บทที่ 463 ตามไม่ทัน (อ่านฟรี 12 มิ.ย. 69)
บทที่ 463 ตามไม่ทัน (อ่านฟรี 12 มิ.ย. 69)
บทที่ 463 ตามไม่ทัน
ขวดบรรจุสารดึงดูดสัตว์ร้ายได้กระทบกับสะพานที่ยังสร้างไม่เสร็จ นี่ไม่ใช่การกระทำที่ผิดพลาด หากแต่เป็นการกระทำที่ตั้งใจของชายหนุ่มต่างหาก เพราะเขารู้ว่าอันซูหยวนเป็นคนเก่ง ดังนั้นจึงไม่คิดว่าการโจมตีเข้าไปโดยตรงจะเป็นผลดี สุดท้ายจึงเลือกที่จะขว้างขวดสารดึงดูดสัตว์ร้ายไปใกล้ๆ แล้วให้น้ำยากระเด็นไปโดนเธอ
อันซูหยวนปรายตามองขวดยานั่นเล็กน้อย จากนั้นก็แค่อันไปสนใจจระเข้แดงตรงหน้าราวกับไม่กังวลใจอะไรเลย เห็นแบบนั้นแล้วทหารผู้ลงมือก็คิ้วกระตุก รู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนดูถูกอย่างไรอย่างนั้น
ปัง!!
แรงกระแทกจากการโจมตีด้วยหางของเจ้ายักษ์แดงเกิดเป็นระลอกคลื่นลม พัดมาทางทหารที่กำลังหนีตายจนกระเด็นออกมาจากบ่อโคลนกันทั้งหมด
แต่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ...คลื่นโคลนที่พัดมามันเป็นเหมือนกับสึนามิยักษ์ เมื่อพัดขึ้นมาฝั่งแล้ว กลับมีแรงดูดกลับไปที่รุนแรงกว่าเดิม หากตกลงไปอีกครั้งนี้จะต้องลงไปอยู่ใต้หลุมบ่อโคลนเป็นแน่ ดังนั้นพวกทหารจึงต้องพยายามหนีตายกันใหญ่ ซึ่งนอกจากพวกที่โชคดีกระเด็นออกมาแล้ว ยังมีพวกที่ขึ้นฝั่งได้แล้วถูกน้ำโคลนก่อนหน้านี้โถมพัดเข้าใส่ จากนั้นก็ลากลงไปที่บ่อโคลนอีกครั้ง
“ใช้หน้าไม้ใหญ่ ตอกเสาบนบกให้พวกเขามีที่จับ โยนตาข่ายออกไป พยายามขยายพื้นที่คว้าจับให้ได้มากที่สุด!”
อาจารย์เติ้งตั้งท่ารออยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นเหตุการณ์นั้นก็ออกคำสั่งรวดเดียวจบ
หน่วยสนับสนุนใช้เครื่องยิงเสาเข็มออกไปพร้อมกัน 5 เสา จากนั้นก็โยนตาข่ายออกไปด้วย พวกทหารจึงสามารถคว้าจับตาข่ายพวกนั้น พยุงตัวเองให้กลับมาที่ฝั่งได้
ทางสะพานที่ซูหยวนยืนอยู่ เมื่อเจอกับแรงโจมตีขนาดนั้น ย่อมไม่สามารถทนรับมันได้อีก สะพานทั้งหมดถูกล่มราบในครั้งเดียว ยังมีหางของมันตามมาฟาดถึงที่ด้วย
อันซูหยวนใจเย็นมาก แม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เธอกลับใช้แค่แรงถีบส่งตัวเองขึ้นไปบนที่สูง ในขณะที่จระเข้แดงอ้าปากขึ้นไปเช่นกัน ครั้งนี้มันจะไม่ยอมให้มนุษย์คนนี้หยุดการโจมตีของมันได้อีก!!
เห็นว่าเจ้าโง่ยักษ์แดงยังอยากจะใช้พลังของตัวเองอาละวาดให้หายแค้น โดยไม่สนใจว่าแค่งับเธอก็สามารถทำให้ทั้งร่างของเธอกลายเป็นอาหารมันได้แล้ว ซูหยวนก็แค่นหัวเราะเล็กน้อย...
“เจ้าโง่เอ้ย”
จากเดิมที่คิดจะพาเจ้ายักษ์นี่ไปเลี้ยงไว้ในฟาร์ม เผื่อให้มันกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นยอด อย่างน้อยๆหนังของมันก็หนามากไม่ใช่หรือ? แต่เมื่อเห็นว่ามันโง่งมและช่างอารมณ์ร้ายกาจเช่นนี้ ซูหยวนก็ไม่คิดจะประณีประนอมอีก ที่สำคัญก็คือ...ถ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์กับพวกหายไปหมดแล้ว สุดท้ายเจ้าจระเข้แดงก็ยังหายไปอีก คงไม่พ้นถูกสงสัยแน่ๆ
ถึงแผนแรกของเธอจะตั้งใจมาเก็บมันไปหลังการต่อสู้จบลง เพราะเมื่อมันซ่อนตัวในบ่อโคลน แม้แต่การตรวจจับของทหารก็ยังทำไม่ได้ ดังนั้นย่อมไม่มีปัญหาการตรวจสอบภายหลัง แต่...ตอนนี้ซูหยวนไม่เห็นค่าของมันอีกแล้ว ถ้าต้องเสี่ยง..เธอก็อยากจะเสี่ยงกับพวกที่จะเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ
ตุบ ตุบ ตุบ...
ปากของเจ้าจระเข้แดงที่อ้ากว้าง แม้จะมีของบางอย่างร่วงลงไป มันก็ไม่สนใจ พลังงานจำนวนมากยังคงถูกรวบรวมต่อไป และในเสี้ยวนาทีก่อนที่จะระเบิดออกมานั้น ร่างที่งดงามและทรงพลังของเจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็มาถึงก่อนแล้ว
มันคว้าร่างของซูหยวนที่กำลังตกลงตามแรงโน้มถ่วงแล้วบินหนีขึ้นฟ้า เนื่องจากร่างชองราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่ใช่เล็กๆ ดังนั้นน้ำหนักของซูหยวนจึงไม่ถือว่าเป็นปัญหาในการเคลื่อนไหวเลย
ซูหยวนถูกเหวี่ยงขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำที่แข็งแกร่งและเย่อหยิ่ง เวลานี้กลับยอมให้ซูหยวนขึ้นขี่อยู่บนหลังเหมือนสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องเสียอย่างนั้น ช่างเป็นภาพที่ไม่เคยคาดฝันเอาไว้จริงๆ
“ฟู่!”
อาจารย์เติ้งที่ลุ้นอยู่ตลอดถึงกับหลุดเป่าปากออกมา เหมือนกับหวังเป่าเป้ยที่กำมือของตนเองจนห้อเลือด เธออยากใช้ธนูช่วยซูหยวนนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ยังไม่ให้ลงมือ เธอคงปล่อยลูกศรเหมือนรัวกระสุน
อย่างไรก็ตาม...ภาพตอนนี้ก็คือภาพที่แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจของอาจารย์ถูกต้องแล้ว รุ่นน้องอันไม่ได้เป็นอะไร แถมนี่ก็เหมือนจะเป็นแผนการของเธอด้วย!!!
ซูหยวนยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เหมาะสมแล้วที่จะมาเป็นสัตว์ในการดูแลของเธอ ก่อนหน้านี้เธอมีความแค้นกับมัน แต่ก็รู้ด้วยว่าเจ้าราชินีตัวนี้มีความฉลาดมากขนาดไหน ถ้าไม่ใช่แบบนั้น...มันคงเคลื่อนไหวเหมือนกับพวกจระเข้หนามโง่ๆพวกนี้ไปแล้ว
แน่นอนว่าถ้ามันไม่เข้ามาช่วยเธอได้ทันเวลา ซูหยวนจะใช้การสร้างสถานการณ์แล้วโยนตัวเองเข้าไปในฟาร์ม จากนั้นค่อนออกมาแล้วเหยียบบนหัวของจระเข้ยักษ์แดงที่เพิ่ง “กิน” อาหารว่างที่เธอมอบให้ไป
ก็นะ...ดีที่ไม่ต้องยุ่งยากใช้แผนนั้น...
“แกว้ก แกว้ก ขออภัยที่ข้ามาถึงช้า...”
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ฉลาดมาก มันรู้ว่าอันซูหยวนจะกลายเป็นเจ้านายของมัน ย่อมแสดงความนอบน้อมออกมาก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยค่าน่าประทับใจนี้...จะทำให้มันกลายเป็นผู้ช่วยที่อันซูหยวนชื่นชอบรองลงมาจากราชาหนูทองลายขาวแน่นอน
เรื่องนี้โทษซูหยวนไม่ได้ด้วย ถ้าพูดถึงเจ้าเสี่ยวหยินที่เข้ามาติดตามเธอก่อน เจ้านั่นเงียบขรึมและดุดันเกินไป ไม่เหมาะสมที่จะเรียกออกมาใช้งานบ่อยๆ ในขณะที่พวกไก่ลาวาก็เป็นเด็กน้อยที่ยังต่อสู้ไม่เก่ง ตอนนี้ยังสนใจแค่เรื่องการฝึกซ้อมอยู่เลย คงอีกหลายปีถึงจะกลายมาเป็นผู้ช่วยตัวน้อยได้
“อืม บินล่อมันให้ตามมาทางนี้” ซูหยวนออกคำสั่ง
เจ้าจระเข้ยักษ์ได้เห็นแล้วว่าเหยื่อของมันหายไป แต่พลังงานจำนวนมากก็รวมเอาไว้แล้ว ย่อมต้องยิงออกมาให้ได้
เธอไม่อยากให้พลังงานหนาแน่นนั้นถูกโยนไปยังตำแหน่งฐานที่ตั้งของพวกผู้นำ แม้จะมีเกราะป้องกัน แต่ก็ต้องจ่ายออกด้วยพลังงานราคาแพง
ตู้ม!!!
เหมือนกับทะเลระเบิดขนาดใหญ่ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงยังเป็นจ้าวแห่งหนองน้ำที่แม้แต่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็ยังต้องระวังตัวจากมัน
ด้วยการโจมตีเดียวนี้ ทำให้ป่าอีกฝั่งหนึ่งถูกทำลายสิ้น มองตรงออกไปเหลือเพียงสีดำไหม้และช่องว่างจากการถูกทำลายเท่านั้น ระยะโจมตีนี้มากกว่า 5 กิโลเมตรเสียอีก หากมันเล็งไปที่ฐานทัพชั้น K เชื่อได้เลยว่าพวกเขาคงอพยพกลับไปครั้งนี้และอาจจะไม่ได้กลับมาอีกก็ได้
หลังจากที่มันพ่นพลังออกมาแล้ว ร่างขนาดใหญ่ก็ล้มกระแทกไปที่หนองน้ำ เกิดเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่ทำให้ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ต้องบินสูงขึ้นอีก ไม่อย่างนั้น...หากปีกของมันเปียกน้ำ ไม่สิ! หากเป็นแค่น้ำก็คงจะไม่อันตรายขนาดนั้น ที่สำคัญคือมันเป็นโคลนที่มีน้ำหนัก ดังนั้นถ้าถูกโจมตีเช่นนั้นย่อมทำให้บินขึ้นที่สูงอีกไม่ได้ และจะถูกเจ้ายักษ์กินเป็นอาหาร
“ฮูม!!!” อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เจ้ายักษ์แดงลงไปในน้ำแล้วอยากจะโผล่ออกมาชมผลงานของตนเอง มันกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น
“อาจารย์คะ ทำไมเจ้ายักษ์แดงนั่นมันมีท่าทางแบบนั้น....” หวังเป่าเป้ยที่มองดูอยู่ไม่เข้าใจ เธอหันไปมองอาจารย์ที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นเหมือนต้องการลุ้นระทึกไปกับนักเรียนของตนเองด้วย
ถ้าหากอันซูหยวนทำสำเร็จล่ะก็...เช่นนั้นบางที ภารกิจนี้อาจจะสำเร็จกว่าที่วางเอาไว้ก็ได้! นั่นเป็นความคิดของเติ้งเทียนเฉิน ถึงแม้เขาไม่อยากจะเชื่อว่าซูหยวนจะทำได้ด้วยตัวคนเดียว ทว่า...การที่เธอควบคุมราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จเช่นนั้นก็ทำให้เขาตั้งความหวังไว้สูงอีกครั้ง
“นั่น...เธอใช้บอลกาวตัวหนืดที่ขึ้นชื่อขององค์กรนักล่าสกุลจางใช่ไหม?” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างๆ เติ้งเทียนเฉินชะงักไป เรียกสติของตนเองกลับมาได้ทันทีเพราะเจ้าของเสียงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นผู้นำภารกิจครั้งนี้ของพวกเขานั่นเอง!
“ท่านผู้นำ ทำไมท่านถึงมาที่นี่...” เพราะปกติแล้ว ท่านผู้นำภารกิจระดับสูงควรจะต้องอยู่ในห้องบัญชาการไม่ใช่หรือ? หากเขามาที่นี่แล้ว...เช่นนั้นใครสั่งการอยู่กันล่ะ!
อย่าลืมว่าภารกิจใหญ่เช่นนี้ ไม่ใช่แค่ต้องรับหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์ฝั่งเดียว อย่างตอนนี้...ไม่ใช่แค่การรับมือกับพวกจระเข้แดงเท่านั้น แต่ยังต้องดูว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอื่นๆขึ้นอีกหรือไม่ เพื่อที่จะได้รับมือได้ทันเวลา
การที่ผู้นำมาอยู่ที่นี่ย่อมเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับภารกิจมากกว่าจะเป็นผลดี อย่างไรก็ตาม...สีหน้าของผู้นำแสดงออกเหมือนกับว่าเวลานี้เขาเหลือแค่ร่างที่ยังมีวิญญาณอยู่เท่านั้น ส่วนสมองและกระบวนการคิดคล้ายว่าได้ถูกถอดออกไปหมดแล้ว
ก็นะ...ต่อให้เขายังอยู่ในห้องบัญชาการ แล้วจะยังสั่งการอะไรได้อยู่อีกล่ะ!
บางคำสั่งเพิ่งจะออกไปยังไม่ถึง 10 วินาที ก็ได้มีข้อมูลเปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว สุดท้าย...เมื่อมีคนของหน่วยเฝ้าระวังวิ่งเข้ามารายงานเป็นคนที่ 7 พอเขาได้ยินว่าตอนนี้พลทหารพิเศษอันได้กระโดดขึ้นหลังของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไปแล้ว เช่นนั้นก็คงไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้แล้วล่ะ!!
เขาลืมไปได้อย่างไรว่าสาเหตุที่แท้จริงที่พวกผู้นำไม่อยากจะเรียกใช้พลทหารพิเศษพวกนี้เป็นเพราะอะไร?
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไร้ความสามารถ และไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ยอมมาช่วยเหลือแต่โดยดี หากแต่ข้อแลกเปลี่ยนสูงมากๆ แต่ที่จริง...มีอีกสาเหตุที่รู้กันอยู่ลับๆ นั่นก็คือ...
ทันทีที่มีพวกประหลาดมาทำภารกิจด้วย เช่นนั้นก็ต้องเตรียมใจพบกับเรื่องประหลาดที่พวกคนประหลาดนำมาให้ สุดท้ายเขาถึงเข้าใจแล้วก็เดินออกมานอกห้องไม่จำเป็นต้องคิดคำนวณอะไรอีกต่อไป สุดท้าย....ทั้งหมดนี้เป็นงานที่พลทหารพิเศษอันรับว่าจะทำภารกิจแล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้เธอเล่นสนุกไปเถอะ
ดีเสียอีก...พวกเขาก็ไม่ต้องปวดหัวเรื่องภารกิจแล้ว แค่ต้องมาปวดหัวภายหลังว่าจะทำรายงานสรุปสถานการณ์อย่างไรก็เท่านั้น!
หากทำรายงานไปว่า ทุกคนกำลังต่อสู้อยู่ดีๆ เมื่อจระเข้แดงกำลังจะอาละวาด จ่าสิบเอกอันก็กระโดดขึ้นหลังของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์แล้วบินโฉบไปรอบๆจระเข้แดง จากนั้นก็โยนบอลกาวตัวหนืดเข้าปากเจ้าจระเข้ตัวใหญ่ในตอนที่มันกำลังจะพ่นพลังงานสูงออกมา...
ถ้าทำรายงานเช่นนี้ออกไปให้สาธารณะชนรู้จริงๆ พวกเขาไม่ด่าทอ กล่าวหาว่ากองทัพเอาเรื่องตลกอะไรมาเล่าให้ฟังหรอกหรือ? ก็นะ...ภาพที่เห็นนี้มันได้เกินกว่าความเข้าใจของคนธรรมดาไปแล้ว คนที่จะเชื่อว่าคำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริง ถ้าไม่ใช่พวกที่เห็นกับตา ก็เป็นพวกบ้าๆบอๆเท่านั้นแหละ!!
“พลทหารพิเศษอัน...กำลังจะสังหารจระเข้แดงนั้นด้วยตนเองงั้นหรือ?” ผู้นำไม่ฟังคำพูดของเติ้งเทียนเฉินเลย กลับพูดความคิดของเขาออกมาอีก
ภารกิจที่ทุกคนกำลังหัวหมุน ความน่ากลัวและความอันตรายของจระเข้แดงที่กองทัพทั้งหมดรวบรวมทหารระดับสูง ไหนจะขอให้ห้องวิจัยรีบทำอาวุธร้ายแรงมากพอที่จะทำลายเกราะป้องกันของจระเข้แดงนี้ได้ออกมา พวกเขาสูญเสียไปมากเท่าไรแล้ว
กระทั่งภารกิจนี้...ความจริงแล้วก็เป็นภารกิจที่ออกมาเพื่อรวบรวมข้อมูลของเจ้าจระเข้แดงเท่านั้น ไหนเลยจะตั้งเป้าจัดการเจ้ายักษ์นี่ให้จบในครั้งเดียวกันล่ะ!!
พลทหารพิเศษอันซูหยวนกำลังทำให้พวกเขาเหมือนตัวตลก ไม่น่าแปลกใจเลยที่ที่ผ่านมา...พวกพลทหารพิเศษจะออกตัวทุกครั้งว่าเมื่อทำภารกิจ จะไม่ทำร่วมกับทหารธรรมดา...ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาคงมองการทำงานของตนเป็นเรื่องตลกสินะ
“เอ่อ ท่านผู้นำ...หรือจะให้บอกนักเรียนอันว่าไม่จำเป็น...”
“ไร้สาระน่า เธอทำได้ก็ให้เธอทำไปนั่นแหละ พวกเราเองก็จะได้จบปัญหานี้เสียที” ผู้นำโบกมือ สายตาเต็มไปด้วยความสับสน แต่สุดท้ายแล้วจุดประสงค์สูงสุดของการทำเช่นนี้ก็คือการจัดการเจ้ายักษ์แดงนั่นไม่ใช่หรือ? ปล่อยให้เธอทำให้จบนั่นแหละ เรื่องอื่นๆเขาค่อยคิดใหม่ทำใหม่ก็แล้วกัน!!
กลุ่มคนมากมายที่ล้วนเป็นผู้นำระดับสูงยืนไขว้แขนไปข้างหลัง มองภาพการต่อสู้ตรงหน้าเหมือนกับกำลังมองชมเรื่องสนุกที่เปิดฉายรอบพิเศษ...พวกเขาถูกตีซ้ำไปซ้ำมาจนมึนงงไปหมดแล้ว สีหน้าตอนนี้ย่อมเหมือนกับพวกปลาเค็มที่กำลังถูกตากแห้ง ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร หัวสมองคิดตามเรื่องนี้ไม่ทันอีกแล้ว...
………………………………