LNCrawler

บทที่ 470 ติดตามคนผิด คิดจนเกือบตาย (อ่านฟรี 19 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 470 ติดตามคนผิด คิดจนเกือบตาย (อ่านฟรี 19 มิ.ย. 69)

บทที่ 470 ติดตามคนผิด คิดจนเกือบตาย

 

กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน พวกกลุ่มดวงตามารต้องการเปิดฉากโจมตีมนุษย์ชาติโดยอ้างถึงวันพิพากษา ซึ่งพวกกลุ่มดวงตามารเเทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยนานเเล้ว กระจายตัวอยู่ที่ตระกูลน้อยใหญ่ เเม้เเต่ทำงานให้กองทัพก็ยังมี ดังนั้นถ้าพวกเขาจะเเค่ตั้งรับ…รับรองเลยว่าความเสียหายคงจะมหาศาลเเน่

 

เพื่อทำให้พวกมันเข้าใจว่ากองกำลังของมนุษย์ไม่ได้อ่อนเเออย่างที่พวกมันเข้าใจ เเละสั่งสอนให้พวกมันรู้ว่าไม่ได้มีแค่พวกมันที่จะเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของผู้อื่นได้ พวกเขาเองก็ทำลายพวกมันได้เช่นกัน ดูเถิดว่ากำลังจากฝ่ายไหนที่จะทำลายได้ก่อนกัน!!

 

“ฉันพร้อมแล้วค่ะ ขอบคุณที่รอนะคะ”

 

“ขอบคุณอะไรกันล่ะรุ่นน้องอัน นี่เป็นคำขอของรุ่นน้องเชียวนะ ครั้งก่อนที่พวกเราขอให้รุ่นน้องทำงานหนักแทนในเขตดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ รุ่นน้องยังรับทำไม่บ่นเลย พวกเราช่วยรุ่นน้องเเค่เล็กน้อยนี้ไม่นับเป็นอะไรได้” 

 

ได้ยินพวกรุ่นพี่พูดเช่นนั้น ซูหยวนก็เข้าใจได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้ คล้ายว่าจะเป็นปมในใจของพวกเขาไปเสียเเล้ว เเม้จะไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เเต่กลับทำให้เรื่องต่างๆง่ายดายสำหรับเธอมาก เช่นนั้นซูหยวนจึงไม่พูดต่อไต่อะไร เพียงพยักหน้ารับเเล้วเตรียมตัวจากไปพร้อมพวกเขาเท่านั้น

 

เห็นเธอกำลังจะเดินจากไป สองสามีภรรยาที่เวลานี้ตกลงกันเรียบร้อยเเล้วก็ตะโกนเรียกเธอเอาไว้ก่อน ในอ้อมเเขนของมารดายังเป็นทารกตัวน้อย เป็นน้องชายที่เธอยังไม่ได้เเม้เเต่จะมอบของขวัญต้อนรับให้ 

 

บิดาของซูหยวนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ด้านหลังของเขายังมีอดีตนักล่าที่ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร หากเเต่เมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เลือดของนักรบกลับถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งเสียอย่างนั้น

 

เวลานี้…เพื่อครอบครัวของพวกเขา อันซูหยวนถึงกับยอมออกหน้าให้ ทั้งๆที่ปกติเเล้วไม่มีทางที่คนทั่วไปจะถูกพามาได้ เธอกลับมอบหน้าที่ในการช่วยเตรียมความเรียบร้อยให้กับผู้เข้าเเข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งซุ้มเพื่อขายอาหาร ตั้งซุ้มรับซื้อทรัพยากรที่เเลกมาได้ หรือจะเป็นของใช้อื่นๆที่จำเป็น เรียกได้ว่าคัดลอกมาจากธีมงานเทศกาลของระบบก่อนหน้านี้ไม่มีผิด 

 

เเต่ก็นั่นแหละ…ด้วยการจัดรูปเเบบเช่นนี้ ยิ่งทำให้การรวบตัวในครั้งนี้ไม่เหมือนการรวมตัวเฉพาะกิจเลย ราวกับว่าพวกเขาได้เตรียมความพร้อมมาเป็นเวลานานเเล้ว

 

เอาเถอะ นั่นเป็นเรื่องที่ครอบครัวของพวกเขาได้รับโอกาสสำคัญ แต่…พวกเขาจะมองดูเจ้านายจากไปทั้งอย่างนี้หรือ? 

 

ตัวเองก็เคยเป็นนักล่ามาก่อนเหมือนกัน เหตุใดจึงไม่สามารถร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้านายเพื่อต่อสู้บ้างล่ะ พวกเขารู้ว่าตัวเองรับมามากพอเเล้ว ถ้าไม่ตอบเเทนตอนนี้จะให้ตอบเเทนตอนไหนอีก?

 

สำหรับคนอ่อนเเออย่างพวกเขารู้ดี ถ้าออกไปครั้งนี้อาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย เพราะศัตรูของพวกเขาคือกลุ่มดวงตามาร ปีศาจร้ายที่ต้องการทำลายมนุษย์ชาติ ดังนั้น…พวกมันที่จ้องทำลาย กับพวกเขาที่ต้องการปกป้อง ดูก็รู้ว่าผลลัพธ์จะย่ำเเย่ขนาดไหน เเต่ทุกคนก็ได้เตรียมตัวกันมาเเล้ว…

 

“หยวนเอ๋อร์ พ่อต้องการจะไปกับลูกด้วย พ่อเองก็อยากจะสู้กับพวกกลุ่มดวงตามารสารเลวนั่นเหมือนกัน!!” พ่ออันเฉินเป็นตัวเเทนของทุกคนออกมาพูด เขาจะปล่อยลูกสาวของตนเองไปเสี่ยงอันตรายตามลำพังได้อย่างไร

 

ซูหยวนเห็นท่าทางของพวกเขาทั้งหมดก็เข้าใจเป็นอย่างดี ความตั้งใจของพวกเขาน่าเคารพก็จริง แต่…

 

“พ่อของรุ่นน้องอันเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย…” พลทหารพิเศษคนหนึ่งเดินเข้ามา อยากจะหัวเราะกับคำพูดของอีกฝ่ายเหลือเกิน

 

อยากจะไปช่วยหรือ? ด้วยระดับเท่านี้หรือ? นี่จะเป็นตัวถ่วงของรุ่นน้องมากกว่า สมมติว่ารุ่นน้องกำลังต่อสู้เเล้วพ่อของเธอกลับพลาดท่า เเทนที่จะมาสมาธิในการทำงาน กลับจะต้องหันมาปกป้องคนอีก ซึ่งนั่นแหละจะเปลี่ยนจากที่ไม่มีจุดอ่อนให้กลายเป็นมีจุดอ่อนครั้งใหญ่ทันที!!

 

ซูหยวนยกมือขึ้น ไม่ปล่อยให้รุ่นพี่ทหารพิเศษพูดอะไรไปมากกว่านี้ เเม้ความจริงที่โหดร้ายนั้นเธอจะเข้าใจอย่างดี แต่ความต้องการ “ก้าวไปข้างหน้า” ของพ่ออัน เธอกลับรับรู้ถึงมันได้

 

เขาไม่ต้องการเป็นเเค่เกษตรกรที่พึ่งพาเเต่ลูกสาว วันหนึ่งเมื่อลูกชายโตขึ้นเเล้วขอคำปรึกษากับเขา พ่อคนนี้จะบอกเเค่ว่าตัวเองหลบอยู่หลังลูกสาวตลอด ก็เลยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยได้หรือ?

 

ต่อหน้าลูกสาว เขาเป็นพ่อที่อ่อนเเอ เป็นพ่อที่ลูกสาวพึ่งพาไม่ได้ ต้องคอยอ้าปากรอรับความช่วยเหลือจากลูกสาวอยู่เเล้ว ถ้ากับลูกชาย…เขาก็ยังมีภาพลักษณ์เช่นนั้น สู้…ให้เขาตายในสนามรบอย่างมีเกียรติไม่ดีกว่าหรือ? 

 

อย่างน้อยๆ....เมื่อเขาจากไป ลูกชายถามขึ้นมา…ภรรยาเขาก็คงบอกว่าพ่อของเจ้าลูกชายนั้นเข้มเเข็งขนาดไหน ใจกล้าขนาดไหน

 

เขาอยู่ในยุคนี้ไม่กลัวตาย ความตายอยู่ไม่ไกลอยู่เเล้ว ทุกลมหายใจก็มีความตายเป็นเพื่อน ฉะนั้น…สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่การจากไปอย่างสงบ แต่กลัวหลังจากเขาตายไปจะทิ้งชื่อที่น่าอับอายเอาไว้ให้สมาชิกในครอบครัวต่างหาก!!!

 

ซูหยวนคล้ายเห็นพ่อของเธอเติบโตขึ้นอีกมาก สำหรับเธอแล้ว…ก่อนหน้านี้พ่อเเม่ก็เป็นเหมือนพ่อเเม่วัยใสจากยุคปัจจุบัน มีลูกเมื่อไม่พร้อม เเละอายุก็ยังน้อยเกินไป ดังนั้นกระบวนการคิดของพวกเขาย่อมไม่ละเอียดถี่ถ้วน เเต่ตอนนี้…ซูหยวนรู้สึกได้จริงๆ

 

“ต้องขออภัยที่ให้พ่อกับทุกคนไปด้วยไม่ได้ นี่เป็นภารกิจลับของพวกเราทหารพิเศษ แต่..ถ้าพ่ออยากจะช่วยสู้ในศึกนี้ ฉันอยากให้พ่อไปช่วยอพยพคนที่เขต A ค่ะ” ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น พ่ออันก็มองหน้ากับนักล่าคนอื่นๆในทีม ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย 

 

พวกเขาเป็นแค่นักล่าระดับต่ำ ถ้าไปวุ่นวายกับภารกิจสำคัญก็อาจจะทำภารกิจนั้นพังได้ แต่การช่วยเหลือคนที่เขต A ก็ยังถือว่าเป็นการช่วยเหมือนกัน เพราะเขต A ในตอนนี้คือเขตเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ล่ากับพื้นที่ปลอดภัย ดังนั้นจึงเป็นเขตที่ต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้ 

 

ถ้าพวกกลุ่มดวงตามารต้องการสร้างปัญหา พวกมันก็น่าจะกระตุ้นให้พวกกลายพันธุ์เข้ามาบุกเพื่อสร้างความวุ่นวาย เเบ่งกำลังทหารไปจัดการทั้งภายในเเละภายนอก ซึ่งถ้าคิดให้ดีเเล้วก็จะมองออกทันที 

 

เขตพื้นที่ปลอดภัยชั้นในจะต้องถูกปกป้องก่อนเป็นอันดับเเรก เเล้วพื้นที่ต่อไปก็คือชั้นกลางเเล้วไปชั้นนอกสุด ทว่า..ก่อนที่จะมาช่วยเหลือเขตชั้นนอก คิดว่าจำนวนผู้หนีรอดจะเป็นเท่าไร? ถ้าไม่มีใครไปช่วยพวกเขา …. คาดว่าคงจะกลายเป็นของเล่นสนุกให้กับพวกกลุ่มดวงตาทารเท่านั้นแหละ

 

“ฉันจะส่งหนูทองลายขาวพวกนี้ไปช่วยด้วย แม้การช่วยเหลือผู้อื่นจะเป็นเป้าหมายภารกิจครั้งนี้ แต่อย่าลืมว่าชีวิตของทุกคนสำคัญเหมือนกัน”

 

“ถ้าพูดอย่างเห็นแก่ตัว … เหมือนกันกับเด็กๆพวกนี้ที่ต้องได้รับการปกป้อง พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับอนาคตมากกว่าใคร นี่คือเหตุผลที่พวกเราไม่อพยพพวกคนจากเขตนอกก่อนนักเรียนจากสถาบันต่างๆ”

 

“ดังนั้นในความคิดของฉัน ระหว่างชีวิตพ่อเเละคนเขตชั้นนอก ฉันเลือกพ่อและทุกคน เพราะทุกคนสามารถเป็นผู้ช่วยของเกษตรกรอย่างฉันได้”

 

ซูหยวนยังคงทิ้งท้ายให้พวกเขารู้ การส่งไปช่วยทหารที่เขต A ซึ่งถูกประกาศเป็นเขตปลอดภัยเมื่อไม่นานมานี้นับเป็นอันตรายอย่างหนึ่งเช่นกัน อาจจะต้องเจอกับภัยทั้งด้านหน้าคือพวกกลายพันธุ์ เเละข้างหลังอย่างพวกคนของกลุ่มดวงตามาร เธอเเค่อยากขอให้พวกเขารักษาชีวิตตนเองก่อนถ้าถึงจุดที่ต้องเลือก

 

“พวกเราเข้าใจเเล้ว” พ่ออันตอบรับ 

 

เขามองไปยังอันเหลียงเเละลูกชายตัวน้อยอีกครั้ง จากนั้นก็คว้าซูหยวนที่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกมากขนาดไหน สายตาของคนเป็นพ่อยังคงมองว่าเธอเป็นลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักเหมือนเดิมเข้ามากอดเเน่น

 

มือหนาของเขาตบหลังลูกสาวเบาๆสองครั้ง จากนั้นก็อวยพรให้เธอปลอดภัย ซูหยวนเข้าใจความกังวลของพ่อ ชื่อเสียงกลุ่มดวงตามารโด่งดังเกินไป มันฝังรากลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคนเเล้วว่ากลุ่มดวงตามารก็คือปีศาจจากขุมนรกที่ลึกที่สุด พวกมันมาเพื่อทำลายมนุษย์ชาติ ทั้งยังมีความเเข็งแกร่งเเบบประหลาดๆมากมาย 

 

ความกลัวที่ฝังรากลึกนี้ก็ยากจะอธิบายให้เข้าใจ ดังนั้นซูหยวนไม่พูดว่าเธอแข็งแกร่งขนาดไหน เเล้วพวกกลุ่มดวงตามารอ่อนแอขนาดไหน เพราะต่อให้พูดพวกเขาก็ไม่เชื่อ อาจจะคิดว่าเธอพูดเพื่อให้สบายใจเท่านั้น

 

“ฉันจะดูเเลตัวเองเหมือนกัน พวกรุ่นพี่ก็สัญญาไว้เเล้วว่าจะปกป้องฉัน ดังนั้นพ่อไม่ต้องกังวลมากเกินไป…”

 

“ฮะ ฮะ พ่อรู้ เเต่ลูกรัก…หนูยังเป็นลูกที่พ่อรักและภูมิใจเสมอ” 

 

ซูหยวนผู้ไม่เคยได้รับความรักแบบนี้ในชีวิตก่อน เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นพ่อของเธอเเสดงความห่วงใยเช่นนั้น เเม้ว่าเขาเองก็เเสดงออกไม่ค่อยเก่งแต่ก็ยังอยากจะพยายาม 

 

อันเหลียงเห็นสองพ่อลูกแบบนั้นก็พาลูกน้อยในอ้อมแขนเดินเข้ามา พ่ออันเฉินคว้าทั้งสองเข้ามากอด กลายเป็นกอดกันกลมเสียอย่างนั้น

 

“เป๋าเป่าน้อย พี่ตั้งใจจะให้สิทธิ์เข้าไปอยู่ในเขตชั้นในเป็นของขวัญ แต่ดูเหมือนว่าเขตชั้นในก็ไม่ได้จะปลอดภัยนัก อย่างนั้นของขวัญชิ้นใหม่เอาเป็นเจ้านี่ก็แล้วกัน” 

 

ซูหยวนคลี่ยิ้มจางๆ เเม้ว่าเธอจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าไปอาศัยเขตชั้นในเเล้ว เเต่ดูเหมือนจะมอบของขวัญให้ไม่ได้ในตอนนี้ 

 

หญิงสาวไม่ได้คิดมากนัก ของล้ำค่าในฟาร์มของเธอตอนนี้ก็มีเเค่อย่างเดียวที่ของใดๆไม่อาจเทียบได้ นั่นก็คือ “น้ำบริสุทธิ์ระดับสูง” เธอยกขวดน้ำ 1 ลิตรให้กับอันเหลียง

 

“น้ำนี้ให้เป๋าเป่าน้อยกินวันละ 1 หยดทุกวัน เเละให้ใช้สิ่งนี้กับเขาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  อย่าให้มากกว่านั้นเพราะเขายังเด็ก ฉันเตรียมเอาไว้ให้สำหรับใช้ในช่วง 3 เดือนเเรก หวังว่าเป๋าเป่าน้อยจะเติบโตมาอย่างเเข็งแรงนะ” 

 

ซูหยวนมอบผลึกอดทนที่ได้จากเเมมมอสในเกาะเยือกเเข็งไปอีก 15 ก้อน ด้วยการสนับสนุนของซูหยวน..เป๋าเป่าน้อยผู้นี้จะกลายเป็นอนาคตสำคัญของมนุษย์ชาติอีกคน ทำให้ครอบครัวอันยิ่งใหญ่ทัดเทียมฟ้าได้

 

เด็กน้อยมองดูพี่สาวของตนเอง ก่อนจะหัวเราะออกมาเหมือนต้องการสื่อสารว่าเขาชอบพี่สาวมากขนาดไหน

 

อาจจะเพราะเด็กน้อยมักมีเสน่ห์ของตนเอง ซูหยวนผู้ไม่คุ้นเคยกับทารกยังรู้สึกหลงรักเขาทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มน้อยๆนั้น รู้สึกเหมือนว่าฮอร์โมนออกซิโทซินของตนเองจะหลั่งออกมามกกว่าปกติ ทำให้เกิดความรักเเละความผูกพันต่อเด็กตรงหน้า 

 

มือเล็กๆของเขายื่นมาหาเธอ ทั้งๆที่อายุเพียง 3 เดือนนี้ กลับเหมือนหนุ่มน้อยอายุ 5-6 เดือนที่รู้เรื่องรู้ราว นี่ต้องขอบคุณน้ำดื่ม รวมถึงน้ำผักผลไม้ปั่นในฟาร์มที่ซูหยวนมอบให้พ่อเเละเเม่ดื่มกินทุกวัน สุดท้ายของที่กินเข้าไปจะส่งผลต่อทารกจนมีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมก็ไม่แปลก

 

“เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้วค่ะ” 

 

มองดูเวลาผ่านไปเกือบ 15 นาที ซูหยวนย่อมต้องเกรงใจเหล่ารุ่นพี่บ้าง ถึงภาพนี้จะเป็นภาพความทรงจำที่ดีของเธอกับครอบครัว แต่คนอื่นไม่ได้เกี่ยวด้วย พวกเขาต้องเสียเวลามาดูพวกเธอหรือ? ทั้งกลุ่มดวงตามารก็ใกล้จะลงมือเเล้ว เช่นนั้นพวกเธอก็ต้องรีบเหมือนกัน

 

เพื่อชดเชยความล่าช้าของตนเอง ซูหยวนพยักหน้าให้พวกรุ่นพี่ ก่อนจะเรียกสุนัขทมิฬออกมา เจ้าเสี่ยวหยินส่งเสียงเรียกพวกพ้องครั้งเดียว เสียงหอนรับราชาก็ดังขึ้น ก่อนจะปรากฏร่างสุนัขทมิฬจำนวนมากวิ่งตรงเข้ามา 

 

ซูหยวนโยนเนื้อสีเเดงสดออกไปให้พวกเขาตัวละชิ้น เเม้จะไม่ใช่ชิ้นใหญ่โตนัก เเต่นี่ก็เป็นเนื้อที่อร่อยที่สุดสำหรับพวกมันเลย

 

“บรู้ว!!” 

 

สุนัขทมิฬตัวหนึ่งหอนรับด้วยความยินดี ก่อนจะมองไปที่ราชาเสี่ยวหยินราวกับต้องการบอกมันว่า “ลูกพี่มาช่วยพยายามอีกนิดได้ไหมครับ ถ้าลูกพี่ได้รับความรักและความเชื่อใจมากกว่านี้ พวกเราคงมีอาหารดีๆกินมากมายเหมือนพวกหนูขาวไปเเล้ว”

 

พวกสุนัขทมิฬรู้เรื่องที่หนูขาวพวกนั้นได้กินอาหารดีๆทุกวัน เเถมส่วนใหญ่ก็ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่วิเศษที่เต็มไปด้วยพลังงานนั่นด้วย 

 

พวกมันจำได้ว่าตอนตัวเองเข้าไปแค่เล็กน้อยก็เพิ่มความเเข็งเเกร่งขึ้นมามากเเล้ว การเข้าไปข้างในสามารถจัดการกับสารพิษในร่างกายได้ จากที่ภายในร่างกายเต็มไปด้วยสารพิษจนทำให้พลังงานเข้ามาได้ยาก เมื่อผ่านพื้นที่นั้นก็ทำให้สารพิษลดลงไป จากนั้นก็ดูดซับพลังงานได้ง่ายขึ้นอีกมาก

 

ดังนั้น…สุนัขทมิฬพวกนี้จึงต้องการติดตามเจ้านายของราชาเสี่ยวหยินมากๆ น่าเสียดายที่เจ้านายของพวกมันเป็นพวกทึ่ม ไม่รู้วิธีการประจบประแจง สุดท้ายพวกมันก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย…

 

………………………