บทที่ 454 วิธีแก้ปัญหาโดยง่าย (อ่านฟรี 3 มิ.ย. 69)
บทที่ 454 วิธีแก้ปัญหาโดยง่าย (อ่านฟรี 3 มิ.ย. 69)
บทที่ 454 วิธีแก้ปัญหาโดยง่าย
อันที่จริง สำหรับภารกิจครั้งนี้ ซูหยวนสามารถให้พวกหนูทองลายขาวไปจัดการก็ได้ แต่เธอรู้ดีว่าพวกหนูทองลายขาวนั้นมีความเสียเปรียบจากพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์อยู่เล็กๆน้อยๆทางด้านกายภาพ
โดยพวกหนูทองลายขาวที่ไม่สามารถเข้าประชิดตัวพวกตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์ได้ เพราะพวกมันเคลื่อนไหวอยู่บนท้องฟ้า ถึงเเม้พวกหนูทองลายขาวจะมีความสามารถในการโจมตี เเต่ถ้าต้องการจับตัวพวกมัน อาจจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ไม่เเน่ว่าอาจจะเกิดความสูญเสียด้วยก็ได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับหนูทองลายขาวที่จงรักภักดี สู้ให้ผู้อยู่อาศัยอย่างพวกผึ้งน้อยลงมือเเทนไม่ดีกว่าหรือ? หากต้องสูญเสียฝ่ายไหนไป พวกที่แค่มาอาศัยก็ต้องดีกว่าอยู่เเล้ว
ราชินีผึ้งไม่ได้คิดนานเกินไป เงื่อนไขนี้เป็นฝั่งพวกตนที่ได้ประโยชน์ด้วยซ้ำ มีภารกิจไหนที่ไม่เสี่ยงอันตรายบ้าง นั่นคงจะภารกิจที่มาถึงพวกตนหรอก อีกอย่าง…เจ้าของฟาร์มก็ยังใจดี มอบทรัพยากรให้ได้ใช้ ไม่ได้ต้องการจะส่งพวกตนไปตายอย่างเดียว งานเช่นนี้ย่อมรับได้ ไม่เสียเปรียบนัก
เมื่อตกลงกันเเล้วเสร็จ ซูหยวนก็ต้องเตรียมซื้อยาระดับสูงมาไว้จำนวนมาก เเน่นอนว่าร้านขายยาช่วงนี้รวมหันกันไม่ขายของให้เธอ ดังนั้นซูหยวนสามารถซื้อของผ่านองค์กรได้เท่านั้น ดีที่องค์กรนักล่าสกุลจางมีเเทบทุกอย่าง สิ่งไหนตลาดไม่มี พวกเขาก็มีมาขาย ดังนั้นยาสลบพวกนี้จึงซื้อมาไว้ได้จำนวนมาก เเต่ก็ทำให้ประธานจางรู้การเคลื่อนไหวของเธอด้วยเช่นกัน
เพราะซูหยวนไม่ได้เข้าพบเจ้าตัวโดยตรง ต่อให้จางอู่หยางจะเป็นห่วงมากแค่ไหน ก็ทำได้เเค่ส่งความห่วงใยผ่านของใช้ที่จำเป็นให้เธอเท่านั้น เมื่อรู้ว่าซูหยวนจะไปทำภารกิจพิเศษ ต่อสู้กับพวกราชินีตั๊กเเตนกลายพันธุ์และจระเข้หนามอีกครั้ง เขาก็ส่ง “มีดธาตุน้ำ” ให้เธอไป 1 คู่ โดยมีดธาตุน้ำนี้เป็นของเเพงเเน่นอน มันเป็นของที่พวกเขาเเอบซื้อจากดินเเดนศักดิ์สิทธิ์กลับมาได้
พวกจระเข้หนามกลายพันธุ์หรือตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ พวกนี้เป็นสายพันธุ์ธาตุน้ำ ทำให้มีพลังป้องกันธาตุตรงกันข้ามอยู่มาก เเต่ปกติเเล้ว…ผู้คนมากมายคิดว่าการใช้ธาตุที่เป็นอริกันจะทำให้มีโอกาสโจมตีได้มากกว่า ทว่า…สำหรับซูหยวน เธอไม่ใช่สายโจมตีระยะประชิดอยู่เเล้ว...
อ่า…จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก ถ้าพูดถึงการใช้หอกของเธอก็เป็นการโจมตีระยะประชิดเช่นกัน เเค่ภารกิจนี้…เป็นภารกิจสำหรับนักธนู เขาไม่มั่นใจว่าซูหยวนจะสะพายหอกของเธอไปด้วยหรือไม่ ถ้าไม่สะดวกสำหรับการเคลื่อนไหว มีดสั้นเล็กๆ 2 เล่มนี้ก็ถือว่าเหมาะสมมากกว่า
อีกอย่าง…ถ้าต้องถึงกับใช้การโจมตีระยะประชิด อย่างนั้นก็ใช้มีดพลังธาตุน้ำที่เข้ากับพวกมันได้จนทำให้พวกมันไม่ทันได้สังเกตดีกว่า ซูหยวนของเขามีค่าพลังงานสูงมาก ถ้าเทียบกันในเรื่องนี้ เธอเอาชนะได้เเน่นอน
ทางซูหยวนก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจนี้ เธอรู้ดีว่าประธานจางกำลังเป็นห่วงตนเอง มีดทั้งสองจึงพกติดตัวไว้ตลอด เมื่อคนของจางอู่หยางไปรายงาน ก็พบว่าสีหน้าของประธานพวกเขาดูมีความสุขเสียเหลือเกิน….
เช้าวันต่อมา ซูหยวนก็ไปถึงพร้อมกับอาจารย์เติ้งเเละรุ่นพี่หวัง ที่นั่นมีคนมากมายรออยู่ก่อนแล้ว หลายคนหน้าคุ้นเคยมาก ทันทีที่พวกเขาเห็นเธอเข้ามา ล้วนเเต่เเสดงสีหน้าตื่นเต้นกันทั้งนั้น
เรื่องที่เธอเคยเป็นผู้ช่วยชีวิตทหารในภารกิจนี้ ในตอนที่เป็นนักเรียนใหม่ของสถาบัน ช่างเป็นเรื่องใหญ่โตเสียจริง ถึงตอนนี้เธอจะโตขึ้นมาอีกเล็กน้อย เเต่สำหรับอัจฉริยะเเล้ว การเติบโตเล็กน้อยนี้แหละคือการก้าวกระโดดครั้งใหญ่
ทุกคนที่รู้จักเธอ มักจะอ่านข่าวเกี่ยวกับซูหยวนอยู่แล้ว พวกเขาได้เห็นว่าเธอแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน ภารกิจนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทุกคนก็คาดหวังเอาไว้เช่นกันว่าจะได้เจอกับเธอ
พวกเขาอยากเห็นว่าตอนนี้ อันซูหยวนได้พัฒนาตัวเองไปถึงระดับไหนเเล้ว!
“รุ่นน้อง ดูเหมือนทุกคนจะดีใจที่เห็นเธอนะ” หวังเป่าเป้ยคลี่ยิ้มเล็กน้อย เธอไม่ได้เจอรุ่นน้องมานานเเล้ว ยังคิดว่าซูหยวนอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง ทว่าความจริงได้เเสดงให้เห็นแล้วว่าเธอก็ยังเป็นรุ่นน้องที่ซื่อตรงคนเดิม
อายุที่มากขึ้นของเธอ ไม่ได้เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นหญิงสาวเจ้าเล่ห์ หรือใช้มารยาเหมือนพวกผู้หญิงที่อยู่ในเขตชั้นในเลย เป็นแบบนี้แล้วหญิงสาวก็รู้สึกประทับใจมาก
หวังเป่าเป้ยทันทีที่เรียนจบก็ออกไปทำงาน การที่เธอมีทักษะในการใช้ธนูระดับสูง จึงทำให้สามารถรับงานดีๆได้อย่างรวดเร็ว
ตระกูลใหญ่ติดต่อจ้างเธอไปเป็นครูสอนเด็กๆขั้นเริ่มต้น เเม้ว่าพวกเด็กๆจะยังไม่มีพลังงาน แต่ท่าทางรวมถึงพื้นฐานการใช้ธนูก็ยังเริ่มสอนได้เเล้ว
ตอนนั้น…อาจารย์เติ้งเตือนเธอเกี่ยวกับการสอนนักเรียนตระกูลใหญ่เเล้ว เขาไม่ได้ห้ามเพราะคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี นักเรียนหวังน่าจะได้เปิดโลกใหม่ให้ตัวเอง เเล้วใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น
เเล้วก็เป็นอย่างที่อาจารย์คาดการณ์ไว้จริงๆ นักเรียนพิเศษของเธอมีนิสัยที่น่ารักและไม่น่ารักต่างกันออกไป เด็กดีตั้งใจเรียนก็มีมาก เด็กตั้งใจเรียนเเต่ไม่ดีก็มาก หนักสุดคือเด็กไม่ดีเเถมไม่ตั้งใจเรียน กลุ่มคนพวกนี้เเหละคือพวกที่สร้างปัญหาให้มากที่สุดแล้ว บางคนก่อปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาปวดหัวอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ปวดใจ ทว่า…บางคนกลับก่อปัญหาที่ทำให้เธอถึงกับถูกทหารสอบสวนมาเเล้ว
เคยมีเด็กสาวคนหนึ่งที่เธอสอน อีกฝ่ายทำเหมือนตั้งใจเรียน เเต่ความจริงเเล้วเพียงเเค่ต้องการไล่ตามเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามาเท่านั้น พอผลลัพธ์ของการเรียนรู้ออกมาเเย่ กลับไปฟ้องที่ตระกูลว่าหวังเป่าเป้ยสอนไม่ดี ผู้ปกครองของเด็กสาวก็มาด่าทอเธอ เเละเธอก็พูดความจริงออกไปตามลักษณะนิสัยปกติ เพียงเเต่...เด็กสาวคนนั้นรู้สึกอับอายอย่างมาก เธอจึงใช้วิธีการเล่นงานหวังเป่าเป้ยด้วยการทำร้ายตัวเอง เเล้วใส่ความว่าเป็นหวังเป่าเป้ยที่ลงมือเพราะความอิจฉา
สิ่งนี้เองที่ทำให้หวังเป่าเป้ยถูกหน่วยตรวจสอบเข้ามาจัดการ โชคดีที่มีนักเรียนเป็นพยานหลายคน เธอจึงสามารถรอดพ้นมาได้ เเต่หลังจากนั้นก็เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เดือดร้อนจนต้องให้อาจารย์เติ้งออกหน้าให้ เรื่องถึงได้จบลง
ทว่า...ประสบการณ์เลวร้ายพวกนั้นได้เปลี่ยนมุมมองของหวังเป่าเป้ยไปบ้าง ตรงตามที่อาจารย์เติ้งคาดหวัง ในที่สุดหวังเป่าเป้ยก็เติบโตมากขึ้น เเละรู้จักระมัดระวังตนเองจากผู้คน
อย่างน้อยๆ...ก็ไม้ได้เเค่ใช้ความเงียบของตนเองในการหนีปัญหาอีก การที่เธอพยายามเก็บหลักฐานทั้งหมดเวลาทำงาน หรือระวังไม่ให้คนอื่นหาโอกาสในการโจมตีได้อีก นี่ถือเป็นข้อดีใหม่ๆของเธอ เเต่ก็นั่นแหละ...ไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเจออันซูหยวนอีกครั้ง หวังเป่าเป้ยก็จะระวังตัวต่ออีกฝ่าย หลังจากเห็นว่าอันซูหยวนยังเป็นรุ่นน้องคนเดิม เธอจึงผ่อนคลายมาก
"ได้ยินว่ารุ่นพี่กับอาจารย์กำลังจะมีข่าวดี ขอเเสดงความยินดีด้วยนะคะ"
"อ้อ อ่า...ขอบใจมาก"
หวังเป่าเป้ยเห็นสายตาของรุ่นน้องก็รู้สึกเขินอายมาก เธอเเอบมองอาจารย์เติ้งที่ตนเองหลงรักมาหลายปี ท่าทางเช่นนั้นยังคงเหมือนเดิม สายตาของเธอมีเเค่อาจารย์เติ้งเท่านั้น เเละโชคดีที่อาจารย์เติ้งมีความรู้สึกตรงกัน
อย่างน้อยๆ...ตอนนี้พวกเขาที่ไม่ได้เป็นอาจารย์เเละลูกศิษย์กันก็ได้มีสัญญาหมั้นหมายกันเเล้ว ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับรุ่นพี่เเละอาจารย์ของตนเองที่จะได้มีความสุขในเรื่องความรักเสียที
"เเต่ภารกิจวันนี้...เเม้ว่าอาจารย์กับรุ่นพี่กำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกันเเล้ว เเต่อย่าคิดว่าจะทิ้งฉันในฐานะรุ่นน้องเเละนักเรียนได้นะคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำลายงานเเต่งของพวกคุณเเน่" ซูหยวนกอดอก ท่าทางเหมือนต้องการเอาเรื่อง เเต่ทุกคนกลับรู้ดีว่านี่เป็นการหยอกล้อหน้าตายของอันซูหยวนเท่านั้น
ถ้าพูดถึงเรื่องการที่ใครจะต้องเข้ามาช่วยใครสักคน คิดว่าเป็นเธอเเละอาจารย์งั้นหรือที่จะต้องเข้าไปช่วยซูหยวนน่ะ? มันคงจะดีที่สุดถ้าครั้งนี้พวกเขาไม่ต้องรอให้รุ่นน้องมาช่วยเหลือตนเองอีก...ถ้ากลับไปเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ หวังเป่าเป้ยสัญญาเลยว่าจะเลิกเป็นนักธนูอีกตลอดไป!
ครั้งนี้เธอเตรียมพร้อมมาอย่างดีเช่นกัน ยารักษาต่างๆล้วนพกมาเป็นของระดับสูงทั้งสิ้น ถ้ามีใครเจออันตรายอีก เธอนี่แหละที่จะกระโจนเข้าไปช่วย ไม่ใช่เอาเเต่หนีอีก!
"รุ่นน้องอย่าล้อเล่นเลย ใครจะกล้าทิ้งเธอกัน" หวังเป่าเป้ยตอบกลับ อาจารย์เติ้งที่ฟังบทสนทนาของสองสาวสักพักก็รู้สึกว่าเพียงพอแล้ว หลังจากนี้จะต้องอธิบายถึงเเผนการลงมือและมอบหมายหน้าที่ให้ทั้งสองคนเสียที
ก็เหมือนกับครั้งก่อน ซูหยวนยังคงถูกส่งไปแถวหน้า เป็นนักธนูที่ไล่ตามผู้ต่อสู้ระยะประชิดเพื่อสนับสนุนพวกทหารในการต่อสู้
“เอาล่ะ ทั้งสองคนไปเตรียมพร้อมได้แล้ว ซูหยวน…ครั้งนี้เธอจะกลายเป็นหัวกระสุนที่ทุกคนคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเกินตัว ทุกคนขอเเค่เธอพยายามอย่างเต็มที่เท่านั้น ผลลัพธ์ไม่จำเป็นต้องเอาชนะให้ได้ในครั้งนี่เพียงครั้งเดียว ถ้าได้ข้อมูลกลับไปก็ถือว่าประสบความสำเร็จเเล้ว”
อาจารย์เติ้งกลัวว่าเด็กสาวจะกดดันตนเองมากเกินไป ถึงอย่างไร…ค่าตอบเเทนของเรื่องนี้ก็คือย้ายเข้าสู่เขตชั้นในที่ทุกคนใฝ่ฝัน เขากลัวว่าซูหยวนอยากจะได้สิ่งนั้นจนทำร้ายตัวเองเเทน
เห็นว่าอาจารย์เป็นกังวลเช่นนั้น ซูหยวนก็รับคำอย่างจริงจัง ให้อีกฝ่ายสบายใจ เพราะเเม้ว่าเธอจะบ้าคลั่งความสำเร็จขนาดไหนก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะเอาชีวิตตนเองไปทิ้งเพื่อความสำเร็จเสียหน่อย ความสำเร็จคือการเติมความสุขให้ชีวิต ถ้าเอาความสำเร็จเเล้วไม่เอาชีวิต อย่างนั้นจะทำมันตั้งเเต่เเรกทำไม…
เมื่ออาจารย์เติ้งเห็นท่าทางซูหยวนเเบบนั้นก็เบาใจ เขาโบกมือให้เด็กสาวไปทำภารกิจได้ ส่วนตนเองจะต้องเข้าไปในฐานค่าย เตรียมโจมตีสนับสนุน โดยเฉพาะเมื่อพวกตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์บุกรุกเข้ามาจากอีกทาง
สำหรับงานของซูหยวน คงต้องพูดว่าหน้าที่นี้ผลงานครั้งก่อนของซูหยวนยอดเยี่ยมจนเกินไป และเพื่อส่งคนที่เคยมีประสบการณ์เข้าไปทำภารกิจเผื่อว่าจะรู้แนวทางการต่อสู้มากขึ้น การเลือกให้ซูหยวนลงพื้นที่จึงเป็นตัวเลือกที่พวกเขาตัดสินใจเป็นครั้งแรกๆ หรือก็คือ...แทบจะไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งการต่อสู้ของเธอเลย
ไม่สิ! จะพูดเช่นนั้นทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะแม้ว่าซูหยวนจะส่งไปแนวหน้าเหมือนเดิม ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะกลายเป็นผู้ติดตามเพื่อต่อสู้เหมือนกับครั้งก่อน หากแต่ครั้งนี้....ซูหยวนได้กลายเป็น “หัวหน้าหน่วยจู่โจม” ที่ควบคุมทหารแนวหน้าทั้งหมดแทน
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยต่อสู้ระยะประชิด หอก ดาบ มีด ค้อน หรืออื่นๆ และหน่วยสนับสนุนระยะประชิดอย่างหน่วยจู่โจมจากระยะไกล ล้วนต้องเคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งของเธอ
การจู่โจมครั้งนี้ได้รับอนุญาตให้เป็นการจู่โจมแบบอิสระ หน่วยที่ซูหยวนควบคุมจะเป็นหน่วยที่ต้องทำหน้าที่ในการบุกทะลวงไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุด โดยซูหยวนจะเป็นแกนหลักในการต่อสู้ เมื่อไรที่เธอคิดว่ากำลังเสียเปรียบให้ถอนกำลังออกมาทันที หลังจากนั้นจะให้หน่วยโจมตีระยะไกลคอยสนับสนุน
แผนการในครั้งนี้จะไม่เหมือนก่อนที่บุกทะลวงไปข้างหน้า จะเกิดความสูญเสียเท่าไรก็ไม่สนใจ แต่จากประสบการณ์ที่เกิดความสูญเสียอย่างหนักหน่วงที่แล้วมา ผู้นำจึงได้เปลี่ยนแผนการใหม่ ให้พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง แล้วก็เก็บข้อมูลกลับมาให้ได้มากที่สุด
เพราะอย่างไร...นี่ก็ถือเป็นการเผชิญหน้ากับจระเข้หนามแดงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ครั้งก่อนที่ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวย่อมไม่นับ ครั้งนี้พูดให้ถูกก็คือ...หากทำได้ ก็อยากจะให้ทำสะพานให้สำเร็จ แต่ถ้าไม่ได้...เจตนาที่แท้จริงก็คือการรวบรวมข้อมูลจระเข้หนามแดงเอาไว้ สุดท้ายหลังจากนี้...พวกเขามีความจำเป็นต้องฆ่าจระเข้หนามแดงให้ได้ ไม่อย่างนั้นต่อให้สร้างสะพานเสร็จ ก็สามารถถูกมันทำลายได้อยู่ดี
อันซูหยวนมองดูทหารมากกว่า 200 นายที่จะเคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งของเธอ รู้สึกว่าชีวิตของคนเหล่านี้กำลังอยู่ในการดูแลของเธอ และด้วยนิสัยปกติ...ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ เธอย่อมไม่ปล่อยให้ลูกน้องของตนเองต้องเกิดอันตราย
ถ้ามองในมุมเจ้านายที่มอบหมายหน้าที่นี้มา หมายความว่าพวกเขากำลังคาดหวังให้เธอออกคำสั่งที่รัดกุมและมีโอกาสสำเร็จมากที่สุด นอกจากนี้จะต้องเสียต้นทุนน้อยที่สุดด้วย
แล้วอะไรคือต้นทุนที่ราคาแพงที่สุดในการทำงานแต่ละอย่าง...คำตอบก็คือ ต้นทุนในมนุษย์!
ถ้าต้องรับสมัครทหารเข้ามาใหม่ เลื่อนตำแหน่งคนอื่นขึ้นมาใหม่ เท่ากับจะต้องเทรนนิ่งใหม่ทั้งหมดด้วย เธอเคยมีประสบการณ์ในชีวิตเดิมมาก่อน ถึงจะไม่ใช่การควบคุมทหารไปเสี่ยงตาย แต่การดูแลลูกน้องให้มีความผูกพันกับองค์กรก็ถือเป็นความรับผิดชอบใหญ่เช่นกัน เมื่อมีพนักงานลาออก...คนที่จะต้องรับผิดชอบและถูกประเมินว่ามีศักยภาพไม่เพียงพอก็คือคนที่ต้องอยู่ต่ออย่างเธอ
เพื่อไม่ให้หัวหน้ารู้สึกว่าการมอบความรับผิดชอบนี้มาให้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซูหยวนย่อมต้องตรวจสอบและวางแผนอย่างรัดกุม
พวกจระเข้หนามยังคงเหมือนเดิม พวกมันไม่สามารถโจมตีได้ง่ายๆ แถมตำแหน่งของพวกหญ้าหนามพิษก็ยังคงมีปรากฏให้เห็นอีก พวกมันเติบโตได้รวดเร็วเหลือเกิน จากที่เคยทำลายไปเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้ก็เห็นได้ว่าพวกมันเติบโตเต็มหนองน้ำอีกแล้ว
“แผนของฉันก็คือ...ฉันจะระบุตำแหน่งของหญ้าหนามพิษและจระเข้หนามทั้งหมดให้ล่วงหน้า พยายามดูไปข้างหน้าประมาณ 10 เมตร หากระยะมากกว่านั้นเกรงว่าพวกจระเข้หนามน่าจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด...การดูแลความปลอดภัยของตนเองก็คือหน้าที่ของทุกคน พยายามอย่างปล่อยให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต”
“ฉันไม่กังวลว่าทุกคนจะต่อสู้กับจระเข้หนามไม่ได้ ทหารส่วนใหญ่ก็มีประสบการณ์ในการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ดังนั้นฉันในฐานะผู้นำ จะช่วยระบุตำแหน่งศัตรูให้ แล้วก็...ข้างหลังที่มีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์จับจ้องอยู่ เมื่อไรก็ตามที่พวกมันเคลื่อนไหว ฉันจะรีบส่งสัญญาณให้ทันที”
“ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน เพราะหน่วยสนับสนุนได้เตรียมขุดหลุมสำหรับการซ่อนตัวเอาไว้แล้ว ดังนั้นอันตรายจึงไม่น่าจะมากเท่ากับครั้งก่อนๆ ที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็น “จระเข้หนามแดง” ที่มันนอนหลับอย่างสงบใต้หนองน้ำ ทันทีที่ฉันส่งสัญญาณฉุกเฉิน ทุกคนจะต้องหนีจากหนองน้ำให้เร็วที่สุด”
ซูหยวนบอกกับทุกคน หลังจากที่อาจารย์เติ้งมอบหน้าที่ให้แล้ว เธอจำเป็นต้องแสดงจุดยืนของตนเองให้ทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชารู้ เมื่อพวกเขาเห็นซูหยวนจะรับผิดชอบความปลอดภัยให้ ทุกคนก็ส่งเสียง “เฮ” ออกมา
การต่อสู้นี้อันตรายที่สุดก็คือพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่จะบุกมาข้างหลังเมื่อไรก็ได้ รวมถึงหนามพิษที่อยู่ในบ่อน้ำนี้ด้วย ถ้าเผลอเหยียบลงไปก็มีแต่จะทำให้การต่อสู้ยากลำบากขึ้น เนื่องจากพวกมันซ่อนอยู่ใต้น้ำทั้งหมดจึงกลายเป็นปัญหา โชคดีที่ปัญหาพวกนั้นแก้ไขได้โดยจ่าสิบเอกอัน อัจฉริยะ พลทหารพิเศษของพวกเขา!
………………………………