LNCrawler

บทที่ 453 โอกาสแก้แค้น (อ่านฟรี 2 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 453 โอกาสแก้แค้น (อ่านฟรี 2 มิ.ย. 69)

บทที่ 453 โอกาสแก้แค้น

 

ผู้เล่นทั้งหลายไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดี พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่ร่วมมือกัน พยายามขวางไม่ให้อันซูหยวนผู้ร่ำรวยคนนั้นคว้าอันดับหนึ่งก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้คิดมากอะไรนัก ก็แค่รู้สึกว่ามันน่าตลกเท่านั้น ทางซูหยวนหลังจากที่ได้รับรางวัลมาอย่างงงๆ ดูผิวเผินแล้วเหมือนเธอตั้งใจที่จะทำเช่นนี้ ทว่าความจริง...ข้อความสุดท้ายของระบบก็แค่ชี้แนะเท่านั้น ขนาดซูหยวนยังไม่คิดเลยว่าจะมาเป็นเงื่อนไขพิเศษในการเอาชนะการแข่งขันได้

            

แต่ก็นั่นแหละ การได้รางวัลที่ 1 แถมยังได้รับสูตรการผลิตสารกำจัดวัชพืชระดับสูงมาครอบครองไม่ใช่เรื่องไม่ดี ดังนั้นตอนนี้เธอจึงให้หนูทองลายขาวพยายามเร่งการผลิตสารกำจัดวัชพืชระดับสูงออกมา เผื่อว่าในอนาคตจะได้ใช้งานมันได้

            

งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกราฉันท์ใด เทศกาลราชาแห่งฟาร์มก็สิ้นสุดลงได้ฉันท์นั้น ซูหยวนรู้สึกสนุกไปกับกิจกรรมที่ผ่านมาจริงๆ ทว่า...ชีวิตจริงของเธอก็ยังน่าสนุกกว่า 

            

หลังจากครั้งก่อนที่เธอได้แสดงฝีมือการใช้ธนูระดับสูงให้ผู้คนมากมายได้เห็น ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปรอบๆ จนกระทั่งอาจารย์เติ้งได้ยินว่านักเรียนคนโปรดของตนเองสามารถปลุกจิตวิญญาณแห่งธนูขึ้นมาได้แล้ว เมื่อซูหยวนกลับเข้าไปในสถาบัน เขาก็ได้ให้นักเรียนรุ่นน้องคนหนึ่งมาตามไปพบ

 

“สวัสดีค่ะอาจารย์” 

 

ซูหยวนมองดูอาจารย์เติ้งที่เวลานี้ดูสดใสกว่าเมื่อก่อนมากๆ เธอได้ยินข่าวลือว่าเขาใกล้จะได้แต่งงานในเร็วๆนี้แล้ว ช่างเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ แต่ก็น่ายินดีไปพร้อมๆกัน เพราะคนที่จะแต่งงานกับเขาไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นรุ่นพี่หวังของเธอนั่นเอง สุดท้าย...คนมีความรักมักจะดูมีความสุข เรื่องนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย

 

“มาแล้วหรือ? ได้ยินว่าเธอปลุกจิตวิญญาณธนูได้แล้ว...” อาจารย์เติ้งเข้าประเด็นทันที ในขณะที่มือของเขาก็ยังคงถือเอกสารราชการอยู่หนึ่งฉบับด้วย

 

“ใช่ค่ะอาจารย์” ซูหยวนไม่ปิดบัง หรือต่อให้อยากปิดบังก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ 

 

“อืม ดี อาจารย์อยากจะเห็นพลังของเธอด้วยตาตัวเอง ถ้าใน 2-3 วันนี้ไม่ได้มีธุระอะไร อยากจะไปทำภารกิจด้วยกันหน่อยไหม” อาจารย์เติ้งถามขึ้นมาอย่างนั้น ซูหยวนก็ชะงักไปเล็กน้อย

            

ถึงเธอจะไม่ได้มีธุระเร่งด่วนอะไร แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันของชั้นปีที่ 3 อยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเพื่อนๆของเธอทำคะแนนกันเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แม้ว่าซูหยวนจะเริ่มต้นให้อยู่ในระดับสูง ถึงอย่างนั้นก็กลัวว่าสถาบันอื่นๆจะหาโอกาสเล่นงานพวกเขาจนเจ็บตัวน่ะสิ

            

อีกอย่าง คนที่บ้านก็ได้ส่งข่าวมาบอกเช่นกันว่าตอนนี้น้องชายของเธอกำลังจะอายุครบ 1 เดือนแล้ว ก่อนหน้านี้ซูหยวนยังไม่ได้ไปดูหน้าเด็กน้อยของเธอเลย พวกหนูทองลายขาวดูแลปกป้องอยู่ไม่ไกล แถมเธอก็ยังส่งน้ำบริสุทธิ์ไปให้ที่บ้านอย่างต่อเนื่องจนแม่ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างนั้น...การได้พบหน้าสมาชิกใหม่ด้วยตัวเองก็น่าจะดีกว่า

            

ราวกับรับรู้ว่าซูหยวนกำลังลังเลใจ อาจารย์เติ้งจึงได้พูดขึ้นมาอีกคำ

 

“ได้ยินว่าที่บ้านมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกคนใช่ไหม ถ้ายอมรับภารกิจนี้...อาจารย์จะยื่นส่งคำขออนุมัติเข้ามาอยู่เขตชั้นในให้กับครอบครัวอัน สนใจหรือเปล่า”

            

เมื่อได้ยินคำพูดของคนเป็นอาจารย์ ซูหยวนก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อจริงๆ เธอไม่คิดว่าอาจารย์จะใจกว้างขนาดนี้ ไม่สิ! ภารกิจนี้ที่อาจารย์ให้เธอไปร่วมด้วย บางทีน่าจะเป็นภารกิจที่รับมือเพื่อเธอโดยตรง 

            

เขาคงอยากจะให้เธอได้ขยับขยายครอบครัวของตนเอง เปลี่ยนจากสมาชิกจากเขตชั้นกลางเป็นเขตชั้นใน ก่อนหน้านี้มีแค่เธอและครอบครัวเท่านั้น ต่อให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น พ่อแม่ของเธอก็น่าจะอยู่ได้อย่างสบายใจแล้ว ทว่า...หลังจากมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกคน นี่แหละจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อไป

            

ถ้าเด็กน้อยเกิดมาในครอบครัวเขตชั้นกลาง ยามเข้าศึกษาในสถาบันก็จะได้รับการต้อนรับอีกแบบ หากมีอันซูหยวนอยู่ด้วย เชื่อว่าเพื่อนนักเรียนคงไม่คิดมากอะไร ถึงอย่างไรก็มีพี่สาวเป็นถึงคนสำคัญของมนุษย์ชาติ ทว่า...ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับซูหยวน แม้ว่าอาจารย์เติ้งจะไม่ต้องการให้มีปัญหา แต่เขาก็ได้ยินเรื่องสำคัญมาแล้ว ไม่ใช่ว่าอันซูหยวนกลายเป็นคนสำคัญของดินแดนแห่งนั้นแล้วหรอกหรือ?

            

ที่ดินแดนแห่งนั้น การแก่งแย่งชิงดีกันคงไม่น้อย หรืออาจจะรุนแรงยิ่งกว่าในเขตของพวกตนอีก แต่ก็ไม่สามารถบอกให้ซูหยวนไม่ไปที่นั่นได้ใช่ไหม? ดังนั้น...มันคงจะดีกว่าถ้าเตรียมความพร้อมให้กับผู้เสียสละของมนุษย์ อย่างน้อยๆครอบครัวของเธอ...ถ้าได้เข้ามาอยู่เขตชั้นในก็จะปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น

            

อีกอย่าง ความสามารถของซูหยวนรวมถึงผลงานของเธอก็เป็นที่ประจักษ์แล้ว ทหารระดับสูงที่รู้เรื่องการมีอยู่ของ “ดินแดนลับ” แห่งนั้น ล้วนยอมรับให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของบุคคลสำคัญของมนุษย์ชาติแล้ว ทว่าจะให้เธอเข้ามาอยู่เขตชั้นในหรือเลื่อนตำแหน่ง ยังต้องแสดงผลงานที่ประจักษ์ออกมาให้เห็นก่อน

            

ประจักษ์ในที่นี้ไม่ใช่ประจักษ์แค่ความสามารถหรือผลงานเหมือนที่เคยทำ แต่ต้องเป็นผลงานประจักษ์ที่คนทั่วไปสามารถรับรู้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดข้อครหาแน่นอน

            

เนื่องจากเรื่องดินแดนแห่งนั้นเป็นความลับ มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าถึงข้อมูล ถ้าจู่ๆเลื่อนตำแหน่งให้เธอโดยไม่มีเหตุผล ยกระดับครอบครัวของเธอขึ้นมา ตระกูลใหญ่ที่ไม่รับรู้การมีอยู่ของดินแดนลับนั้นจะเคลื่อนไหวจนเกิดปัญหาแน่นอน

            

อาจารย์เติ้งตั้งใจที่จะรับภารกิจนี้มาจริงๆ มันเป็นภารกิจที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าร่วมมือกับอันซูหยวน...เขาก็เชื่อว่านักเรียนของเขาน่าจะทำมันได้!

            

ซูหยวนเข้าใจเจตนาดีของอาจารย์ทั้งหมด อีกอย่าง...นี่ก็น่าจะเป็นของขวัญให้น้องชายที่เพิ่งลืมตามาดูโลกด้วย หลังจากที่เขาเกิดมา เธอจะทำให้เขากลายเป็นคนของเขตชั้นใน ไม่ต้องเดือดร้อนเหมือนกับที่ครอบครัวเธอเคยเผชิญหน้า โอกาสดีๆจะกลายเป็นของเขาในอนาคต

            

นี่คงเป็นการตอบแทนพระคุณของพ่อแม่เจ้าของร่างเดิม และขอบคุณอันซูหยวนคนเดิมที่ทำให้เธอได้เข้ามาอาศัยในร่างของอีกฝ่ายได้

 

“อาจารย์ ฉันจะไปทำภารกิจด้วยค่ะ”

 

“ดี ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งข้อมูลภารกิจไปให้อ่านก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เตรียมตัวมาให้พร้อม ถ้าแผนการสำเร็จก็น่าจะกลับมาภายใน 3-4 วัน แต่ถ้าไม่...พวกเราอาจจะถูกจับ หรืออาจจะไม่ได้กลับมา..” อาจารย์เติ้งกล่าวเป็นนัยๆ ภารกิจนี้ไม่ใช่จะมีแค่ผลประโยชน์เท่านั้น แต่ความเสี่ยงที่จะได้รับก็สูงไม่น้อยเช่นกัน

 

ซูหยวนได้รับรายละเอียดภารกิจอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอเปิดอ่านรายละเอียดภารกิจครั้งแรก ดวงตาของซูหยวนก็มีประกายบางอย่างวาบผ่าน

 

เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาจารย์เติ้งจะยังรับภารกิจนี้มาให้เธออีกครั้ง รวมทั้งตัวเขาเองก็ยังเข้าร่วมด้วย แน่นอนว่านั่นรวมถึงรุ่นพี่หวังเป่าเป้ยที่เคยร่วมทุกข์กันมาก่อน เหอ เหอ เหอ ช่างเป็นอาจารย์ที่...น่าทึ่งจริงๆ

 

เธอไม่รู้หรอกว่าเขาตั้งใจที่จะแก้แค้นเหมือนเธอหรือเปล่า แต่ซูหยวนเคยสัญญากับตนเองเอาไว้แล้ว ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์นี้ เธอจะกลับไปเอาคืนมันอย่างแน่นอน!

            

ยังคงเป็นภารกิจสร้างสะพานที่เขต K เหมือนเดิม พวกเขาต้องการจะผ่านหนองน้ำของพวกจระเข้หนามไปให้ได้ แต่เดิมแล้วภารกิจนี้ก็ถือเป็นภารกิจระดับสูง แค่ต้องรับมือกับจระเข้หนามก็ยุ่งยากพอแล้ว ครั้งนี้พวกเขายังระบุเอาไว้ว่าเป็นระดับสูงกว่าเดิม เนื่องจากฝูงตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้ตั้งรกรากของมันที่บริเวณนั้นแล้ว หรือก็คือ...ข้างหน้าเป็นพวกจระเข้หนาม ในขณะที่ด้านหลังก็เป็นราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์นั่นเอง

            

ครั้งก่อนซูหยวนจำได้ว่าเกือบจะแย่กันหมด แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นแล้ว ราชินีตั๊กแตนนั้นก็น่าสนใจ แต่ไม่รู้ว่ามันจะเก่งเท่ากับราชินีผึ้งน้อยของเธอหรือเปล่า

            

ซูหยวนกลับเข้าไปในมิติฟาร์มของตนเองทันทีเมื่อถึงห้องพัก เธอเข้าไปหาราชินีผึ้งที่กำลังพักผ่อนอยู่ในรัง อีกฝ่ายเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบออกมานอกรังผึ้งของตนเองมากนัก เว้นเสียแต่ว่าออกมาช่วยดูรังไหมที่เจ้าหนอนผีเสื้อกำลังจะเติบโต ซูหยวนขอให้มันช่วยดูแลหนอนผีเสื้อตัวนี้จนกว่าจะเติบโตก่อน ดังนั้นมันจึงถือเป็นความรับผิดชอบของตนเอง

            

สำหรับเธอและราชินีผึ้ง ความรู้สึกเหมือนเพื่อนที่เชื่อใจกันได้ อาจจะเป็นเพราะเจ้าราชินีผึ้งเคยอยู่ในฟาร์มของผู้เล่นหนุ่มคนนั้นมาก่อน ทั้งยังเป็นของสำคัญเพียงอย่างเดียวในฟาร์มนั้น มันจึงได้รับการปลูกฝังจนเหมือนกับเป็น “ราชินี” จริงๆ แต่ก็นั่นแหละ...สำหรับมันแล้ว ตัวมันก็แค่ราชินีตกอับ เมื่อซูหยวนเข้ามาช่วยเหลือ พามันหนีจากฟาร์มรกร้างนั้นมาอยู่ในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ราชินีผึ้งจึงรู้สึกขอบคุณอันซูหยวนมาก

            

น่าเสียดายที่ความเคารพของมันไม่เหมือนกับพวกหนูขาว ไก่ลาวา สุนัขปีศาจ หรืออื่นๆ เพราะมันเคยมีเจ้านายมาก่อน ไม่เหมือนกับสัตว์ตัวอื่นๆในฟาร์มที่เจอเพียงซูหยวนเท่านั้น การตั้งค่านี้จะโทษราชินีผึ้งน้อยก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ทว่า...ราชินีผึ้งน้อยที่มีความสามารถในการปฏิเสธคำสั่งของซูหยวนนี้ก็ทำให้เธอไม่ค่อยสนใจอีกฝ่ายมากนัก

            

ราชินีผึ้งน้อยนี้จะมีอาณาเขตอยู่ในรังผึ้งของมันชัดเจน ซูหยวนบังคับมันออกมาก็ไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะแตกหักหรือลงโทษมันไปตามกฎของเจ้าของฟาร์ม ดังนั้นตอนที่ฝากฝังหน้าที่ดูแลหนอนผีเสื้อจึงต้องถามความเห็นมันก่อน

            

ในขณะที่ ถ้ามันต้องการจะออกมารวบรวมน้ำหวานจากสวนผึ้งหรือบริเวณอื่นๆ มันก็จะต้องขออนุญาตผู้ดูแลอย่างหนูทองลายขาวเช่นกัน โดยจะใช้น้ำผึ้งของพวกมันเอามาแลกกับช่วงเวลาในการรวบรวมเสบียง จากนั้นก็พากันกลับเข้าไปในรังผึ้งต่อ ดังนั้นเวลานี้...ถ้าซูหยวนต้องการความร่วมมือจากมันในการช่วยสนับสนุนโจมตีราชินีตั๊กแตน เธอก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับมันด้วย

            

ซูหยวนให้หนูทองลายขาวไปเรียกราชินีผึ้งน้อยมาพูดคุยกัน ข้างกายของเธอมีจิตวิญญาณต้นไม้โลกที่นับถือเธอเป็นดั่งเทพเจ้าของมัน คอยติดตามอยู่ไม่ไกล ส่งผลให้เธอรู้สึกเหมือนกับได้รับพลังงานธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา

            

ไม่นาน ราชินีผึ้งน้อยก็ปรากฏตัวขึ้น ข้างกายของมันมีผึ้งทหารอีก 4 ตน และผึ้งงานที่ติดตามมาอีก 5 ตน โดยผึ้งงานทั้งหมดยังถือโถน้ำผึ้งขนาดเล็กติดมือมาด้วย

 

“ขอแสดงความยินดีกับราชาฟาร์มที่ได้รับรางวัลมากมายในเทศกาลที่ผ่านมา” ราชินีผึ้งทำความเคารพเธอ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ผึ้งงานนำน้ำผึ้งที่นำติดมาไปมอบให้

            

ซูหยวนพยักหน้ารับแล้วก็ให้พวกมันวางเอาไว้ตรงหน้า การกระทำของราชินีผึ้งน้อยนี้ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของอาณาจักรเล็กๆแห่งหนึ่งที่นำของมาเป็นเครื่องบรรณาการ โดยมองเธอเป็นเจ้าของอาณาเขตที่ดินทั้งหมด ช่างเป็น...ความสัมพันธ์ที่หรูหราแต่ก็ห่างเหินเสียจริง

 

“ขอบใจมาก ฉันมาวันนี้ก็เพราะอยากจะขอให้เธอร่วมมือ ช่วยฉันทำงานอย่างหนึ่ง”

 

“ช่วยทำงานหรือ?”

 

“ใช่ แต่ก็เหมือนเดิม ฉันจะให้รางวัลเป็น “น้ำตาเทพ 1 หยด” ถ้าสนใจล่ะก็...” ซูหยวนไม่จำเป็นต้องพูดจนจบ เมื่อราชินีผึ้งน้อยได้ยินคำว่า “น้ำตาเทพ” มันก็รีบตอบรับทันที

 

“ร่วมมือแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจอะไรข้าก็จะทำอย่างสุดความสามารถ!” ก่อนหน้านี้ มันได้เห็นแล้วว่าจิตวิญญาณต้นไม้โลก หรือแม้แต่พวกสัตว์ผู้รับใช้ของเจ้าของฟาร์มได้กินดีอยู่ดีอย่างไรบ้าง ตัวมันเองถ้าเลือกได้ก็อยากจะติดตามเจ้านายคนนี้เหมือนกัน แต่...สถานะของมันช่างต่างออกไป

            

ก็เหมือนกับถูกยึดเป็นเมืองขึ้นหลังจากที่เจ้านายคนก่อนของมันพ่ายแพ้สงคราม ตัวมันถูกพามาที่นี่และทำได้แค่เป็นเชลยศึกเท่านั้น กว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนวิเศษนี้น่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน นี่เป็นความคิดของราชินีผึ้งน้อยที่ซูหยวนก็ไม่ได้รับรู้มาก่อน แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อไม่ได้พูดกันออกมา สถานการณ์ก็เป็นไปได้แค่เท่านี้

            

ส่วนราชินีผึ้งน้อยก็ยังมีสิทธิเลือกที่จะช่วยงาน หรือเลือกที่จะถูกลงโทษ ไม่เหมือนกับสัตว์ติดตามอื่นๆของซูหยวนที่จะไม่ปฏิเสธคำของเธอ

 

“ดี แต่ภารกิจที่จะให้ทำนั้นค่อนข้างยากไม่น้อย ฉันหวังว่าเธอจะวางแผนรับมืออย่างรอบคอบ ความต้องการของฉันก็คือ...อยากจะจับราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์มาที่ฟาร์ม ทำให้มันเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ ดังนั้น...นอกจากพวกเธอจะต้องป้องกันตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากนักแล้ว ก็ยังต้องไม่ลงมือรุนแรงเกินไปจนเหยื่อของฉันตายด้วย”

            

ซูหยวนอธิบายสถานการณ์คร่าวๆให้ราชินีผึ้งน้อยเข้าใจ แม้ว่ามันจะมีความกดดันไม่น้อย แต่ถ้าวางแผนให้ดีก็น่าจะทำได้ ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์นั้นเป็นสัตว์ร้ายระดับสูง ปกติแล้วถ้าต้องต่อสู้กันจริงๆ ใช้พิษของมันก็น่าจะจัดการได้ ถึงอย่างนั้น...มันก็หมายความว่าจะต้องทิ้งหนึ่งชีวิตของผึ้งทหารไปด้วย

            

พวกมันมีพิษร้ายแรงก็จริง แต่พิษร้ายแรงที่ว่านั่นก็แลกมากับชีวิตของทหารที่ซื่อสัตย์ ดังนั้นราชินีผึ้งน้อยจะไม่ใช้มันอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า

 

“ฉันมีทรัพยากรให้ใช้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะให้เอาชีวิตไปทิ้งกัน แล้วก็...พิษของพวกเธอรุนแรงเกินไปด้วย ฉันจะเอายาสลบอย่างแรงไปให้ใช้แทนก็แล้วกัน แต่ปัญหาก็คือ...พวกเธอจะต้องเข้าไปในจัดการในระยะประชิด สิ่งนี้นี่แหละคือปัญหา” 

 

………………………………….