LNCrawler

บทที่ 457 ปกปิด (อ่านฟรี 6 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 457 ปกปิด (อ่านฟรี 6 มิ.ย. 69)

บทที่ 457 ปกปิด

            

เสียงของพวกทหารที่หน่วยจู่โจมสองไม่ได้เบาเลย ราวกับเจตนาที่จะทำให้คนเป็นหัวหน้าได้ยินคำพูดเหล่านี้ และใช่! อีกฝ่ายก็ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์พวกนี้จริงๆ

            

ตอนแรกเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับพลทหารพิเศษอัน ถึงอย่างไรทางนั้นก็มีความสามารถพิเศษมาก จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมในภารกิจนี้ มีอำนาจตัดสินใจเทียบเท่ากัน ไม่สิ! ถ้าพูดถึงความสำคัญของหน่วยจู่โจมที่หนึ่งแล้ว ยังนับว่ามากกว่าหน่วยจู่โจมที่สองด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาจะต้องเคลื่อนไหวไปตามแผนของหน่วยจู่โจมที่หนึ่ง และยังต้องรอรับสัญญาณหรือคำสั่งต่างๆจากอีกฝ่าย ดังนั้น....หากเทียบกันชัดๆแล้ว กลายเป็นว่าเขาที่ทำงานในกองทัพมาเป็นเวลานาน สุดท้ายก็ยังเป็นได้แค่ลูกไล่ของเด็กสาวคนนั้นเท่านั้น

            

ทว่า...ความสามารถพิเศษของเธอ แถมยังประสบการณ์ในการต่อสู้ที่นี่มาก่อน ทำให้เขาฝืนใจยอมรับเด็กสาวอายุน้อยคนนี้เป็นหัวหน้าได้ เพียงแต่...เมื่อมีคนมาพูดเช่นนี้ แถมยังคิดว่าเขาอ่อนแอกว่าจนอยากจะย้ายออกไปอยู่หน่วยของทางนั้น ต่อให้เป็นแค่การพูดเล่นก็ถือเป็นการทำให้เขาเสียหน้าแล้ว เป็นแบบนี้เขาจะยังใจเย็นอยู่ได้อย่างไร

            

พลทหารพิเศษอันคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่ใช่แค่แย่งอำนาจของเขาไป ยังแย่งคนของเขาได้อีก ถือว่าก่อนหน้านี้เขาประมาทอีกฝ่ายเกินไปหน่อยแล้ว ความไม่ใส่ใจพวกนั้นทำให้เขาคิดว่าปล่อยๆไปก็ได้ เดี๋ยวภารกิจนี้จบแล้วทุกอย่างก็คงกลับมาเหมือนเดิม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย...ในเมื่อเรื่องราวบานปลายไปขนาดนี้แล้ว สู้เขาแสดงให้อีกฝ่ายเห็นไปเลยว่าใครกันแน่ที่เก่งกาจยิ่งกว่า เดี๋ยวทุกคนก็จะได้เห็นความจริงกันชัดๆไปเลย

 

“ทหารทุกคนในหน่วยจู่โจมที่สองฟังคำสั่งของฉัน พวกเราจะบุกตะลุยไปข้างหน้า แผนของฉันก็คือ...พวกเราจะต้องบุกรวดเดียวไปให้ถึงจุดนัดรวมก่อน แล้วถ้ามีเวลาจะยังกลับไปช่วยเหลือหน่วยจู่โจมที่หนึ่งด้วย”

 

“แผนการที่จะทำให้เร็วก็คือการแยกการโจมตีระยะไกลและใกล้ออกจากกัน ให้หน่วยโจมตีระยะไกลคอยโจมตีและพยายามลดจำนวนพวกจระเข้หนามให้ได้มากที่สุด ในขณะที่หน่วยโจมตีระยะใกล้จะรับมือกับจระเข้หนามและหญ้าหนามพิษตรงหน้าด้วยตนเอง”

 

“เมื่อการโจมตีระยะไกลสามารถช่วยลดจำนวนของจระเข้หนามกลายพันธุ์ได้ อย่างนั้นพวกโจมตีระยะใกล้ก็ทำงานได้ง่ายแล้ว” หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่สองออกคำสั่งอย่างมั่นใจ ทว่าผู้ช่วยของเขากลับพูดแทรกขึ้นมา

 

“หัวหน้า...หัวหน้าจะเปลี่ยนแผนงั้นหรอครับ เอ่อ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พลทหารพิเศษอันให้พวกเราโจมตีโดยเน้นการโจมตีพวกกลายพันธุ์ที่อยู่ตรงหน้าก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยไล่ไป...”      

            

อาจจะเพราะอคติที่มีต่อพลทหารพิเศษอัน...พอได้ยินผู้ช่วยคนสนิทกล่าวว่าก่อนหน้านี้พลทหารพิเศษอันกล่าวว่าอย่างนั้นกล่าวว่าอย่างนี้ขึ้นมา ความโกรธก็แล่นขึ้นในหัวใจจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

 

“พลทหารพิเศษอันบอกให้พวกเราโจมตีแบบนั้น แล้วพวกเราต้องเชื่อเธอด้วยหรือ? ตอนที่มีคนของพวกเราต้องตาย เธอได้มาร่วมรับผิดชอบด้วยไหม? หรือว่านายคิดว่าคำสั่งของฉันแย่กว่าพลทหารพิเศษอันอะไรนั่นล่ะ ห๊า!!” 

 

ในความคิดของเขา แผนการของเขาไม่ได้แย่เลย ก่อนหน้านี้ถ้าต้องต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์ก็ใช้วิธีการเช่นนี้ได้ไม่ใช่หรือ? ถึงอีกฝ่ายจะให้เหตุผลอย่างการป้องกันไม่ให้ดึงดูดพวกกลายพันธุ์มามากเกินไปจากการโจมตีระยะไกล แต่นั่นก็เพราะกลัวว่าพวกหน่วยจู่โจมระยะใกล้จะจัดการพวกกลายพันธุ์ตรงหน้าไม่ทันเสร็จ การดึงดูดพวกกลายพันธุ์จากระยะไกลเข้ามาจะเป็นการเพิ่มจำนวนศัตรูแล้วก็ทำให้ต้องเสียสละมากขึ้นเท่านั้น

 

ตราบใดที่หน่วยโจมตีระยะใกล้สามารถจัดการสัตว์กลายพันธุ์ตรงหน้าได้ทั้งหมด และรับแรงโจมตีจากพวกที่อยู่ไกลออกไป ทั้งหมดนี่ก็จะไม่กลายเป็นปัญหา

 

นอกจากนี้ ถ้าทำตามแผนนี้ได้ การเคลื่อนไหวของหน่วยจู่โจมสองจะต้องรวดเร็วขึ้นไปอีก เขาวาดฝันเอาไว้ว่าหน่วยจู่โจมสองจะไปให้ถึงตำแหน่งที่นัดหมายกันไว้ก่อน จากนั้นยังส่งคนย้อนกลับไปช่วยเธอ แสดงให้เห็นกันชัดๆเลยว่าความเหนือชั้นนี้เป็นอย่างไร

            

ทางผู้ช่วยเห็นว่าหัวหน้าหน่วยกำลังโกรธแล้ว ตัวเองจึงไม่เอาตัวเข้าไปรับกับปัญหาพวกนั้น เขาตัดสินใจที่จะเงียบแล้วตามหลังหัวหน้าไปเหมือนเดิม แม้ว่าคำพูดของพลทหารพิเศษอันจำเป็นต้องฟัง แต่คำพูดของหัวหน้าที่เขาติดตามนั้น “จะต้องฟัง” มากกว่า นอกจากนี้...แผนการของเขาก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ สุดท้ายก็แค่วิธีการคิดแตกต่างกันเท่านั้น

            

ในภาพที่เขาเห็น พลทหารพิเศษอันเข้าใจว่ากำลังรบของหน่วยจู่โจมที่สองด้อยกว่าหน่วยจู่โจมแรก ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอคิดแบบนั้น แต่แผนการที่แสดงออกมาก็เป็นเช่นนั้นจริง

            

โดยหน่วยจู่โจมที่หนึ่งใช้วิธีการโจมตีโดยพลทหารพิเศษอันเปิดฉากก่อน เมื่อลดจำนวนจระเข้หนามลงไปได้แล้ว ทั้งยังระบุตำแหน่งของพวกมันได้ทั้งหมด จากนั้นหน่วยจู่โจมคนอื่นๆจะเดินตามรอยของเธอแล้วจัดการพวกกลายพันธุ์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง

            

พร้อมกันนั้น กลับมอบแผนการให้พวกเขาทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดาหน้าตรวจสอบตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์ด้วยหน่วยป้องกัน จากนั้นก็ให้หน่วยโจมตีทั้งระยะใกล้และไกลช่วยกันเพื่อที่จะได้สนับสนุนกันจัดการพวกกลายพันธุ์ได้ วิธีการแบบนี้จะลดจำนวนผู้สูญเสีย หากแต่จะเคลื่อนไหวได้ช้ากว่าหน่วยจู่โจมแรกอย่างมาก

            

ส่วนแผนของหัวหน้าใหม่นี้ จะเป็นการเชื่อมั่นในฝีมือของหน่วยจู่โจมระยะไกลและใกล้ทั้งหมดอย่างเท่าเทียม โดยมองว่าหน่วยโจมตีระยะไกลสามารถช่วยลดจำนวนศัตรูได้ ในขณะที่หน่วยจู่โจมระยะใกล้สามารถรับการปะทะได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนใดๆจากหน่วยโจมตีระยะไกล

            

ก็แค่มีแผนการใช้งานทหารต่างกัน ความเชื่อใจในตัวทหารต่างกันก็เท่านั้น...

            

หลังคำสั่งของหน่วยจู่โจมที่สองเปลี่ยนใหม่ ขบวนการจัดรูปแบบต่อสู้ก็เปลี่ยนไปด้วย หน่วยโจมตีระยะไกลที่เคยอยู่ไกลจากหน่วยจู่โจม 3 เมตร กลับต้องเดินหน้าขึ้นมาให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้เพิ่มระยะการโจมตีให้ไกลมากเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่หน่วยป้องกันและหน่วยจู่โจมระยะประชิดเริ่มเข้าใกล้กัน พวกเขาจะต่อสู้ไปพร้อมกับการสนับสนุนการป้องกันให้กันเลย

            

ซูหยวนที่ดูแผนที่อยู่ตลอดแม้จะแยกเส้นทางออกมาแล้วก็เข้าใจทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็เข้าใจได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้ปกติ

            

เธอส่งสัญญาณให้หนูทองลายขาวของเธอที่รออยู่ก่อนแล้วไปส่งข่าวเรื่องแผนที่เปลี่ยนไปนี้ ให้อาจารย์เติ้งเตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ได้เลย 

            

แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะทำร้ายทหารไปจำนวนมาก แต่นี่ก็เป็นผลที่หัวหน้าหน่วยโจมตีที่สองจะต้องแบกรับเอาไว้เอง ถึงอย่างนั้น...เธอก็คงช่วยลดความสูญเสียได้เพียงเท่านี้ การแจ้งข่าวให้หน่วยโจมตีระยะไกลที่ฐานได้เข้าใจสถานการณ์ก่อนจะช่วยให้พวกเขายื่นมือเข้ามาได้เร็วที่สุดแล้ว แม้ซูหยวนจะสามารถช่วยพวกเขาด้วยการใช้ทักษะธรรมชาติผสมกับทักษะธนูระดับสูง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องจำเป็นของเธอ

            

การเริ่มต้นลงมือกับทหารทรยศทั้ง 3 คนนั้น ก็คือจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวคนที่ซ่อนตัวอยู่ทั้งหมด ช่วงเวลานี้จะต้องมีคนอีกหลายคนที่เริ่มเคลื่อนไหวหลังจากรอโอกาสมานาน เธอต้องการเปิดเผยใบหน้าของพวกเขาทั้งหมด จากนั้นก็ส่งพวกมันลงนรก

            

ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง การต่อสู้ฝั่งซูหยวนราบรื่นดี เพราะสุดท้ายมันก็แค่การให้พลทหารทั้งหมดเคลื่อนไหวไปตามเส้นทางของลูกศรที่เธอวางเอาไว้ คนในหน่วยจู่โจมของเธอนั้นดีที่เหมือนจะไม่มีใครเป็นผู้ก่อกวนอีก ดังนั้นจึงสามารถเคลื่อนกำลังพลไปตามที่ตั้งใจ

            

กลับกัน ฝั่งของหน่วยจู่โจมที่สองนั้นเริ่มเปิดเผยให้เห็นปัญหาแล้ว...

 

“หัวหน้า! พวกเราจะทำยังไงดี ตอนนี้หน่วยโจมตีระยะใกล้รับมือกับพวกสัตว์กลายพันธุ์ไม่ไหวแล้วครับ จำนวนการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว แล้วก็จำนวนผู้ที่เสียชีวิต...”

 

“ก็บอกให้พวกมันตั้งใจทำงานหน่อย อยากตายกันรึไง!” หัวหน้าหน่วยที่สองเหมือนกับคนโง่ไปแล้ว ทิฐิที่เขามีทำให้เขาไม่ต้องการสั่งลดการโจมตีระยะไกลลง แล้วให้หันมาสนับสนุนการโจมตีระยะใกล้ เพราะนั่นมันเหมือนกับแผนการที่อันซูหยวนวางเอาไว้ไม่มีผิด อย่างไรก็ตาม...ตอนนี้ภาพที่เขาเห็นก็เป็นเหมือนกับที่ผู้ช่วยบอกจริงๆ มันเป็นสถานการณ์ที่กำลังจะรับมือไม่ได้แล้ว

            

ล้มเหลว! ถ้าภาพนี้ถูกเปิดเผยให้ผู้นำรู้ ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสั่งการของเขา การที่จู่ๆก็เปลี่ยนแผนการไปจนทำให้การเคลื่อนไหวทั้งหมดต้องพังไม่เป็นท่า หากบอกว่าเป็นเพราะเขาคือต้นเหตุ อย่างนั้นตำแหน่งของเขาก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

            

เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด! คิดได้ดังนั้น...หัวหน้าหน่วยที่สองก็กัดฟันกรอด เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะซ่อนความผิดของตนเอง เขาหันไปมองผู้ช่วยเพื่อที่จะลงมืออย่างลับๆ

            

คนเป็นผู้ช่วยเบิกตากว้าง เขาไม่อยากให้หัวหน้าต้องใช้แผนการนี้ เพียงแต่...เขามีทางเลือกอื่นด้วยหรือ? สุดท้ายจึงได้เริ่มลงมืออย่างลับๆ และเป้าหมายก็คือ..... “ยักษ์แดงแห่งหนองน้ำ” สัตว์กลายพันธุ์ที่อันตรายที่สุดในที่แห่งนี้ จระเข้หนามแดงที่กำลังหลับใหล!!

            

การสูญเสียคนมากเกินไปจากความประมาทและอวดดีของตนเองจะทำให้หัวหน้าหน่วยถูกลดตำแหน่งอย่างช่วยไม่ได้ ดีไม่ดีอาจจะถูกสอบสวนจนทำให้ได้รับโทษทางวินัยด้วยซ้ำ ดังนั้นเพื่อที่จะเอาตัวเองรอดพ้นวิกฤตินี้ และทำให้รักษาภาพลักษณ์อันสูงส่งของตนเองไว้ได้ เช่นนั้นการทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิดจึงเป็นทางออก

            

หากมีคนถามว่าทำไมพวกเขาจึงล้มตายมากขนาดนี้ ก็แค่บอกว่ามีการปรากฏตัวของจระเข้แดงอย่างกะทันหัน แผนการทั้งหมดก็เลยผิดพลาดตั้งแต่ตรงนั้น...แค่นี้ก็ไม่มีใครคิดว่าผิดปกติแล้ว!

            

ผู้ช่วยของเขาทำงานเร็วมาก ส่งตัวแทนหลุดออกจากแถวแล้วไปต่อสู้อย่างรุนแรงในเขตต้องห้าม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่พลทหารพิเศษอันระบุว่าเป็นจุดที่จระเข้หนามแดงหลับใหลอยู่

            

เพียงแค่การระเบิดครั้งเดียวของอีกฝ่าย จระเข้หนามแดงกลายพันธุ์ที่นอนอย่างสงบก็ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกับความโกรธแล้ว แรงสั่นสะเทือนจากใต้น้ำที่รุนแรงทำให้ทุกคนในบ่อโคลนรับรู้ได้ แน่นอนว่าซูหยวนระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นการลงมือของหน่วยโจมตีที่สอง เธอก็ส่งสัญญาณให้คนในหน่วยของเธอทั้งหมดเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทันที

 

“เกิดอะไรขึ้น” 

 

“นั่นน่ะสิ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหัวหน้าถึงสั่งให้พวกเราขึ้นฝั่ง หรือว่าจะเกิดเหตุอะไรบางอย่าง”

 

“คำสั่งนี้น่าจะเอาออกมาใช้เมื่อเห็นว่าการเคลื่อนไหวของจระเข้แดงนั่นผิดปกติไม่ใช่หรือ?”

 

“ใช่ นี่เป็นสัญญาณอันตรายหมายเลข 2 อันตรายมากรองมาจากสัญญาณอันตรายหมายเลข 1 ก็คือการถูกโจมตีจากพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ สัญญาณนี้เกี่ยวข้องกับจระเข้หนามแดงยักษ์นั่น”

 

“ถ้าจระเข้แดงนั่นเกิดลุกขึ้นมาจริงๆ พวกเราก็ถือว่าอยู่ใกล้กับหลุมหลบภัยแล้ว เพียงแต่...ทำไมเจ้าจระเข้แดงถึงมีการเคลื่อนไหว ไม่ใช่ว่าพวกเราจะกระตุ้นพวกมันหลังจากที่อาวุธชนิดใหม่ถูกสร้างขึ้นมาเสร็จแล้วหรือ?”

            

ทหารทั้งหมดในหน่วยจู่โจมที่หนึ่งสับสนกันไปหมด พวกเขาต่างก็กระซิบกระซาบเพื่อถามสถานการณ์ ในขณะที่อันซูหยวนไม่อธิบายอะไรให้พวกเขาเข้าใจเลยสักนิด

            

คนของเธอ ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้ก็มีหน้าที่แค่ต้องฟังคำสั่งเท่านั้น ถ้าคิดจะมีปัญหากับคำสั่งของเธอ เช่นนั้นก็จะถูกจัดการตามกฎของกองทัพทันที!

            

ทางฝั่งหน่วยจู่โจมแรกนั้นขึ้นไปอยู่บนฝั่งเรียบร้อย แถมยังอยู่ในตำแหน่งที่สามารถลงไปซ่อนในหลุมหลบภัยได้เลยทันที แต่หน่วยที่ 2 ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เนื่องจากพวกเขากำลังพัวพันการต่อสู้อยู่แต่เดิมแล้ว และหัวหน้าของพวกเขาก็ไม่ออกคำสั่งใดๆ มีเพียงตนเองและทหารคนสนิทที่เริ่มเคลื่อนตัวออกห่างจากตำแหน่งของจระเข้หนามแดงเท่านั้น

            

พวกที่กำลังต่อสู้ไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้คลื่นใต้น้ำกำลังมีการสั่นไหวอย่างรุนแรง เพราะพวกเขากำลังต่อสู้เสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว ย่อมไม่อาจจะรู้หรอกว่าการเคลื่อนไหวนี้เกิดจากจระเข้หนามตรงหน้าหรือเป็นจระเข้ยักษ์ที่หลับอยู่

            

ทว่า...หลังจากนั้นไม่ทัน พวกเขาก็ได้พบกับความจริงอันโหดร้ายแล้ว เมื่อคลื่นที่สั่นไหวเล็กๆเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนเหมือนกับสึนามิขนาดย่อม

            

ตู้ม!!!

            

แรงระเบิดที่ทำให้โคลนใต้น้ำแตกกระจายออกมาพร้อมกับคลื่นของน้ำ ถาโถมพัดให้สิ่งมีชีวิตเหนือผิวน้ำทั้งหมดกระเด็นออกไปอย่างไม่สามารถควบคุมตำแหน่งได้

            

หลายคนถูกคลื่นน้ำนั้นซัดจนจมไปเลยก็มี ถึงจะพยายามใช้พลังงานของตนเองในการต้านเอาไว้ แต่เมื่อมีจระเข้หนามที่ถูกพัดตามมาจำนวนมาก หรือแม้แต่หนามพิษที่ซ่อนอยู่ใต้บ่อโคลนก็ยังโดนซัดมาด้วย สุดท้ายแล้วไม่ถูกโคลนขนาดใหญ่ทับจนตาย ก็ไม่อาจจะหลบพ้นแรงกระแทกจากพวกกลายพันธุ์ที่ขนาดใหญ่พวกนั้นอยู่ดี

 

……………………..