บทที่ 455 ลงโทษขั้นเด็ดขาด (อ่านฟรี 4 มิ.ย. 69)
บทที่ 455 ลงโทษขั้นเด็ดขาด (อ่านฟรี 4 มิ.ย. 69)
บทที่ 455 ลงโทษขั้นเด็ดขาด
เสียงเฮที่ดังขึ้นของหน่วยจู่โจมส่งผลกระทบต่อทหารหน่วยอื่นๆเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าทหารหน่วยจู่โจมนั้นต้องแบกรับความกดดันไว้มากแค่ไหน ถ้าอีกฝ่ายยังมีแรงใจที่จะต่อสู้ เช่นนั้นพวกตนที่อยู่แนวหลังหรือฝ่ายสนับสนุนยังจะต้องกลัวอะไรอีก ดังนั้นในพริบตา บรรยากาศสนามต่อสู้ก็ดีขึ้นมาก
เมื่อได้รับสัญญาณเริ่มต้นการโจมตีจากผู้นำกองทัพจากด้านในค่าย หน่วยโจมตียังไม่เคลื่อนไหวออกไปในครั้งเดียว พวกเขากำลังรอคำสั่งจากหัวหน้าคนใหม่ของตนเองอยู่
ฟิ้ว!!
แสงสีเขียว สีทอง และผสานเข้ากับสีเงินประกายสะท้อนกับแสงไฟที่ทหารเปิดขึ้นในพื้นที่ล่าแห่งนี้สาดประกายวูบหนึ่ง ความเย็นยะเยือกเข้าปกคลุมหนองน้ำขนาดใหญ่ตรงหน้า ทำให้พวกจระเข้หนามกลายพันธุ์ยังรู้สึกหวาดกลัวแม้จะยังไม่เห็นการโจมตีใดๆ แต่หลังจากนั้นไม่นาน...ประกายที่สาดขึ้นบนท้องฟ้าเมื่อครู่ก็ร่วงลงมาราวกับห่าฝนขนาดใหญ่
ทักษะขั้นศรหนึ่งเป็นร้อย พร้อมกับพลังธรรมชาติเข็มเกร็ดหิมะที่เรียกออกมาใช้พร้อมกัน ร่วงลงมาโดยไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนเตรียมพร้อมหลบหนีได้ทัน ในตอนนั้นเองก็เกิดเสียง “ตู้ม!!” และ “เปรี๊ยะ!!” เกิดขึ้นทั่วทั้งพื้นที่ ผลก็คือร่างของจระเข้หนามกลายพันธุ์ที่แสนจะแข็งแกร่งระเบิดออกเป็นสะเก็ดน้ำแข็งเมื่อต้องกับศรเหล่านี้
ทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยการโจมตีครั้งเดียวของซูหยวน จระเข้หนามกลายพันธุ์นับร้อยแตกสลาย ทิ้งเอาไว้แค่แกนพลังงานของสัตว์กลายพันธุ์จากเขต K เท่านั้น
“!!!” จากที่เคยเป็นเสียงโห่ร้องยินดีและอึกทึกคึกโครม เวลานี้เหลือเพียงความเงียบงันเท่านั้น ก็นะ...หากพลังที่แสดงออกมาเป็นพลังที่พวกเขาเห็นว่าแข็งแกร่ง ยิ่งใหญ่ ทรงพลังมากพอจนกลายเป็นผู้นำได้ พวกเขาก็คงส่งเสียงกันออกมาเพื่อให้กำลังใจทั้งผู้นำคนนั้นและตัวของพวกเขาเอง
ทว่า...เมื่อพลังที่ได้เห็นกลับเป็นพลังที่เหนือจินตนาการ แทนที่จะทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นอย่างรุนแรง มันกลับเปลี่ยนให้รู้สึกตะลึงงันจนไม่รู้ว่าควรจะใช้คำพูดอะไรออกมาดี
ซูหยวนเองก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้รับผลตอบรับเช่นนี้ ทว่าเมื่อลูกศรถูกปล่อยออกไปแล้ว จังหวะที่ดีเช่นนี้ไม่อาจปล่อยให้มันเสียเปล่าได้
“เข้าโจมตีได้!”
“ละ ลุย!!”
“เฮ!!!” เมื่อได้ยินคำสั่งของซูหยวน ทุกคนจึงได้สติกลับมา พวกเขาวิ่งกรูกันเข้าไปในหนองน้ำ เป็นภาพที่ซูหยวนคาดหวังเอาไว้ตั้งแต่แรก
แผนเดิมของซูหยวนก็คือการแสดงพลังอำนาจให้ทหารใต้บังคับบัญชาเชื่อมั่นใจว่าเธอจะนำกำลังของพวกเขาเพื่อเอาชนะในศึกนี้ ดังนั้นจึงได้ใช้เสี่ยวหยูในการโจมตี ทั้งยังใส่พลังธรรมชาติอย่างจัดหนักจัดเต็ม ซึ่งหลังจากที่เธอจัดการจระเข้หนามระลอกแรกได้แล้ว เธอจะโจมตีหลังจากนั้นเป็นการโจมตีแบบปกติ เพราะการใช้พลังธรรมชาติในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมลพิษเช่นนี้มีข้อเสียคือ มันดูดซับพลังงานของเธอมากเกินไป
ถ้าซูหยวนต้องการเติมพลังงานอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้พลังธรรมชาติหลายๆครั้ง จำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ฟาร์มของเธอ หรือไม่ก็เรียกจิตวิญญาณต้นไม้โลกออกมาข้างนอก แต่การกระทำเช่นนั้นจะเป็นการเปิดเผยไพ่ลับในมือมากเกินไป
อีกอย่าง นี่ไม่ใช่ภารกิจการต่อสู้ของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ในเมื่อมีกองกำลังให้ใช้งาน ทำไมเธอจะต้องลงแรงทั้งหมด ทั้งยังเปิดเผยความสามารถทั้งหมดที่มีออกไปจนผู้อื่นจับทางได้ด้วยล่ะ
คิดไม่ถึงว่าแผนนี้เกือบจะล่มเพราะเธอแสดงพลังออกมามากเกินไป ดีที่พวกเขารู้สถานะพลทหารพิเศษของเธออยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังได้ยินว่าเธอปลุกพลังจิตวิญญาณแห่งธนูขึ้นมาได้ ดังนั้นคิดโดยรวมแล้วก็เข้าใจได้ว่านี่เป็นจิตวิญญาณแห่งธนูของเธอ สุดท้ายจึงเคลื่อนไหวไปตามที่สมควรได้
ทหารทั้งหลายที่ได้รับการฉีดสารกระตุ้นทางจิตใจตะลุยไปข้างหน้าพร้อมกับลูกศรของซูหยวนที่ชี้ตำแหน่งให้พวกเขา เมื่อลูกศรปักลงตรงไหนแล้วมีการเคลื่อนไหวใต้น้ำ แปลว่าตรงนั้นเป็นตำแหน่งที่พวกจระเข้หนามซ่อนอยู่ ในขณะที่ตำแหน่งลูกศรปักไปแล้วไม่มีการเคลื่อนไหว แปลว่าจุดนั้นจะมีหนามพิษกลายพันธุ์อยู่ พวกเขาสามารถหลบพ้นการถูกหนามพิษตำได้ และลดการบาดเจ็บไปได้มาก
ไม้กระดานขนาดใหญ่ยังคงถูกเอามาใช้เหมือนกับครั้งก่อน แต่มันจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อพวกเขารู้ตำแหน่ง แล้วก็ครั้งนี้ถือว่าเป็นการใช้อย่างไม่สิ้นเปลืองจริงๆ
ฝ่ายบุกทะลวงทำผลงานได้ค่อนข้างดี ไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่พวกเขาต้องเสี่ยงอันตรายกับพวกกลายพันธุ์ใต้น้ำที่มองไม่เห็น คราวนี้ซูหยวนยกระดับทักษะของตนเองแล้ว และยังกลายเป็นผู้นำของพวกเขาด้วย ทำให้ภายในไม่กี่ชั่วโมง การรุกคืบไปข้างหน้าก็ดำเนินการไปได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนั้น ทางที่ทุกคนไม่ได้รับรู้ ตรงนั้นก็มีการเคลื่อนไหวอีกหนึ่งแห่ง นำโดยราชินีผึ้งน้อยที่ออกมาทำภารกิจจับกุมราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไปให้เจ้าของฟาร์ม มันมาพร้อมกับหน้าไม้ขนาดเล็กที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษโดยพวกหนูทองลายขาว ปลายเข็มยังมียาสลบระดับรุนแรงอยู่ด้วย ขอแค่พวกมันถูกลูกดอกเหล่านี้โจมตี จะสามารถล้มเจ้าพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้ได้แน่นอน
จุดเด่นของราชินีผึ้งน้อยนอกจากพิษที่รุนแรงแล้ว พวกมันก็ยังมีความเร็วที่เป็นสุดยอดความเร็วของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด การเคลื่อนไหวนี้...แม้แต่พวกตั๊กแตนน้ำก็ไม่มีทางสู้ได้ อีกอย่าง...พวกมันเป็นสัตว์ที่ถือกำเนิดมาจากระบบ ย่อมต้องมีความคิดความอ่านมากกว่าพวกกลายพันธุ์ที่เปลี่ยน DNA เนื่องจากสารพิษอย่างแน่นอน
พวกมันซุ่มดูการเคลื่อนไหวของพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์อยู่รอบๆ จำเป็นต้องระบุตำแหน่งของราชินีของพวกมันให้ได้ก่อน ทันทีที่ได้สัญญาณให้โจมตี พวกมันจะได้ลงมือฉับพลันรวดเดียวแล้วลากพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนี้เข้าไปในฟาร์มโดยไม่ให้ผู้อื่นรับรู้
การวางกองกำลังของซูหยวนนั้นรัดกุมมาก ถ้าพวกราชินีผึ้งน้อยจัดการไม่ได้ อย่างนั้นหนูทองลายขาวที่กำลังรอลงมืออยู่จะได้เป็นฝ่ายลงมือ ซึ่งทันทีที่พวกมันได้ลงมือ...นั่นจะหมายความว่าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนั้นไม่มีโอกาสรอดชีวิตอีกต่อไป!
ถ้าหนูทองลายขาวได้ลงมือ แปลว่าการเคลื่อนไหวนี้ตกอยู่ในสายตาของทหารจำนวนหนึ่งแล้ว ซูหยวนไม่กล้าที่จะโยนพวกมันเข้าไปในฟาร์มอีก ดังนั้นเธอจึงคาดหวังว่ามันจะจบตั้งแต่ที่ราชินีผึ้งน้อยของเธอได้เริ่มลงมือ
“หัวหน้าอัน! ข้างหน้านั้นเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวแปลกๆ หรือว่าจะเป็นจระเข้หนามแดงกลายพันธุ์นั่นหรือเปล่า!” ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา ทำเอาทหารคนอื่นๆที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าอย่างตั้งใจเริ่มชะงักการเคลื่อนไหวของพวกเขาลง
ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย พลทหารคนนี้อยู่ไม่ได้ไกลจากเธอมากนัก แต่เสียงของเขากลับดังเหลือเกิน ราวกับต้องการจะให้ทหารแนวหน้าทุกคนได้ยินอย่างไรอย่างนั้น
พวกพลทหารอ่อนไหวกับเจ้าจระเข้ยักษ์อยู่ก่อนแล้ว การที่มันสามารถโผล่ขึ้นมาแล้วทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในบ่อน้ำแห่งนี้ด้วยการโจมตีเดียวเป็นเหมือนฝันร้ายที่ผู้รอดชีวิตเล่าต่อๆกันไป ข้อมูลเหล่านี้ผู้ที่เคยลงสนามมาก่อนหวาดกลัวจนเลือดขึ้นสมอง ในขณะที่พวกยังไม่เคยได้เจอกับตนเองก็ยิ่งกลัวมากกว่าเพราะสามารถจินตนาการแต่งเสริมเข้าไป ดังนั้นเมื่อมีการร้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พวกเขาก็ถึงกับเสียรูปขบวน และมีอยู่ 3 ตำแหน่งที่เปิดโอกาสให้จระเข้หนามโจมตีได้
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เธอมองดูคนที่ตะโกนขึ้นมาก่อนหน้านี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ
“ถ้าไม่ได้ยินสัญญาณจากฉัน ต่อไปก็ไม่ต้องสงสัยอะไรอีก” เธอพูดอย่างจริงจัง ไม่สนใจว่าคนอื่นจะเข้าใจคำสั่งนี้หรือไม่ เพราะปกติแล้วพวกทหารจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของคนเป็นหัวหน้าอยู่แล้ว คนที่หยุดการเคลื่อนไหวเพียงเพราะมีคำถามในใจนั้น...ช่างเป็นทหารที่ยังไม่ได้เตรียมพร้อมจะตายจริงๆ
“ชิ! ตัวเองก็พูดได้สิ เพราะว่ามีความสามารถจะหลบหนีอยู่แล้ว เห็นได้จากครั้งก่อนที่หนีเอาตัวรอดได้ในขณะที่คนตายมากมาย ครั้งนั้นพี่ชายของฉันก็ตายในสนามรบนี้ ฉันยังคิดอยู่ว่าทำไมเขาถึงตายได้ สุดท้ายก็อาจจะเป็นเพราะคำสั่งโง่ๆของหัวหน้าภารกิจพวกนี้นี่แหละ”
“พวกเขาได้สนใจชีวิตทหารแนวหน้าอย่างพวกเราไหม ให้พวกเราท่องว่าเป็นทหารต้องเสียสละ แล้วตัวเองล่ะ...ยังไม่เห็นเสียสละอะไรเลย เดินก็ยังเดินอยู่ข้างหลัง นี่เรียกว่าเสียสละให้พวกเราเป็นโล่หรือเปล่า?”
“ตัวเองออกคำสั่งทำให้คนต้องตายไปหลายคน จากนั้นต้องรับผิดชอบไหม? การขึ้นเป็นหัวหน้ามันก็ดีแบบนี้นี่เอง อะไรที่อันตรายก็ให้คนอื่นๆไปเสี่ยงก่อน บอกให้ทุกคนเชื่อใจ เชื่อในความสามารถ ถ้าเชื่อได้จริงๆ...ทำไมครั้งก่อนถึงมีคนตายมากขนาดนั้นกันล่ะ”
เสียงบ่นพึมพำของทหารหนุ่มคนนั้นไม่ได้ดัง หากแต่เพื่อนที่ร่วมทำภารกิจในระยะ 2-3 เมตรย่อมได้ยินอย่างชัดเจนเต็มสองหู แน่นอนว่าซูหยวนเองก็ได้ยินคำบ่นนี้ของเขาเหมือนกัน
แต่ตามกฎแล้ว...ตราบใดที่อีกฝ่ายยังไม่ได้กระทำผิดหรือปฏิเสธคำสั่งหัวหน้า เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงโทษเขา หากต้องการจะพูดก็พูดไป แต่เมื่อไรที่พูดแล้วเป็นการบ่อนทำลาย เธอจะลากมันลงมาเป็นตัวอย่างให้พวกที่คิดจะส่งคนมาก่อกวนได้เห็นว่าเธอจะทำอะไรกับคนของมันบ้าง!
ใช่แล้ว! ในกองกำลังนี้ ซูหยวนมั่นใจว่าจะต้องมีคนของตระกูลทหารที่ไม่พอใจเธอเคลื่อนไหวอยู่ลับหลังแน่ๆ ตระกูลไห่มีเส้นสายมาก หลายครั้งที่ถูกเธอเอาชนะมาได้ แล้วยังมีตระกูลหาน ตระกูลอี้ และตระกูลอีกมากมายที่เกลียดชังเธอเข้าไส้ ปกติแล้วพวกเขาไม่มีโอกาสลงมือเนื่องจากซูหยวนอยู่ใต้ปีกของตระกูลจางโดยตลอด หรือไม่ก็ทำภารกิจร่วมกับทหารพิเศษ มีครั้งนี้ที่ออกมาทำภารกิจเพียงลำพัง แถมรางวัลภารกิจก็ใหญ่โตเกินกว่าที่พวกเขาจะยอมอนุญาตโดยง่าย
คิดจะเปลี่ยนจากขยะเขตชั้นนอกสุด มาเป็นคนระดับสูงในเขตชั้นในที่เดียวกับพวกเขางั้นหรือ? เห็นว่ารากฐานของพวกเขาเป็นสิ่งที่จะได้มาง่ายๆด้วยคนรุ่นเดียวหรือไง? ถ้าพวกเขาปล่อยให้หญิงสาวเพียงคนเดียวทำแบบนั้นได้ เช่นนั้นใบหน้าของตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาก็ไม่มีให้ต้องรักษาอีกแล้ว!
“พุ่งไปทาง 2 นาฬิกา!” ซูหยวนออกคำสั่งอีกครั้งเพื่อให้ทิศทางของการเคลื่อนไหวเป็นไปถูกต้องตรงกัน ตามแผนที่พวกผู้นำระดับสูงวางเอาไว้ พวกเขาจะเว้นตำแหน่งของจระเข้หนาม โดยจะไม่สร้างสะพานอยู่บนหัวของมัน แม้จะต้องคดเคี้ยวไปบ้าง แต่ขอแค่สามารถสร้างสะพานแรกได้เสร็จก่อน หลังจากนั้นก็จะลงมือกับจระเข้แดงโดยใช้สะพานชั่วคราวนี้เป็นฐานล่อ และโจมตี
พวกเขาคาดการณ์ว่าเจ้าจระเข้แดงจะแข็งแกร่งกว่าจระเข้หนามทั่วไปประมาณ 10 เท่า ดังนั้นจึงต้องอาศัยอาวุธใหม่ที่กำลังพัฒนาเพื่อทำให้จระเข้หนามแดงนี้ตกตายด้วยการโจมตีเดียว และลดการสูญเสียครั้งใหญ่ให้มากที่สุด
การเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาจึงจำเป็นต้องมีซูหยวน ผลงานของเธอครั้งก่อนแสดงให้เห็นว่าเธอมองเห็นตำแหน่งของสัตว์กลายพันธุ์เกือบทั้งหมดแม้ว่าจะซ่อนตัวอยู่ในน้ำก็ตาม ดังนั้นการสร้างสะพานนี้จะต้องไม่เป็นการปลุกจระเข้แดงขึ้นมาเร็วเกินไป
ทีมของซูหยวนเป็นทีมหนึ่ง บุกฝ่าเข้ามาเป็นด่านหน้าแล้วแยกไปทาง 2 นาฬิกา จากนั้นจะมีอีกทีมที่ตามหลังเพื่อแยกไปยังทิศ 10 นาฬิกา จากนั้นพวกเขาจะมารวมกันอีกครั้งหลังจากสร้างสะพานเบื้องต้นเสร็จแล้ว โดยจะมาบรรจบกันหลังจากที่พ้นลำตัวของจระเข้แดงแล้ว
สะพานพวกนี้จะเชื่อมจากบ่อน้ำ และโค้งออกไปข้างนอกบ่อน้ำเพื่อไม่ให้จระเข้หนามแดงรู้ตัว ซึ่งแผนการนี้นับว่าดีถ้าทำสำเร็จ แต่สำหรับซูหยวน...หากเธอเป็นคนวางแผนนี้ เธอจะไม่วางแผนอะไรก็ตามที่เป็นการเอาทรัพยากรมาทิ้ง
ไม่ใช่ว่าจระเข้หนามแดงนี้จะต้องต่อสู้กันในสักวันหนึ่งหรอ? สุดท้ายถ้าต้องปะทะ ทำไมไม่ค่อยๆลดพลังของมันลงไปเสียเลยล่ะ! ไม่ได้หมายความว่าแผนการนี้ไม่มี ผู้วางแผนยอมเลือกที่จะเสียทรัพยากรในการสร้างสะพาน แต่ทหารก็จะลดความเสี่ยงลงไปมากหากแผนการราบรื่นดี แน่นอนว่าแผนการนี้มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามเลือกใช้บุคคลากรที่จะช่วยลดความเสี่ยงให้พวกทหาร กระทั่งยอมที่จะมอบรางวัลใหญ่ให้เธอเพื่อดึงดูดเธอมาทำงานให้
ทั้งหมดนั้นก็เป็นแผนการที่ดีเช่นกัน แต่ถ้าเป็นเธอวางแผนนี้...ซูหยวนจะวางแผนใช้กลยุทธ์การหลอกล่อให้มาเล่นด้วยเสียเลย ไม่ใช่ว่ามีโอกาสสูงมากที่จระเข้แดงจะออกมาอาละวาดหรอกหรือ? และแผนของพวกเขา...ทันทีที่จระเข้แดงออกมาอาละวาด ทุกคนก็ต้องหนีเอาตัวรอดเอง ต้องรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้จนกว่าจะมาหลบลงในหลุมที่ซ่อนตัวที่เตรียมเอาไว้ให้
ดังนั้นแทนที่จะต้องลุ้นจนใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ เช่นนั้นก็ใช้เรื่องที่มันจะออกมาอาละวาดเป็นเครื่องมือ แทนที่จะต้องเสียเวลากำจัดจระเข้หนามกลายพันธุ์เพื่อไม่ให้จระเข้หนามแดงได้เติมพลังงานเรื่อยๆจากการกินพวกเดียวกันเอง ก็ให้มันเริ่มจากการกินพวกเดียวกันเองให้หมด
ด้วยการนี้...ทหารก็ไม่ต้องเคลื่อนไหวเก็บกวาดจระเข้หนามทีละนิดๆ แต่ก็นั่นแหละ...หมายความว่าพวกทหารก็ไม่มีโอกาสได้รับแกนพลังงานจากจระเข้หนามกลายพันธุ์ด้วยเหมือนกัน
พวกเขากำลังแลกแกนพลังงานกับอุปกรณ์สร้างสะพานและความเสี่ยง ซูหยวนต้องการแลกระหว่างแรงงานของพวกทหารที่ต้องหลอกล่อให้จระเข้หนามแดงไม่ได้กลับไปพัก ให้มันคอยไล่ล่าโจมตีพวกเขา ค่อยๆลดพลังงานและพลังชีวิตของมันไปทีละน้อยด้วยการโจมตีจากระยะไกลบ้างใกล้บ้าง
แต่วิธีนี้...คนที่จะมาหลอกล่อในระยะประชิดต้องเป็นพวกมีฝีมือด้วย หากเป็นพลทหารพิเศษก็อาจจะทำได้ แต่ถ้าเป็นทหารธรรมดาก็ยากหน่อย เพราะทักษะต่างกัน
เมื่อพลังโจมตีของมันลดลงมาอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ก็ค่อยใช้อาวุธที่พัฒนามา โจมตีเข้าเต็มแรง ให้มั่นใจว่าจะต้องจบการต่อสู้นี้ได้ในครั้งเดียว
ซึ่งแน่นอนว่าความคิดนั้นไม่ได้ถูกเสนอออกไป เธอเป็นคนที่ได้รับเชิญเข้ามาทำภารกิจ มอบให้เป็นหัวหน้าภารกิจย่อยเช่นนี้ย่อมต้องถือว่าพวกเขาให้เกียรติเด็กสาวอายุน้อยอย่างเธอแล้ว
อย่างที่บอกว่าแผนการนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรชัดเจนตั้งแต่แรก ทว่า...มันไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้มีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีพวกเล็งเห็นการใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เป็นการแก้แค้นส่วนตัวอยู่
…………………………
วันนี้ไรท์ติดธุรด่วนทำให้มาช้า ต้องขออภัยรีดทุกท่านด้วยนะคะ