บทที่ 462 ผิดแผน (อ่านฟรี 11 มิ.ย. 69)
บทที่ 462 ผิดแผน (อ่านฟรี 11 มิ.ย. 69)
บทที่ 462 ผิดแผน
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่ได้คิดเลยว่าเจ้าราชินีผึ้งน้อยจะวางยาตนเองเช่นนี้ บ่อน้ำนี้เป็นของหวงห้ามกลับไม่พูดอะไรแล้วก็จากไป ทำไมมันรู้สึกว่าเจ้าราชินีผึ้งน้อยเกลียดชังตนเองตั้งแต่แรกพบกันนะ!
“ข้าขออภัยด้วย ข้าไม่รู้ว่านี่เป็นสิ่งต้องห้าม ข้าเพิ่งจะมาใหม่และอยากติดตามเจ้านายของพวกท่าน...”
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ลดท่าทางของตนเองลง ดูราวกับมีนิสัยนอบน้อมเหลือเกิน หากพวกตั๊กแตนน้ำที่ติดตามมันมานานเห็นภาพนี้ อาจจะตกใจจนปีกหลุดไปเลยก็ได้
“หึ! ต่อให้มาใหม่ก็ต้องดูหน่อยว่าที่นี่เป็นอย่างไร คิดว่าตัวเองคู่ควรกับน้ำบริสุทธิ์ระดับสูงของเจ้านายหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่คู่ควร แต่ตอนแรกคิดว่าจะมาอยู่ใกล้ๆเพื่อปกป้องเอาไว้ให้ได้ ตอนนี้มีพวกท่านแล้ว...เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นอีก” สมกับที่เป็นสัตว์กลายพันธุ์เจ้าเล่ห์ที่อดทนรอจัดการเจ้าจระเข้ยักษ์มาเป็นเวลานานได้ กับการแค่พูดจาถ่อมตัวเช่นนี้ทำไมจะทำไม่ได้
“อืม รู้ตัวก็ดีแล้ว ไสหัวไปที่อื่น”
“ถ้าอย่างนั้นพวกท่านช่วยบอกได้หรือไม่ว่าข้าสามารถสร้างรังของตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้ตรงไหนบ้าง...พวกเราเป็นตั๊กแตนน้ำ ย่อมต้องการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แต่พวกเราก็กลัวว่าอาจจะมีบริเวณไหนที่พวกท่านห้ามเอาไว้อีก...”
เห็นว่าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ถามตนเองด้วยดี ราชาหนูทองลายขาวก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย มันมองไปรอบๆก่อนจะชี้ไปยังมุมหนึ่ง ตรงนั้นเป็นมุมที่เพิ่งได้รับมาใหม่จากการเลื่อนระดับขึ้น เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เป็นผู้ขยับขยายก็แล้วกัน
“พวกข้าจะทำเส้นทางสายน้ำไปที่บริเวณนั้นอีกหนึ่งแห่ง เช่นนั้นพวกเจ้าปักหลักอยู่ที่นั่นก็ได้ อ้อ...เดี๋ยวจะเอาต้นไม้ตกแต่งพวกนี้ไปไว้ด้วยก็แล้วกัน”
เนื่องจากการแข่งขันครั้งก่อนๆ เจ้านายได้ซื้อของตกแต่งมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะต้นไม้ตกแต่งพวกนั้นที่กินก็ไม่ได้ ใช้ทำอะไรก็ไม่ได้นอกจากความสวยงาม เช่นนั้น...ในเมื่อมันไม่เคยมีประโยชน์ ก็เปลี่ยนให้ทำประโยชน์ได้เสียเลย
“ต้นจิกน้ำ” มันเป็นต้นไม้แรกที่ราชาหนูทองมอบให้ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เป็นที่อยู่อาศัย พืชชนิดนี้อยู่ใกล้น้ำก็ดี เพราะเป็นพืชที่ชอบความชุ่มชื่น มีขนาดสูงถึง 15 เมตร แผ่กิ่งออกเป็นพุ่งไม้กว้าง ช่วยให้ร่มเงาได้ดี อีกทั้งยังมีผลที่ร่วงหล่นลงมาได้ ถ้าไม่รีบจัดการก็จะเติบโตจนกลายเป็นต้นไม้ เหมาะสมกับการปลูกบริเวณที่ยังไม่มีแผนจะทำสิ่งใด
เมื่อไรก็ตามที่จำนวนของมันมากเกินไป ก็ค่อยให้พวกแมลงกัดกินได้กินเล่นเป็นอาหารก็ได้แล้ว ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสองทางเลย
นอกจากต้นจิกน้ำแล้ว ก็ยังให้ต้นหลิวซึ่งมีทรงสวยกว่าไปด้วย ใช้เส้นลำธารที่ราชาหนูทองลายขาวให้แมลงกัดกินเบิกเส้นทางให้เป็นตัวแบ่ง ฝั่งหนึ่งปลูกต้นจิกน้ำ อีกฝั่งปลูกหลิว สองฝั่งเรียงรายลสลับเป็นฟันปลา ยาวเกือบ 200 เมตร นี่ยิ่งทำให้ดูสวยงามมากขึ้นไปกว่าเดิม
หลังจากที่ปลูกมันลงดินได้แล้ว กลิ่นหอมของต้นไม้ก็ฟุ้งไปทั่วบริเวณ เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ชอบบรรยากาศนี้มาก แม้ว่าน้ำตรงหน้าจะเป็นแค่ลำธารเล็กๆที่กว้างแค่ 1 เมตรเท่านั้น แต่น้ำในนี้ก็มีอยู่ตลอด หมายความว่าพวกมันยังสามารถใช้ชีวิตอยู่กับแหล่งน้ำและต้นไม้ดีๆได้
นี่ไม่ใช่ภาพ “รัง” ที่มันเฝ้าฝันถึงหรอกหรือ?
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์อยากจะออกไปข้างนอกเพื่อเรียกให้พวกลูกสมุนของตนเองกลับเข้ามาจะแย่อยู่แล้ว ทว่าตัวมันยังไม่ได้กลายเป็น “สัตว์เลี้ยง” ของอันซูหยวนเต็มตัว ทำให้ไม่อาจใช้ทักษะเข้าออกฟาร์มได้ ดังนั้นจึงต้องรอให้อันซูหยวนมารับมันเป็นสัตว์เลี้ยงก่อน
โชคดีที่เจ้าราชินีผึ้งน้อยรู้หน้าที่ของตนเอง หลังจากที่พักผ่อนไปหนึ่งงีบ เห็นว่าเจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ยอมรับจากใจจริงแล้ว จึงได้ออกมาจากรังแล้วพาเจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ออกมาข้างนอกฟาร์ม ปรากฏในพื้นที่ที่ดำมืดและเต็มไปด้วยมลพิษอีกครั้ง!
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เกือบจะร้องขอกลับไปในพื้นที่สวรรค์อย่างรวดเร็วเสียแล้ว แต่มันก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นเด็กใหม่ ถ้าดื้อรั้นแล้วเจ้าของแดนสวรรค์นั้นไม่ต้องการมันอีก จะกลายเป็นยุ่งยากเอา
“เจ้านายต้องการให้พวกเจ้าช่วยทำภารกิจนี้ก่อน”
“ช่วยทำภารกิจหรือ?” ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่เข้าใจ ภารกิจที่ว่านี้คือภารกิจอะไร?
“เจ้าของฟาร์มต้องการจัดการกับจระเข้ยักษ์นั่น ดังนั้นถ้าเจ้าช่วยเหลือเจ้านายทำภารกิจได้ เจ้านายคงจะพอใจในตัวเจ้า” แม้ว่าราชินีผึ้งน้อยจะกล่าวเช่นนั้น แต่ตอนนี้ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็ไม่กล้าเชื่อมันทั้งหมดอีก
แม้ว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายจะไม่ได้โกหก แต่การไม่บอกความจริงจนทำให้มันเกือบถูกราชาหนูทองลายขาวเกลียดชังเพราะเลือกตำแหน่งที่วางรังใกล้กับบ้อน้ำบริสุทธิ์ระดับสูงก็ย้ำเตือนให้มันเข้าใจ
ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร รวมทั้ง...การเชื่อลูกน้องเก่านั้นอาจจะเป็นภัย! นี่คือคติที่ได้จากประสบการณ์ไม่กี่นาทีก่อนที่มันได้รับ
ตอนที่มันไม่ทันได้สนใจ ราชินีผึ้งน้อยก็ลอบยกยิ้มแล้วก็หายตัวเข้าไปในฟาร์มต่อ หากพูดให้ถูกก็คือ...มันต้องการให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้กับเจ้าสมาชิกใหม่อย่างราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์
ก่อนหน้านี้จงใจไม่บอกก็เพื่อให้มันก้าวพลาดจนทำให้ถูกตำหนิ แต่ครั้งนี้ตั้งใจบอกก็เพื่อให้เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์สับสน
ไม่ใช่ว่ามันไม่ชอบเจ้าสมาชิกใหม่นี้...แต่ตัวมันในฐานะที่มาก่อน กลับเป็นได้แค่ “ผู้อาศัย” ไม่ได้น่าสนใจเท่ากับราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่เจ้าของฟาร์มเอ่ยปากว่าอยากได้มาเป็นลูกสมุนในฟาร์ม มันย่อมต้องสั่งสอนให้อีกฝ่ายเข้าใจ ภายหลังเมื่อมาอยู่ในฟาร์มแล้วจะได้ไม่มาทำเรื่องยุ่งยากให้แก่ตัวมันเอง
อย่าคิดว่ามันจะรังแกได้ง่ายๆ! นี่คือสิ่งที่ราชินีผึ้งน้อยต้องการจะสื่อสารออกไป แล้วก็น่าจะได้ผลดีเสียด้วย...
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์หันไปอีกทีก็พบว่าราชินีผึ้งน้อยทิ้งมันไปอีกแล้ว นอกจากนี้ก็ยังพาพวกทหารผึ้งที่ล้อมอยู่รอบๆรังของมันกลับไป ทำเหมือนกับว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แม้ว่าการปล่อยให้พวกมันจัดการสิ่งต่างๆเองเช่นนี้จะถือเป็นความเสี่ยง หากราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่ได้ยอมรับที่จะกลายเป็นลูกสมุนของอันซูหยวนจริงๆ แล้วคิดจะหักหลัง นี่ไม่เท่ากับว่างานของราชินีผึ้งน้อยเกิดความผิดพลาดหรอกหรือ? ทว่า...หลังจากที่พาเจ้านั่นเข้าฟาร์มแล้ว ราชินีผึ้งน้อยก็เชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหาอีก
หากเจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่โง่งมเกินไป การเข้าไปเป็นพื้นที่ที่เป็นดั่งสวรรค์แล้วยังไม่อยากเข้าไปอยู่ อยากจะใช้ชีวิตอยู่บนกองขยะต่อไป เช่นนั้นก็ถือว่าเจ้านี่ไม่คู่ควรจะมาอยู่ในสถานที่เดียวกันกับตนเองแล้ว!!
ทางพวกทหารระดับสูงที่ก่อนหน้านี้ตกตะลึงกับข่าวการหายไปของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ ซึ่งคาดเดาว่าน่าจะเป็นผลมาจาก “จุดเคลื่อนย้าย” เหมือนกับที่เขต J ซึ่งอาจจะพาพวกเขาไปเจอกับทรัพยากรล้ำค่า หรือไม่ก็อาจจะพาพวกเขาไป “ตาย” ดังนั้นสีหน้าของทุกคนจึงคิดไม่ตก
แต่ก่อนหน้านั้น ทหารเฝ้าระวังก็วิ่งเข้ามาอีกคน เท่ากับตอนนี้มีทหารเฝ้าระวัง 4 คนในห้องนี้แล้ว คนแรกมาเพื่อบอกว่าพวกราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เคลื่อนไหวผิดปกติ เหมือนเตรียมการจะลงมือ ตลบหลังทหารที่กำลังต่อสู้กับจระเข้แดงแล้วคว้าผลประโยชน์ทั้งจากพวกทหารและจระเข้แดงไปพร้อมกันทีเดียว
คนที่สองก็มาเพื่อแจ้งข่าวว่ามีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นมา แถมยังดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าผึ้งหัวกระสุนเสียด้วย ข่าวนี้ทำให้พวกเขาเกือบจะตัดสินใจยกเลิกภารกิจนี้ไปแล้ว จนกระทั่งคนที่สามวิ่งเข้ามาเพื่อบอกว่าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์หายตัวไป และเหมือนจะค้นพบความลับอย่าง “จุดเคลื่อนย้าย”
ในขณะที่คนที่สี่ก็คือคนที่เพิ่งวิ่งเข้ามาใหม่นี้ สีหน้าของเขาก็ยังเหมือนกับทุกคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ แต่พวกผู้นำไม่รู้สึกตื่นตระหนกเหมือนเดิมอีกแล้ว แน่นอนว่าพวกเขายังรู้สึกเคร่งเครียดปวดหัวอยู่เสมอ ทว่าการแสดงออกสุขุมมาก เหมาะสมกับที่เป็นผู้นำระดับสูงจริงๆ
“ท่านผู้นำครับ เกิดบางอย่างที่ผิดปกติขึ้นแล้วครับ!”
“อ้อ”
เมื่อได้ยินคำว่า “ผิดปกติ” แทนที่จะตกใจ พวกเขากลับพยักหน้ารับเหมือนกับว่าเพิ่งฟังการรายงานเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปอยู่อย่างไรอย่างนั้น
การตอบสนองนี้ทำให้ผู้นำข้อมูลมารายงานชะงักไป เขากำลังสงสัยในตัวเองว่าไร้ความสงบเยือกเย็นเกินไปหรือไม่ กลายเป็นว่าตัวเอง..แท้จริงแล้วอาจจะด้อยความสามารถ ดังนั้นจึงรีบปรับท่าทางเสียใหม่จนลืมไปว่าเรื่องสำคัญที่สุดแท้จริงแล้วคืออะไร
“ท่านผู้นำ ขณะนี้พวกราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้กลับมาแล้วครับ คาดว่า...สัญญาณตอนแรกที่หายไป แท้จริงแล้วอาจจะเป็นความผิดพลาดก็ได้...”
“โอ้ จริงหรือ...”
“เอ่อ ครับ และนอกจากนั้น...ที่เป็นเรื่องแปลกประหลาดนั่นก็คือ...ฝูงสัตว์ร้ายที่ตอนแรกล้อมรอบพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์อยู่ ตอนนี้ได้หายตัวไปแทนแล้วครับ”
“...............” ยิ่งฟัง ก็ยิ่งรู้สึกสับสน
ก่อนหน้านี้บอกว่ามีสัตว์ร้ายระดับสูงปรากฏตัว จากนั้นตั๊กแตนน้ำที่พวกเขากำลังเฝ้าระวังหายตัวไป จากนั้นพวกมันก็กลับมาแล้วทำให้สัตว์ร้ายระดับสูงหายตัวไปอีก นี่...สถานการณ์ที่วุ่นวายนี้มันคืออะไรกันแน่!
เหมือนกับรูปแบบเดิมเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อจู่ๆทหารหน่วยเฝ้าระวังก็วิ่งเข้ามาเป็นคนที่ 5 ทว่าเขาได้เห็นท่าทางของทุกคนที่นิ่งสงบจนเหมือนกับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีทางทำอะไรพวกเขาได้อีกแล้ว ดังนั้นจึงเปลี่ยนจากการวิ่งเข้ามาเป็นค่อยๆเดินเข้ามาอย่างสงบแทน
“ท่านผู้นำครับ ตอนนี้ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้ออกมาจากรังของพวกมันแล้ว เป้าหมายน่าจะเป็นจระเข้ยักษ์ตัวนั้น...เอ่อ ตอนนี้มันกำลังช่วยพลทหารพิเศษอันในการต่อสู้กับจระเข้แดงอยู่ครับ”
“โอ้....”
“อ่า....”
ครั้งนี้แทบจะไม่มีเสียงใดๆออกมาจากปากของพวกผู้นำอีก คนอื่นๆเองก็นั่งอึ้ง มองหน้ากันไปมา ดูแล้วน่าขบขันเป็นอย่างมาก ตอนนี้หัวของพวกเขาเหมือนถูกกระแทกจนกลายเป็นคนเสียสติไร้ความคิดไปแล้ว สุดท้ายแม้แต่จะต้องเริ่มสั่งการอะไรก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ...
ทางด้านอาจารย์เติ้งที่กำลังสนับสนุนอันซูหยวนเพื่อช่วยเหลือพลทหารจากหน่วยจู่โจมที่สอง คราแรกก็ตกใจมากที่พวกราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พุ่งตัวออกมา เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมการโจมตีไปที่ตั๊กแตนน้ำที่ยกฝูงลงมาแล้ว ทว่ากลับได้รับสัญญาณจากซูหยวนเสียก่อน
ในฐานะ “อาจารย์” เขารู้ดีว่าลูกศิษย์คนนี้ของเขาเป็นอย่างไร
เธอไม่ใช่แค่นักธนูที่เก่งกาจจนหาตัวจับยากในเหล่ามนุษย์เท่านั้น หากแต่ยังเป็น “คนพิเศษ” ที่ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากได้ด้วย
ตั้งแต่ภารกิจลับครั้งแรกที่ได้ไปทำด้วยกัน เขาก็เห็นแล้วว่าอันซูหยวนเรียกใช้หนูขาวกลายพันธุ์อย่างไร กระทั่งพวกมันยังสามารถสื่อสารให้พวกเขาเข้าใจได้ด้วย ดังนั้น...บางทีความสามารถของเธอที่ทำให้กลายเป็นพลทหารพิเศษได้ อาจจะไม่ใช่แค่การควบคุมเจ้าหนูขาวเท่านั้นแล้ว แต่อาจจะเป็น “การควบคุมสัตว์กลายพันธุ์” ก็เป็นได้!
“อาจารย์คะ...”
“รอดูก่อน” อาจารย์เติ้งส่งสัญญาณให้หวังเป่าเป้ยที่กำลังแสดงความกังวลใจออกมา เขาเองก็ไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่การเลือกที่จะเชื่อใจลูกศิษย์ก็เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นของอาจารย์เช่นกัน
ทั้งสองทำได้แค่มองออกไปข้างหน้า ดูว่าอันซูหยวนจะจัดการปัญหานี้อย่างไร...
ภาพที่เห็นก็คือเจ้าจระเข้แดงที่กำลังอาละวาดพุ่งตัวออกมาครั้งเดียวก็ถึงสะพานที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมันเสียเวลาไปกับการรวบรวมพลังงานเพื่อโจมตีครั้งก่อนและถูกอันซูหยวนหยุดด้วยอาณาเขตเยือกแข็งไป เชื่อได้เลยว่ามันจะต้องมาถึงตัวของซูหยวนตั้งแต่เมื่อหลายนาทีก่อนแล้ว
หญิงสาวดึงเวลาให้นานที่สุด เธอไม่ได้ใช้อาณาเขตเยือกแข็งในทันที หากแต่ใช้มันในจังหวะที่เหมาะสมก่อนที่พลังงานทั้งหมดจะหลอมรวมแล้วพร้อมใช้ นี่ก็เพื่อให้เจ้าจระเข้แดงยังคงรวบรวมพลังงานต่อไป จนกระทั่งตอนนี้...
อาศัยธนูในมือของเธอเพื่อชี้เป้าให้พวกทหารหน่วยสองหนีขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย และการสนับสนุนจากหน่วยจู่โจมระยะไกลทำให้สมาชิกของหน่วยจู่โจมที่สองเข้าถึงฝั่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่เหลือรอดแล้ว นับรวมๆก็ประมาณ 50-60 คนเห็นจะได้ และยังมีคนที่ใกล้จะถึงอีกเกือบห้าสิบคน นับเป็นจำนวนที่มากเกินกว่าการคาดหวังอีกครั้ง
แต่เพราะพวกเขาไม่ถูกลดจำนวนระหว่างการหนี โดยลูกศรของซูหยวน ดังนั้นย่อมไม่ผิดคาดเกินไป ทว่า...การไม่ผิดคาดนี่ก็คือการผิดแผนของคนอื่น
เมื่อเจ้าตัวหนีขึ้นมาได้ ภาพที่เขาเห็นก็คือทหารพิเศษอันซูหยวนกำลังเผชิญหน้ากับจระเข้แดงโดยตรง ในระยะประชิดเช่นนี้...เขาเชื่อว่าพลทหารพิเศษอันน่าจะรอดไปได้ยาก แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะ “เสียสละตนเอง” เพื่อให้คนอื่นๆหนีหรอก อย่างไร...หญิงสาวก็เป็นถึงพลทหารพิเศษ ย่อมต้องมีวิธีการเอาตัวรอดแน่ ทว่า...มันจะเป็นวิธีการแบบไหนกันล่ะ!
เขากวาดสายตามองไปรอบๆก็ยังไม่เห็น แต่เพื่อไม่ให้เธอสามารถหลบไปไหนได้ ดังนั้นจึงแอบเอาสารดึงดูดสัตว์ลายออกมา!
ไม่ใช่ว่าอันซูหยวนคนนี้เรียนวิธีการอำพรางจิตสังหารมาหรอกหรือ? เธออาจจะใช้ทักษะในการอำพรางตัวตนได้ก็ได้ เช่นนั้น...เพื่อไม่ให้เธอสามารถหนีพ้นไปจากสายตายักษ์ใหญ่ การเพิ่ม “กลิ่น” ให้กับเธอก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมแล้ว
เคร้ง!!
คนออกแรงขว้างขวดไปข้างหน้า ใช้พลังงานของตนเองทั้งหมดที่เหลือเพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ซึ่งด้วยทักษะการ “ขว้างจักร” ของเขาที่ร่ำเรียนมา แม้จะไม่ใช่ทักษะระดับสูง แต่เป้าหมายอย่างอันซูหยวนก็ไม่พลาด!
…………………