจนิสัยของทุกคนเป็นอย่างดี ถ้าไม่ทำงานภายใต้ความกดดันก็มัวแต่เล่นสนุก แม้ว่าทุกคนจะไม่ทำให้องค์กรเสียหาย แต่ถ้าปล่อยมากไป...องค์กรคงจะเละเทะวุ่นวายแน่
บทสนทนาของจางอู่หยางและซูหยวนยังดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ เดิมทีคิดว่าการพูดคุยนี้น่าจะอบอวลไปด้วยความสุข ทว่า...โดยไม่คาดคิด จู่ๆคนของเขาก็วิ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
มือของเจ้านั่นสั่นเทาด้วยความกลัวและกดดัน ถึงอย่างนั้นก็ยังพูดรายละเอียดทั้งหมดออกมาครบถ้วน ไม่ตะกุกตะกักให้เสียเวลา!
“ประธานเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! คุณหนูจางถูกพวกกลุ่มดวงตามารล่อลวงให้ตกหลุมพราง พวกมันต้องการจับคุณหนูไปเป็นตัวประกัน ตอนนี้ผู้คุ้มกันพยายามช่วยเหลืออยู่”
“แต่นับเวลาทั้งหมดจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบ 5 นาทีแล้ว ไม่รู้ว่าจะยังรับมือไหวไหม พวกมันเปิดใช้งานแทนพลังงานจนทำให้เหมือนเป็นอมตะ กลายเป็นว่าพลังงานไม่มีวันหมด แม้คนของพวกเราจะแข็งแกร่งแต่ก็ทำได้แค่ยื้อเวลาเท่านั้น!”
สิ้นเสียงของอีกฝ่าย จางอู่หยางก็ปล่อยออร่ากดดันออกมาทันที ทำเอาคนในห้องทั้งหมดเกือบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดเพราะรับมือไม่ไหวกับแรงกดดันนี้ คงมีแค่ซูหยวนเท่านั้นที่มีพลังงานมากพอและไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะจางอู่หยางตั้งใจที่จะระวังเธออยู่แล้ว
ทว่าความโกรธที่เขาแสดงออกมานี้ ซูหยวนยังสัมผัสได้ เธอไม่ค่อยได้เห็นเขาโกรธจัดเช่นนี้มาก่อน นึกถึงหญิงสาวที่จางอู่หยางเคยพาไปลงพื้นที่ล่าด้วยตนเองแม้งานจะยุ่งมาก เธอก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้น่าจะดีกว่าคนตระกูลจางคนอื่นๆมาก
เห็นทีว่าพวกกลุ่มดวงตามารจะได้กระตุกให้เสือที่กำลังนั่งมองดูธรรมดาๆ กลายเป็นตื่นขึ้นมาพร้อมกับการกางกรงเล็บเสียแล้ว
“ส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้พวกกองทัพ เตรียมคนในองค์กรให้พร้อม ฉันจะไปเดินเล่นที่ฐานหมายเลข 4 เลข 6 และ 7 ของมันสักหน่อย” เมื่อได้ยินคำพูดของเขา องค์กรนักล่าสกุลจางทั้งหมดก็เคลื่อนไหวทันที
ปกติแล้วข้อมูลของกลุ่มดวงตามารอยู่ในมือขององค์กรนักล่าสกุลจางจำนวนมาก แต่หลายครั้งพวกเขาไม่ได้สนใจจะลงมือเองเพราะพวกมันไม่กล้าแตะต้ององค์กรของพวกเขา ถ้าคิดว่าจะต่างคนต่างอยู่ เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปก่อความวุ่นวายเพิ่ม แค่งานในมือก็มากมายพอแล้ว เรื่องที่พวกกองทัพต้องลงมือเองก็ควรจะเป็นพวกเขา
ทว่าครั้งนี้...พวกกลุ่มดวงตามารเหิมเกริมเกินไปหน่อย ในเมื่อพวกมันอยากจะลองของ...ทำไมไม่จัดให้พวกมันเห็นสักหน่อยล่ะ!
อันซูหยวนเพราะอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เธอที่สนใจเกี่ยวกับแท่นพลังงานอยู่แล้วก็ร่วมอาสาไปด้วยทันที จางอู่หยางไม่ได้ปฏิเสธคำขอของเธอ อย่างไรหญิงสาวก็เป็นสมาชิกในองค์กรอยู่แล้ว
นอกจากนี้...ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ไม่เป็นอะไร เขารู้ว่าตนเองไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเธอ ซูหยวนเป็นคนเก่ง ยิ่งครั้งนี้เป็นการลงมือขององค์กร...ให้พวกสมาชิกในองค์กรได้เห็นว่าผู้หญิงของเขามีความสามารถขนาดไหนก็ดีไม่ใช่หรือ?
จางอู่หยางไม่ต้องไปช่วยหลานสาวด้วยตนเอง ส่งนักล่าระดับสูงไปจัดการปัญหานี้ก็ได้แล้ว อีกอย่าง...ถ้าฐานลับของพวกมันทั้ง 3 แห่งถูกเขาถล่ม เขาไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะไม่เรียกคนกลับไป!
กองทัพและรัฐบาลกลางที่จู่ๆก็ได้รับข้อมูลจากองค์กรนักล่าสกุลจางก็แตกตื่นทันที พวกเขาตามหาข้อมูลมานานมากแต่กลับไม่พบร่องรอย ใครจะไปคิดว่าทันทีที่พวกมันแตะต้องสกุลจาง...ประธานจางคนนั้นก็โยนทะเลเลือดมาถึงมือพวกเขาแล้ว
นี่หมายความว่าอย่างไร? ย่อมต้องหมายความว่าตั้งแต่ก่อนหน้านี้...พวกเขาก็มีข้อมูลที่ล้ำค่าอยู่ในมือแล้ว แต่ไม่ยอมแบ่งปันให้กองทัพก็เท่านั้น!
ถึงจะเจ็บใจ แต่พร้อมกันนั้นก็อับอายด้วย! กองทัพทั้งกองทัพและมีอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามสืบมาเป็นเวลานานกลับไม่พบปัญหา ท้ายที่สุดเพียงองค์กรนักล่าองค์กรเดียว...พวกเขากลับมีข้อมูลในมือถึง 3 แห่ง!! ไม่สิ! จะบอกว่านอกจาก 3 แห่งนี้ พวกเขาอาจจะมีไพ่ในมืออีกมากก็เป็นได้
นี่เป็นแค่การมอบคำเตือนให้พวกกลุ่มดวงตามารเท่านั้น ถ้าพวกนั้นยังกล้าแตะต้องสกุลจางอีก...เช่นนั้นพวกเขาก็คงจะถูกถอนรากถอนโคน!
ตอนนี้กองทัพรู้สึกอยากจะให้พวกกลุ่มดวงตามารจับใครสักคนที่จางอู่หยางต้องการปกป้องไปอีกเยอะๆ เผื่อว่าเจ้าคนเลวคนนี้จะทำลายกลุ่มดวงตามารให้สิ้นซาก! แต่ก็นั่นแหละ...หลังจากเจอการลงมือสั่งสอนครั้งนี้แล้ว พวกกลุ่มดวงตามารคงกลัวจนตัวสั่นไปอีกหลายสิบปี!!
ในกองทัพมีการเรียกประชุมด่วน พวกผู้นำมากมายต่างก็มาเข้าร่วมเพื่อฟังแผนการหลังจากนี้ ซึ่งนอกจากคนของกองทัพแล้ว...ยังมีผู้นำระดับสูงของรัฐบาลกลางด้วย แน่นอนว่าในบรรดาคนเหล่านี้...ย่อมต้องมีสายของกลุ่มดวงตามารอยู่ด้วยแน่
“พวกเราจะต้องไปช่วยพวกมันทำลายกลุ่มดวงตามารด้วยหรอ? ทำไมพวกเราไม่ไปช้าหน่อยแล้วก็...”
“เหอะ! คิดว่าองค์กรนักล่าสกุลจางส่งข้อมูลมาเพื่อให้พวกเราช่วยรึไง!”
เมื่อผู้นำกองทัพคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะเล่นตัวเพื่อให้องค์กรนักล่าสกุลจางเหนื่อยแรงอยู่ฝ่ายเดียวแล้วพวกเขาค่อยมาเก็บกวาดภายหลัง ซึ่งความคิดนี้เป็นความคิดของผู้นำหลายๆคน แต่...ไม่ต้องให้เขาพูดจบ คนมีหัวคิดมากกว่านั้นก็ตวาดออกมาทันที
อันที่จริง...ผู้นำคนนี้ก็คือหนึ่งในสายของกลุ่มดวงตามารด้วย เขาไม่เหมือนกับพวกคนอื่นๆในกองทัพ ตัวเขารู้ดีว่าเจ้าประธานจางคนนั้นส่งข้อมูลนี้ให้กองทัพเพื่ออะไร
มันก็แค่ต้องการบอกให้เขาในฐานะคนมีส่วนร่วมกับกลุ่มดวงตามารรู้ก็เท่านั้นแหละ พูดให้ถูกก็คือ...นี่เป็นการส่งข้อมูลมาเยาะเย้ยต่างหาก!!
จางอู่หยางไม่ได้ขอความช่วยเหลือใดๆ ไม่ได้ถามว่ารัฐบาลจะมีแผนการลงมืออย่างไร ข้อมูลพวกนี้ก็แค่ส่งมาบอกว่าองค์กรนักล่าสกุลจางจะเคลื่อนไหวแล้วนะ และนี่ก็แค่การเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆเพื่อเอาคืนกลุ่มดวงตามารที่กล้ายุ่งกับคนของเขาเท่านั้น
ตอนนี้พวกมันคงเคลื่อนไหวไปแล้ว ในขณะที่กองทัพเพิ่งเรียกประชุม ต่อให้พวกเขาสั่งการเร็วแค่ไหนก็คงไปไม่ทันการเคลื่อนไหวขององค์กรนักล่าสกุลจางอยู่แล้ว
ผู้นำคนโง่ที่คิดจะปล่อยให้องค์กรนักล่าสกุลจางเหนื่อยตามลำพังนั้นก็แค่คนที่สำคัญตนเองผิดไป!
“ตั้งแต่เลือกจะส่งข้อมูลมาให้พวกเรา ก็เหมือนเป็นการบอกว่าฐานลับของกลุ่มดวงตามารทั้ง 3 แห่งจะถูกองค์กรนักล่าสกุลจางทำลายล้างแล้วนั่นแหละ กว่าพวกเราจะเรียกประชุม กว่าจะหาแผนการ กว่าจะทำอะไรสักอย่าง...ตอนนี้พวกองค์กรนักล่าสกุลจางน่าจะไปถึงฐานที่มั่นแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้น...มันจะส่งข้อมูลมาทำไม?”
คนโง่ก็ยังคงเป็นคนโง่ เขาไม่เข้าใจว่าในเมื่อพวกองค์กรนักล่าสกุลจางสามารถล่าเองได้ ทำไมไม่จบเรื่องนี้ด้วยตัวเองไปเสียเลยล่ะ
คนที่อยู่กลุ่มดวงตามารอยากจะควักสมองของอีกฝ่ายมาตรวจสอบจริงๆ เขาเองอยากจะตอบเรื่องนี้แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรออกตัวมากนัก ถึงอย่างนั้นก็มีพวกผู้นำที่ฉลาดอยู่มาก
“เจตนาของประธานจางน่าจะต้องการส่งคำเตือนมากกว่า เขาอาจจะคิดว่าในกองทัพหรือในบรรดาคนของรัฐบาลมีคนของกลุ่มดวงตามารซ่อนตัวอยู่”
“อะไรนะ? มันจะไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยรึ?”
“นั่นน่ะสิ ถ้าพวกมันคิดแบบนั้นจริงๆ แปลว่าพวกมันสงสัยเราหรือ?”
“สงสัยหรือไม่ก็ยังสรุปไม่ได้ บางที...พวกเขาอาจจะมีข้อมูลอยู่ในมือบ้างแล้วก็ได้” ผู้นำคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงนิ่ง
คนผู้นี้เป็นคนที่เชื่อมั่นในจางอู่หยางมาก หลายครั้งที่เขาพยายามชวนจางอู่หยางมาเป็นผู้นำในฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่สนใจจะมาเล่นกับพวกเขา ต้องการทำงานในส่วนตนเองโดยไม่ต้องมาฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น
แม้ว่าเขาเองก็ต้องการบรรยากาศเช่นนั้นและคิดถอนตัวออกจากรัฐบาลกลางหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็พบว่าตัวเองไม่ได้มีความสามารถเหมือนจางอู่หยางที่จะสร้างองค์กรของตนเองโดยให้มีความแข็งแกร่งเช่นนั้นได้ ดังนั้น...ในเมื่อยังต้องพึ่งกำลังทหารหรือรัฐบาลเพื่อจะได้ช่วยเหลือมนุษย์ชาติได้ต่อไป เขาจำเป็นต้องรักษาตำแหน่งผู้นำนี้ไว้
ได้ยินคำพูดของเขาเช่นนี้ หลายคนก็ถอนหายใจออกมา พวกเขาส่วนใหญ่คิดเหมือนกัน แม้จะมีส่วนน้อยที่ไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาอีก
“เอาล่ะ พวกเรามาพูดถึงแผนที่จะดำเนินการกันดีกว่า ตอนนี้ทหารจะต้องเคลื่อนไหวอย่างไร...”
เมื่อการถกเถียงเพียงพอแล้ว ผู้นำคนหนึ่งก็เลยวางทางลงให้ทุกคน เรื่องสำคัญหลังจากนี้ก็คือการออกคำสั่งให้กองทัพ และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบใหญ่ที่จะตามมาหลังจากนี้
ทางกองทัพเพิ่งจะเริ่มการประชุมและวางแผน ทว่ากลุ่มของจางอู่หยางได้ไปยังฐานลับของกลุ่มดวงตามารแล้ว จางอู่หยางนำคนไปแค่ 10 คนกับตนเองเพื่อถล่มฐานหมายเลข 4 ในขณะที่ส่งนักล่าระดับสูงไปที่ฐานเขต 6 และ 7 อีกกลุ่มใหญ่
เขามั่นใจว่าแค่ลำพังตนเองก็สามารถทำลายฐานลับหมายเลข 4 นี้ได้แล้ว แน่นอนว่าจางอู่หยางไม่ปล่อยสาวน้อยของเขาไปกับกลุ่มอื่น แม้จะอยากให้ซูหยวนได้ทดสอบฝีมือ แต่ก็อยู่ต่อหน้าเขาด้วย...
การเดินทางไม่วุ่นวายนัก ซูหยวนไม่คิดเลยว่าพวกนั้นจะสร้างฐานลับเอาไว้ในเขต I ที่เป็นเขตห้องวิจัย ดังนั้นเมื่อกลุ่มของจางอู่หยางมาที่นี่ พวกห้องวิจัยมากมายก็ตื่นตระหนกกันหมดแล้ว
พวกเขาแอบส่งคนมาตรวจสอบสถานการณ์อยู่ไกลๆ จางอู่หยางพาคนเข้าไปในฐานวิจัยแห่งหนึ่งที่บังหน้าว่าเป็นพวกฐานวิจัยการสร้างพลังงานและเทคโนโลยี ทว่ากลับมีชั้นใต้ดินที่ซ่อนแท่นพลังงานขนาดใหญ่อยู่
เมื่อพวกนั้นรู้ว่าจางอู่หยางต้องการมาทำลายฐานของพวกเขาก็รีบร้อนเรียกประชุมเพื่อเตรียมการรับมือ สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แสดงให้เห็นว่าพวกเขารู้ดีว่าประธานจางคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหน
“ใครไปวุ่นวายกับพวกมันกัน เจ้าประธานจางนั่นมาด้วยตนเอง แบบนี้พวกเราไม่รอดแน่!”
“พวกมันจะกล้าหรือ? ก็บอกพวกมันไปเลย ถ้าคิดจะทำลายพวกเรา...อย่างนั้นฐานการทดลองอื่นๆในเขตนี้จะถูกทำลายไปด้วย พวกเราจะทำให้แท่นพลังงานระเบิดออก และเปิดช่องให้พวกสัตว์กลายพันธุ์จากเขต H และเขต J เข้ามายึดครอง ต่อให้พวกมันบ้าดีเดือดขนาดไหนก็ไม่น่าจะกล้าทำอะไร”
“แล้วถ้าพวกมันลงมือล่ะ...”
“จะกลัวอะไร พวกเราก็แค่ฆ่าทุกคนให้ตายไปพร้อมพวกเราเสียเลยสิ อย่าบอกนะว่าแกลืมไปแล้วว่าหน้าที่ของพวกเราก็คือการทำลายล้างมนุษย์ชาติพวกนี้น่ะ! พวกเราแค่ต้องตายแล้วปล่อยให้สิ่งมีชีวิตระดับสูงถือกำเนิดขึ้น ทำลายมนุษย์ชั้นต่ำที่พยายามปิดโอกาสการกลายพันธุ์เพื่อความแข็งแกร่งพวกนี้ บางที...นี้อาจจะเป็นผลดีก็ได้”
คนที่หัวรุนแรงหัวเราะออกมาอย่างสะใจเมื่อคิดว่าถ้าเปิดเดินเครื่องเต็มกำลังแล้วจะเกิดหายนะอะไรบ้าง แน่นอนว่าในกลุ่มนี้...มีทั้งพวกหัวรุนแรงและพวกที่แค่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์ ดังนั้นหลายคนจึงแสดงสีหน้าไม่ยินดีนัก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ถอยหลังกลับไปคงไม่ได้อีก!
ทางด้านหน้าสถานีวิจัย ตัวแทนของฐานวิจัยออกมารับหน้าจางอู่หยาง พยายามเจรจาให้พวกเขาไม่ลงมืออย่างสุดความสามารถ
“พวกคุณองค์กรนักล่าสกุลจางทำไมถึงคิดจะบุกรุกฐานวิจัยของพวกเราอย่างนี้ นี่ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงไม่อาจจะทำได้ โปรดถอยกลับไปด้วย”
“ใช่แล้ว พวกคุณกำลังขัดขวางการวิจัยเพื่อมนุษย์ชาติของพวกเรา ทำแบบนี้มีเจตนาอะไรกันแน่”
“พวกคุณใส่ร้ายว่าพวกเราเป็นกลุ่มดวงตามารได้อย่างไร ที่ผ่านมาพวกเราผลิตของที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติมากมายแล้ว ถ้าพวกเราเป็นคนของกลุ่มดวงตามารจริงๆจะทำเช่นนั้นทำไม”
“ใช่ ถูกต้องแล้ว นี่เป็นความเข้าใจผิดเท่านั้น ขอให้ประธานจางพิจารณาด้วย”
……………………………