บทที่ 471 ราชาหนูทองลายขาว (อ่านฟรี 20 มิ.ย.69)
บทที่ 471 ราชาหนูทองลายขาว (อ่านฟรี 20 มิ.ย.69)
บทที่ 471
“นั่น…”
“ชู่ว!! นั่นเป็นความสามารถของทหารพิเศษ พวกนายพูดได้รึไง”
ทหารจำนวนมากที่รับหน้าที่มาดูเเลความปลอดภัยของพวกเด็กๆต่างก็ตกตะลึงกับจำนวนฝูงสุนัขทมิฬที่ค่อนข้างเชื่องพวกนี้ ยิ่งได้เห็นว่าพลทหารพิเศษพวกนั้นใช้สุนัขทมิฬเป็นสัตว์ขี่ พวกเขาก็ยิ่งอิจฉาตาร้อนกันเป็นเเถว
พริบตาเดียว…ร่างของทหารพิเศษทั้งหมดก็หายไป พ่อเเม่อันมองร่างลูกสาวด้วยความกังวล ก่อนที่พ่ออันจะตบบ่าเเม่อันเบาๆ
“ฉันเองก็ไปก่อนนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น…”
“ฉันรู้ค่ะ พวกเราครอบครัวไม่เดือดร้อนกันอยู่เเล้ว หยวนเอ๋อร์…เพื่อพวกเราได้เตรียมพร้อมทั้งหมดแล้ว คุณเองก็ทำเพื่อมนุษยชาติเถอะค่ะ หากเกิดอะไรขึ้น…คุณก็แค่หลับไปก่อนฉันเท่านั้น”
เเม่อันไม่ได้ต้องการเสียพ่ออันไป แต่คำพูดนี้ก็เพื่อเขาจริงๆ ในเมื่อหัวหน้าครอบครัวตัดสินใจเเล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เขาเป็นห่วงอีก อันเหลียงไม่สามารถโบกมือลาคนรักได้ เธออุ้มลูกชายด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นจึงยื่นหน้าเข้าไปหอมเขา
“เเต่มันคงจะดีถ้าทุกคนกลับมาอยู่พร้อมกัน ดูเป๋าเป่าเติบโตไปพร้อมกันนะคะ”
“อืม รู้อยู่แล้วล่ะ” ทั้งคู่โบกมือลา เเม้เเต่เจ้าตัวน้อยก็คล้ายว่าจะรู้เรื่องด้วย มือป้อมๆโบกไปมาด้วยความตื่นเต้น
การร่ำลานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเเค่กับครอบครัวอันเท่านั้น คนอื่นๆก็ต้องทำเหมือนกัน ทว่า…สิ่งนี้กลับถูกมองว่าน่าอิจฉายิ่ง เพราะการเคลื่อนไหวนี้เป็นความลับ มีเพียงไม่กี่บ้านที่รู้เรื่องจากสมาชิกในครอบครัว พวกเขาจึงมีโอกาสร่ำลา คนที่ทำงานเหมือนปกติทุกวันคนอื่นไม่ได้รู้เหมือนพวกเขา กว่าจะรู้ว่ามีปัญหา หลายคนก็ตายไปก่อนเเล้ว….
ทางด้านซูหยวน หลังจากที่แยกย้ายกับครอบครัว เธอเพียงส่งราชาหนูทองลายขาวไปเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยให้พ่อของตนเองเท่านั้น
แน่นอนว่าสำหรับคนอื่นๆที่เคยทำงานให้เธอ ซูหยวนสามารถดูแลพวกเขาด้วยได้ แต่สำคัญที่สุดคือพ่อของเธอต้องปลอดภัยก่อน
ในสถานการณ์สงครามใหญ่ที่วุ่นวายนี้ หากเกิดการปะทะกันจริงๆ ราชาหนูทองจะต้องทุ่มเต็มกำลังเพื่อปกป้องพ่อของเธอ ทำให้เพื่อนของเขาต้องรับมือกับปัญหาด้วยตนเอง แต่เธอเชื่อว่าทุกคนก็เตรียมใจเอาไว้อยู่แล้ว...
พลทหารพิเศษแยกออกเป็นสามกลุ่ม พวกเขามีภารกิจแยกกันไปทำ แต่ซูหยวนอยู่สังกัดกลุ่มที่จะไปยังพื้นที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พวกกลุ่มดวงตามารซ่อนตัวอยู่ และที่นั่นก็คือสถานที่ที่ใกล้กับเขตดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วย
พวกเขาคงจะไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังมีหัวเรือใหญ่ ไม่สิ! หัวเรืออาจจะเล็กเมื่อพิจารณาจากจำนวน หากแต่เป็นหัวเรือที่มีคุณภาพในการทำลายล้างมากที่สุดกำลังมาทางนี้
การที่พวกเขาใช้พื้นที่เขต N ในการซ่อนตัวก็เพราะรู้ว่าโอกาสตามหาตัวเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่แค่ต้องรับมือกับพวกกลายพันธุ์ระดับสูงเท่านั้น แม้แต่พวกคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เองก็อาจจะเห็นพวกเขาแล้วลอบจัดการได้ ดังนั้นในพื้นที่ที่ดูจะอันตรายที่สุด พวกเขาคิดว่ามันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว!
ที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ...ในเขตพื้นที่นี้ พวกที่ผ่านเข้ามาได้ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องผู้อื่น สำหรับองค์กรนักล่าสกุลจาง...ในสายตาของพวกเขา หากไม่ก่อเรื่องให้พวกนั้นเดือดร้อน พวกมันก็ย่อมไม่สนใจ
ส่วนกลุ่มที่จะมาอีกก็คือพวกพลทหารพิเศษ ไอ้คนพวกนี้ยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะรับภารกิจแต่ละอย่างล้วนยากเย็น ยิ่งพวกเขามีหนึ่งในผู้นำอยู่ในนั้นด้วย ย่อมต้องขัดขวางหรือสร้างปัญหาได้มาก ทำให้พวกพลทหารพิเศษไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?
ด้วยความคิดเช่นนั้น...ฐานที่มั่นของพวกเขาจึงปลอดภัยมาถึงตอนนี้ และแม้ว่าครั้งนี้พวกเขาอาจจะถูกถล่มเพราะเริ่มวันแห่งการพิพากษา แต่พวกเขาก็ไม่กลัวแล้ว...เป็นพวกเขาที่เริ่มลงมือก่อน กว่าพวกมันจะรู้ตัวหรือวางแผนรับมือก็น่าจะช้าไปแล้ว พวกเขาคงถล่มมนุษย์ชาติพวกนั้นจนราบคาบไม่มีชิ้นดี!!
น่าเสียดายที่แผนการของพวกเขาถูกล่วงรู้โดยอันซูหยวนก่อน ต้องโทษที่พวกเขาเล่นงานเธอไม่เลิก ดังนั้นซูหยวนจึงสามารถสร้างเส้นสายของตนเองได้มากมายผ่านเรื่องนี้ และหนูทองลายขาวที่ติดตามพวกนักฆ่าไปก็สามารถหาช่องทางแทรกซึมไปถึงกลุ่มดวงตามารได้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะรู้การเคลื่อนไหวนี้ก่อนใคร แม้แต่ประธานจางก็ยังรู้ช้ากว่าเธอไปครึ่งก้าว!
ก็นะ...เส้นทางการเดินทางของข้อมูลต้องใช้เวลา แต่ถ้าเป็นพวกหนูทองลายขาว พวกเขาเชื่อมต่อกับเธอผ่านฟาร์มได้เลย ตัวหนึ่งได้ข้อมูลก็เอาเข้ามาบอกกับหนูทองลายขาวตัวอื่นๆ จากนั้นก็ให้มารายงานเธออีกที โดยที่เจ้าตัวเดิมยังกลับไปประจำจุดที่กลุ่มดวงตามารเพื่อหาข่าวต่อไป
ด้วยความเร็วสุดกำลังของสุนัขทมิฬ ต่อด้วยตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่มารับช่วงต่อ สุดท้ายพวกเขาก็ไปถึงเขต N ได้ภายใน 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม...ตอนนี้ที่เขตปลอดภัยก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว...
ในพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนกำลังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี มีเพียงผู้นำตระกูลใหญ่ๆบางตระกูลเท่านั้นที่ได้รับแจ้งข่าวก่อน แต่เพราะห้ามไม่ให้เคลื่อนไหว หรือต่ออยากให้เคลื่อนไหวอะไรก็ทำไม่ได้ เนื่องจากเวลานี้จำกัดเกินไป ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเรียกว่าไม่ได้เตรียมพร้อมเลย
จู่ๆเสียงดัง "ตู้ม" พร้อมไฟไหม้ท่วมอย่างรุนแรงก็ทำให้ทุกคนในพื้นที่ปลอดภัยชั้นในต้องตกใจ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเลยว่าจะได้เห็นหนึ่งในห้องวิจัยของกองทัพถูกระเบิดอย่างแรงเช่นนี้!!
"เกิดอะไรขึ้น!!!"
"ระเบิดนี้เกิดขึ้นได้ยังไง นี่เป็นเขตปลอดภัยนะ! พวกทหารอยู่ที่ไหน ทำไมปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้!"
"ตลกหรือเปล่า ก็ที่เกิดระเบิดนั้นเป็นพื้นที่ของทหารนะ จะเรียกให้ทหารที่ไหนมาจัดการอีกล่ะ"
"นั่นน่ะสิ แต่ว่าแปลกมากๆเลย ทำไมจู่ๆก็เกิดแรงระเบิดขนาดนั้น ห้องปฏิบัติการของกองทัพไม่ใช่ว่ามีการควบคุมอย่างแน่นหนาหรือไง"
"อ๊าก!! เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องแล้วทุกคน"
ปัง ปัง ปัง!!!
เสียงกรีดร้องของผู้คนค่อยๆเพิ่มขึ้น เปลี่ยนจากความประหลาดใจของพวกเขาสู่ความตื่นตระหนก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว
ผู้คนมากมายได้เห็นภาพของ "สิ่งมีชีวิตประหลาด" ออกมาอาละวาดโดยไม่สนใจว่าใครเป็นใคร พวกมันไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรสังหารที่หลุดออกมา
พวกมันทั้งหมดนี้...แท้จริงแล้วก็คือร่างวิจัยจำนวนมากที่หน่วยทดลองเก็บเอาไว้ แน่นอนว่าหน่วยทดลองและวิจัยพวกนี้ไม่ใช่คนที่ต้องการลงมือ แต่พวกเขาเป็นผู้โชคร้ายที่ครอบครองทรัพยากรจำนวนมากเอาไว้ จึงเป็นสถานที่แห่งแรกที่ถูกโจมตีก่อน แล้วมันก็ประสบความสำเร็จจริง!
แต่นอกจากพวกเขาแล้วก็ยังมีหน่วยอื่นๆที่กำลังต่อสู้อย่างเต็มกำลังเช่นกัน เสียงการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นระเบิด การโจมตีด้วยพลังงานและอื่นๆดังไปทั่วเขตชั้นใน
ผู้คนมากมายที่เคยคิดว่าเขตชั้นในปลอดภัยที่สุดแล้วจึงไม่ทันได้เตรียมพร้อม พวกเขาหลายคนถูกโจมตีจนตาย หลายคนที่พยายามหนีก็พากันวิ่งออกไปเขตชั้นกลางแล้ว ทว่า...พวกเขาจะไปที่ไหนได้อีก? ไม่ว่าจะเขตชั้นใน เขตชั้นกลาง หรือเขตชั้นนอก ตอนนี้ก็เต็มไปด้วยพวกผู้ทรยศแล้ว!
"วันพิพากษามาถึงแล้ว ไม่มีใครจะรอดชีวิตไปจากการพิพากษาได้แน่นอน"
"พวกมนุษย์ชั้นต่ำสารเลวจะต้องตาย สู่การเกิดใหม่ของเผ่าพันธุ์ระดับสูง!! พวกเรากลุ่มดวงตามารมองเห็นอนาคตที่สดใส อนาคตของเผ่าพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมที่จะปกครองโลกนี้ต่อไป!!"
"พวกแกต้องตาย!!"
พวกกลุ่มดวงตามารปล่อยสัตว์ร้ายที่กองทัพจับเอาไว้เพื่อการทดลองออกมาหมด จากนั้นพวกมันก็เดินตามไล่หลังมา ตะโกนร้องบอกคำขวัญของกลุ่มตนเอง พร้อมกันนั้นก็เข้าไปฆ่าคนที่เห็นระหว่างทางไปด้วย
ฟวับ!!
อย่างไรก็ตาม พวกที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปย่อมต้องเจอกับผลลัพธ์ที่เลวร้าย หลังจากที่กล้าเดินออกมาเหมือนคนโง่ ก็ต้องกล้าที่จะตายด้วย ดังนั้นพวกคนของกลุ่มดวงตามาร ตอนนี้จึงถูกล้อมเอาไว้หมดแล้วโดยคนที่ไม่กลัวพวกมัน!
"ทุกคนอย่าไปกลัว ที่ตระกูลจางตอนนี้เปิดรับการอพยพอยู่ คนที่ไม่สามารถกลับไปที่ตระกูลได้ก็ไปซ่อนอยู่กับพวกเราก่อน"
"กลุ่มดวงตามารสารเลวอะไร! วันพิพากษาบ้าบออะไร พวกแกปรากฏตัวออกมาก็ดีแล้ว พวกเรารอที่จะแก้แค้นความคิดชั่วช้าของพวกแกอยู่ ดูสิว่าใครกันแน่ที่จะต้องถูกพิพากษาน่ะ!!"
"อย่าคิดว่าพวกเราทุกคนจะขี้ขลาดนะโว้ย! ก็แค่ไอ้พวกปากดีเท่านั้น หลบซ่อนเล่นงานคนอื่นลับหลังมานาน ตอนนี้รู้ว่ากำลังอ่อนแอลงก็เลยคิดจะลงมือรวดเดียวหรือ? สุดท้ายพวกแกก็แค่เหยื่อของพวกเราเท่านั้นแหละ!!"
"ไม่ใช่แค่สกุลจางเท่านั้นที่ต่อสู้เป็น พวกเราเองก็เอาด้วย ใครก็ตามที่ไม่มีพลังปกป้องตนเอง หรือเป็นตระกูลที่ไม่ใช่ตระกูลนักล่า ให้มารวมตัวกับพวกเราที่ตระกูลหวังได้ พวกเราจะร่วมกันสู้กับพวกมัน เอาชนะพวกมันให้ได้"
"พวกเราตระกูลหวงมาแล้ว ดูสิว่าวันพิพากษาหรือคมหอกของพวกฉันจะแข็งแกร่งกว่ากัน!!"
เมื่อมีเหล่านักสู้ปรากฏตัวขึ้นมา ท่าทางตื่นตระหนกก่อนหน้านี้ก็ถูกกอบกู้ คนจากตระกูลใหญ่ที่ได้รับการติดต่อจากกองทัพเอาไว้ก่อนแล้วได้เตรียมพื้นที่ของตนเองเพื่อรับผู้อพยพพวกนี้ไว้บ้างแล้ว แม้จะไม่ทั้งหมด...แต่อย่างน้อยๆก็สามารถเพิ่มขวัญกำลังใจให้ทุกคนได้
พวกผู้นำตระกูลใหญ่ออกมาด้วยตนเองเช่นนี้ ทำให้พวกคนที่กำลังตื่นตระหนกใจเย็นลง ในที่สุดพวกเขาก็แค่ตกใจกับเหตุไม่คาดฝันเท่านั้น ดีที่มีคนออกมาดึงสติกลับคืน ดังนั้นจึงรู้ว่าตนเองควรทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติของการทำสงคราม ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบแล้วก็เสียเปรียบ จากนั้นพลิกกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง ทั้งหมดล้วนเป็นผลจากการวางกลยุทธ์
ในขณะที่กองทัพเองนอกจากจะต้องจัดการกับเรื่องภายใน พวกเขายังต้องส่งทหารออกไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย พวกเขามีแผนอพยพอยู่ในมือแล้ว แต่ที่ไม่คิดก็คือ...การโจมตีนั้นมุ่งมาที่กองทัพก่อนเป็นอันดับแรก! แต่ในเมื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว ย่อมคลี่คลายสถานการณ์ได้เร็ว
ทางกลับกัน พวกสมาชิกของกลุ่มดวงตามารก็รู้แล้วว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น อะไรคือ "พื้นที่อพยพ" อะไรคือการถืออาวุธไปมาทั่วทุกที่ แล้วพวกกองทัพอีก..ไม่ใช่ว่าจะต้องเสียเวลาในการประชุมเป็นเวลานานก่อนจะมีประกาศหรือ? พวกผู้นำที่แฝงตัวเข้าไปในกองทัพทำอะไรอยู่ ทำไมจึงไม่ช่วยพวกเขาถ่วงเวลาเลยล่ะ!!
คนที่พวกเขากำลังคิดถึงเวลานี้กำลังอยู่ในสภาพที่ไร้แม้แต่เสื้อผ้า ราชาหนูทองลายขาวกอดอกเฝ้าเขาเอาไว้เหมือนมองดูตัวประกันชั้นต่ำ ในขณะที่เจ้าตัวก็พยายามจะใช้พลังงานของตนเองกดดันอีกฝ่าย ทว่า...เขาคิดจะหนีจากเงื้อมือของราชาหนูอย่างนั้นหรือ? นั่นเป็นแค่เรื่องที่ฝันเอาลมๆแล้งๆเท่านั้นแหละ!!
"อื้อ อื้อ อื้อ" แน่จริงก็ปล่อยฉันออกไปสิ!
"จี๊ด จี๊ด จี๊ด" ปล่อยไปก็โง่น่ะสิ!!
"อื้อ อื้อ!!"
"จี๊ด จี๊ด!"
เสียงของทั้งสองฝ่ายสวนกลับไปกลับมากันเช่นนี้ ไม่รู้ว่าหนูทองลายขาวนั้นจงใจหรือไม่ แต่ท่าทางของมันก็เหมือนกับการกวนใจผู้นำคนนี้จริงๆ
อีกฝ่ายพูดในขณะที่ถูกปิดปาก ตัวมันก็พูดภาษาหนูทองลายขาว ไม่พูดภาษามนุษย์แม้เพียงคำเดียว หากคนอื่นมาเห็นเข้า...ถ้าไม่ใช่เพราะฉากหลังมีไฟลุกโชนและยังมีเสียงระเบิดอยู่รอบๆ ภาพนี้คงจะทำให้พวกเขาหัวเราะได้ไม่น้อย
ในเมื่อพวกผู้นำถูกจับตัวไปแล้ว กลุ่มดวงตามารคนอื่นๆก็ย่อมไม่ได้ข้อมูลจากทางกองทัพอีกต่อไป ทั้งยังไม่มีคนในที่จะช่วยเปลี่ยนแผนการหรือขัดขาพวกเจ้าหน้าที่ได้อีกด้วย
แค่แผนการนี้ที่ผิดพลาดก็เพียงพอที่จะทำให้การพิพากษาของพวกเขาล้มเหลวแล้ว หลังจากที่กลุ่มย่อยของกลุ่มดวงตามารทั้ง 10 กลุ่มกระจายตัวออกไปรอบๆ แยกไปยังภูเขาสูงเด่นซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันเพลิงพลอง แยกไปยังพื้นที่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นตำแหน่งของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง หรือจะเป็นพื้นที่กลางทะเล พื้นที่ริมเขต และอื่นๆ....
ทั้งหมดแล้วเป็นการเลือกพื้นที่ที่ตั้งของสถาบันใหญ่ๆทั้งนั้น โดยจุดประสงค์ของพวกเขาก็คือการ "ฆ่า" นักเรียนรุ่นเยาว์พวกนี้ทิ้งให้หมด
ทว่า...ภาพที่พวกเขาเห็นตอนนี้ก็คือ "ความว่างเปล่า" ไม่มีเงานักเรียนอยู่ที่นี่แม้เพียงคนเดียว ไม่สิ! ไม่ต้องถามถึงพวกนักเรียน อาจารย์สักคนก็ไม่มี แย่ไปกว่านั้น...แม้แต่เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทั่วไปก็ยังไม่มีเลย!!
……………………………