บทที่ 461 ยอมศิโรราบ (อ่านฟรี 10 มิ.ย. 69)
บทที่ 461 ยอมศิโรราบ (อ่านฟรี 10 มิ.ย. 69)
บทที่ 461 ยอมศิโรราบ
ไม่ใช่แค่อาจารย์เติ้งที่คิดเช่นนั้น เหตุการณ์ที่มีสัตว์ร้ายชนิดใหม่ปรากฏตัวในเขตพื้นที่ K นั้นรู้ถึงหูของพวกผู้นำแล้วเช่นกัน พวกเขาถึงกับต้องแทรกวาระประชุมเร่งด่วนเพื่อหาทางรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าสัตว์ร้ายชนิดนี้เป็นสัตว์ร้ายประเภทไหน แต่พวกเขาก็เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของพวกมันได้ทันที
ถ้าแม้แต่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็ยังถูกกดดันให้ต้องถอยร่นเข้าไปในรังของตนเองอยู่เงียบๆ เช่นนั้นก็แปลว่าความแข็งแกร่งของพวกสัตว์ร้ายชนิดใหม่นี้ไม่ธรรมดา
อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหนูทองลายขาวที่มีข้อเสียเปรียบในด้านกายภาพ ทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับสัตว์กลายพันธุ์ประเภทมีปีก ย่อมต้องระวังให้มากกว่าเดิม ถ้าเทียบกันแล้ว...สำหรับทหารหาญ ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ยังถือว่าน่ากลัวกว่าเจ้าจระเข้แดงยักษ์ใหญ่นี้อีก!!
“ท่านผู้นำ พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดี หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก็คงเสี่ยงที่จะสูญเสียกองกำลังทั้งหมดไป...”
ทหารระดับสูงคนหนึ่งเปิดประเด็นสำคัญขึ้นมาทันที ใจของเขาคิดอยากให้คนเป็นผู้นำประกาศออกมาเลยว่ายกเลิกภารกิจนี้เสีย พวกเขาแม้จะเตรียมตัวมานาน ทว่า...จุดเปลี่ยนของภารกิจนี้มันเริ่มตั้งแต่ที่มีทหารระดับสูงบางคนต้องการใช้โอกาสสำคัญในการแก้แค้นส่วนตัวแล้ว!!
แค่ลำพังความยากของภารกิจก็สูงมากพอแล้ว พอมาเจอกับการก่อกวนของคนอื่นๆอีก ยิ่งเพิ่มความยากขึ้นไปอีกระดับ เดิมทียังคิดว่าอาจจะจัดการได้ สุดท้ายก็ยังมีปัญหาอีกแล้ว...แค่คิดเรื่องนี้ หัวของพวกเขาก็เหมือนจะระเบิดเต็มที
“สัตว์ร้ายที่เพิ่งปรากฏนั้นเป็นตัวอะไร”
ผู้นำพยายามรักษาความสงบของตนเองเอาไว้ ภารกิจนี้ไม่จำเป็นต้องดื้อด้านในการไปให้ถึงที่สุด หากมันมีแนวโน้มที่จะอันตรายมากก็แค่ถอยกลับ...แต่อย่าลืมว่าการมาที่นี่ของพวกเขา ถ้าไม่ได้อะไรกลับไปคงไม่พ้นเป็นการเอาทรัพยากรมาผลาญเล่น
อย่างน้อยๆ...พวกเขาควรจะได้รู้ว่าสัตว์ร้ายอะไรกันที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาใหม่ พื้นที่เขต K นี้ แท้จริงแล้วเป็นพื้นที่อันตรายแบบไหนกันแน่!!
“เจ้าสัตว์ร้ายที่เพิ่งปรากฏตัวนั้นมีลักษณะเหมือนกับผึ้งหัวกระสุนครับ แต่ว่ามีสีสันสดใสกว่า ซึ่งหมายความว่า...พวกมันอาจจะอันตรายมากกว่าผึ้งหัวกระสุนครับ...” แม้แต่คนพูดก็ยังแสดงออกว่าไม่มั่นใจในข้อมูลเอาเสียเลย
ผึ้งหัวกระสุนที่เขาพูดถึงนี้ แท้จริงแล้วเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงในเขต L ซึ่งจากที่เคยกล่าวถึงก่อนหน้านี้ เขต L ถือเป็นเขตที่ตัดระหว่างคนธรรมดาและคนระดับสูง หากมีความสามารถไม่เพียงพอย่อมไม่อาจจะไปที่เขต L ได้ ดังนั้น...เมื่อเขารายงานว่าเจ้าสัตว์ร้ายที่เพิ่งปรากฏตัวนี้ แท้จริงแล้วอาจจะมีระดับสูงกว่าผึ้งหัวกระสุน มันย่อมทำให้ผู้ฟังแคลงใจ
นี่...ไม่ได้หมายความว่าต้องการจะบอกว่าพื้นที่เขต K นี้ แท้จริงแล้วอาจจะอันตรายพอๆกับเขต L หรือ? หากเป็นเช่นนั้นจริง...แผนการที่พวกเขาลงแรงมาทั้งหมดในเขต K สุดท้ายก็แค่การลงแรงที่เสียเปล่าหรือไม่?
ถ้าเขต K อันตรายมากพอกับเขต L จริงๆ เช่นนั้นการพัฒนาที่นี่ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ทำได้แค่เปลี่ยนพวกมันเป็นพื้นที่ต้องห้ามเหมือนกับเขต L M N เท่านั้น เพราะสุดท้าย...มันอาจจะเป็นการส่งคนจำนวนมากมาตายเล่นๆก็ได้
ส่วนในเขต L M N ตอนนี้ หากต้องการทรัพยากรอะไร ก็มีความจำเป็นต้องประกาศออกเป็นภารกิจระดับสูงเพื่อให้ทหารที่อยู่ในระดับเหนือขึ้นไปมาจัดการ
สีหน้าของผู้ฟังเป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริง เสียงของคนทั้งหมดเงียบไป พวกเขากำลังจมกับความคิดของตน
“นี่เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ความเป็นจริงแล้วยังต้องตรวจสอบอีก....” ผู้รายงานพูดขึ้นมาอีกคำ เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เอาเสียเลย ซึ่งสิ้นคำพูดของเขา...พวกผู้นำก็ถอนหายใจกันออกมาเฮือกใหญ่ ดูเหมือนพวกเขาจะคิดไปในทิศทางเดียวกันเสียแล้ว
เขต K นี้...คงพัฒนาไม่ได้อีก!!
“เอาล่ะ ออกคำสั่งไป...ภารกิจนี้คงต้องยก..”
ผู้นำภารกิจสูงสุดรู้สึกเหนื่อยใจมาก แต่เขาไม่สามารถทำอย่างอื่นได้แล้ว สุดท้ายการประกาศยกเลิกภารกิจก็เป็นสิ่งที่ผู้ทุกคนไม่ชอบมากที่สุด แต่มันไม่มีทางเลือก...
ทว่า ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค ตอนนั้นทหารลาดตระเวนกลับกระหืดกระหอบเข้ามารายงานสถานการณ์อีกครั้ง
“ท่านผู้นำครับ เกิดเรื่องประหลาดขึ้นแล้วครับ!”
“เกิดเรื่องประหลาด? เกิดอะไรกันแน่ รีบรายงานให้เข้าใจเดี๋ยวนี้!”
“ขออภัยครับท่านผู้นำ เรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นก็คือ...หลังจากที่สัตว์กลายพันธุ์ประหลาดเข้าล้อมรังของตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไว้ พวกมันก็ร่นกลับเข้าไปในรังของตนเอง จากนั้น....สัญญาณที่พวกเราติดตามราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็หายไปครับ!!”
“พวกมันหายไปเหมือนกับว่าจู่ๆก็หายไป คล้ายกับสัญญาณที่พวกทหารระดับสูงเคยหายเข้าไปในเขต J ขณะนี้กำลังสงสัยว่าอาจจะมีจุดเคลื่อนย้ายบริเวณนั้นครับ!!”
เจ้าหน้าที่รายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หากข้อมูลนี้ซูหยวนมาได้ยินด้วย เธอคงจะต้องชื่นชมพวกเขาจริงๆ นั่นเพราะตรงนั้นมี "จุดเคลื่อนย้ายอยู่จริงๆ" แต่เป็นจุดเคลื่อนย้ายโดยสัตว์เลี้ยงในฟาร์มของเธอต่างหาก ไม่ใช่ประตูเชื่อมมิติเหมือนที่เขต J
การคาดการณ์นี้ทำให้พวกผู้นำอึ้งไปอีกครั้ง ที่เขต K นี้ แท้จริงแล้วมันยังไงกันเเน่! ถ้าหากมีจุดเคลื่อนย้ายจริง เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องดำเนินการต่อไป อย่างน้อยๆการได้ข้อมูลใหม่นี้จะกลายเป็นผลงานชิ้นสำคัญของทุกคนทันที
สำหรับตัวเขาที่เป็นผู้นำเองนั้นไม่ได้ต้องการผลงานอะไรอีก แต่พวกทหารที่เสียชีวิตไป หรือพวกที่เอาชีวิตมาเสี่ยง บาดเจ็บพิการเหล่านี้ ถ้ากลับไปโดยบอกว่าล้มเหลว ไม่ได้อะไรเลย เช่นนั้นเเม้เเต่เเต้มทหารก็ยังไม่ได้รับ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะมีรางวัลอื่นๆมอบให้หรือไม่
กลับกัน...ถ้าภารกิจนี้มีผลงานเป็นประโยชน์ กองทัพจะเบิกทรัพยากรเพื่อชดเชยให้พวกเขาได้ ยิ่งได้ข้อมูลไปมากเท่าไร ก็ยิ่งเบิกทรัพยากรได้มากเท่านั้น
ปัญหาคือ .... ถ้าตัดสินใจไปต่อแล้วจะเป็นอย่างไร ทหารหาญมากมายคงต้องเอาชีวิตไปทิ้งอีก ตอนนี้อยู่บนเส้นทางระหว่าง "เสียสละเพิ่ม" หรือเส้นทาง "คว้าผลประโยชน์เพื่อชดเชยให้ผู้เสียชีวิตไปแล้ว" ไม่ว่าจะทางไหนย่อมมีคนได้เเละคนเสีย
ถ้าหากว่ามีเส้นทางที่ “ได้ทั้งข้อมูล” เเละไม่ต้องเสีย “ทรัพยากรมนุษย์” เพิ่ม นั่นคงจะดีที่สุด เเต่เรื่องดีๆแบบนั้นจะเกิดขึ้นได้ด้วยหรือ? เว้นเสียเเต่ว่าเขาเป็นคนที่พระเจ้ารักก็เท่านั้นเเหละ ...
ทางฝั่งของราชินีผึ้งน้อยที่ถูกมองเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูง...ก่อนหน้านี้มันเเสดงพลังของตนเองให้ได้เห็นผ่านการยิงยาสลบไปที่ตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์ตนหนึ่ง เพียงแค่ไม่ถึงวินาที...ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตัวใหญ่ก็ล้มลงไปทั้งอย่างนั้น
เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เห็นดังนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่าตัวมันเสียเปรียบเเล้ว ดูในขาเล็กๆของพวกผึ้งน้อยพวกนี้สิ มีอาวุธเเบบนี้อยู่ในมือของพวกมันทุกตัว ขอเเค่ระดมยิงมาทีตนเองก็เป็นอันจบสิ้นเเล้ว เพราะเเบบนั้น...การเจรจาของสองราชินีจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ราชินีผึ้งน้อยกล่าวถึงเจตนารมณ์ของเจ้าของฟาร์มที่อยากจะให้อีกฝ่ายมาเป็นผู้รับใช้ตนเอง ราชินีตั๊กแตนน้ำไม่พอใจมาก มันเองก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรีของตนเช่นกัน เป็นถึงราชินีที่มากอำนาจ กลับต้องเป็นแค่ผู้ติดตามคนอื่นงั้นหรือ? เช่นนี้ไม่ได้เเปลว่ามันเป็นราชินีที่ตกต่ำหรือไร
ราวกับราชินีผึ้งน้อยเข้าใจความคิดของเจ้าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ผู้ไม่เห็นเห็นโลกกว้าง มันจึงขยับปืนยิงขนาดเล็กในมือ เเล้วพูดอีกว่า “เจ้าของฟาร์มมีสิ่งนี้ในฟาร์มอีกมาก ต่อให้เจ้าไม่ยินยอมในเวลานี้ ก็แค่เสียเวลาผลิตลูกดอกยาสลบก็เท่านั้น จะยอมโดยดีเเละเป็นผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ หรือจะต้องให้บังคับเเล้วเปลี่ยนเป็นทาสก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนี้”
ราชินีผึ้งน้อยเป็นพวกเด็ดขาดเเละหน้ามึนมาก มันไม่ใช่พวกรู้จักใช้คำพูดสวยหรูในการเกลี้ยกล่อม อาจจะเพราะตนเองถูกทิ้งๆขว้างๆในฟาร์มร้างมานาน ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้สนทนากับผู้ใดมากนัก
ฟาร์มที่มันอยู่นั้น เจ้าของฟาร์มไม่คิดเเยเเส ไม่ใช่แค่ตัวมันเท่านั้นที่ลำบาก อีกฝ่ายยังปล่อยสัตว์เลี้ยงมากมายในฟาร์มให้นอนหิวโซ จะตายก็ตายไม่ได้เพราะระบบไม่มีการตั้งค่าให้ตายจากการอดอาหาร กระนั้นเมื่อมีชีวิตอยู่...ก็ต้องเจอกับความทรมานตลอดไป....
ตัวมันเองโชคดีที่ยังมีรังนอน พวกสัตว์อื่นที่ถูกรีดนมรีดไข่ พอไม่มีอาหารมาเติมก็เหมือนสัตว์ซอมบี้....
เอาเถอะ มันนับว่าโชคดีที่ถูกเลือกแล้ว ใครจะไปเชื่อว่าตอนที่เจ้าของฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยมาปรากฏตัวเมื่อไร จะได้ยินเสียงร้องขอให้พาตนเองกลับไปด้วยดังระงมทั้งฟาร์ม น่าเสียดายที่เจ้าของฟาร์มอันไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้น ไม่สิ! ต่อให้ได้ยิน เธอก็ช่วยทั้งหมดไม่ได้อยู่ดี...
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสายตาหดหู่ของราชินีผึ้งน้อยตรงหน้าก็เชื่อแล้วว่าเรื่องหลังจากนี้อาจจะโหดร้ายจริงๆ เเละเเท่งดำๆที่มียาสลบนั้นเป็นของจริง ถ้าราชินีผึ้งน้อยตัดสินใจจะไม่รอคำตอบ มันสามารถยิงลูกดอกนั้นมาได้ทุกเมื่อ ถึงตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว คงจะได้กลายเป็น “ทาส” ของจริง...
เพื่อไม่ให้เรื่องมันเป็นไปในทิศทางนั้น สุดท้ายราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เลือกที่จะเป็นผู้ติดตามของเจ้าของฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยที่เจ้าราชินีผึ้งน้อยพูดถึง ซึ่งนั่นก็คือปรากฏการณ์ที่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์หายไปเหมือนกับเข้าไปในจุดเคลื่อนย้ายที่พวกทหารพูดถึงนั่นเอง
กลับมาสู่ปัจจุบัน ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์หลังจากที่ถูกพาเข้าในฟาร์มก็ถูกระบบจัดการความคิดให้แปรเปลี่ยนเป็นผู้มีความจงรักภักดีมากขึ้น อาจจะเพราะตอนแรกมันก็ยอมรับอันซูหยวนเป็นเจ้านายอยู่ก่อนแล้วก็ได้ ดังนั้นจึงไม่รู้สึกว่าความรู้สึกทั้งหมดเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ภาพที่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เห็นก็คือเหล่าสัตว์ระดับสูงจำนวนมากที่กำลังทำงานกันอย่างขมักเขม่น ด้านล่างมีหนูทองลายขาวที่ดูอย่างไรก็แข็งแกร่งกว่าตัวมัน ยังมีไก่ลาวากลายพันธุ์ที่กำลังฝึกฝีมือไปกับสุนัขทมิฬที่มีกรงเล็บเป็นดั่งดาบทำลายเทพเจ้า ยังไม่รวมด้านบนที่มีฝูงผึ้งงานกำลังพยายามรวบรวมเกสรดอกไม้มาเป็นอาหาร ฝูงแมลงกัดกินที่มากพอจะทำลายป่าขนาดใหญ่ทั้งป่าได้
และที่สำคัญ...จิตวิญญาณต้นไม้โลกที่เหมือนกับเทพเจ้า เพียงแค่ตัวตนของมันปรากฏอยู่เช่นนั้นก็ทำให้ทุกสรรพชีวิตต้องศิโรราบ ทั้งยังมีสัญญาณอ่อนๆของการก่อเกิดครั้งใหญ่ที่อยู่ในรังไหม อ่า...ไม่นับรวมสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เป็น “อมตะ” แม้ว่าจะไม่สามารถต่อสู้ได้ ทว่า...การที่พวกมันให้ผลผลิตเป็นอาหารพลังงานระดับสูงเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้มิติแห่งนี้เป็นดั่งมิติเทพไปแล้ว
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่เคยคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของมันจะได้มาเห็นภาพเช่นนี้เลย มันมองไปที่ราชินีผึ้งน้อยที่พามันมายังดินแดนแห่งนี้ “เจ้าของฟาร์ม” ที่อีกฝ่ายพูดถึง แท้จริงแล้วก็คือ “เทพเจ้า” หรือไม่?
“เจ้าเลือกตำแหน่งรังของตนเองได้เลย แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ารังของฉันอยู่ตรงนั้นแล้ว และยังมีเจ้าผีเสื้อน้อยที่กำลังเติบโตอีกด้วย ดังนั้น...ดีที่สุดคือเจ้าและพรรคพวกไปสร้างรังไกลๆหน่อย”
ราชินีผึ้งน้อยยังคงรักษานิสัยของการเป็นผู้ปลีกวิเวก ไม่อยากให้คนอื่นมาวุ่นวายกับตนเองมากเกิน ซึ่งราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เข้าใจเรื่องนี้ อีกอย่าง...มันก็ไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้กับราชินีผึ้งน้อยจอมโหดผู้นี้หรอก
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอเลือกบริเวณนั้นก็แล้วกัน...” เพราะมันเป็นตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ ย่อมชอบมากที่สุดคือบริเวณที่มีแหล่งน้ำอยู่
น้ำตรงหน้านี้ดูวิเศษมากกว่าน้ำในบ่อที่จระเข้แดงยักษ์นั่นอาศัยอยู่เสียอีก สิ่งนี้ทำให้มันได้แต่คิดย้อนกลับไปว่าก่อนหน้านี้พวกตนกำลังแย่งชิงขยะอะไรกันอยู่! หากเจ้าจระเข้แดงนั่นรู้ว่ายังมีสถานที่ที่วิเศษเช่นนี้ มันคงจะร้องไห้เสียใจเป็นแน่
อุตส่าห์คิดว่าตัวเองสูงส่ง มีอำนาจเหนือผู้ใดในหนองน้ำนั้น ท้ายที่สุดแล้วหนองน้ำนั่นก็แค่... “บ่อขยะ” ที่ไม่น่าสนใจเท่านั้นเอง!
“ได้ แต่ระวังเอาไว้หน่อยก็ดีนะ”
“ระวังหรือ? ระวังอะไรหรือ?”
“...........” ราชินีผึ้งน้อยไม่ได้พูดอะไรอีก มันทำภารกิจนี้เสร็จแล้ว ดังนั้นจึงใช้พลังเรียกทหารผึ้งกลับมา ปล่อยให้เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์บินอยู่ตรงนั้นด้วยความสับสน
ทว่า...ความไม่เข้าใจนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะเท่านั้น ยังไม่ทันที่มันจะบินเข้าไปใกล้บ่อน้ำขนาดเล็กนั้น แสงสีทองก็สาดประกายวาบผ่านไป เกือบจะตัดเอาปีกที่มันภาคภูมิใจหนักหนาออกไปแล้ว!
“ใครกล้ามาแตะต้องน้ำบริสุทธิ์ระดับสูงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้านายจะต้องตาย!” และใช่แล้ว! ตำแหน่งที่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เลือกก็คือบริเวณที่มีบ่อน้ำวิเศษอย่างน้ำบริสุทธิ์ระดับสูง หรือที่พวกเอลฟ์เรียกกันว่าน้ำตาเทพนั่นเอง
ราชาหนูทองลายขาวเข้ามาด้วยอำนาจเหนือล้น ข้างกายยังมีจิตวิญญาณต้นไม้โลกเข้ามาด้วยท่าทางขึงขังด้วย มันจับ “เสี่ยวหยู” ไว้ด้วยจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง ซึ่งเจ้าเสี่ยวหยูเองก็ดุดันไม่แพ้กัน ปล่อยออร่าสังหารออกมา ราวกับต้องการจะบอกว่า “ถ้าเจ้าสิ่งมีชีวิตหน้าใหม่นี้ยังต้องการขโมยทรัพยากร เช่นนั้นมันก็พร้อมจะจัดการผู้บุกรุกให้สิ้นซาก” !!
…………………………………