LNCrawler

บทที่ 467 ซ่อนตัว (อ่านฟรี 16 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 467 ซ่อนตัว (อ่านฟรี 16 มิ.ย. 69)

บทที่ 467 ซ่อนตัว

 

​ขบวนเดินทางของเหล่าพลธนูที่เพิ่งทำภารกิจใหญ่สำเร็จยังไม่ทันถึงเขตปลอดภัย แม้จะยังอีกไม่นาน แต่เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ทำให้อาจารย์เติ้งที่เป็นผู้นำขบวนไม่ได้เร่งการเดินทาง เมื่อผ่านเขตปลอดภัยหนึ่งหรือสองเขตก็สั่งให้พักผ่อนกันได้ ถือว่าเป็นการมาพักผ่อนของพวกเขา อย่างไรก็ตาม...เมื่อมาถึงเขต D ตอนที่อาจารย์กำลังจะให้ทุกคนพักขาอีกครั้ง ซูหยวนกลับได้รับข่าวใหญ่ขึ้นก่อนแล้ว

 

​ปรากฏหนูทองลายขาวตัวใหญ่ที่กำลังยืนรออยู่นอกเขตค่าย เมื่อซูหยวนเห็นเช่นนั้นก็เดินออกไปพูดคุยกับมันโดยตรงท่ามกลางสายตาของทหารจำนวนมาก

 

พวกเขายังคงอึ้งกับความสามารถนี้ของพลทหารพิเศษ ใครจะไปคิดว่าเธอสามารถใช้สัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ได้เป็นอย่างดีถึงขนาดนี้ หากไม่ได้เห็นกับตา...พวกเขาอาจจะต่อต้านการใช้สัตว์กลายพันธุ์บ้าง เพราะคิดว่าพวกมันไม่ใช่มนุษย์ เป็นสัตว์หน้าขนที่ไม่ควรไว้ใจ แต่ความจริงได้ปรากฏให้เห็นแล้ว...

 

​คนที่ควบคุมไม่ได้จริงก็มี แต่คนที่ควบคุมได้จนทำให้สร้างผลประโยชน์แก่มนุษย์ชาติได้มหาศาลก็มีอยู่

 

​เพราะพวกเขามัวแต่สนใจราชาหนูทองลายขาวที่เป็นจ้าวแห่งหนูขาวกลายพันธุ์ระดับต่ำพวกนี้ จึงไม่ได้สังเกตสีหน้าของอันซูหยวนมากนัก หากไม่ใช่เพราะเธอเดินกลับมาด้วยท่าทางจริงจัง บรรยากาศรอบๆตัวของเธอเปลี่ยนไปทันที ไม่เหมือนกับอันซูหยวนที่พูดคุยหรือแม้แต่มอบคำแนะนำให้พวกเขาก่อนหน้านี้ ตอนนั้นทุกคนจึงรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าน่าจะกำลังเกิดเรื่อง!

 

“อาจารย์คะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” ซูหยวนพูดแค่นั้น อาจารย์เติ้งก็ยืนขึ้นทันที

 

​ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรก็ตามที่ทำให้เธอจริงจังได้ขนาดนั้น เขากลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากจริงๆ เพราะแบบนั้นจึงให้ความสำคัญกับข้อมูลของซูหยวนมาก ทั้งสองรีบเข้าไปในห้องประชุมของค่าย ในห้องนี้มีแค่อาจารย์เติ้ง ทหารระดับสูงอีกสองสามคน และซูหยวน

 

​หญิงสาวไม่ได้รอช้า เพราะทุกนาทีหลังจากนี้มีค่าเกินกว่าจะมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

“ฉันมีข่าวสำคัญมา อีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงนี้...กลุ่มดวงตามารทั้งหมดจะเคลื่อนไหว พวกเขาต้องการประกาศวันพิพากษาของตนเอง”

 

“วันพิพากษา!!”

 

เมื่อได้ยินคำว่า “วันพิพากษา” ทหารระดับสูงทุกคนก็อึ้งไปตามๆกัน พวกเขาจะไม่เข้าใจคำว่า “วันพิพากษา” ได้อย่างไร กลุ่มดวงตามารมันได้ระบุวันสำคัญของกลุ่มเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะจับได้สักกี่คน สุดท้ายแล้วพวกมันก็จะทิ้งท้ายว่า “รอเจอกับการล้างบางพวกมนุษย์ขยะชั้นต่ำในวันพิพากษาได้เลย” ดังนั้นพวกเขาจึงได้รู้ว่าวันพิพากษาก็คือวันที่จะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ของมนุษย์ชาติ

 

​เป็นวันที่กลุ่มดวงตามารจะระเบิดพลังทั้งหมดออกมานั่นเอง!

 

​ปกติแล้วกลุ่มดวงตามารก็เป็นพวกลึกลับอยู่แล้ว การมีตัวตนของพวกมันก็คือการมีอยู่ของระเบิดก้อนใหญ่ที่ต่อให้พวกเขาพยายามหามากขนาดไหนก็ยังตามหาร่องรอยของระเบิดนั้นไม่ครบ ใครจะคิดว่าวันที่พวกมันต้องการลงมือกลับรวดเร็วถึงเพียงนี้

 

“ข้อมูลนี้เชื่อถือได้หรือไม่” ทหารระดับสูงคนหนึ่งเอ่ยถามอีกครั้ง เขาเชื่อใจอันซูหยวนว่าเป็นคนมีความสามารถแน่ แต่...วันแห่งการพิพากษาคืออะไร? มันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดเล่นได้

 

​แน่นอนว่ากองทัพเองก็มีแผนรับมือของพวกเขาเช่นกัน เมื่อไรก็ตามที่พวกกลุ่มดวงตามารลงมือ เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องใช้แผนรับมือครั้งใหญ่ ซึ่งถ้าเปิดใช้แผนรับมือนี้...ไม่รู้เลยว่าจะต้องเสียสละคนและทรัพยากรไปมากเท่าไร หากผลออกมาพบว่าข้อมูลของอันซูหยวนเป็นแค่ข้อมูลโคมลอยไม่เกิดขึ้นจริง เช่นนั้นพวกเขาที่เอาข่าวนี้ไปบอกจะเป็นอย่างไร?

 

​โทษแค่ไล่ออกจากราชการก็คงยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องเอาชีวิตตนเอง ไม่สิ!นอกจากชีวิตของตนเองแล้ว แม้แต่ครอบครัวก็คงจะอยู่ต่อไม่ได้อีกเช่นกัน

 

​ต่อให้กองทัพไม่ลงมือ สังคมก็จะต้องกดดันพวกเขาจนถึงแก่ความตายแน่ ดังนั้น...ต่อให้เชื่ออยู่เต็มอก แต่ก็ต้องถามย้ำอีกครั้งอยู่ดี

 

“ฉันแจ้งเรื่องนี้ให้องค์กรนักล่าสกุลจางแล้ว และที่สำคัญ...ฉันได้ขอให้ครอบครัวของฉันอพยพมาแล้ว กองกำลังทหารพิเศษเองก็ได้รับข่าวจากสัตว์เลี้ยงที่ฉันทิ้งเอาไว้ ตอนนี้พวกเขาจะมารวมตัวกันที่เขต D นี้ ฉันเลือกเขต D เป็นฐานในการคุ้มครองคนของฉัน เพราะตอนนี้ที่เขตปลอดภัย...ต่อให้เป็นชั้นในสุดก็ไม่ใช่พื้นที่ที่ปลอดภัยจริงๆ”

 

“ดังนั้นอาจารย์คะ...ฉันบอกอาจารย์ได้เท่านี้ แล้วก็ต้องขอแยกตัวกับอาจารย์ออกไป อย่างไรฉันก็ต้องทำภารกิจร่วมกับพลทหารพิเศษ ไม่ใช่กองทัพอยู่ดี”

 

“อ้อ แล้วก็...อย่าเชื่อใจใครนะคะ ไม่ใช่แค่มนุษย์ สัตว์ หรือแม้แต่หุ่นรบ...” ซูหยวนเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม เธอรู้ว่าคำถามของเขาไม่ใช่คำตอบที่ต้องการคำตอบจริงๆ อีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่เอาเรื่องนี้มาล้อเล่น ดังนั้นจึงรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ของตนเองให้เขาฟัง

 

​ซูหยวนอยากเตือนให้เขารู้ว่าเขตปลอดภัยไม่ใช่เขตปลอดภัยจริงๆ ไม่ว่าตนจะมีครอบครัว มีเพื่อน มีพี่น้องคนใดที่ต้องการปกป้อง จะต้องเตือนเขาในเรื่องนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!

 

“นักเรียนอัน...”

 

ก่อนที่ซูหยวนจะหันหลังเดินจากไป การแยกตัวของเธอไม่ใช่เรื่องที่ผิด ไม่ต้องพูดถึงว่าเธอเป็นทหารพิเศษที่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจตนเอง แต่ภารกิจก่อนหน้านี้ก็เสร็จสิ้นไปแล้ว หากเธออยากจะนอนพักที่นี่ไม่กลับไปยังเขตปลอดภัยก็ยังเป็นเรื่องที่เธอตัดสินใจเองได้ เพียงแต่...

 

“ฉันอยากให้เธอช่วยดูแลนักเรียนของสถาบันเรา เป็นไปได้หรือไม่ที่จะพาพวกเขามาซ่อนที่เขต D ด้วย อ่า...มีนักเรียนมากมายที่คงจะเลือกกลับไปที่ตระกูลของตนเองมากกว่า แต่ถ้าเขตชั้นในไม่ปลอดภัย ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีที่ไหนปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

 

“สำหรับฉันที่เป็นอาจารย์ของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งแล้ว การปกป้องนักเรียนรุ่นเยาว์เป็นหน้าที่ของฉัน ดังนั้น....ถ้าเธอยอมรับปากจะช่วยปกป้องรุ่นเยาว์ที่เป็นอนาคตของมนุษย์ชาติรุ่นต่อไปให้ ฉันก็จะรีบแจ้งไปที่สถาบันเพื่อออกภารกิจด่วนทันที”

 

​เติ้งเทียนเฉินไม่เคยตั้งคำถามกับนักเรียนของตนเอง โดยเฉพาะกับอันซูหยวน...เขาไม่สงสัยในสิ่งที่เธอพูดเลย ทั้งยังคิดไปได้ไกลยิ่งกว่านั้น

 

​เขารู้ว่าในกองทัพเอง ต่อให้เป็นผู้นำระดับสูงก็ใช่ว่าจะมีแต่คนดี ไม่แน่ว่าในบรรดาผู้นำระดับสูงก็อาจจะมีคนของกลุ่มดวงตามารแฝงอยู่ ดังนั้น...ถ้าให้เลือกเชื่อความช่วยเหลือจากกองทัพ สู้เลือกเชื่อใจเด็กคนนี้คงจะดีกว่า

 

​ซูหยวนเข้าใจเจตนาของอาจารย์ เขาคงคิดไปถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากมันเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่ขนาดนั้นจริงๆ เช่นนั้น...ขอแค่ยังมีเด็กๆที่ปลอดภัย เช่นนั้นโอกาสของมนุษย์ชาติคงจะยังเหลืออยู่ นอกจากนี้...ทุกคนจะสามารถต่อสู้ได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกเด็กๆด้วย

 

​หญิงสาวไม่ได้คิดมาก อย่างไรก็แค่พาเด็กๆมาวิ่งเล่นกับพวกหนูขาวกลายพันธุ์ไม่ใช่หรือ? เรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้กันล่ะ!

 

ที่สำคัญที่สุด...อาจารย์เติ้งรู้เรื่อง “ประตูเชื่อมมิติ” ที่จะพาไปล่าเนื้อปลาแล้ว เขาคงคิดขอให้เธอเปิดเผยเรื่องนี้แก่สาธารณะก่อน หลังจากนั้นถ้าต้องการก็ค่อยกลับมาปิดเป็นประตูลับเหมือนเดิมก็ได้

 

​ซูหยวนรู้ว่าคงไม่มีสถานที่ไหนที่จะซ่อนนักเรียนจำนวนมากได้ดีเท่ากับที่นี่อีกแล้ว สุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น โชคดีที่ประตูเชื่อมมิตินี้ไม่ได้มีคุณค่าไปมากกว่า “เนื้อปลา” ที่ทำให้ไม่อดตายไปตลอดชีวิต และยังมีแหล่งน้ำดีๆที่จะทำให้อยู่รอดได้ด้วย ดังนั้นจึงเหมาะกับเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดี

 

​เธอพยักหน้ารับ ซึ่งทำให้อาจารย์เติ้งพอใจมาก

 

“ถ้าเช่นนั้น...ฉันจะให้สถาบันออกประกาศรวบรวมทรัพยากรครั้งใหญ่ ให้พวกเขามาที่พื้นที่ล่า หลังจากนั้น...คงต้องรบกวนเข้าไปในพื้นที่ของหนูขาวกลายพันธุ์”

 

“ได้ค่ะ” ซูหยวนเข้าใจ

 

หลังจากนั้นเธอก็ฟังแผนของอาจารย์เติ้งอีกไม่กี่คำ รู้แค่ว่าเขาต้องการจะทำให้การรวบรวมนักเรียนนี้เป็นแค่การทำภารกิจประจำปีของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ดังนั้นซูหยวนจึงรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เด็กๆพวกนี้ในตอนแรก หลังจากนั้นก็โยนพวกเขาเข้าไปซ่อนในมิติลับเท่านั้น

 

​พื้นที่แห่งนี้ แต่เดิมแล้วมีสกุลจาง ทหารพิเศษ และหนูขาวกลายพันธุ์ทำหน้าที่เป็นนักล่า แต่ด้วยสถานการณ์วุ่นวายนี้...พวกเขาไม่จำเป็นต้องล่าด้วยตนเองอีกต่อไป จะให้พวกนักเรียนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งเป็นผู้ล่าแทน ในขณะที่พวกเขาออกมาอยู่ข้างนอกเพื่อป้องกันไม่ให้ใครโจมตีแล้วฝ่าเข้าไปในพื้นที่มิติได้

 

​ซูหยวนเองก็ทำความเข้าใจกับทุกคนในพื้นที่เขต D แล้ว เพียงแต่...ภาพที่พวกเขาเห็นหลังจากนั้น 2 ชั่วโมงกลับไม่ใช่ภาพที่คำนวณเอาไว้

 

“หืม? รุ่นน้องพลทหารพิเศษอัน ไหนว่าจะรับแค่นักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งไม่ใช่หรือ?”

 

รุ่นพี่พลทหารพิเศษคนหนึ่งเอ่ยถามเมื่อเห็นภาพของขบวนนักเรียนจำนวนหลายพันคนกำลังเดินมาทางนี้ แต่ละคนมีป้ายของสถาบันของตนเองถือไว้ด้วย ท่าทางเหมือนกับว่ากำลังจะเข้าการแข่งขันอะไรกันอย่างนั้นแหละ

 

​อันซูหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอก็วุ่นวายอยู่กับการรับครอบครัวเธอ รวมถึงพวกคนงานของเธอมาซ่อนตัวในพื้นที่ปลอดภัยนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจถามหนูทองลายขาวที่กำลังติดตามสถานการณ์ของพื้นที่ปลอดภัย ย่อมไม่รู้เลยว่าหลังจากอาจารย์เติ้งกลับสถาบัน...เขากลับพลาดท่าเข้าแล้ว

 

อาจารย์หนุ่มรีบร้อนเกินไปจนเผลอ(?)พูดเรื่องสำคัญออกไปในตอนที่มีการประชุมรวมสถาบันเพื่อวางแนวทางการแข่งขันของพวกนักเรียนชั้นปีที่ 4 กันอยู่

 

​ครั้นเมื่อทุกสถาบันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็คิดเหมือนกันหมด...พวกเขารู้ดีว่าเขตชั้นในไม่ปลอดภัย กระทั่งจะเชื่อมั่นในกองทัพก็ทำไม่ได้ แม้แต่อาจารย์ในสถาบันของตนเองก็ใช่ว่าจะเป็นพวกดีๆทั้งนั้น

 

​สุดท้าย...เพื่อความปลอดภัย จึงหารือกันเร่งด่วนแล้วประกาศจัดการแข่งขันกันเลย โดยให้นักเรียนทั้งหมดไม่ว่าจะปีไหน พาตั้งแต่ปี 1 จนถึงปีที่ 4 ไปด้วยกันหมด ช่างเป็นการประกาศอย่างกะทันหัน หากแต่สามารถทำได้จริงๆ

 

​หากเป็นในยุคปัจจุบันของเธอ เมื่อมีการประกาศเช่นนี้...ต่อให้มากที่สุดก็น่าจะรวมคนได้แค่ 20% เท่านั้น เห็นเช่นนี้แล้วจึงได้เข้าใจว่าสุดท้าย..การปกครองของที่นี่ก็ยังมีข้อดีของตนเอง อย่างน้อยๆเมื่อมีการให้ทำตามคำสั่ง ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนล้วนแต่ทำตามกันทั้งนั้น

 

​ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้สถาบันทั้งหมดของมนุษย์ทั้งหมด 108 สถาบัน แบ่งเป็นสถาบันใหญ่ที่รวมนักเรียนได้ประมาณ 1,000 –1,500 คน และสถาบันเล็กอีกกว่า 5,000 คน รวมแล้วเกือบจะเป็นหมื่นคน ตอนนี้ได้มารอกันอยู่ที่เขต D แล้ว

 

“ไม่ใช่ว่าถูกหลอกให้รับผิดชอบเด็กๆพวกนี้แล้วหรอกหรอ” รุ่นพี่อีกคนหัวเราะร่วนอย่างชอบใจเมื่อเห็นหน้ารุ่นน้องเป็นเช่นนั้น อันซูหยวนเองก็รู้สึกหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก เธอจะทำอย่างไรได้...ตอนนี้เด็กๆได้มารวมกันที่นี่หมดแล้ว จะไล่พวกเขากลับไปตายได้หรือ?

 

​สุดท้ายจึงได้หันไปหารุ่นพี่พลทหารพิเศษคนหนึ่งที่สามารถตรวจสอบเจตนารมณ์ของคนได้ เนื่องจากเด็กๆพวกนี้มาจากหลากหลายสถาบัน ดังนั้นถ้าส่งพวกเขาเข้าไปก็จะต้องส่งอาจารย์เข้าไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด...อาจารย์ที่จะเข้าพื้นที่ลับย่อมต้องเป็นคนที่ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ

 

​รุ่นพี่คนนั้นพยักหน้ารับ เขาสามารถทำเรื่องง่ายๆพวกนี้ให้ได้อยู่แล้ว ยิ่งรุ่นน้องขอมาด้วยตนเองเช่นนี้ยิ่งต้องรีบทำให้ดี ดังนั้นจึงใช้พลังของตนเอง...ทำหน้าที่อยู่ตรงประตูทางผ่าน หากใครมีปัญหาก็จะได้รั้งเอาไว้ข้างนอก หรือไม่ก็ “ฆ่าทิ้ง” ไปเสียเลย

 

​ซูหยวนในฐานะพลทหารพิเศษที่เหล่าอาจารย์แนะนำว่าเธอจะเป็นคนดูแลการแข่งขันรอบนี้ เธอกลายเป็นที่สนใจของพวกนักเรียนจากสถาบันต่างๆทันที

 

“เอาล่ะ ข้างในนี้เป็นพื้นที่ที่ทหารพิเศษได้เตรียมเอาไว้แล้ว เพื่อที่จะแข่งขันรอบสุดท้ายนี้ ทุกคนจะต้องอยู่ในพื้นที่พิเศษของพวกเราไปตลอด 1 หรืออาจจะ 2 เดือน ไม่ใช่แค่เพื่อดูว่ามีพลังมากแค่ไหน แต่ต้องการดูวิธีการเอาตัวรอดในพื้นที่นั้นด้วย”

 

“สำหรับเรื่องอาหารการกิน ที่นั่นได้เตรียมเอาไว้ให้หมดแล้ว อยู่ที่ว่าจะสามารถหามันพบหรือไม่ แล้วก็...การแข่งขันนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อมีคนพบ “ธงรูปดาวห้าแฉก” ขอให้ทุกคนวางแผนกันให้ดี ผู้ชนะจะได้รับคะแนนไปเพิ่มให้สถาบันของตนเอง”

 

“นอกจากนี้ยังมีภารกิจย่อยอย่างการ “ล่าสิ่งมีชีวิตข้างใน” เพื่อรวมรวบทรัพยากรให้ได้มากที่สุดด้วย ขอให้ทุกคนพยายามให้เต็มที่ แล้วก็...ในพื้นที่นี้ ห้ามไม่ให้มีการต่อสู้กันเอง ถ้าใครฝ่าฝืนจะถูกปรับลดคะแนนของสถาบันทันที”

 

​หญิงสาวไม่เพียงแค่ปกป้องพวกเขาเท่านั้น แต่ยังให้พวกเขาทำงานตอบแทนให้สมกับที่พวกตนต้องเสียเวลามาเฝ้าดูแลนักเรียนพวกนี้ พร้อมกันนั้นก็ยังตั้งกฎโดยอ้างว่ากระทบต่อผลคะแนน

 

​วิธีการเช่นนี้ย่อมดีต่อทุกฝ่าย พวกอาจารย์เองก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยในการเฝ้าระวังเกินไป ยังแบ่งจำนวนคนออกมาปกป้องทางเข้าพื้นที่ลับนี้ได้ด้วย

 

​เพราะแม้พวกเขาจะระวังแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่พวกกลุ่มดวงตามารจะไม่เห็นความผิดปกติ อย่างไร...พวกเขาก็ต้องมาที่นี่แน่!

 


……………………………