LNCrawler

บทที่ 472 กับดักของใคร(อ่านฟรี 21 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 472 กับดักของใคร(อ่านฟรี 21 มิ.ย. 69)

บทที่ 472 กับดักของใคร

 

"เกิดอะไรขึ้น นักเรียนพวกนี้หายหัวไปไหน!!"

 

"พวกเรามาผิดที่หรือเปล่า ทำไมจึงเงียบเชียบเช่นนี้"

 

"เกิดอะไรขึ้น ติดต่อคนของพวกเราที่อยู่ที่นี่ มันหายไปไหนทำไมไม่ส่งข่าว!" 

 

เสียงหงุดหงิดของหัวหน้าหน่วยผู้ที่คิดว่าจะมาที่นี่แล้วอาละวาดไล่สังหารนักเรียนอวดดีพวกนั้นให้หมด เวลานี้...แม้แต่แมลงสักตัวก็ยังไม่ได้ฆ่า เช่นนั้นไม่โกรธก็แปลกแล้ว

 

"เอ่อ ติดต่อไม่ได้ครับ"

 

"อะไรนะ?"

 

"คนของเราก็หายไปด้วย ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พยายามหาตำแหน่งของพวกนั้นก็ไม่มีครับ แต่ว่า...มีข่าวว่าพวกนักเรียนเดินทางออกไปข้างนอกเพื่อแข่งขันระหว่างสถาบันกันครับ"

 

"ไร้สาระ!! แข่งขันระหว่างสถาบันอะไร ตอนนี้มันใช่เวลาแข่งขันระหว่างสถาบันรึไง! ดูก็รู้ว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แล้วทำไมพวกมันยังไม่แจ้ง มันโง่งมกันขนาดนี้ได้ยังไง ตอนนี้ไม่ใช่ว่าปล่อยให้พวกมันรอดไปแล้วหรือ? เร็วเข้า! รีบเเจ้งไปที่ผู้นำให้รู้ พวกเราพลาดท่าเเล้ว ไอ้พวกสารเลวพวกนี้รู้ตัวก่อนเเล้ว!!!” 

 

หัวหน้าหน่วยคนนี้ค่อนข้างฉลาด เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็เข้าใจทันทีว่าแผนของพวกตนถูกรู้ล่วงหน้าเเล้ว อย่างไรก็ตาม..ต่อให้พวกเขารู้เรื่องนี้ แต่จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่ก็ต้องรอดูอีกที

 

ตุบ!

 

ร่างของคนที่เพิ่งรับคำสั่งว่าจะไปเเจ้งข่าวถูกโยนออกมาตรงกลางวง คนของกลุ่มดวงตามารหลายคนตกใจ ซึ่งผู้นำกลุ่มนี้ก็เช่นกัน เขามองไปยังผู้มาใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัว ทุกคนล้วนเเต่งกายเเละติดสัญลักษณ์เดียวกัน

 

“อาจารย์ประจำสถาบันเพลิงพลอง!!” 

 

ชุดสีเเดงของพวกเขาเป็นเอกลักษณ์เหลือเกิน ยิ่งในมือถือหอกเอาไว้เช่นนั้นยิ่งชัดเจน กลุ่มของพวกเขาเลือกมาที่นี่ก่อนก็เพื่อให้คนของสถาบันเพลิงพลองที่ค่อนข้างเเข็งแกร่งไม่มีเวลาเตรียมตัว เพราะถ้าพวกเขายังเตรียมตัวได้อีก รวมกับพลังการต่อสู้ระดับสูง การจัดการพวกเขาก็น่าจะยากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว 

 

ทว่า…พวกเขาไม่ได้คิดเลยว่ายังไม่ทันได้ลงมืออะไร กลับเป็นฝ่ายถูกลงมือเสียก่อนเเล้ว

 

ซึ่งอาจารย์พวกนี้ก็คือคนที่ย้อนกลับมาหลังจากรู้ความจริงจากกองทัพ และพวกเขาก็ไม่อาจปล่อยให้คนที่วางเเผนทำร้ายนักเรียนของตนเองรอดไปได้ 

 

“ดีที่รู้จักพวกเรา ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าใครก็ตามที่คิดทำร้ายนักเรียนของพวกฉันจะต้องเจอกับอะไร”

 

อาจารย์คนหนึ่งพูดขึ้น เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงเหมือนคนบ้า ดวงตาของคนจากกลุ่มดวงตามารไหววูบ พวกเขารู้ดีว่าอาจารย์ของสถาบันเพลิงพลองเป็นอย่างไร

 

คนพวกนี้ต่อหน้าผู้หญิงเเล้วเหมือนคนโง่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายด้วยกัน พวกมันก็เหมือนปีศาจบ้าคลั่ง 

 

พวกเขาเคยมีคนที่ปะทะกับเจ้าพวกนี้มาเเล้ว ย่อมต้องรู้ถึงความเเข็งแกร่ง เช่นนั้น…จะให้ต่อสู้ซึ่งๆหน้าได้อย่างไร 

 

ด้วยความฉลาดของหัวหน้ากลุ่ม เขาคิดเเผนการขึ้นมาได้ทันที ดังนั้น…บนใบหน้าของเขาจึงปรากฏรอยยิ้มหยันขึ้น ทำท่าทางเหมือนผู้ชนะ ซึ่งท่าทางเช่นนั้นก็ทำให้อาจารย์ของสถาบันเพลิงพลองระเเวงได้จริงๆ

 

พวกเขาไม่รู้เลยว่าคนของกลุ่มดวงตามารพวกนี้มีแผนการร้ายอะไรอีก ซึ่งท่าทางของพวกเขาก็เข้าทางคนของกลุ่มดวงตามารด้วย อีกฝ่ายยิ้มออกมาเหมือนผู้ที่เหนือกว่าก่อนจะพูดกดดันขึ้น

 

“ฮ่าๆ พวกแกกำลังเข้าใจว่าตัวเองวางแผนได้แยบยล พาพวกนักเรียนไปซ่อนแล้วก็ลอบวางกับดักเพื่อจัดการพวกเรางั้นหรือ? นี่ก็คือแผนการที่วางเอาไว้อย่างดีแล้วจริงๆน่ะหรือ?” ดวงตาของเขามีประกายเย็นชาวาบผ่าน ก่อนจะพูดต่อไป

 

“ใครเป็นคนวางกับดักใครก็ยังไม่แน่นักหรอก พวกแกมาอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว...มั่นใจขนาดนั้นเลยหรือว่าพวกนักเรียนจะปลอดภัย แล้วมั่นใจจริงๆน่ะหรือว่าพวกเราถูกล่อออกมาโดยไม่รู้ตัวหรือมีแผนการรับมือมาก่อน พวกแกจะดูถูกกลุ่มดวงตามารของพวกเราเกินไปแล้ว...ในบรรดาอาจารย์ของสถาบัน แม้แต่ในกลุ่มนี้...คิดหรือว่าไม่มีคนของพวกเราซ่อนอยู่ด้วยน่ะ”

 

“ดีไม่ดี ป่านนี้เด็กๆของพวกแกอาจจะตายกันหมดแล้วก็ได้ ไม่ใช่ว่าเป็นการทิ้งไข่ไก่เอาไว้ให้แม่งูงั้นหรือ? ระวังกลับไปจะไม่เห็นไข่เหลืออยู่แม้แต่ใบเดียวล่ะ!!”

            

คนพูดไปก็มั่นใจว่าจะต้องทำให้เหล่าอาจารย์หวาดระแวงได้บ้าง ดูจากสีหน้าของพวกเขาเมื่อครู่นี้สิ เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาเองก็ไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดของกลุ่มดวงตามาร อย่างไรก็ตาม...เมื่อเขาพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของพวกอาจารย์เหล่านั้นกลับเปลี่ยนไป จากตอนแรกที่กระวนกระวาย จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าดูถูกพวกเขา

 

“เหอะ! แกกำลังบอกว่าตัวเองส่งคนลอบมาเป็นอาจารย์ของสถาบันเรางั้นหรือ? แถมตอนนี้ก็กำลังจัดการนักเรียนลับหลังพวกเราด้วย คิดจะให้พวกเรารีบกลับไปดูนักเรียนแล้วปล่อยให้ตัวเองรอดรึไง? หรือว่าอยากจะตามร่องรอยของพวกเราเพื่อไปหาที่ซ่อนของนักเรียนกันล่ะ”

            

ถูกถามเช่นนี้ คนของกลุ่มดวงตามารก็ชะงักไป แผนการของเขาดูออกง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือ? ขนาดพยายามทำเหมือนตัวเองเหนือกว่าแล้ว แล้วทำไมเจ้าอาจารย์พวกนี้ถึงไม่กังวลเลยล่ะ!

            

อย่าลืมว่าแม้แต่กองทัพก็ยังมีคนของพวกเขา เสียงระเบิดนั่นก็เกิดขึ้นจากด้านใน ถ้าขนาดกองทัพยังถูกกลุ่มดวงตามารควบคุมได้ พวกสถาบันต่างๆก็น่าจะคิดว่าสถาบันของตนเองอาจจะมีไส้ศึก เวลานี้ควรจะระแวงกันเองไม่ใช่หรือ?

            

แน่นอนว่าความคิดของเขาถูกต้องจริงๆ หากเป็นกรณีปกติ...การหวาดระแวงกันเองย่อมต้องเกิดขึ้นได้ แต่น่าเสียดายที่อาจารย์พวกนี้รู้ดีว่าตนเองผ่านการคัดเลือกโดยพลหทารพิเศษมาหมดแล้ว คนของกลุ่มดวงตามารเวลานี้ส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ที่เขต D นู้น ไม่มีเวลาจะมาจัดการนักเรียนของพวกเขาหรอก

            

เพราะฉะนั้น...จากที่กังวล ก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ปรากฏว่าเจ้าพวกนี้เก่งในการปั่นหัวเสียจริง!

 

“พวกแกมันโง่! คิดว่ามนุษย์ชาติทั้งหมดจะอ่อนแอ รอให้พวกแกมาจัดการรึไง! ไม่ว่าพวกแกจะวางแผนอะไรไว้ สุดท้ายย่อมมีคนรู้ และพวกเราก็สามารถรับมือกับพวกแกได้ทั้งนั้นแหละ”

 

“เหอ เหอ เหอ ตราบเท่าที่พวกเรายังมีพลทหารพิเศษที่อยู่ฝั่งของมนุษย์ชาติ พวกแกก็อย่าหวังว่าจะสามารถใช้วันพิพากษาโง่ๆของตนเองได้เลย!”

            

เสียงหัวเราะทีหลังของเหล่าอาจารย์ดังกว่ามาก ทำให้บรรยากาศตอนนี้เปลี่ยนเป็นกดดันฝั่งของกลุ่มดวงตามาร จนไม่รู้ว่าฝั่งไหนกันแน่ที่เป็นตัวร้ายที่แท้จริง....เนื่องจากสภาพของกลุ่มดวงตามารเวลานี้เหมือนกับผู้น้อยที่กำลังจะถูกรังแกไม่มีผิด!

 

“อ้อ แล้วก็ที่สำคัญเลยนะ...พวกทหารพิเศษน่ะ กำลังจะไปที่ฐานที่มั่นของพวกแกแล้ว พวกแกน่ะ...คิดจริงๆหรือว่ามีแค่ตัวเองที่สามารถ “พิพากษา” คนอื่นได้ สุดท้ายแล้ว...พวกแกนั่นแหละที่จะถูกพลทหารพิเศษ “พิพากษา” แล้วส่งพวกแกลงนรกไปทั้งหมด!!”

            

ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนจะได้ใจ คนของกลุ่มดวงตามารก็ยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก ถ้านี่เป็นแค่กับดักทั้งหมด แล้วฐานของพวกเขาถูกทำลายจริงๆ สุดท้ายแล้วภาพที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอด...วันแห่งการทำลายล้างมนุษย์ชาติชั้นต่ำพวกนี้จะเกิดขึ้นจริงๆหรือไม่

            

พวกเขาไม่เสียใจถ้าตัวเองต้องตาย สุดท้ายคนที่เข้ามาในกลุ่มดวงตามารก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าอาจจะมีวันหนึ่งที่ต้องเสียสละตนเองเพื่อการพิพากษา แต่ที่พวกเขากลัวก็คือ...หากพวกเขาทุ่มหมดกำลังแล้ว สุดท้ายพวกมนุษย์สารเลวที่ไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้แล้วกลับไม่เป็นอะไรเลย เช่นนั้น...ที่พวกเขาทำมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าเสียเปล่าหรอกหรือ?

 

“ฉันจะกลับไปแจ้งข่าวนี้กับฐาน ให้พวกแก...”

 

“จะกลับไปแจ้งข่าวหรือ? ช่างไม่ดูสถานการณ์เอาเสียเลยนะ พวกแกอยู่บนฝ่ามือของพวกเราแล้ว จะวิ่งเล่นที่ไหนทำไมไม่ขออนุญาตพวกเราก่อนล่ะ อีกอย่าง...ฐานของพวกแก ต่อให้แจ้งข่าวตอนนี้ก็ไม่น่าจะทันแล้วมั้ง...” อาจารย์ของสถาบันเพลิงพลองแสยะยิ้ม

            

พลทหารพิเศษตอนนี้คงใกล้จะถึงฐานของอีกฝ่ายแล้ว ถ้าเทียบกับการแจ้งข่าวของเจ้าพวกนี้...เชื่อว่าพวกทหารพิเศษน่าจะทำลายฐานนั้นได้ก่อน ดังนั้น...การส่งข่าวตอนนี้ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว

 

“ฮึ่ม!! อย่าได้ใจไปนักเลย แม้ว่าพวกแกจะวางแผนตลบหลังพวกเรา แต่อย่าคิดว่าพวกเราไม่เหลือไพ่ลับใดๆในมือ!”

 

“โอ้ งั้นก็ดีเลย เพราะพวกเราจะได้เรียนรู้จากพวกแกได้ หลังจากนี้จะได้เอาสิ่งที่พวกแกวิจัยมาพัฒนาให้มนุษย์ชาติต่อไป” ทั้งสองฝั่งโต้เถียงอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่สุดท้าย...เรื่องย่อมต้องจบลงที่การต่อสู้อยู่ดี

            

ทางด้านอันซูหยวน หลังจากเร่งความเร็วเต็มกำลัง ใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงจึงมาถึงเขต N ได้ ที่นั่นสถานการณ์ยังคงสงบอยู่ สัตว์ร้ายจำนวนมากก็ยังคงอยู่ในอาณาเขตของมัน 

            

เมื่อเห็นว่ามีกองกำลังพิเศษมุ่งหน้ามาทางนี้ ทหารที่ประจำพื้นที่ก็ประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะที่นี่เป็นเขตสุดท้ายที่มนุษย์ชาติไปล่าทรัพยากรได้ ดังนั้นการส่งข่าวจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้มนุษย์ชาติกำลังถูกกลุ่มดวงตามารจัดการอยู่ พอได้ยินข่าวจากพลทหารพิเศษ...พวกเขาก็ถึงกับโกรธจัด

 

“พวกเราเองก็จะส่งกองกำลังไปด้วย ฐานของกลุ่มดวงตามารนั้น..พวกเราเองก็อยากจะช่วยทำลายด้วยเช่นกัน!” ผู้นำฐานปลอดภัยของกองทัพกล่าวขึ้นมา

            

คนที่จะมาประจำเขตที่นี่ได้ย่อมต้องมีความแข็งแกร่งในระดับสูง พลทหารของเขาแค่ได้ยินสัญญาณก็เตรียมพร้อมรบกันหมดแล้ว เห็นภาพนั้น....พวกพลทหารพิเศษก็ลอบมองหน้ากัน

 

“พวกเราก็อยากจะให้พวกคุณช่วยเหมือนกัน การจะทำลายฐานของพวกกลุ่มดวงตามารได้ ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปแล้วจะทำลายได้เลย”

 

“หืม? หมายความว่ายังไง...”

 

“ฐานที่มั่นของพวกมันอยู่ใกล้กับกำแพงบาเรียของดินแดนศักดิ์สิทธิ์...ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปโจมตีจะถูกเข้าใจผิดคิดว่ามาประกาศสงครามได้” ทหารพิเศษอธิบายให้ฟังอย่างรวบรัด ซึ่งแม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด...แต่สีหน้าของผู้นำค่ายก็ดูไม่ดีนัก

            

เขารู้ว่าถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกคนในเขตศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ พวกเขาไม่อาจจะกระตุ้นคนพวกนั้นได้จริงๆ

 

“พวกเราจะเข้าไปในดินแดนของท่านอัศวินหงส์ขาวเพื่อแจ้งข่าวเรื่องจะโจมตีฐานของกลุ่มดวงตามารก่อน เพื่อไม่ให้พวกเขาตกใจ แต่ว่า...เรื่องนี้อาจจะไม่ง่ายนัก เพราะตามที่คาดการณ์เอาไว้...กลุ่มดวงตามารน่าจะได้รับการหนุนหลังโดยคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วย..”

 

“หึ ถ้าเป็นเจ้าพวกนั้นล่ะก็...มีโอกาสที่จะเข้ามาแทรกแซงอยู่แล้ว”

 

“ใช่ เพราะฉะนั้น...จะต้องรอสัญญาณจากพวกเรา แล้วในระหว่างการโจมตีจะต้องไม่ให้พลาดท่าเกิดเรื่องขึ้นอีก หากมีคนของแดนศักดิ์สิทธิ์ในกลุ่มดวงตามาร จะต้องจับเป็น...”

            

ยิ่งฟัง ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกขัดใจ แน่นอนว่าพลทหารพิเศษเองก็ไม่ใช่ว่าจะชอบที่สถานการณ์ออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่...พวกเขาไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากจะต้องค่อยๆดำเนินการ เรื่องนี้ดีที่อันซูหยวน...รุ่นน้องพลทหารพิเศษของพวกเขาได้รับตำแหน่งเป็น “บุตรีของอัศวินคนหนึ่ง” ดังนั้นการเจรจาอาจจะไม่ยุ่งยากเท่าที่คิดก็ได้

            

ทุกคนกำลังคาดหวังให้เป็นเช่นนั้น แต่เรื่องราวมักไม่ได้เป็นไปตามใจคิดทั้งหมด

            

ในดินแดนอัศวินฮาร์ปี้ คุณชายเพียงคนเดียวของอาณาเขตได้ยินข่าวเรื่องการมาถึงของพลทหารพิเศษจากเขตมลพิษแล้วเช่นกัน เขาแค่นหัวเราะออกมาเหมือนกับคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว

 

“คุณชาย...ถ้าเป็นแบบนี้ก็แปลว่ากลุ่มดวงตามารนั่นอาจจะถูกทำลายเมื่อไรก็ได้...”

 

“พวกมันอ่อนแอเกินไป ไม่น่าแปลกใจนัก”

 

“แต่...ถึงแม้พวกมันจะอ่อนแอก็ยังเป็นทรัพยากรของคุณชาย ถ้าหากเสียไป...การลงแรงที่ผ่านมาจะไม่เสียเปล่าหรือครับ”

 

“เสียเปล่างั้นหรือ....” ชายหนุ่มเคาะนิ้วบนโต๊ะเบาๆเป็นจังหวะเหมือนใช้ความคิด ก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยม..

            

ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่คิดว่ากลุ่มดวงตามารไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้ว เช่นนั้นก็แค่ปล่อยให้พวกมันถูกทำลายไปก็พอ เขาเห็นถึงศักยภาพของอีกฝ่ายตั้งแต่ที่ฐานลับทั้ง 3 แห่งถูกทำลายพร้อมกันแล้ว นี่แปลว่าที่เขตมลพิษนั้น...กลุ่มดวงตามารไม่ใช่เครื่องมือที่ดีที่สุดอีกต่อไป

            

เครื่องมือของเขาจะต้องเป็นเครื่องมือที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่ใช่เครื่องมือที่คนอื่นถูกจับตามองอยู่เช่นนี้ เพราะมันหมายความว่าการเคลื่อนไหวที่เขาต้องการ...แท้จริงแล้วเป็นการเคลื่อนไหวบนฝ่ามือของคนอื่น....

 

“เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะไปเยี่ยมท่านอัศวินหงส์ขาวเสียหน่อย” 

 

………………………