LNCrawler

บทที่ 456 ก่อปัญหา (อ่านฟรี 5 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 456 ก่อปัญหา (อ่านฟรี 5 มิ.ย. 69)

บทที่ 456 ก่อปัญหา

 

ทหารส่วนใหญ่ที่ได้ยินคำสั่งของอันซูหยวนล้วนแต่รีบเคลื่อนไหวกันทันทีตามที่ได้ฝึกซ้อมกันมา อีกอย่าง...ทหารส่วนใหญ่ที่นี่เชื่อใจเธอด้วย ในฐานะที่เป็นพลทหารพิเศษ แถมยังเป็นคนที่เคยรอดจากการต่อสู้เป็นตายกับพวกจระเข้หนาม ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ และแม้แต่เจ้ายักษ์แดงเองก็ตาม ดังนั้นผู้บัญชาการที่มีประสบการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้พวกเขาเชื่อในประสิทธิภาพมากกว่าผู้บัญชาการที่ยังไม่เคยต่อสู้กับพวกมัน ต่อให้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่านี้ หรือดูแข็งแกร่งกว่าก็ตาม

            

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น คำว่า “ทหารส่วนใหญ่” ย่อมหมายความว่าแค่คนส่วนใหญ่ หากแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อคำของเธอ ซูหยวนสังเกตเห็นมาได้สักพักแล้วว่าใครบางคนคิดจะสร้างปัญหาให้เธออยู่ลับหลัง ไม่ใช่ว่าซูหยวนไม่ต้องการจัดการให้จบสิ้น แต่เธอมีแผนที่จะใช้ประโยชน์จากอีกฝ่ายอยู่แล้ว จึงต้องการรอจังหวะที่เหมาะสมมากกว่านี้

            

ในขณะที่กลุ่มของซูหยวนจะต้องไปทาง 2 นาฬิกา หน่วยจู่โจมที่สองซึ่งตามมาติดๆก็ต้องแยกตัวออกไป ตามแผนเดิมแล้วมันจะไม่เกิดความวุ่นวายระหว่างสองกลุ่มนี้ กลุ่มหนึ่งดาหน้าไปอีกทาง และกลุ่มที่สองก็จู่โจมต่อเนื่องเหมือนกับรับไม้ต่อ ซึ่งแผนนี้เป็นแผนการที่ดีมากหากทุกอย่างราบรื่นดี ทว่าผลที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่เช่นนั้น

           

ทหารสองสามนายในหน่วยจู่โจมแรกของซูหยวนกลับเกิดปัญหาเสียอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้วิ่งไปข้างหน้าเหมือนคนอื่นๆ การเคลื่อวไหวนี้ดูเเปลกประหลาดอยู่เล็กน้อย ซึ่งถ้าไม่สังเกตให้ดีย่อมมองไม่เห็นแน่นอน....

 

ในตอนที่ทุกคนกำลังวิ่งไปยังตำแหน่งที่ซูหยวนออกคำสั่ง พวกเขากลับค่อยๆเคลื่อนไหวโดยที่มือก็พยายามโรยผงบางอย่างลงไปด้วย เมื่อทหารหน่วยจู่โจมที่สองรับช่วงต่อ พวกเขาต้องผ่านเส้นทางเดียวกันแล้วค่อยเเยกออกไปอีกทางเมื่อถึงจุดที่ระบุไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าทหารหน่วยที่หนึ่งได้วางยาเอาไว้เสียเเล้ว

 

“อั่ก!”

 

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพวกข้างหน้าไม่รีบเดินขบวน ถ้าพวกเราช้าจนทำให้เส้นทางที่หน่วยจู่โจมเเรกเปิดไว้ถูกปิดอีก เเบบนั้นจะเเย่เอานะ อีกอย่างพวกเรากำลังเเข่งกับเวลา สมาชิกในหน่วยมีมากกว่า 1 ส่วนก็เพื่อให้สามารถเร่งความเร็วช่วงเเยกจากหน่วยจู่โจมเเรก เเล้วจะได้บรรจบกันพอดี เเล้วนี่อะไร…”

 

“หัวหน้า พวกเราไม่ได้จะอู้หรืออยากเคลื่อนไหวช้าเลยครับ แต่ปัญหาก็คือ…ตำแหน่งของลูกศรที่พลทหารพิเศษอันทิ้งไว้เพื่อระบุตำแหน่งหนามพิษหายไปเกือบหมดเลยครับ พวกเราข้างหน้าที่เชื่อว่าพลทหารพิเศษอันจะระบุตำแหน่งไว้ให้ ตอนนี้บาดเจ็บกันหมดเเล้ว”

 

“หืม? ทำไมถึงเป็นเเบบนั้น เเล้วพวกหน่วยจู่โจมเเรกทำไมถึงผ่านไปได้ ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้งเเล้วเอามารายงาน ถ้าพลทหารพิเศษอันไม่ทำหน้าที่ ฉันจะขอให้ผู้นำเปลี่ยนแผน! ฉันจะไม่ส่งคนของตัวเองไปตายเล่นๆแน่” 

 

คนเป็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่สองขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดหรอกว่าอันซูหยวนจะทำมันไม่ได้ ที่เขาคิดก็คือ…เธอไม่อยากจะทำมันเพื่อพวกเขาหน่วยจู่โจมที่สองต่างหาก

 

มันก็มีคนที่เเค่จะเอาผลงานของตนเองให้โดดเด่นด้วยการวางงานกับเพื่อนที่ทำภารกิจด้วยกัน ในความคิดของเขา…พลทหารพิเศษอันนี้เป็นคนที่มีความโลภสูงมาก หลายครั้งที่เธอทำอะไรเเล้วได้ผลประโยชน์ก้อนใหญ่เสมอ ดังนั้น … ไม่ว่าจะเพราะความริษยาหรืออะไรก็ช่าง เขาย่อมคิดว่าเธอวางแผนให้เป็นเช่นนั้น 

 

บางที…การที่มีผู้เสียสละไปมากมายครั้งก่อนก็อาจจะเป็นเเผนของเธอเช่นกัน และมันก็ยังทำประโยชน์ให้เธอจนถึงตอนนี้

 

ในขณะที่หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่สองกำลังรู้สึกตะขวิดตะขวางใจเกี่ยวกับอันซูหยวน เสียง “ฟิ้ว!” สามครั้งกลับดังขึ้น จากนั้นก็เป็นร่างทหารสามร่างที่ก่อนหน้านี้กำลังแสดงท่าทางกระหยิ่มยิ้มเยาะในใจร่วงลงไปอยู่กับบ่อโคลนโดยที่พวกมันยังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกโจมตีตั้งแต่เมื่อไร

 

ภาพที่ทุกคนเห็นนี้ทำให้พวกเขาชะงักไปจนเกือบจะเสียรูปขบวน! อันซูหยวนในฐานะ “หัวหน้าหน่วย” กลับฆ่าลูกน้องของตนเองต่อหน้าต่อตาคนอื่นไปแล้ว 3 คน ซึ่งเธอไม่ได้พูดเหตุผลใดๆก่อนการลงมือด้วยซ้ำ แม้ว่าในฐานะพลทหารพิเศษจะสังหารใครทิ้งก็ได้ แต่นี่เป็นการลงมือระหว่างทำภารกิจ...จะไม่เป็นการกระทำที่อุกอาจมากเกินไปหน่อยหรือ?

 

“ฆ่าคนแล้ว!! หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่หนึ่งฆ่าคนแล้ว!!” เสียงร้องนี้ดังจากหน่วยจู่โจมที่สองที่เห็นเหตุการณ์

            

ร่างของทั้งสามคนลอยอยู่ต่อหน้าของพวกเขาเช่นนี้ ในขณะที่สมาชิกของหน่วยจู่โจมที่หนึ่งยังคงเคลื่อนไหวต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่างเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

 

“หัวหน้า พวกเราจะทำอย่างไรดี...”

 

“กรอด จะทำอย่างไรได้เล่า! พลทหารพิเศษจะฆ่าใครก็ได้อยู่แล้ว ต่อให้ฟ้องร้องไปเธอก็ไม่ผิดอยู่ดี”

 

“ถ้าอย่างนั้น...หัวหน้าหมายความว่าพวกเราจะต้องทำภารกิจพร้อมกับระแวงหลังไปด้วยว่าเมื่อไรจะถูกยิงโดยไร้เหตุผลเช่นนั้นหรือครับ?” ทหารคนนั้นเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว คำพูดของเขาเหมือนแทนใจทุกคนได้เลย 

 

ตอนนี้เมื่อเห็นการฆ่าแกงอย่างง่ายดาย ทุกคนก็เริ่มกลัวไปตามๆกัน พร้อมกันนั้น...พวกเขาที่ต้องตามหลังหน่วยจู่โจมที่หนึ่งก็ใช้ชีวิตบนความเสี่ยงตายอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้พลทหารพิเศษรับปากพวกผู้นำว่าจะระบุตำแหน่งของสัตว์และพืชกลายพันธุ์เอาไว้ให้ แม้หน่วยจู่โจมที่สองของพวกเขาจะใช้ประโยชน์กับเรื่องจระเข้หนามไม่ได้ ทว่าเรื่องหนามพิษใต้บ่อโคลนที่มองไม่เห็นนั้นก็ยังจะช่วยให้หลีกเลี่ยงได้อยู่

            

ทว่าเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ใครยังจะกล้าเชื่อใจพลทหารพิเศษอันอีก? เธอฆ่าคนในหน่วยจู่โจมของตนเองโดยไม่กระพริบตา พวกนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้อย่างไร ความโหดเหี้ยมเด็ดขาดของหญิงสาวถือเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ยังไม่นับรวมที่ว่าธนูของเธอไม่เห็นจะระบุตำแหน่งของพืชกลายพันธุ์อย่างที่ปากพูด หลายคนย่อมมีความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น

 

“พะ พวกเราจะตายกันหมดหรือไม่”

 

“นั่นน่ะสิ พวกเราควรจะเปลี่ยนแผนดีหรือไม่ครับหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่สอง คำสั่งที่ผู้นำให้มา...อย่างแรกก็คือทำตามแผนที่ 1 ให้ดำเนินการไปตามนี้จนกว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝัน หรืออย่างที่สอง...ปรับเปลี่ยนแผนด้วยตัวเอง ทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถอยู่รอดได้...” พวกทหารแสดงความคิดกันยกใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นเท่านั้น

            

อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรกันมากกว่านี้ เสียงอะไรบางอย่างที่ฝ่าอากาศร่วงลงมา “ปัก ปัก ปัก ปัก” นี้ ช่างเป็นความเร็วที่มองไม่ทันจริงๆ แถมการพรางลูกศรเอาไว้ ย่อมทำให้พวกเขาไม่อาจจะสัมผัสพวกมันได้ก่อน ถ้าด้วยฝีมือขนาดนี้...หากอีกฝ่ายคิดจะฆ่าพวกเขาคงจะทำได้ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

 

“หัวหน้า พลทหารพิเศษอันกำลังระบุตำแหน่งพืชกลายพันธุ์ให้ใหม่ครับ!!” เสียงคนที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านหน้าตะโกนออกมา แม้ว่าเพื่อนๆของตนเองจะได้รับบาดเจ็บจากหนามพิษ และก็คิดเหมือนกันว่าพลทหารพิเศษไม่ยอมทำงาน ทว่า...เมื่อคิดอีกมุม พลทหารพิเศษอันจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร

            

อีกอย่าง...มองไปข้างหน้า หน่วยจู่โจมที่หนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและปลอดภัย นอกจากทหารทั้ง 3 ที่ถูกพลทหารพิเศษอันจัดการด้วยลูกธนู ก็ไม่มีคนไหนตกตายลงเลย ถึงจะมีคนบาดเจ็บจำนวนมากอยู่ กระนั้น...ไม่มีการต่อสู้ไหนที่ไร้คนบาดเจ็บอยู่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาเข้าใจได้

            

พลทหารคนที่ร้องบอกทุกคนว่าพลทหารพิเศษอันได้ยิงลูกศรมาใหม่เพื่อระบุตำแหน่งหนามพิษให้นั้น แท้จริงแล้วเขาก็คือคนที่ชื่นชอบซูหยวนมาก เขามีเธอเป็นต้นแบบในการที่จะก้าวไปข้างหน้าจริงๆ ดังนั้นเมื่อเห็นเธอยิงธนูออกมา เขาก็ตรวจสอบแล้วว่าบริเวณนั้นมีหนามพิษอยู่หรือไม่

 

“หัวหน้า มีร่องรอยการทำลายลูกศรอยู่ครับ” ทหารอีกคนที่ตรวจสอบการตายของทั้งสามคนรีบเข้ามารายงาน ก่อนหน้านี้เมื่ออันซูหยวนลงมือ หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่สองก็สั่งคนของตนเองไปสืบสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว 

            

แม้จะไม่ชอบใจอันซูหยวนขนาดไหน แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้าลงมือโดยไม่สนใจอะไรเช่นนั้น อีกอย่าง...ทำไมต้องฆ่าคนสามคนนั้นด้วย ในขณะที่หน่วยจู่โจมที่สองตั้งแต่ทำภารกิจมาก็มีคนตายไปแล้ว 18-20 คน แต่หน่วยจู่โจมแรกที่บุกทะลวงเปิดทางให้พวกเขา กลับเพิ่งมีคนตายเพียง 3 คนเท่านั้น ถ้าเขาเอาเรื่องที่พลทหารพิเศษอันลงมือกับทหารทั้ง 3 คนไปร้องต่อผู้นำ คิดว่าใครจะเป็นคนที่โดนลงโทษกันแน่?

            

กลับกลายเป็นว่าผลงานของเขาย่ำแย่กว่าพลทหารพิเศษอันคนนั้นเสียอีก และการที่เขามีสติรู้อยู่เสมอก็ทำให้เขามองเห็นความจริงได้ก่อนที่จะสร้างเรื่องใหญ่โตขึ้นมา

 

“ร่องรอยการทำลายลูกศร?” คนเป็นหัวหน้าเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

 

“ใช่ครับ มีสาร “ละลายโลหะ” อยู่กับสองคนที่ตาย และแม้แต่ตอนที่ถูกยิง คนหนึ่งก็ยังถือขวดสารละลายโลหะอยู่เลย 

            

เมื่อโลหะที่ปลายลูกศรถูกทำลายก็ย่อมยึดติดกับตำแหน่งเดิมไม่ได้อีก ไม้ศรลอยไปมาไม่มีน้ำหนัก และนั่นก็ทำให้ทหารหน่วยจู่โจมที่สองเข้าใจผิด คิดว่าตำแหน่งหนามพิษอยู่ตรงไม้ศร ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่เลย

            

ทันทีที่หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่ 2 ได้ยินคำอธิบายทั้งหมดที่เกิดขึ้น แทนที่เขาจะมองอันซูหยวนด้วยสายตาชื่นชม กลับมีประกายความริษยาอย่างรุนแรงอยู่ในนั้นแทน

            

พลทหารพิเศษอันลงมือก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพราะเกิดอยากจะฆ่าคนอย่างเอาแต่ใจ ทว่าทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเธอจับได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนก่อปัญหา เพราะแบบนั้นการฆ่าทิ้งโดยที่ตัวเองก็ไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้วไปเลยเสียยังจะดีกว่า

 

แต่ก็นั่นแหละ...สิทธิพิเศษที่ได้รับเช่นนี้ทำให้ผู้คนอิจฉาแทบตาย ในขณะที่พวกเขาต้องพยายามอดทนอดกลั้นกับพวกที่มาก่อปัญหา พยายามจะไม่ลงไม้ลงมือเพราะหน้าที่ลงโทษไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา หากแต่เป็นหน้าที่ของหน่วยสอบสวนและหน่วยลงทัณฑ์ ทว่า...ก่อนที่เรื่องจะถึงมือของทั้งสองหน่วยที่ว่านั้น ต่อหน้าของตนเองก็ทำให้อยากจะระเบิดอารมณ์ออกมาสักหลายๆรอบ!!

 

หากเป็นพลทหารพิเศษ กฎหมายนี้ไม่สามารถเอาผิดพวกเขาได้อยู่แล้ว ทันทีที่มีคนสร้างปัญหาก็แค่ยิงทิ้งไม่ใช่หรือ? เหอะ!! เขาเองก็อยากจะยิงคนชั่วช้าให้ตายสักสิบยี่สิบคนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาไม่ได้เป็นพลทหารพิเศษ ไม่อย่างนั้นคนมากมายน่าจะต้องตายไปด้วย...

 

ทางหน่วยจู่โจมที่สองรู้เรื่องนี้แล้ว คนส่วนใหญ่ในหน่วยจู่โจมที่หนึ่งกลับไม่รู้ประเด็นที่เพิ่งเกิดขึ้นเลย พวกเขาถูกสั่งให้ไปข้างหน้า เช่นนั้นก็แค่ต้องใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อวิ่งไปข้างหน้าให้ได้ ส่วนพวกที่อืดอาดอยู่ข้างหลัง...ให้เธอว่าพวกเขามาทำภารกิจคนละภารกิจกันจะได้ไม่เก็บเอามาเป็นความโกรธ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนๆก็จะเจอคนแบบนี้ อยู่ที่ว่าจะสามารถรับมือได้ดีหรือเปล่าก็เท่านั้น

 

ตอนที่ซูหยวนยิงลูกศรออกไป คนทั้งสามอยู่รั้งท้ายพอดี ในเมื่อพวกเขาคิดจะลงมือโดยไม่ให้คนอื่นรู้ เช่นนั้นก็เชิญพวกเขาตายไปโดยไม่ให้คนอื่นรู้เช่นกัน

 

แน่นอนว่า “ไม่ให้คนอื่นรู้” คนอื่นที่ว่าก็คือ “ทหารของหน่วยจู่โจมหนึ่ง” ของเธอ ส่วนทหารหน่วยจู่โจมอื่นๆนั้นไม่สำคัญ มันคงจะดีกว่าถ้าพวกเขาเห็นการฆ่าโดยไม่กระพริบตาของเธอเมื่อครู่ เพราะนั่นจะทำให้พวกที่อยากจะลงมือไม่กล้ามาวุ่นวายอีก

            

หลังจากจัดการกับทหารในหน่วยทิ้งไป 3 คนแล้ว ก็เป็นเวลาพอดีที่พวกหน่วยจู่โจมที่สองจะต้องแยกตัวออกไป ก่อนนี้อันซูหยวนจะช่วยระบุตำแหน่ง พร้อมๆกับที่กองกำลังหน่วยจู่โจมที่หนึ่งเพิ่งจัดการจระเข้หนามไปด้วย ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาจะไม่บาดเจ็บล้มตายมีสูงมาก ตัวเลขหลักสิบนี้เป็นเรื่องน่ายินดี ทว่า...ปัญหาก็คือ ภารกิจนี้ยังไม่จบลง

            

เมื่อพวกหน่วยจู่โจมที่หนึ่งแยกออกไปไกลแล้ว และพวกเขาก็มาถึงจุดที่จะต้องเป็นทางแยกเช่นกัน หมายความว่าการเดินทางหลังจากนี้จะพึ่งพาลูกศรไกด์ไลน์ของอันซูหยวนอย่างเดียวไม่ได้แล้ว พวกเขาจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่ใช่แค่หนามพิษใต้บ่อโคลนนี้เท่านั้น แต่ยังมีจระเข้หนามที่กำลังรอกินพวกตนอยู่ด้วย

 

“หัวหน้า! ในที่สุดพวกเราก็แยกกับพวกนั้นเสียที แบบนี้ก็ดีไปเลยใช่ไหม เพราะไม่ต้องมาระแวงการโจมตีโดยไม่มีเหตุผลของพลทหารพิเศษอีก”

 

“หืม? ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่ก็ได้ยินเหตุผลไปพร้อมกันแล้วไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงยังพูดเหมือนไม่เข้าใจอะไรแบบนั้นอีกเล่า”

 

“เหอะ! ใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจอะไรเลยน่ะ! คิดว่าหัวหน้าหน่วยจู่โจมคนนั้นจะตั้งใจฆ่าพวกเขาเพราะพวกเขากำลังทำลายหัวลูกศรจริงหรือ? บางที...ฉันคิดว่าทหารมากมายในหน่วยจู่โจมแรกได้รับสารทำลายหัวลูกศร พวกเขาน่าจะต้องการใช้ลูกศรพวกนี้ระบุตำแหน่งหนามพิษให้ตนเอง แต่ไม่อยากให้คนอื่นได้ประโยชน์ไปด้วย”

 

“ฉันเคยได้ยินมาเยอะมากคนแบบนี้ ตัวเองได้ไม่ดีก็ไม่อยากให้คนอื่นได้ดีเหนือกว่า พวกเราแยกตัวออกไปแบบนี้ก็จะได้ไม่ต้องกังวลอะไรอีก...”

            

ตู้ม!!!

 

“อ๊าก!!” 

            

คนพูด พูดยังไม่ทันจบ...เสียงการเคลื่อนไหวที่ทรงพลังก็ดังขึ้นก่อนแล้ว แน่นอนว่านี่เป็นการโจมตีของจระเข้หนามกลายพันธุ์อย่างแน่นอน

            

ทหารพิเศษคนหนึ่งเดินไปข้างหน้าถูกพวกจระเข้หนามกลายพันธุ์หลอกสายตา คิดว่าไม่มีอะไรก็เลยตั้งใจจะเดินผ่านพวกมันไปเลย คาดไม่ถึงว่ายังไม่ทันจะยกขาของตนเองขึ้น เจ้าจระเข้หนามกลายพันธุ์ก็อ้าปากกว้างของมันแล้วฉีกขาของพลทหารคนนั้นออกไปด้วยการโจมตีเดียว

            ตู้ม!!

 

“หลบก่อน!! พวกเราหลงเข้ามาในดงจระเข้หนามกลายพันธุ์แล้ว พอไม่มีลูกศรของพลทหารพิเศษอันที่หน่วย 1 พวกเราก็ไม่สามารถผ่านไปได้ง่ายๆเลย”

 

“มิน่า ผู้นำให้คนกับหน่วยจู่โจมที่สองมาเยอะกว่า ตอนนั้นก็คิดว่าจะดูถูกกันเกินไปแล้ว อยากจะขอให้ผู้นำมอบคนในจำนวนที่เทียบเท่ากันไปเลยเพื่อวัดฝีมือ แต่พวกเขากลับไม่ยอมอนุญาตให้แข่งกันเองเช่นนั้น มาวันนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไม...”

 

“พวกเราตอนแรกมั่นใจมาก คิดว่าตามหลังพวกหน่วยจู่โจมที่หนึ่งแล้วจะถูกพวกนั้นวางยา แต่ที่ไหนได้...ต่อให้ยังมีไอ้พวกวางยาอยู่ ความเสียหายของพวกเราก็คงจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้!”

 

“นั่นน่ะสิ ฉันอยากจะติดตามพลทหารพิเศษอันมากกว่าอีก”

 

“ใช่ๆ เห็นด้วยเลย ถ้าอย่างนั้น...ทำไมพวกเราไม่ขอไปติดตามพลทหารพิเศษอันแทนเสียเลยล่ะ!”

 

“!!!”

            

คนพูดเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจให้มา ปัญหาก็คือ..คำพูดของเขาได้อยู่ในหัวใจของผู้คนจำนวนหนึ่งไปแล้ว รอยยิ้มหยันถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างดี และใช่...ไอ้พวกโง่สามคนก่อนหน้านี้ที่ตายไปก็สมควรแล้ว ใครเล่นให้ลงมือชัดเจนถึงขนาดนั้น ต่อให้คนโง่ที่ไหนก็ยังมองออกว่าสร้างปัญหา ทว่า...ถ้าต้องการให้ภารกิจนี้ล้มเหลวจริงๆ เช่นนั้นก็ต้องใจเย็นให้ได้แบบเขานี่สิ!!

 

“เอาล่ะ ฉันจะลองไปขอหัวหน้าดูว่าสามารถย้ายไปติดตามพลทหารพิเศษอันแทนได้ไหม ใครเห็นด้วยกับฉันก็ตามมากันเอานะ”

 

…………………………………………..