LNCrawler

บทที่ 474 ของขวัญที่จริงใจ (อ่านฟรี 23 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 474 ของขวัญที่จริงใจ (อ่านฟรี 23 มิ.ย. 69)

บทที่ 474 ของขวัญที่จริงใจ

 

ประตูเชื่อมมิติซึ่งเป็นพื้นที่ล่าของพวกเขา ครอบครองอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น หนึ่งแห่งให้ทรัพยากรในการสร้างอุปกรณ์ป้องกันที่หลากหลาย พวกเขายังขายมันออกมาภายนอกอาณาเขตด้วย 

 

อีกหนึ่งแห่งก็ให้ผลึกบาเรียป้องกัน ซึ่งเป็นผลึกที่สำคัญต่อเขตมลพิษมาก ดูผิวเผินแล้วพื้นที่ของพวกเขาก็น่าจะมีผู้คนมากมายต้องการเข้าไปคว้าผลประโยชน์ แต่อย่าลืมว่าความสามารถพิเศษอีกอย่างของพวกเขาก็คือการวางค่ายกล!! นี่แหละคือจุดสำคัญที่ทำให้เขตอัศวินพันปีไม่มีใครกล้าแตะต้อง 

 

หากเขตไหนอยากจะมีปัญหากับพวกเขา...เชื่อได้เลยว่ายังไม่ทันที่จะได้ฆ่าคนของอาณาเขตอัศวินพันปี พวกเขาก็คงหลงอยู่ในค่ายกลจนเสียสติไปก่อนแล้ว ความน่ากลัวนี้แฝงอยู่ในความโชคดีจริงๆ ถ้ามันอยู่ในมือของเผ่าอื่นที่ไม่ใช่เผ่าพันปี...เชื่อเถอะว่าจะต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่แน่!! ถือว่าท่านเทพผู้สร้างมอบดินแดนนี้ รวมทั้งเขตพื้นที่ล่าพวกนี้ให้ถูกคนแล้วจริงๆ

 

“อืม เช่นนั้นฉันจะเข้าไปรอข้างใน” 

 

คุณชายห้าว่าง่ายมากๆ เขาเดินตามคนไปยังห้องรับรองส่วนตัว เนื่องจากเดินทางมาไกลแล้ว...อีกทั้งนี่ก็ยังเช้าเกินไป ดังนั้นจึงควรจะพักผ่อนเสียหน่อย

 

ชายหนุ่มถ่ายพลังงานของตนเองไปที่สัญลักษณ์รอบแขน ก่อนที่จะปรากฏกระดองขนาดใหญ่ขึ้น มือหนาของเขาหยิบเอากระบองหนามที่เก็บไว้ในกระดองออกมา หลังจากนั้นก็ใช้มันรองหัวแทนหมอนนุ่ม ถือเป็นการฝึก “หัวแข็ง” ของตนเองไปด้วย…

 

หลังจากรับรองคุณชายห้าจากอาณาเขตพันปีแล้ว หลังจากนั้นก็มีคุณชายมาอีก 2 คน แล้วก็ตามด้วยคุณหนูของอาณาเขตอื่นๆอีก 3 คน 

 

เกือบเที่ยงวัน...ในที่สุดคนสำคัญก็มาถึงแล้ว ชายหนุ่มมาพร้อมกับปีกขนาดใหญ่ บินวนอยู่ทั่วท้องฟ้าประมาณ 3 รอบ พร้อมกับคนของตนเอง เรียกว่ามากันเป็น “ฝูง” เลย ขนาดซูหยวนที่อยู่ในเรือนพักของตนเองก็ยังมองเห็นพวกเขาที่กำลังทำการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ คิ้วของเธอกระตุกเล็กน้อย...รู้สึกว่าสายตาของคนที่อยู่ข้างบนนั้นกำลังมองมาที่เธอ

 

สมกับที่เป็นคนของเผ่าฮาร์ปี้ ไม่ใช่แค่มีร่างกายโดยเฉพาะกรงเล็บที่แข็งแกร่งเท่านั้น ดวงตาของพวกเขาก็ยังดีมากๆอีกด้วย สามารถมองหาเหยื่อได้จากที่ๆไกลถึงขนาดนั้น ถ้าต้องต่อสู้กันจริง...การทำลายวิสัยทัศน์ของเขาก่อนน่าจะเป็นแผนการที่ดี

 

หลังจากประสานสายตากันแล้ว ชายหนุ่มก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ผมสีขาวสลับเทาของเขาพัดโบก ยิ่งทำให้ใบหน้าดูเจ้าเล่ห์ลึกลับมากขึ้น 

 

อันที่จริง...ท่าทางของพวกเขานั้นดูเหมือนจะเป็นคนดียิ่งกว่าพวกคนจากอาณาเขตอสรพิษ ทว่า...ถ้าเทียบกับเผ่าอสรพิษที่ชั่วร้ายอย่างเปิดเผยแล้ว เผ่าฮาร์ปี้ที่ชั่วร้ายแบบคนดีนี้ทำให้น่าอึดอัดใจมากกว่า

 

เขาร่อนลงในพื้นที่รับรองตามมารยาท แม้ว่าใจอยากจะเข้ามาทักทายหญิงสาวเผ่ามนุษย์โดยตรง แต่ก็ยังรู้ว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป อาจถูกคนของเขตอัศวินหงส์ขาวเชิญออกไปก่อน ดังนั้นจึงยังยอมทำตามมารยาท ไม่บุ่มบ่ามเกินไป...แต่หลังจากที่สบตากันเมื่อครู่ ความสนใจของเขาต่อหญิงสาวผู้นั้นก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณ

 

เหมือนกับที่ซูหยวนรู้ว่าข้อดีของเขาคือ “สายตา” เผ่าฮาร์ปี้ได้เปรียบเรื่องที่มีสายตายอดเยี่ยมกว่าใคร ดังนั้นการบินวนหนึ่งรอบก็เหมือนกับได้มองเห็นสถานการณ์ทั้งหมดของเขตหงส์ขาวแล้ว พวกเขายังบินวนอยู่สามรอบเพื่อที่จะเก็บรายละเอียดทั้งหมด 

 

วิธีการเช่นนี้บังหน้าโดยให้ผู้อื่นเข้าใจว่าพวกเขาแค่ต้องการแสดงความยินดี แต่ความจริงมีเจตนาแอบแฝงทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม...ข้อดีของพวกเขา กลับไปอยู่บนมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างไร...

 

ตอนที่พวกเขาบินอยู่ในตำแหน่งที่สูงมาก มองไกลๆแล้วเหมือนฝูงนกบินผ่านเท่านั้น ตอนที่กำลังสำรวจหาตำแหน่งของบุตรีบุญธรรมอัศวินหงส์ขาว ปรากฏว่าเขายังประสานสายตากับเธอได้ ยังเห็นด้วยว่าเธอขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างไร นี่ไม่ได้แปลว่าสูงขนาดนี้...เธอก็ยังมองเห็นโดยง่ายดายงั้นหรือ? ช่าง...เป็นเด็กสาวที่น่าสนใจจริงๆ

 

“ยินดีต้อนรับคุณชายจากอาณาเขตท่านอัศวินฮาร์ปี้ ขอเชิญท่านพักผ่อนในห้องรับรอง...” 

 

“ไม่จำเป็นหรอก เพราะพวกเราไม่ได้เดินทางมาเหนื่อยยากอะไร ดังนั้นจึงยังไม่อยากจะพักผ่อนเท่าไร อีกอย่าง...อาณาเขตของท่านอัศวินหงส์ขาวนั้นสวยงามร่มรื่นจริงๆ พวกเราจากเขตฮาร์ปี้ที่มีแต่ต้นไม้หนาทึบอยากจะชื่นชมความสวยงามของบ้านเมืองก่อน ไม่ทราบว่าพอจะได้หรือไม่?” 

 

คุณชายเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มสุขุม ทำเอาคนไม่กล้าปฏิเสธเขาอย่างไรเยื่อใย เจ้าหน้าที่ที่รับมอบหมายให้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองไม่อาจพูดได้ว่า.. “โอ้ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ท่านมาที่อาณาเขตเราก็ช่วยอยู่อย่างสงบหน่อยเถอะ ถ้ายังเดินเล่นไปทั่วแล้วมีแผนการอะไรในใจ ไม่ใช่พวกเราจะเดือดร้อนกันหรือ?” คำพูดพวกนั้นเก็บเอาไว้คิดได้ แต่ปล่อยออกมาให้ทุกคนรู้ไม่ได้ สุดท้ายจึงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วโบกมือเรียกทหารมา

 

“เนื่องจากคุณชายเพิ่งจะมาเยือนในรอบหลายปี เช่นนั้นให้คนของพวกเราพาไปเถอะ ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน หลายอย่างไม่เข้าที่ก็เกรงว่าจะสร้างปัญหาได้”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ส่งคนมาเถอะ อ้อ เดี๋ยวฉันจะไปคนเดียวนะ ทหารของอัศวินหงส์ขาวจะได้ไม่ต้องใช้มากนัก คาดว่าน่าจะมีคนทยอยมาอีกมาก” 

 

เขาพูดเหมือนคนดี คิดเผื่ออัศวินหงส์ขาว แต่ความจริง...เนื้อหาใจความหมายถึงว่า เขารู้ดีว่าคนของอัศวินหงส์ขาวกำลังไม่วางใจตนเองจนถึงกับต้องการส่งคนมาจับตามอง เช่นนั้นก็อยากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เห็น 

 

วิธีการเช่นนี้นอกจากจะทำให้คนของอัศวินหงส์ขาวรู้สึกเขินแล้วก็ยังรู้สึกผิดไปด้วย ครั้งหน้าเมื่อเจ้าตัวทำอะไรแปลกๆก็ต้องหวนคิดถึงคำพูดนี้ หากไม่มีอะไร...ก็จะเป็นพวกเขาที่อคติเกินไปอีกครั้ง!

 

“เอ่อ ขอบคุณคุณชายที่เข้าใจครับ”

 

“อืม ฉันมาเป็นแขก มาเพื่อแสดงความยินดี ไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหา ไม่จำเป็นต้องขอบใจ” 

 

คนคลี่ยิ้มบาง แต่บรรยากาศทำให้เจ้าหน้าที่อึดอัดมากกว่าเดิม ดีที่คุณชายแห่งฮาร์ปี้ผู้นี้ไม่คิดเสียเวลากับคนระดับล่างมากเกินไป สุดท้ายเขาก็เดินออกไปจากห้องรับรองแขก ในขณะที่ให้ทหารที่ติดตามมาอยู่ที่สถานที่รับรองที่จัดเตรียมเอาไว้ให้

 

อันซูหยวนเวลานี้ยังพักผ่อนที่ที่พักของตนเอง หลังจากเป็นคุณหนูของอัศวินหงส์ขาว...เธอก็ได้รับบ้านพักหลังหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว้างขวางพอที่จะรับรองคนได้จำนวนมาก ก็คงเหมือนกับพวกคุณชายคนอื่นๆที่มีพื้นที่มากพอ เผื่อเอาไว้รองรับแขกเหรื่อหรือเตรียมจัดงานของตนเอง เรียกว่าเป็นการดูแลอย่างดีเหมือนกับว่าซูหยวนเป็นลูกที่ถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดคนหนึ่งเลย

 

เดิมที เธอคิดจะไปรับรองเเขกเหรื่อกับพวกพนักงานด้วย ถือว่าให้มีเจ้าบ้านคนหนึ่ง เเละเธอก็ควรเป็นเจ้าบ้านที่ระดับต่ำที่สุดเพื่อทำหน้าที่นี้ 

 

อย่างไรก็ตาม…คุณชายสี่รับคำสั่งมาจากท่านอัศวิน ห้ามไม่ให้เธอปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาก่อนเวลา นั่นเพราะจุดประสงค์ที่พวกเขามาก็เพื่อเธอ ต่อให้จะเป็นคนที่เพิ่งรับตำแหน่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สำคัญ สุดท้ายจึงมอบหมายให้พวกขุนนางของอาณาเขตดูเเลเเขกเเทน 

 

ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ถือว่าเเย่ อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเพิ่งฟื้นตัว คนใหญ่คนยุ่งกับงานก็ปกติ อีกทั้งยังเเสดงให้พวกเขาเห็นด้วยว่าแท้จริงแล้ว…เป็นพวกเขาที่กำลังมารบกวน คนที่ต้องเกรงใจก็คือพวกเขาต่างหาก!

 

เพราะเเบบนั้น...ซูหยวนจึงใช้เวลาอยู่ที่นี่เพื่ออ่านหนังสือ เจ้าพวกเผ่าวิหคดำทำงานได้ดีจริงๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาคัดลอกตำราเอาไว้มาก สามารถให้เธอเอากลับไปอ่านได้อีกหลายวัน 

 

ซึ่งหลังจากที่ทั้ง 3 จากเผ่าวิหคดำมาทำงานให้เธอแล้ว ชีวิตของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เเถมการที่ซูหยวนรับซื้อทรัพยากรจากหมู่บ้านยากไร้ของพวกเขาทั้งหมดนี้ก็ทำให้หมู่บ้านของพวกเขารอดพ้นความตายกันมาได้

 

เมื่อทั้งหมู่บ้านได้รับความช่วยเหลือผ่านพวกเขา ตัวตนของพวกเขาในหมู่บ้านจึงสูงขึ้นไปด้วย ตอนนี้พวกเขาไม่ต่างอะไรกับเทพเจ้าในสายตาชาวบ้านเหล่านั้นเลย ทำเอาครอบครัวภาคภูมิใจอย่างมาก เเละผลที่เกิดขึ้นนี้ก็ทำให้ทั้งสามคนเคารพซูหยวนมากขึ้น พวกเขาต่างตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างดี ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซูหยวนจะได้เห็นความเเตกต่างนี้

 

เเม้ว่าคนจะนั่งอยู่ในพื้นที่ของตนเองเฉยๆ ทว่าคนที่เป็นเป้าหมายย่อมต้องมีเรื่องเข้ามาหา ทางด้านหน้าเรือนพักของเธอ จู่ๆทหารของอัศวินหงส์ขาวที่ดูเเลเรือนนี้ก็วิ่งเข้ามา สีหน้าของเขาดูไม่ดีเอาเสียเลย

 

“คุณหนูครับ…ข้างนอก ตอนนี้…เอ่อ ตอนนี้คุณชายจากอาณาเขตฮาร์ปี้ได้ยืนรออยู่เเล้วครับ คือว่า…พวกผมบอกแล้วว่าคุณหนูกำลังพักผ่อนอยู่ แต่เขากลับบอกว่าจะไม่รบกวนนานนัก ยังบอกด้วยว่าจะไม่ยอมกลับไป อยากให้ผมมาเเจ้งแก่คุณหนูก่อน เขาว่าคุณหนูเองก็อยากจะพบเขาเหมือนกัน ดังนั้นพวกเรา…พวกเราก็ไม่มีข้ออ้างอะไรอีกแล้ว…” 

 

ทหารคนนั้นพูดไปก็ไม่สบายใจไปด้วย เขารู้ว่าตนเองรับหน้าที่ปกป้องคุณหนูไม่ให้ถูกรบกวนเมื่ออยู่ดินเเดนหงส์ขาวแห่งนี้ เเต่…คนนั้นก็คือคุณชายเหมือนกัน ทั้งยังเป็นคุณชายคนเดียวที่เหลือรอดจากเขตฮาร์ปี้ด้วย เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะยึดหน้าที่อะไร? ปกป้องคุณหนูอัน หรือรักษามิตรภาพระหว่างอาณาเขตเพื่อไม่ให้คนเอาไปเป็นข้ออ้างในการก่อสงคราม…

 

สุดท้าย ตัวเขาก็เเค่ทหารระดับต่ำเท่านั้น เมื่อมีเรื่องตัดสินใจไม่ได้ เช่นนั้นก็มาหาคนระดับสูงกว่าตนเองก็แล้วกัน

 

“ฉันเข้าใจเเล้ว เชิญเขาเข้ามาเถอะค่ะ” 

 

ซูหยวนเองก็รู้ว่าเจ้าคนหน้าหนานั้นไม่มีความคิดจะกลับไปเลย อีกอย่าง..คนมาถึงที่นี่เเล้ว ซูหยวนก็อยากรู้ว่าเจ้าตัวจะทำอะไรต่อไป

 

คนที่มีสายตาเช่นนั้นเป็นคนน่ากลัว เจ้าเเผนการ เเละควรต้องระวังให้มาก ถ้าเลี่ยงไม่ให้เป็นเป้าสายตาได้ก็ดีที่สุดแล้ว เเต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้…เช่นนั้นก็ต้องควรจับตามองใกล้ๆ ดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป

 

เมื่อทหารได้คำสั่งก็วิ่งไปแจ้งต่อคุณชาย ซูหยวนให้คนช่วยเก็บข้าวของกลับไป เหลือแค่โต๊ะดื่มน้ำชาเท่านั้น เมื่อคุณชายจากเเดนฮาร์ปี้มาถึง…ภาพของซูหยวนก็เหมือนเด็กสาวผู้เงียบสงบที่กำลังนั่งรอพบเขา ดูแล้วช่างเป็นภาพที่ผ่อนคลายเหลือเกิน แต่คุณชายจากฮาร์ปี้คนนี้รู้ดีที่สุด คนที่เปลี่ยนบรรยากาศได้ดั่งใจคิดเช่นนี้…เเท้จริงแล้วมันบ่งบอกถึงคุณภาพฝีมือได้ดีเลย

 

อันที่จริง...เขาก็ไม่ได้ดูถูกฝีมือของอันซูหยวนมาตั้งแต่ต้นแล้ว ทั้งยังรู้สึกว่าหญิงสาวน่าสนใจมากๆด้วย เพราะฉะนั้นจึงอดใจไม่ไหวอยากจะเข้ามาคุยกับเธอเช่นนี้อย่างไรล่ะ! 

 

เรือนพักของหญิงสาวอยู่ที่ไหนเขารู้ตำแหน่งดีจากการตรวจสอบบนอากาศแล้ว ดังนั้นจึงวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้น...ปากบอกว่าไม่ต้องการรบกวนคนของเผ่าหงส์ขาวมากเกินไป อีกทั้งยังแค่ต้องการเดินเล่นไปรอบๆเท่านั้น ใครจะไปคิดว่าการเดินรอบๆของเขาจะมาถึงหน้าเรือนพักของคุณหนูคนใหม่ของท่านอัศวินหงส์ขาวได้กันล่ะ

 

แต่ก็นั่นแหละ...เขารบกวนท่านอัศวินหงส์ขาวหรือไม่? คำตอบก็คือ “ไม่” 

 

คนที่เขาเข้าพบตอนนี้ก็คือคุณหนูน้อยที่เพิ่งได้รับตำแหน่งต่างหาก ในกรณีนี้เขาเป็นถึงคุณชายคนเดียวของอาณาเขตฮาร์ปี้ ตำแหน่งยังเหนือกว่าเธอไปขั้นหนึ่ง ยิ่งสถานะของเขาก็คือ “คุณชายตั้งแต่เกิด” ในขณะที่อันซูหยวนเป็นแค่เด็กสาวจากเขตมลพิษ...ความจริงแล้ว เขามาเยือนที่นี่ เธอควรจะต้องทำความเคารพอย่างมากด้วยซ้ำ

 

เหอ เหอ เหอ แน่นอนว่านี่เป็นแค่กรณีทั่วไปเท่านั้น การแสดงของเขาถูกต้องตามหลักการทุกอย่าง แต่อย่างที่บอกไป...ชายคนนี้เจ้าเล่ห์และไร้มารยาท 

 

แทนที่เขาจะรอที่เรือนรับรองเหมือนคนอื่นๆ เขากลับพุ่งมาที่นี่เพื่อพบเธอโดยตรง แขกเหรื่อคนอื่นๆมาที่อาณาเขตหงส์ขาวไม่ใช่เพราะหญิงสาวผู้นี้หรือ? น้ำหนักในใจของทุกคนรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร การกระทำของเขานี้...ลึกๆแล้วทุกคนก็มองว่าไร้ยางอายทั้งนั้น!!

 

ซูหยวนเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาอย่างสุขุม ดูผิวเผินแล้วเป็นคนน่าเคารพคนหนึ่ง แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไร...ต่อให้คุณชายสี่ไม่เตือนก็มองออกได้ง่ายๆ

 

“สวัสดีค่ะคุณชายแห่งอาณาเขตฮาร์ปี้” 

 

หญิงสาวยืนขึ้นจากโต๊ะน้ำชาของตนเอง ท่าทางไม่ประหม่า ไม่เคอะเขิน และไม่มีร่องรอยของความกังวลใจใดๆ ทำราวกับว่าการมาถึงของคุณชายแห่งฮาร์ปี้นี้เป็นเรื่องที่คิดเอาไว้อยู่แล้ว

 

“อืม พวกเราเพิ่งเจอกันครั้งแรกสินะ อย่างไรก็...ขอแสดงความยินดีด้วยนะ” 

 

เขากล่าวยิ้มๆ ไม่รู้ว่าตั้งใจจะแสดงความยินดีเรื่องอะไรกันแน่ แต่แววตาของเขามีความลึกลับเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ไม่น้อย ซูหยวนไม่รนรานไปตามเกม เพียงคลี่ยิ้มตอบรับเช่นกัน

 

“ขอบคุณคุณชายค่ะ การได้เป็นบุตรีบุญธรรมของท่านอัศวินหงส์ขาวถือเป็นเกียรติของฉันอย่างมากค่ะ” 

 

เพราะถ้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ เชื่อเถอะว่าการถล่มฐานของกลุ่มดวงตามารจะต้องเจอปัญหาแน่ ซูหยวนเองก็มีประกายบางอย่างส่งผ่านดวงตาเช่นกัน ทั้งสองมองหน้ากันอยู่พักใหญ่ก่อนที่คุณชายแห่งฮาร์ปี้จะส่งสัญญาณให้คนของเขานำของขวัญชิ้นใหญ่เข้ามา

 

“ไม่รู้ว่าคุณหนูน้อยจะชอบหรือไม่ แต่...คิดว่าของสิ่งนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อเธอ” เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะมอบมันให้ ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย...ของขวัญที่อีกฝ่ายมอบให้นั้นแสดงความจริงใจออกมาจริงๆ

 

แต่จริงใจแบบไหนนั้นต้องดูอีกทีแล้ว...

 

………………………………………