LNCrawler

บทที่ 477 สหายโซน... (อ่านฟรี 26 มิ.ย. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 477 สหายโซน... (อ่านฟรี 26 มิ.ย. 69)

บทที่ 477 สหายโซน...

 

ซูหยวนไม่ได้แสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวได้เท่าครึ่งหนึ่งของคุณชายห้าแห่งอัศวินพันปีที่ได้ยินสถานการณ์เกี่ยวกับคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้ด้วยซ้ำ เมื่อเห็นคนกัดฟันกรอดโมโหแทนเธอ ซูหยวนก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

“ได้ยินว่าเผ่าฮาร์ปี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบนั้น ดังนั้นการที่เขาสามารถทำเช่นนี้ได้ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอคะ?”

 

“ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่พวกมันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเผ่าพันปีของพวกเรา ไม่มีอะไรให้ต้องวุ่นวายกัน พวกมันมีทรัพยากรสำหรับการผลิตของต่างๆมากมาย พวกเราเองก็มีเช่นกัน แม้ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การป้องกันก็เถอะ ทว่าวิธีการต่อสู้ที่ต่างกันลิบลับทำให้พวกเราไม่สนใจทรัพยากรของอีกฝ่าย การแลกเปลี่ยนจึงมีไม่มากนัก”

 

“อ่อ...” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ คุณชายห้าแห่งเผ่าพันปีคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาอีก

 

“คุณหนูแห่งหงส์ขาวไม่กลัวหรือ?” ได้ยินคนถามเช่นนั้น ซูหยวนก็ยักไหล่

 

“ต่อให้กลัวก็หนีไม่พ้น พวกเขาเป็นคนลงมือก่อน อีกอย่าง...ฉันก็ไม่ใช่พวกที่จะรอให้คนอื่นมาลงมือก่อนทุกครั้งหรอกนะคะ”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้น...ให้พวกฉันช่วยอะไรบ้างไหม แม้ว่าจะไม่สามารถเป็นศัตรูกันอย่างเปิดเผยได้ แต่ถ้าช่วยเรื่องการสนับสนุนทรัพยากรต่างๆล่ะก็...ฉันในนามของตนเองสามารถช่วยได้เต็มที่”

 

“ขอบคุณสำหรับน้ำใจค่ะ ถ้ามีเรื่องที่ต้องรบกวน...ฉันจะไม่เกรงใจนะคะ”

 

“ดี”

 

สองคนมองหน้ากันอย่างนั้น คุณชายสี่ที่ฟังอยู่ตลอดก็เก็บข้อมูลเพื่อเอาไปรายงานให้มารดาบุญธรรมของตนเองอีกที การที่เขายอมพาเจ้าหนุ่มพันปีมาที่นี่ก็เพราะมารดาอยากให้ทั้งสองลองทำความรู้จักกันก่อน พูดให้ถูกก็คือ...แม้แต่มารดาของเขาก็คิดว่าการแต่งเข้าเผ่าอัศวินพันปีนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้าต้องมีการเชื่อมความสัมพันธ์กัน

 

แน่นอนว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอันซูหยวน ไม่มีใครคิดจะบังคับเธอว่าต้องเลือกแต่งงานกับใคร ตัวตนของซูหยวนไม่ใช่เพื่อสร้างประโยชน์ใดๆให้พวกเขาอยู่แล้ว เป้าหมายแรกก็คือการขอบคุณเธอต่างหาก

 

หลังจากบทสนทนาตึงเครียดเหล่านี้ คุณชายทั้งสองก็จากไปหลังจากนั้นไม่นาน คุณชายห้าของเผ่าพันปีเองก็กลับไปที่ห้องรับรอง

 

สีหน้าของเขามีความผิดหวังแฝงอยู่เล็กน้อย ทำให้พวกทหารที่ติดตามมาเข้าใจว่าคุณชายของพวกเขาอกหักเข้าแล้ว เดิมทีทุกคนอยากจะพูดปลอบเล็กๆน้อยๆ เพราะคุณชายไม่เคยชมชอบสตรีคนไหนในเผ่า การอกหักครั้งแรกคงจะเจ็บปวดมาก ทว่า...คุณชายห้าของพวกเขากลับวางของสองอย่างไว้ตรงหน้าเสียก่อน

 

“คุณชาย ของพวกนี้คือ...”

 

“ของที่ “สหาย” มอบให้น่ะ”

 

คำว่าสหายดูเหมือนการพูดประชดประชัน แต่ตอนนี้ทหารและขุนนางที่มาด้วยจะมีเวลาสนใจเขาหรือ? ทุกคนกรูกันไปมุงดู “ผลึกเพิ่มพลังชีวิตทั้ง 10 ก้อน” ด้วยสายตาตื่นเต้น

 

“ผลึกเพิ่มพลังชีวิตได้มาง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ?”

 

“แค่เป็นสหายก็ได้ทรัพยากรมากขนาดนี้ ถือว่าคุณหนูของท่านอัศวินหงส์ขาวใจกว้างจริงๆ”

 

“นี่ก็คือของที่ว่านั่นสินะ แค่เห็นก็รับรู้ได้ถึงพลังที่เอ่อล้นแล้ว ด้วยผลึกนี้...น่าจะลดเวลาในการฝึกฝนไปได้มากถึงครึ่งปี!”

 

“พวกเราเผ่าพันปี ยิ่งฝึกฝนจนถึงคอขวดก็ยิ่งมีโอกาสเพิ่มพลังชีวิตได้ยากขึ้น ทว่า...ถ้าคนที่ติดอยู่คอขวดเป็นเวลานานได้รับกระแสพลังชีวิตเหล่านี้เข้าไป...ไม่แน่ว่าจะกระตุ้นให้ผ่านคอขวดนั้นไปได้ก็ได้!”

 

“ใช่ ถูกต้องแล้ว ของสิ่งนี้สามารถช่วยยกระดับคนได้ถึง 10 คน!!”

 

เหล่าขุนนางและทหารตื่นเต้นกันขนาดนั้น เดิมทีไม่ได้สนใจขวดยาที่วางอยู่ข้างๆเลย นั่นเพราะพวกเขาอยากจะได้ผลึกพลังงานนี้มาก เดิมทีก็พยายามหาซื้อที่เผ่าอัศวินหงส์ขาวแล้ว แต่ความต้องการของทางนั้นยังสูงอยู่ พวกเขายังไม่เพียงพอที่จะแบ่งกันเองภายใน ดังนั้นจึงไม่มีทางแลกเปลี่ยนกับคนนอกอาณาเขต

 

ทว่า...คุณชายห้าของพวกเขากลับทำผลงานใหญ่เสียแล้ว! แบบนี้...โอกาสที่จะได้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไปก็มีมาก เรื่องแบบนี้ควรจะต้องฉลองกันแล้ว!!

 

“ยินดีด้วยคุณชายห้า แม้จะเป็น “สหาย” แต่ก็ถือเป็นผลงานใหญ่แล้ว”

 

“ใช่ๆ คุณชายห้า...ดูเหมือนว่าคุณหนูของท่านอัศวินหงส์ขาวจะให้ความสำคัญกับ “สหาย” ค่อนข้างมาก ดังนั้น...ท่านที่ได้เป็น “สหาย” ของอีกฝ่าย ในอนาคตจะต้องทำประโยชน์ได้มากแน่ๆ”

 

“คุณชายห้าโปรดรักษามิตรภาพที่ดีเช่นนี้ตลอดไป ขอให้ท่านเป็น “สหาย” ที่ดีกับคุณหนูของท่านอัศวินหงส์ขาวโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง”

 

ทุกคนพากันร่วมอวยพรให้คุณชายของตนเอง แต่ยิ่งพูด...ความรู้สึกของคุณชายห้ากลับยิ่งเหมือนจะแย่ลงมากขึ้นเรื่อยๆ ...

 

คนพวกนี้ไม่ได้จงใจเน้นคำว่า “สหาย” ใช่ไหม? เขากลับมาห้องรับรองก็เพราะอยากจะผ่อนคลาย ให้เจ้าพวกนี้ช่วยปลอบประโลมบ้าง สุดท้ายคนพวกนี้ก็มีประสบการณ์ผ่านความรักมามาก แต่ละคนมีภรรยาสองสามคนกันทั้งนั้น ทว่า...แทนที่จะได้ยินถ้อยคำที่ทำให้สบายเขา เขากลับยิ่งปวดใจมากกว่าเดิมเสียอีก!!

 

ไม่ใช่แค่คำพูดของคนพวกนี้ที่ดูเหมือนจะตอกย้ำเขา แต่สายตาของทุกคนราวกับจะบอกว่านี่เป็นความผิดของเขาทั้งหมด ถ้าหากสายตาพูดออกมาเป็นคำพูดได้...บางทีเขาคงจะได้ยินคนพวกนี้ก่นด่าเขาว่า “ขนาดเป็นแค่สหายก็ยังได้รับประโยชน์มากมายขนาดนี้ ถ้าเป็น “คนรัก” ไม่รู้ว่าจะช่วยคนของเผ่าพันปีพวกเขายกระดับไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!”

 

แน่นอนว่านี่เป็นความคิดของคุณชายห้าที่รู้สึกเช่นนั้นเอง เรื่องจริงเป็นอย่างไร...ทุกคนล้วนรู้กันอยู่ในใจเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ชื่นชมผลึกเพิ่มพลังชีวิตกันจนพอใจ ในที่สุดก็มีคนมองเห็นขวดยาสีขาวใสนี้เสียที..

 

“คุณชายห้า ผลึกเพิ่มพลังชีวิตนี้ท่านได้มาจากคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว พวกเราพอจะรู้จักกันมาแล้วบ้าง...แต่ว่าของเหลวในขวดนี้คือสิ่งใดหรือ? พอมองใกล้ๆแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นของที่มีพลังงานบางอย่างแปลกๆเล็ดรอดออกมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งล้ำค่าไม่น้อยเลย” เมื่อมีคนพูดขึ้นมา คนอื่นๆก็ถูกดึงให้สนใจเสียที

 

คุณชายห้าพยักหน้ารับ ในที่สุดคนพวกนี้ก็ยอมมองของที่เขาอยากจะให้ช่วยตรวจสอบ ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นของล้ำค่ายิ่งกว่าผลึกเพิ่มพลังชีวิตเสียอีก นี่เป็นเพราะการแสดงออกของอันซูหยวนเอง รวมถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังจากขวดนี้ เพียงแต่...เขาเองก็ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ดังนั้นจึงนำมันกลับมาเพื่อตรวจสอบก่อน

 

“สิ่งนี้ก็เป็นของขวัญเช่นกัน แต่..คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวให้ความสำคัญกับมันมากกว่าผลึกเพิ่มพลังชีวิตพวกนี้ ฉันอยากจะให้ช่วยตรวจสอบของสิ่งนี้ให้ละเอียดหน่อย มันอาจจะมีประโยชน์ต่อพวกเราก็ได้”

 

เมื่อคุณชายห้าพูดเช่นนี้ ทหารคนหนึ่งก็ก้าวออกมาข้างหน้า ตัวเขาถูกพามาที่นี่ด้วยก็เพราะความสามารถในการตรวจสอบไม่ใช่หรือ? ดังนั้นตอนนี้ก็ได้เวลาเขาเฉิดฉายแล้ว

 

“ขอรบกวนดูของชิ้นนี้หน่อยครับ”

 

“อืม”

 

คนวางมันลงบนกล่องคุณภาพดี ขวดยาตั้งตรงยิ่งดูล้ำค่ามากขึ้นไปอีก ทหารผู้ที่รับมันไปเพื่อตรวจสอบนำกระดาษขึ้นมา...ค่ายกลตรวจสอบซึ่งเป็นค่ายกลย่อยของค่ายกลป้องกันระดับสูงถูกกระตุ้นใช้งาน หลังจากนั้นก็ปรากฏแสงสีทองอ่อนๆ แล้วก็มีภาษาประหลาดปรากฏขึ้น

 

ทหารผู้นั้นรีบจดมันลงในกระดาษที่เตรียมเอาไว้ การกระตุ้นการใช้งานค่ายกลนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไร ต่อให้เป็นคุณชายห้า หรือจะเป็นขุนนางคนไหนก็ทำได้ทั้งนั้น ทว่า...หลังจากที่ได้ข้อมูลแล้ว จะต้องเอา “อักขระโบราณ” ไปแปลให้เข้าใจอีกทอด นั่นต่างหากที่ยากที่สุด

 

อักขระที่ม้วนไปวนมานี้ไม่ใช่ภาษาของคนบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่เขตมลพิษหรือที่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีใครเข้าใจมันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม...หากซูหยวนได้เห็นอักขระที่ปรากฏขึ้นนี้ เธอจะต้องประหลาดใจแน่

 

ภาษาอังกฤษที่แสดงทั้งพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็กปะปนกันไปจนทำให้คนใช้งานซึ่งไม่ได้ร่ำเรียนมาอย่างเต็มประสิทธิภาพสับสนได้ง่ายๆ เพราะ “A” และ “a” ที่มีความหมายเหมือนกัน แถมยังมีการตวัดเขียนต่างกันออกไปอีก ดังนั้นยิ่งทำให้พวกเขาสับสน คู่มือที่มีก็ไม่ได้สอนให้กระจ่างแจ้ง ดังนั้นจึงต้องถอดรหัสกันแต่ละคำอย่างยากเย็น อย่างไรก็ตาม...ความหมายของมันก็คือ

 

- ยาสมานแผลระดับสุดยอด

 

ยาสมานแผลระดับสุดยอดนี้สามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น กระตุ้นเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บให้ฟื้นคืนกลับมาสภาพเดิม ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่...ก็สามารถรักษาได้ ยกเว้นแค่ไม่สามารถสร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่ได้เท่านั้น -

 

รายละเอียดที่แสดงอยู่นี้ ทหารที่กำลังแกะข้อมูลกำลังพยายามตีความแต่ละตัว จนกระทั่งเมื่อจับใจความได้ ถึงจะไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่ก็เข้าใจแล้วว่ามันมีประโยชน์อย่างไร!

 

“คะ คุณชาย คุณชายห้า!!”

 

ทหารผู้นั้นอ้าปากค้างอยากไม่อยากจะเชื่อ เขาถือกล่องใส่ยาด้วยมือที่สั่นเทา ไม่กล้าถือมันเอาไว้อีก รีบส่งให้คุณชายห้ารับไว้ทันที ซึ่งท่าทางของเขาเช่นนี้ทำให้หลายคนยิ่งเพิ่มความสนใจขึ้นมาอีก

 

“เป็นของดีหรือ?” คุณชายห้าถามขึ้นมา แต่ทหารที่เพิ่งตรวจสอบรายละเอียดกลับถลึงตามองเขาอย่างลืมตัว

 

ของดีหรือ? ถามเช่นนั้นได้อย่างไร ถ้านี่ไม่ใช่ของดีแล้วอะไรจะเป็นของดีได้อีก!! เจ้าคุณชายห้านี้ได้ของดีขนาดนี้มาแล้วกลับไม่รู้ตัว

 

นึกย้อนไปตอนที่ถือขวดยานี้มาโดดๆ ไม่แม้แต่จะใส่กล่องให้ดีตั้งแต่แรก ถ้าเกิดว่ามีอุบัติเหตุที่ทำให้ขวดยานี้ร่วงลงพื้น เท่ากับว่าเผ่าอัศวินพันปีของพวกเขาจะเสียโอกาสในการรับยาอมตะนี้ไปแล้วใช่ไหม!!

 

คนเป็นคุณชายถูกมองด้วยสายตาเช่นนั้นก็หงุดหงิดมาก ตั้งแต่เรื่องที่เขาได้รับผลึกเพิ่มพลังชีวิตเพียงเพราะเป็น “สหาย” ของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวแล้ว ตอนนี้กลับยิ่งมองเขาแรงกว่านั้นอีก นี่...ทำไมไม่ด่าว่าเขาเป็นคนโง่ไปเสียเลยล่ะ!!

 

“คุณชาย โปรดเก็บรักษายานี้เอาไว้เท่าชีวิตเลยนะครับ”

 

“รักษาเท่าชีวิตเลยหรือ?”

 

“ครับ ต้องรักษาให้เท่ากับชีวิตเลย!” คนยืนยันเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้คนอื่นๆอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม

 

“มันเป็นยาอะไรหรือ? เหตุใดจึงล้ำค่าถึงขนาดนั้น”

 

“ใช่ๆ รีบพูดออกมาได้แล้ว มันเป็นยาที่เอาไว้ทำอะไรกันแน่”

 

เห็นทุกคนอยากรู้เช่นนั้น ทหารที่ตรวจสอบก่อนหน้านี้ก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่คล้ายว่าต้องทำใจก่อนพูด จากนั้นก็เริ่มอธิบายผลการตรวจสอบ

 

“ยานี้เป็นยาสมานแผลระดับสุดยอดครับ!”

 

“ยาสมานแผล?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนที่ตื่นเต้นก็หมดความสนใจไปทันที

 

พวกเขาคือเผ่าพันปี นอกจากเรื่องอายุยืนแล้ว ก็มีเรื่องพลังป้องกันนี่แหละที่สุดยอดที่สุด หากไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตนเองมากๆ ย่อมไม่มีทางจะถูกโจมตีหรือเกิดเป็นบาดแผลอยู่แล้ว ดังนั้น...ยาสมานแผลพวกนี้จะเอาไว้ทำอะไร

 

“แค่ยาสมานแผลก็ทำให้ตื่นเต้นขนาดนี้เลยหรือ? จริงอยู่ที่อาจจะเอาไปแลกเปลี่ยนกับอาณาเขตอื่นๆได้ แต่สำหรับพวกเรา...”

 

“ไม่ครับ ยาสมานแผลนี้เป็นยาสมานแผลระดับสุดยอด มันไม่เหมือนกับยาสมานแผลทั่วไปแน่นอน”

 

“..............” เมื่อเห็นอีกฝ่ายโต้เถียงกลับมา ทุกคนก็ลอบมองหน้ากันเอง เจ้าคนผู้นี้ดูจะตื่นเต้นมากจริงๆ

 

“ยาสมานแผลนี้ สามารถรักษาได้ทุกคน และสามารถรักษาได้ทุกบาดแผล ขอแค่เป็นบาดแผลที่อวัยวะไม่ได้หายไป กล่าวคือ...ขอแค่มีเศษชิ้นเนื้อที่ติดกันอยู่ ก็สมานเอามาสมานติดกันได้แล้ว! นี่คือยาสมานแผลระดับสุดยอดครับ!!”

 

เมื่อได้ยินคำอธิบายที่ดูน่าตื่นตะลึงนี้ ทุกคนก็เงียบไปเล็กน้อย เพียงแต่...พวกเขายังคิดตามไม่ทัน จนกระทั่งมีคนหนึ่งที่เข้าใจความสำคัญของยานี้

 

“นี่...หรือว่า แม้แต่ท่านอัศวินถูกโจมตีก็ยังสมานเเผลได้หรือ? เเล้วถ้าเป็นการถูกฟันด้วยธารเพลิงล่ะ รักษาได้หรือไม่?” เมื่อได้ยินคำถามนี้ สีหน้าทุกคนก็เข้าใจทันทีว่าเรื่องที่น่าตกใจที่สุดคืออะไร

 

 ……………………………