บทที่ 468 ลงทะเบียนกรณีพิเศษ (อ่านหรี 17 มิ.ย. 69)
บทที่ 468 ลงทะเบียนกรณีพิเศษ (อ่านหรี 17 มิ.ย. 69)
บทที่ 468 ลงทะเบียนกรณีพิเศษ
“การแข่งขันนี้มันอะไรกัน ทำไมหน่วยทหารพิเศษถึงได้เข้ามาวุ่นวายกับการแข่งขันของสถาบันได้ แล้วทำไมพวกเราจะต้องทำตามพวกเขาด้วย สู้ตั้งใจเรียนแล้วก็ฝึกซ้อมสำหรับงานใหญ่ไม่ดีกว่าหรือ?”
“นั่นน่ะสิ สถาบันจำเป็นต้องฟังคำของพวกทหารพิเศษด้วยหรือ? ไม่ใช่ว่าแม้แต่กองทัพก็ยังไม่ค่อยอยากจะร่วมมือทำงานกับพวกเขาเลยนี่ ทำไมพวกเราจะต้องทำตามด้วย ฉันคิดว่ากลับไปที่สถาบันเพื่อฝึกฝนดีกว่า”
“นี่เป็นคำสั่งของผู้อำนวยการ ก็แค่เพิ่มการแข่งขันมาอีกอย่าง...ทำไมจะต้องมีปัญหาถึงเพียงนั้น ดีเสียอีก...การแข่งขันนี้อาจจะเข้าตาพวกทหารพิเศษจนทำให้พวกเขาสนใจรับนักเรียนของสถาบันพวกเราไปเป็นทหารในหน่วยสักคนสองคนก็ได้”
“นั่นน่ะสิ พลทหารพิเศษเป็นอะไร? ตำแหน่งของพวกเขานั้นพิเศษมาก ถ้าฉันสอนนักเรียนที่เป็นพลทหารพิเศษได้สักคนก็ถือว่าได้หน้ามากแล้ว”
“อืม ปกติแล้วพลทหารพิเศษเหล่านี้ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานทั่วไป การที่พวกเขาเข้ามาจัดการด้วยตนเองนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีจริงๆ แล้วก็นะ...ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าพื้นที่สำหรับการทดสอบที่พวกเขาเตรียมไว้เป็นอย่างไร”
อาจารย์ของแต่ละสถาบันพูดคุยกันเจียวจาว บางคนเห็นด้วย แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วยกับการแข่งขันที่เพิ่มมาอย่างกะทันหันนี้ ส่วนเรื่องพื้นที่พิเศษที่อันซูหยวนพูดขึ้นมาก่อนหน้านี้...หลายคนยังไม่รู้เรื่อง ไม่สิ! ต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้ว่ามีจุดเคลื่อนย้ายอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงเข้าใจว่าเป็นแค่พื้นที่พิเศษที่พวกทหารพิเศษสร้างขึ้นมาสำหรับการแข่งขันเท่านั้น
ก็นะ...เหมือนกับครั้งก่อนๆ อะไรก็ตามที่ใช้คำว่า “ทหารพิเศษ” มาอ้าง ย่อมทำให้คนมองข้ามความผิดปกติทุกประการไปได้ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน คนที่รู้ก็คือคนที่รู้ คนที่รู้ก็คือคนที่ไม่รู้อยู่ดี!
“ขอให้ทุกคนเข้าแถวเรียงตัวเข้าไปด้วย พวกเราจะระบุตัวตนของทุกคนก่อน” ซูหยวนผายมือไปที่ประตูที่เพิ่งสร้างขึ้นมาลวกๆ ซ่อนไม่ให้พวกนักเรียนรู้ถึงความผิดปกติเกี่ยวกับจุดเคลื่อนย้าย
ตรงนั้นมีพลทหารพิเศษที่ตรวจสอบความจริงใจของทุกคนได้ เขายืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับไม้บรรทัดในมือ...หากคนที่ไม่มีปัญหาอะไรก็จะถูกส่งเข้าไปในพื้นที่ลับได้ทันที แต่ถ้าใครที่มีปัญหา...เช่นนั้นก็ต้องหยุดรอก่อน
“อาจารย์ท่านนี้ไปลงทะเบียนที่กระโจมทางซ้ายมือด้วย” พลทหารพิเศษพูดเช่นนั้น ซูหยวนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
ทุกคนที่รู้เรื่องการตรวจสอบนี้ย่อมเข้าใจดีว่าตัวตนของอีกฝ่ายแท้จริงแล้วกลายเป็นพวกมีปัญหา ไม่อย่างนั้นรุ่นพี่พลทหารพิเศษคงจะให้เข้าไปได้แล้ว สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เขาเป็นตาเดียว แม้แต่เจ้าตัวก็ยังรับรู้ได้ว่าสายตาเหล่านั้นมีปัญหา
อาจารย์คนอื่นๆที่เคยได้ยินเขาบ่นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมอย่างกะทันหันก็มองไปอย่างสงสัย ถึงก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อทุกสายตามองมายังเขาเช่นนี้แล้ว...ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ต้องเข้าใจได้ใช่ไหมว่าต้องเกิดเรื่องแน่
คนที่ถูกเชิญไปอีกทางขมวดคิ้ว ทำไมทหารพวกนี้จึงแยกเขาออกมาแค่คนเดียวเท่านั้น แต่ก็เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เขาจึงยินยอมเดินตามเส้นทางที่ทหารพิเศษบอก ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่สุดท้ายก็ยังนั่งรออย่างสงบ...
ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น ก่อนที่ตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผย เขาจะต้องพยายามเนียนไปกับคนอื่นๆ แล้วสุดท้าย...เมื่อถึงช่วงเวลาที่เขาจะเจิดจ้า เขาจะระเบิดนักเรียนเหล่านี้ที่สอนมาด้วยตนเองให้ตกตายพร้อมกันทั้งหมด อ่า...แค่คิดถึงภาพนี้ก็มีความสุขเหลือเกินแล้ว
พวกมันคงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาเก็บกดขนาดไหน เห็นพวกมันเติบโตไปทีละคน ประสบความสำเร็จทีละคนสองคน แถมยังมีบางคนได้จับคนของกลุ่มดวงตามารของเขาส่งทางการอีก ฮึ่ม...ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ถึงวันพิพากษา เขาคงจะลงมือฆ่าพวกมันเพื่อระบายความโกรธไปแล้ว
ในขณะที่กำลังนั่งอย่างสงบอยู่นั้นเอง สายตาของเขาก็มองเห็นอาจารย์และนักเรียนหลายสิบคนผ่านเข้าไปในพื้นที่แข่งขันหลังประตูนั่นได้ แต่...จู่ๆอาจารย์คนหนึ่งก็ถูกหยุดอีกครั้งพร้อมกับนักเรียนของเขา
“ทั้งสองคนเชิญไปลงทะเบียนที่กระโจมทางซ้ายมือด้วย”คำพูดของทหารพิเศษคนนั้นทำให้อาจารย์และนักเรียนที่ถูกเชิญชะงักไป พร้อมกันนั้นก็มีสายตาของพวกทหารพิเศษจับจ้องอีกครั้ง
คนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติแล้วจริงๆ ทำไมคนอื่นๆผ่านเข้าไปได้ แต่พอเป็นคนของกลุ่มดวงตามารของเขากลับถูกเชิญมาลงทะเบียน...
“ลงทะเบียนอะไร! ทำไมคนอื่นๆจึงไม่ต้องลงทะเบียน แต่ฉันกับศิษย์สายตรงจะต้องลงทะเบียนด้วย นี่ไม่ใช่เป็นการตัดโอกาสกันหรอกใช่ไหม?” ไม่ใช่แค่คนที่ถูกเชิญมาก่อนที่คิดเช่นนี้ อาจารย์คนนั้นหัวไวกว่า เขารู้สึกได้ทันทีว่าคำว่า “ลงทะเบียน” นี้ แท้จริงแล้วน่าจะเป็นข้ออ้างเท่านั้น
หรือพวกมันจะรู้ตัวตนของกลุ่มดวงตามารทั้งหมดแล้วกัน!
“นี่เป็นการทำงานของพวกฉันกองกำลังพิเศษ ไม่จำเป็นต้องอธิบายความคิดให้ใคร”
“อะไรนะ? นี่! ทำแบบนี้ถูกต้องแล้วหรอ? นี่เป็นการแข่งขันของทุกสถาบัน ทำไมจึงมีบางคนที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม ถ้าอย่างนั้นการแข่งขันนี้ยุติธรรมแล้วจริงหรือไม่? ฉันต้องการร้องเรียน พลทหารพิเศษทำอะไรไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม หรือตั้งคำถามไปก็ไม่ได้คำตอบ ถ้าอย่างนั้นทำไมสถาบันทั้งหมดยังต้องเชื่อฟังพวกเขาอีก ทำไมพวกเราไม่จัดการทดสอบเองเลยล่ะ”
อาจารย์คนนั้นพูดอย่างมีเหตุผล แถมเขาก็ยังรู้ด้วยว่ามีอาจารย์และนักเรียนหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการทดสอบอย่างกะทันหันนี้ โดยเฉพาะนักเรียนจากสถาบันอื่นๆที่เห็นว่าหนึ่งในกรรมการควบคุมการแข่งขันเป็นคนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ดังนั้นจึงรู้สึกว่าการแข่งขันนี้อาจจะถูกแทรกแซงได้ทุกเมื่อ เช่นนั้นยังจะต้องแข่งกันอย่างอยุติธรรมนี้ทำไม!
“ฉันเห็นด้วยนะ ทำไมบางคนได้เข้าไปก่อน บางคนก็ถูกหยุดให้ลงทะเบียนอะไรนั่นล่ะ”
“ใช่ ถ้าพวกเราถูกหยุดบ้างล่ะ ไม่ใช่ว่าจะเป็นการทำเพื่อสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งหรอกนะ? เห็นได้ชัดว่าในสถาบันนั้นไม่มีใครถูกหยุดเอาไว้สักคนเดียว มีแค่อาจารย์และนักเรียนจากสถาบันอื่น...”
เมื่อมีคนหนึ่งตั้งคำถาม คนอื่นๆก็เริ่มแสดงความคิดเห็นของตนเองขึ้นมาบ้าง แน่นอนว่าคนพูดไม่ใช่คนของกลุ่มดวงตามาร อย่างไรก็ตาม...พวกเขาแค่จริงจังกับการแข่งขันมากเกินไปเท่านั้น
ดีที่มีอาจารย์มากมายเป็นคนฉลาด พวกเขารู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ผู้อำนวยการออกคำสั่งเร่งด่วน แถมยังเกี่ยวข้องกับพลทหารพิเศษอีกด้วย พวกเขาคิดจริงๆหรือว่าพลทหารพิเศษอยากจะวุ่นวายกับแค่การแข่งขันของนักเรียนจากสถาบันต่างๆ หรือแม้แต่อยากจะขโมยอันดับหนึ่งไปในสถาบันของตนเองน่ะ
หากอ้างอิงจากข้อมูลของพลทหารพิเศษอันคนนั้น เชื่อได้เลยว่าถ้าต้องการอันดับหนึ่งจริงๆ...เธอไม่จำเป็นต้องมาทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ แค่พาตัวเองลงแข่งทุกรายการ แล้วก็คว้าอันดับหนึ่งมาครองไว้ เช่นนี้ยังจะมีใครกล้าแข่งกับเธออีกหรือ? เหอะ! พวกที่คิดว่าเธอทำเรื่องใหญ่โตเพื่อเรื่องตลกนี้ช่างเป็นพวกโง่เขลาเสียจริง
แต่เพื่อไม่ให้ความตั้งใจของพลทหารพิเศษเปลี่ยนไป อาจารย์ที่มีความรู้และสุขุมย่อมออกหน้าพูดให้
“ผู้อำนวยการจากทุกสถาบันตกลงกันหมดแล้ว หากใครไม่ต้องการเข้าไปเช่นนั้นก็สละสิทธิ์เสีย พวกเราคนอื่นๆล้วนต้องการทำตามคำสั่งของผู้อำนวยการ”
“ใช่แล้ว ในเมื่ออยากจะถอนตัวก็ถอนไป แล้วก็ช่วยหลีกทางให้ด้วย ฉันอยากจะพานักเรียนของตนเองเข้าไปตรวจสอบ”
อาจารย์หลายคนก้าวออกมาอย่างรู้งาน ทำให้ทหารพิเศษไม่ต้องลงมือเอง เพราะถ้าเป็นพวกเขาที่จัดการ...เชื่อเถอะว่าสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญเช่นนี้อาจจะไม่ได้ตายเพราะกลุ่มดวงตามาร หากแต่จะตายเพราะพวกเขานี่แหละ!
สุดท้ายเมื่อมีคนต้องการแข่งขันต่อ แถมยังอ้างเรื่องคำสั่งของผู้อำนวยการด้วย เช่นนั้นย่อมไม่มีใครกล้าคัดค้านได้อีก แม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจ กระนั้นก็ยังเดินกันเข้าไปจนเกือบหมด
แต่เรื่องคนที่ถูกหยุดไว้นั้น ตอนแรกคนของกลุ่มดวงตามารยังเข้าใจว่าพวกเขาอาจจะถูกจับได้ ทว่าหลังจากที่มีนักเรียนอีก 3 คน และอาจารย์อีก 2 คนถูกหยุดเอาไว้เหมือนกัน โดยใน 5 คนนี้มี 1 คนเท่านั้นเป็นกลุ่มดวงตามาร เช่นนั้นอาจจะแปลว่านี่ไม่ใช่ตัวตนถูกเปิดเผยจริงๆ
กระนั้น...ถ้าคิดอีกมุม ตอนนี้คนของกลุ่มดวงตามารไม่มีใครหลุดเข้าไปข้างในได้แม้เพียงคนเดียว นี่หมายความเช่นไร? หมายความว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาเลย
“ทั้ง 8 คนเชิญมาลงทะเบียนทางนี้ก่อน” หลังจากที่ส่งนักเรียนและอาจารย์จำนวนมากเข้าไปข้างในแล้ว พลทหารพิเศษคนหนึ่งก็เข้ามาเชิญคนที่ถูกคัดออกมาไปอีกทางหนึ่ง
ทั้ง 8 คนเดินตามไป ความรู้สึกไม่สบายใจค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งเมื่อมีกลิ่นหอมแปลกๆลอยฟุ้งอยู่รอบๆ ทั้งด้านหน้าก็มีทหารพิเศษอีก 2 คน และทหารทั่วไปแต่มีสถานะอยู่ในระดับสูงอีก 2 คนรออยู่ก่อนแล้ว นี่ทำให้พวกเขามั่นใจว่าสถานการณ์ของตนเองเลวร้ายแล้ว!
น่าเสียดายที่ก่อนพวกเขาจะได้เคลื่อนไหวด้วยการระเบิดร่างกายให้เป็นดอกไม้ไฟ ลากคนพวกนี้ไปตายด้วย แถมยังสามารถส่งสัญญาณเตือนให้สมาชิกในกลุ่มได้รู้ตัวก่อน กลับไม่อาจจะขยับร่างกายของตนเองได้อีกแล้ว
ชิ้ง!
ตอนที่พวกเขาพยายามดิ้นรนอยู่นั้นเอง เส้นเชือกใสกระจ่างที่แตกเดิมแล้วมองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นยามมีเลือดไหลซึมออกมา พูดให้ถูกก็คือ...ตอนนี้ร่างกายของพวกเขาทุกคนถูกร้อยเอาไว้ด้วยเส้นเอ็นประหลาด พวกมันกำลังทำตัวเขาเหมือนกับหุ่นเชิด!
“นะ นี่อะไร! พวกแกกำลังทำอะไร” หนึ่งในนั้นทำใจดีสู้เสือ พยายามใช้ความโมโหกลบเกลื่อนความไม่ถูกต้องของตนเอง แต่ทหารพวกนี้จะยอมตื่นตระหนกไปกับเขาหรือ? แค่อ้าปากออกมาก็เห็นถึงลิ้นไก่แล้ว ยิ่งเป็นคนที่ทหารพิเศษคัดเลือกมาด้วยตนเอง การทรมานเท่านี้ไม่นับว่าเป็นอะไรได้
“ทำอะไรหรือ? เรื่องนี้ไม่น่าเข้าใจยากนะ” ทหารพิเศษคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ตลอดก็ก้าวออกมา ในมือของเขายังถือกระเป๋าของแพทย์ออกมาด้วย ท่าทางตอนนี้เหมือนกับผู้วิปริตอย่างชัดเจน สภาพเช่นนี้ดูเลวร้ายยิ่งกว่าพวกนักวิจัยในกลุ่มดวงตามารของพวกเขาเสียอีก!
“ยะ อย่า ทำไมถึงทำร้ายผู้บริสุทธิ์อย่างพวกเรา ทำแบบนี้แม้แต่กับเด็กก็ไม่ละเว้น แท้จริงแล้วพวกแกเป็นทหารรับใช้ประชาชนได้อย่างไร!” อาจารย์คนหนึ่งเข้าใจพูด แต่มันกลับทำให้เจ้าของใบมีดสีเงินหัวเราะออกมาแทน
“ผู้บริสุทธิ์งั้นหรือ? เอาล่ะ...เช่นนั้นมาดูว่าผู้บริสุทธิ์อย่างพวกแกจะรับสารภาพเรื่องอะไรบ้าง อ้อ ฉันจะให้เวลาตัวเองสอบสวนแค่ 30 นาทีเท่านั้น หากหลังจาก 30 นาทีพวกแกยังทนอยู่ได้ เช่นนั้นก็จะยอมปล่อยไปนะ” ทหารพิเศษพูดเช่นนั้น คิ้วของทหารระดับสูงก็ขมวดเข้ากัน
อีกฝ่ายเป็นทหารพิเศษจึงตัดสินใจเองได้ทั้งหมด แต่...ความอวดดีนี้มันอะไร? ถ้าไม่สามารถรีดเอาข้อมูลจากอีกฝ่ายมาได้ก็จะปล่อยไปงั้นหรือ? แถมยังบอกเวลาพวกมันอีก ไม่ใช่ตั้งใจจะให้พวกมันพยายามอดทนเพื่อรอดพ้นความผิดงั้นหรือ? วิธีการทำงานของพวกกองกำลังพิเศษนี้มันจะชุ่ยเกินไปหน่อยแล้ว
ความคิดนี้ทำให้สีหน้าของพวกเขาดูไม่ดีนัก แน่นอนว่าทหารพิเศษหลายคนรับรู้ได้ถึงความคิดนี้ทันที แต่ไม่มีใครเข้ามาอธิบายอะไร สุดท้าย...วิธีการที่จะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้ง่ายมากที่สุดก็คือการทำให้เห็นต่างหาก
ดังนั้นพลทหารพิเศษคนที่รับหน้าที่สอบสวนก็เริ่มต้นการลงมือของเขาทันที พร้อมกันนั้นก็ยังตั้งนาฬิกาทรายเอาไว้ให้พวกผู้ต้องสงสัยได้เห็นด้วยว่าอีกนานเท่าไรเวลาจึงจะหมดลง
เห็นขวดที่ตั้งเพียง 30 นาทีจริงๆ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นพอใจ แม้ว่าพลทหารพิเศษคนนั้นจะโหดเหี้ยมถึงเพียงไหน พวกเขาก็จะอดทนให้ได้ อย่างไรก็แค่ 30 นาทีไม่ใช่หรือ?
ความคิดของพวกเขาแสดงออกทางสีหน้าหมดแล้ว ทุกคนกำลังมีความหวังที่จะรอดออกไป แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อผ่านไป 1 นาที ก็เริ่มมีคนสารภาพออกมาแล้ว
“อ๊าก!! เจ็บ เจ็บเหลือเกิน นี่มันอะไรกัน อ๊าก!! ช่วยด้วย ได้โปรดฆ่าฉัน ได้โปรด!!” เพราะยังอายุน้อย ดังนั้นจึงทนความเจ็บปวดมากไม่ได้ พลทหารพิเศษที่รู้เกี่ยวกับชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์อย่างดีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยท่าทางเสียดาย
อุตส่าห์ได้เครื่องเล่นสนุกมาทั้ง 8 เครื่อง ใครจะไปคิดว่าเวลาเพิ่งเริ่มไปแค่ 1 นาที โดยที่ยังไม่มีภาพเลือดตกยางออก กลับมีคนหนึ่งยอมรับสารภาพเสียแล้ว
“พาตัวไป ให้เขาสารภาพให้หมดแล้วก็ฆ่าทิ้งได้ อ้อ แต่ถ้ามันยังไม่ยอมพูดให้หมดก็รีบส่งกลับมานะ ฉันยังอยากจะตรวจสอบอวัยวะอื่นๆของเขาอยู่เลย”
“ไม่ ไม่ ฉันจะพูดให้หมด ฉันจะพูด!” นักเรียนนั้นหวาดกลัวเหลือเกิน เขายอมตายดีกว่าต้องมารู้สึกเช่นนี้ ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานหลังจากที่ถูกเข็มประหลาดนั่นทิ่มไปเพียงครั้งเดียว มันทำให้เขารู้สึกอยากจะตายมากกว่ามีชีวิตเสียอีก
เรื่องนี้ต้องโทษที่พลทหารพิเศษผู้นี้เกิดมาก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น แถมก็ยังชอบที่จะได้เห็นแบบนั้นด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะกองกำลังพิเศษรับเขามาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกต้อง คาดว่าเขาน่าจะเป็นตัวการหายนะที่ทำลายมนุษย์ชาติไม่น้อยแน่!
“เอาล่ะ ยังเหลืออีก 7 คนกับ 29 นาที...ฮี่ๆ” ได้เห็นแววตาของเขาแล้ว คนที่ถูกสอบสวนกลับรู้สึกว่าทหารพิเศษคนนี้ส่งสายตาราวกับขอร้องให้พวกเขาอดทนให้ได้มากกว่านี้เพราะตัวเองยังเล่นสนุกไม่พออย่างไรอย่างนั้น
ทุกคนพร้อมใจกันมองไปที่นาฬิกาทราย ตอนแรกพวกเขามองว่ามันน้อยเหลือเกิน แค่พริบตาเดียวก็จะพ้นสถานการณ์นี้ไปแล้ว แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเวลาที่ควรจะผ่านไปรวดเร็วนั้น...แท้จริงแล้วราวกับหยุดเอาไว้
พวกเขาทรมานจนสุดหัวใจ กลับผ่านไปแค่ 1 นาทีเท่านั้น ยังเหลืออีก 29 นาที ไม่มีใครไม่กลัวเวลาที่กำลังเดินไปข้างหน้านี้เลย!!
…………………………………