บทที่ 465 ไม่เอาผลงาน (อ่านฟรี 14 มิ.ย. 69)
บทที่ 465 ไม่เอาผลงาน (อ่านฟรี 14 มิ.ย. 69)
บทที่ 465 ไม่เอาผลงาน
จระเข้แดง จ้าวแห่งหนองน้ำที่ยิ่งใหญ่ เก็บตัวเพื่อเพิ่มพลังอยู่นาน ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ออกมา...จะถูกทำให้เจ็บปวดจากการที่น้ำในจมูกเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง!!
ความเย็นอันเจ็บปวดนี้ลามไปถึงหัวกะโหลก จระเข้แดงไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป มันทิ้งตัวหงายท้องไปข้างหลัง สี่เท้าตีตัวเองไปมา หวังจะบรรเทาความเจ็บปวดนั้นได้ การเจ็บปวดที่บาดแผลรุนแรงน้อยกว่าการที่ระบบประสาทรับรู้ถูกทำลายมาก ตอนนี้จระเข้แดงไม่เหลือสภาพของสัตว์เจ้าของหนองน้ำที่ยิ่งใหญ่อีกแล้ว
เห็นการล้มเจ้าจระเข้ยักษ์ด้วยวิธีเช่นนี้เเล้ว ผู้ชมมากมายที่มองดูอยู่ต่างก็ลอบกลืนน้ำลายกันเป็นเเถว พวกเขารู้สึกว่าหลังของตนเองเสียววาบ เเค่คิดว่าถ้าต้องเจอกับศัตรูเเบบอันซูหยวน…ก็ไม่รู้เลยว่าจุดจบจะน่าอนาถขนาดไหน
“สรุปว่าพลทหารพิเศษอันสามารถสังหารจระเข้ยักษ์นี้ได้จริงๆสินะ”
ผู้นำภารกิจพึมพำออกมาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ วันนี้เกิดเรื่องประหลาดมากเกินไปแล้ว หัวใจของชายชราเเบบเขารับมากกว่านี้คงไม่ไหวอีก มือเขากำเเน่นคล้ายว่าจะดีใจ ก่อนจะปล่อยออกเหมือนท้อใจ สุดท้ายก็กำอีกครั้ง…
ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ดูเหมือนจะมากเกินไปนิดหน่อย ตอนนี้ฝ่ายวิจัยเเละผลิตอาวุธของกองทัพคงพยายามอย่างมากเพื่อผลิตอาวุธชิ้นสำคัญที่จะเป็นประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ เขาจำได้ว่าตอนที่มีการประชุมเพื่อหาผู้รับผิดชอบหลัก พวกฝ่ายวิจัยอาวุธเเย่งชิงกันเหมือนเเย่งขนม ทว่า…ตอนนี้ ถ้าพวกเขารู้ว่าอาวุธพวกนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเสียใจขนาดไหน
ตัวเขาต้องเเบกความรู้สึกผิดนี้ไว้เอง เเถมไม่ใช่เเค่นั้น…เพราะนอกจากเรื่องนี้ เขาจะต้องเขียนรายงานเกี่ยวกับภารกิจนี้ให้เป็นภาษามนุษย์อีกด้วย
ขนาดเขาก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แล้วจะให้เขียนรายงานส่งไป นี่…ไม่เรียกว่าเป็นเรื่องยากหรือ?
คนอื่นๆไม่ได้คิดเยอะแยะเหมือนที่ผู้นำภารกิจคิด เเค่เห็นว่าการโจมตีนี้จบลงเเล้ว พวกเขาก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดีออกมาจนเสียงดังกระฮึ่มไปทั่วทั้งป่า ….
จระเข้เเดงถูกพิชิต ส่วนราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์น่ะหรือ? ตอนนี้กลายเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพลทหารพิเศษอันไปเสียเเล้ว
พื้นที่เขต K นี้ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสนามหลังบ้านของพวกเขาเลย บางที…ถ้าเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ที่เขต K ซึ่งถือเป็นพื้นที่ระดับสูงนี้มีทรัพยากรล้ำค่ามากที่สุดกลับเป็นที่ปลอดภัยที่สุดไปเสียแล้ว
สำหรับความพิเศษของมันนั้นไม่จำเป็นต้องพูดมากนัก ไม่ต้องแปลกใจเลยที่พวกเขาจะพยายามอย่างมากเพื่อสร้างอาณาเขตในพื้นที่นี้ กับดักระดับสูง รวมถึงอาวุธมากมายก็ใช้วัตถุดิบจากที่นี่ในการสร้าง คุณภาพของพวกมันจะช่วยพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ได้อย่างก้าวกระโดด
จระเข้เเดงยังไม่ได้ตกตายในครั้งเดียว แต่การไร้สภาพโจมตีเช่นนั้นก็เพียงพอเเล้ว เมื่อสามารถเข้าประชิดตัวได้ ทหารก็ใช้อุปกรณ์เพื่อล่ามมันไว้
พวกเขายังไม่ต้องการสังหารมัน สุดท้ายการจับสัตว์กลายพันธุ์เป็นๆก็มีประโยชน์มากกว่า ยิ่งพลังงานที่จระเข้เเดงรวบรวมมาได้เหมือนกับปรมาณูลูกใหญ่ ขอแค่มีวิธีใช้งาน กองทัพก็ถือว่าได้กำไรมหาศาลเเล้ว!!
“จ่าสิบเอกอัน ยินดีด้วย”
“จ่าสิบเอกอันสุดยอดที่สุด”
“จ่าสิบเอกอัน จ่าสิบเอกอัน!”
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มตะโกนออกมา แต่หลังจากนั้น…ทหารทั้งหมดก็กู่ร้องชื่ออันซูหยวนเป็นเสียงเดียว เเม้เเต่พวกทหารระดับสูงก็ยังทำกับเขาด้วย
เพียงเเค่วันเดียวเท่านั้น!! เเค่วันเดียวที่อันซูหยวนมาถึง เธอก็ได้จัดการภารกิจนี้เเล้ว เรียกว่าเเทบจะทำหน้าที่นี้เพียงคนเดียวเลย
ผู้นำถอนหายใจเล็กน้อย เขาส่งสัญญาณให้ทุกคนเข้าไปประชุมร่วมกันในห้องหลังจากเรื่องสำคัญๆจบแล้ว
“ท่านผู้นำ ความสำเร็จครั้งใหญ่นี้คงสร้างชื่อเสียงให้แก่ท่านมาก ขอเเสดงความยินดีด้วยครับ”
“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตัวตนของทหารพิเศษถูกยกขึ้นสูง สุดท้ายเเค่พลทหารพิเศษคนเดียวก็ช่วยจัดการเรื่องทั้งหมดได้แล้ว”
“อย่าได้กล่าวเกินจริงเช่นนั้น หากไม่มีคำสั่งที่ชาญฉลาดของท่านผู้นำ พลทหารพิเศษก็คงทำงานไม่ได้ง่ายดายเช่นนี้หรอก” ทหารคนหนึ่งพูดเอาใจเจ้านายทันที แต่คนที่ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ เขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้หรือ? เเน่นอนว่าไม่เป็นเช่นนั้นอยู่เเล้ว
“ไม่ต้องพูดจาเอาใจอะไร ฉันไม่อยากจะเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวกับพลทหารพิเศษพวกนั้น เรื่องการจะรายงานผลงานก็ให้ระบุว่าเธอจัดการเองทั้งหมดด้วยวิธีพิเศษ ระบุไปว่าถ้าอยากรู้รายละเอียดก็ไปถามเอา” คนเป็นผู้นำโบกมือ เขาพยายามเรียบเรียงเรื่องในหัวเเล้ว เเต่กลับพบว่ามันอธิบายไม่ได้เลย
พวกผึ้งที่ระดับสูงกว่าผึ้งหัวกระสุนตอนนี้อยู่ที่ไหน? ถ้าเขียนรายงานก็ต้องรายงานทั้งหมด เช่นนั้นจะเขียนอะไร? พวกเขาไม่ใช่ว่าต้องเสียเวลาไปตามหาเหตุผลให้เรื่องประหลาดพวกนี้อีกหรือ?
“ถ้าเขียนไปแบบนั้น เเล้วผลงานของท่าน…” ทหารคนหนึ่งลังเล
“ผลงานหรือ? คิดว่าการจัดการภารกิจนี้ได้เป็นผลงานสำคัญอะไรขนาดนั้นเลย? ฉันคิดว่ามันเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเองมากกว่า อย่าลืมว่าภารกิจนี้ไม่ใช่ของพวกเราคนเดียว”
“เเผนเเรกคือรวบรวมข้อมูล แผนที่สองก็คือการรอให้หน่วยสร้างอาวุธเตรียมพร้อมเสร็จก่อน และต่อมาก็คือการสร้างสะพานข้ามคลอง เพื่ออยู่กับพวกสัตว์กลายพันธุ์ในพื้นที่ แล้วก็ใช้หนองน้ำเป็นแหล่งล่าทรัพยากร ดังนั้นฉันขอถามว่าตอนนี้มีทรัพยากรอะไรที่ยังใช้ได้อยู่บ้าง?”
เจอคำถามนี้ไป ทุกคนก็พยายามคิดตาม เเผนการนี้เป็นจริงดั่งผู้นำว่า ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เป็นเหยื่อในอนาคตของพวกเขา เมื่อพวกมันบินมาเเถวบ่อน้ำก็ใช้ทหารที่ซ่อนบนสะพานโจมตีได้ ทว่าเวลานี้….ตั๊กแตนน้ำเป็นสัตว์เลี้ยงพลทหารพิเศษอันไปแล้ว เเถมยังเป็นผู้ช่วยชีวิตทหารมากมายด้วย ดังนั้นพวกเขายังสังหารตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้ด้วยหรือ?
ส่วนจระเข้หนามกลายพันธุ์…แม้พวกมันจะยังอยู่บ้าง แต่การเคลื่อนไหวของอันซูหยวนทำให้การล่าพวกมันประสบความสำเร็จน้อยมาก นี่ก็เพราะอันซูหยวนมาเพื่อเลี่ยงการปะทะ เธอรู้เป้าหมายของตนเองก็คือการพาเเนวหน้าจู่โจมเปิดทางสร้างสะพาน
ทว่าความจริง….เบื้องหลังยังมีคนต้องการผลึกพลังงานจากเขต K อยู่จำนวนมาก คำสั่งซื้อมากมายมารอที่กองทัพแล้ว ถ้าพวกเขาบอกว่า…พวกเขาจะบเจ้ายักษ์เเดงได้ สร้างสะพานสำเร็จ แต่แกนพลังงานพวกนั้นไม่มีหรอก…เเล้วจะมีใครเชื่อ?
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถแก้ปัญหาด้วยคำว่า “พลทหารพิเศษลงมือ” จากนั้นทุกคนจะเเค่พยักหน้าพร้อมกับถอนหายใจ เป็นอันจบเรื่องนี้ได้!!!
“ฉันเรียกทุกคนมาเพื่อแจ้งให้ทราบ ไม่ได้เรียกมาเพื่อขอความเห็น ดังนั้นเรื่องนี้ก็จบตามนี้…ส่วนทรัพยากรก็ต้องรวบรวมกันให้เสร็จ ขั้นตอนนี้ฉันจะส่งพวกนักธนูกลับไป”
หรือก็คือ…เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องควบคุมไม่ได้และไม่คาดฝันอีก เช่นนั้นฉันต้องการส่งทหารพิเศษคนนั้นกลับไป!!
ทุกคนไม่ตอบอะไร ล้วนเห็นด้วยกับความคิดนี้..ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นว่า…อันซูหยวนสามารถติดตามอาจารย์เเละรุ่นพี่ของตนเองกลับสถาบันได้เลย
เธอไม่ได้ให้พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์กลับไปพร้อมกัน ทำให้ตอนนี้พวกมันยังคงอยู่ที่พื้นที่บ่าเขต K พวกมันเฝ้ามองการทำงานของทหารอยู่เช่นนั้น ช่างสร้างเเรงกดดันให้พวกเขาเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่ว่าเจ็ดวันต่อมา … พวกมันก็ค่อยๆหายไปทีละตัวสองตัวจนเหลือแค่ไม่กี่สิบตัวที่ยังอยู่ในพื้นที่ล่า พวกเขาย่อมต้องคิดว่าพวกมันกำลังมองตนเองเหมือนหิวกระหายต่อหน้าเหยื่อไปแล้ว….
เเน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องในอนาคตที่ซูหยวนให้พื้นที่พวกมันสร้างรังในฟาร์ม ยอมรับราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เป็นสัตว์เลี้ยง ทำให้มันเข้าออกพื้นที่ฟาร์มได้อิสระเหมือนกับพวกหนูทองกลายพันธุ์ แต่ที่ยังต้องทิ้งบางส่วนเอาไว้ก็เพื่อที่จะได้รวบรวมข้อมูลเเละทรัพยากรเข้าฟาร์มนั่นเอง
สำหรับปัจจุบัน…ซูหยวนผู้เก่งกาจเหนือความคาดหมายของอาจารย์เเละรุ่นพี่ยังคงเดินตามหลังพวกเขาอย่างสงบ ไม่เหมือนกับพวกอัจฉริยะคนอื่นๆที่เมื่อเเสดงพลังไปแล้วจะต้องมีความเย่อหยิ่ง เว้นระยะห่างจากคนทั่วไป เเละใช้สายตาดูแคลนยามมองคนอื่น สิ่งนี้ทำให้พวกนักธนูที่หวาดกลัวซูหยวนในตอนเเรกค่อยๆมีความกล้ามากขึ้น
“เอ่อ พลทหารพิเศษ จ่าสิบเอกอัน…ปืนที่ใช้ยิงนั่น…” คนหนึ่งอยากรู้อยากเห็นมาก ในช่วงสุดท้ายของการโจมตี อาวุธสังหารของเธอยอดเยี่ยมมากๆ ในฐานะนักธนูผู้โจมตีระยะไกลเหมือนกันเเล้ว เขารู้สึกอยากจะได้อาวุธชิ้นนั้นมาบ้าง
เเต่หลังจบคำถาม เพื่อนๆนักธนูกลับขยับถอยห่างเขากันเป็นแถว ในใจพลางคิดว่าเจ้าคนถามช่างอวดดีหรือไม่ก็โง่งมเกินไป ใครมอบความกล้าให้ขนาดนั้น ถึงกับกล้าถามเกี่ยวกับอาวุธของคนอื่นเลยหรือ? อยากตายหรืออย่างไร มันไม่รู้หรือว่าทหารพิเศษสามารถฆ่าคนได้โดยไร้ความผิดน่ะ!!
อันซูหยวนหันไปมองอีกฝ่าย อาจจะเพราะสายตาของเธอปกติเเล้วเหมือนมองดุอยู่ตลอดเวลา เมื่อคนที่ไม่คุ้นเคยเห็น เเถมยังมีความกลัวเป็นทุนเดิมก็เข้าใจว่าเธออาจจะลงมือก็ได้ ขาของเขาแข็งค้าง ไม่กล้าขยับไปข้างหน้าอีก
ตอนนั้นเอง เสียงใสราบเรียบของหญิงสาวก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
“นี่เป็นปืนพลังงานที่องค์กรนักล่าสกุลจางมอบให้ ฉันไม่ค่อยได้ใช้งานเพราะกินพลังงานมาก เเต่มันสะดวกตรงที่ไม่ต้องใช้ลูกศร ไม่ต้องพกพาอุปกรณ์ไปเป็นภาระมากนัก”
“อ่ะ อ่อ อ่อ….”
เเม้เเต่คนถามก็ยังตกใจกับคำตอบที่ได้รับ เขาไม่คิดเลยว่าเด็กสาวยอดอัจฉริยะคนนี้ เเท้จริงแล้วไม่ใช่คนเย่อหยิ่งเลย ที่สำคัญก็คือ…เธออธิบายให้เขาอย่างใจกว้าง ไม่โอ้อวด…สำหรับคนธรรมดาอย่างเขาเเล้ว การได้คุยกับเธอถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าได้เป็นเพื่อนกับผู้วิเศษจนทำให้ตัวเองวิเศษไปด้วย
“ล่ะ เเล้ว…มีวิธีเพิ่มพลังงานไหม เรื่องพลังงานน้อยก็เป็นปัญหาเหมือนกัน….”
“โอ้ ให้ตายสิ เจ้านั่นได้คืบจะเอาศอกล่ะ!!”
“นี่มีความกล้าขนาดไหน ถ้ามันไม่ตายเพราะคำถามนี้ ฉันจะก้มหัวให้เลย”
“ใครเขาถามเคล็ดลับกันโต้งๆแบบนั้น ดูด้วยนะว่าพลทหารพิเศษอันเป็นพวกชอบคุยเล่นด้วยรึเปล่า เจ้านี่หาเรื่องตายเเล้ว”
“รอดมาได้หนึ่งครั้งก็เลยคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษไปแล้วมั้ง ฉันควรจะอยู่ให้ห่างจากเจ้าโง่นี่หน่อยเเล้ว”
ทหารคนอื่นๆได้ยินก็ส่งเสียงฮือฮาออกมา พวกเขาคิดว่าเจ้าคนนี้ไม่ตายเพราะคำถามเเรกก็ถือว่าเป็นความใจกว้างของพลทหารพิเศษอันเเล้ว ถ้าเป็นพวกเขาก็น่าจะพอใจที่รักษาชีวิตตัวเองไว้ได้ ไหนเลยจะยังกล้าถามคำถามต่อไปอีก
ซูหยวนมองดูเขา อีกฝ่ายเป็นคนจริงใจ ที่เอ่ยคำถามออกมาไม่มีเจตนาร้ายเลยสักนิด กระทั่งความอิจฉาก็ยังสัมผัสไม่ได้ ตั้งเเต่ที่ซูหยวนมีจิตวิญญาณต้นไม้โลกเป็นผู้ติดตาม ก็เหมือนว่าจะได้รับพลังพิเศษนี้มา ทำให้เธอสังเกตเห็นความผิดปกติได้รวดเร็วกว่าเดิม
หากที่ผ่านมา เธอต้องอาศัยข้อมูลเพื่อคาดเดาความคิดคน จึงต้องใช้เวลาเล็กน้อยก่อน แต่เมื่อเป็นครั้งนี้…ผู้คนที่อยู่รอบๆตัวคิดอย่างไร เธอก็รู้สึกเหมือนจะรับรู้ได้ทันที
สำหรับนักธนูที่มีเพียงความรู้สึกชื่นชมเเละกระหายในความรู้คนนี้ อีกทั้งเธอยังช่วยนำเสนอภาพลักษณ์ขององค์กรให้พิเศษมากขึ้นได้ด้วย ซูหยวนจึงตัดสินใจบอกเเนวทางกับเขา
“มีหลายวิธีที่ฉันใช้อยู่ เเต่วิธีที่ง่ายที่สุดและใครๆก็ทำได้ คือการกินอาหารพลังงานสูง”
“อาหารพลังงานสูง?”
“ใช่ นอกจากดูดซับเเกนพลังงานจำนวนมากแล้ว ที่องค์กรนักล่าสกุลจางก็มีอาหารพลังงานสูงขายในราคาถูกกว่าตลาด หลังจากดูดซับแกนพลังงานจำนวนมากเข้าไปแล้ว เพื่อปรับสมดุลเเละขจัดสารพิษที่ติดค้างมากับแกนพลังงาน อาหารพวกนั้นจะช่วยได้มาก ทำให้สามารถกลับมาดูดซับอีกครั้งได้เร็วขึ้น”
ได้ยินคำตอบของเธอ นักธนูทั้งหลายก็หูผึ่งทันที พวกเขากำลังได้ยินอะไรอยู่กัน? นี่ … หรือว่าพลทหารพิเศษจะบอกเทคนิคลับมาให้พวกเขาจริงๆ
…………………………