บทที่ 480 คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ (อ่านฟรี 29 มิ.ย. 69)
บทที่ 480 คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ (อ่านฟรี 29 มิ.ย. 69)
บทที่ 480 คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ
“นั่น...เอ่อ นั่นก็ดีแล้ว”
เดิมทีเขาช่วยพูดก็เพื่อไม่ให้ซูหยวนเก็บไปคิดมาก ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะถูกกระตุ้นความโกรธขนาดนี้ จนสุดท้ายแล้วเขากลับเป็นคนเอาความโกรธนั้นมาใส่ตนเอง ส่วนคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวยักไหล่สบายๆเหมือนไม่ได้สนใจจริงๆ
สายตายามที่ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้า ความฉลาด และความใจกว้างของเธอ...ถ้าได้มาเป็นภรรยาคู่ชีวิตคงจะทำให้ชีวิตอันยืดยาวน่าเบื่อนี้มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ว่า...น่าเสียดายที่เธอต้องการเป็นเพียงสหายของเขาเท่านั้น
คิดเช่นนี้แล้ว คุณชายห้ารู้สึกอยากจะเห็นคนที่หญิงสาวสนใจจริงๆ อยากจะรู้ว่าคนแบบไหนกันที่ทำให้เธอปฏิเสธทุกคนเพื่อเขา...อ่า เขาไม่ได้อิจฉาเลยนะ คนอายุยืนแบบเขาจะไปเสียเวลาอิจฉาคนอื่นทำไม....
เอาล่ะ เขายอมรับก็ได้ว่าอิจฉาอยู่บ้าง ผู้หญิงที่ถูกใจเช่นนี้ไม่ได้หาเจอได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่ไม่น่ารำคาญแบบนั้นก็น่าปวดหัวแบบนี้ คนที่เข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่โทษทุกอย่างไปทั่ว และไม่เอาแต่ใจอย่างไรเหตุผล หาเจอสักคนในชีวิตก็ถือว่าโชคดีแล้ว...น่าเสียดายที่คนแบบนี้ไม่ใช่คนของเขา แต่จะเป็นคนของผู้อื่น..
“คุณชายห้าได้ตรวจสอบยาที่มอบเป็นของขวัญหรือยังคะ ครั้งก่อนที่ให้ไปก็ลืมอธิบายเสียสนิท” ซูหยวนลองหยั่งเชิง ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เขาเกาท้ายทอยตัวเองด้วยความเขินอายก่อนจะพูด
“ตรวจสอบแล้ว แถม...พวกขุนนางอยากจะให้ฉันรีบมาสอบถามว่าสามารถแลกเปลี่ยนยาแบบเดียวกันนี้ได้อีกหรือไม่”
“โอ้ ดีที่มีประโยชน์ต่อพวกคุณนะคะ ฉันได้ยินว่าเผ่าพันปีไม่ค่อยต้องการยามากนัก แต่ฉันเห็นว่ายานี้มีระดับสูงมาก เป็นยาหายาก...ถ้าพวกคุณใช้มันได้ก็คงจะดี”
“แน่นอนว่าใช้ได้ ยานี้จะทำให้พวกเราสามารถสู้กับพวกปีศาจอเวจีได้ พวกมันมีพลังงานแปลกๆ เป็นเพลิงอเวจีที่ทำให้ยารักษาของพวกเราจัดการไม่ได้ แต่จากที่ประเมินคุณสมบัติของยาแล้ว...พบว่าสิ่งนี้จะช่วยได้แน่นอน”
“โอ้ เป็นเช่นนี้เอง..”
ซูหยวนนึกถึงข้อมูลที่ได้อ่าน เรื่องการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันปีกับปีศาจอเวจีนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่สามารถหาอ่านได้ทั่วไป เพราะซูหยวนเริ่มอ่านจากประวัติศาสตร์ของดินแดนศักดดิ์สิทธิ์ รวมทั้งข้อมูลพื้นฐานของที่นี่ ย่อมเข้าใจสถานการณ์ของพื้นที่ต่างๆอยู่บ้าง
“ในเมื่อมันเป็นของที่มีประโยชน์ต่อเขตอัศวินพันปี ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็อยากจะทำการแลกเปลี่ยนค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องผลึกบาเรียระดับสูงเท่านั้น แต่จะเป็นผลึกบาเรียหรืออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ค่ายกลปรับแต่งก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่...มันเป็นยาที่ระดับสูงมากๆ ทำให้ไม่สามารถตั้งการแลกเปลี่ยนถูกๆได้...”
“นั่นต้องถูกต้องแล้ว ยาล้ำค่านี้พวกเราเองเห็นคุณค่ามาก ย่อมไม่เอาเปรียบแน่นอน”คุณชายห้าพูดยืนยัน ซูหยวนเองก็พยักหน้ารับก่อนจะอธิบายสถานการณ์ของมันแก่เขา
“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็นัดหมายเพื่อพูดคุยการแลกเปลี่ยนได้นะคะ นอกจากขวดนั้นแล้วฉันก็มีอยู่อีก 2 ขวดเท่านั้น ใน 3 เดือน หากโชคดีจะได้รับยาสมานแผลระดับสุดยอดนี้ 2-3 ขวด แต่บางครั้งก็ต้องรอถึง 5 เดือน”
“นี่เป็นยาที่ทำมาจากสมุนไพรหายากมากๆ ถึงมันจะเป็นสมุนไพรชนิดเดียวกับยาสมานแผลที่จะแลกเปลี่ยนกับเขตอัศวินหงส์ขาวและอาณาเขตอื่นๆก็เถอะ ทว่า...บางครั้งจะมีสมุนไพรพวกนี้วิวัฒนาการขึ้นเอง และสมุนไพรส่วนที่วิวัฒนาการก็คือสมุนไพรสำหรับใช้ผลิตยาระดับสุดยอดนี้ค่ะ”
หญิงสาวว่าอย่างนั้นก็ปรายตามองคุณชายห้าอีกเล็กน้อย อันที่จริง...เรื่องสมุนไพรหายากมากอะไรนั่นก็แค่เรื่องแต่งเท่านั้น มันไม่ได้มีอยู่จริงหรอก ทว่า...ถ้าเธอไม่พูดเช่นนี้ สุดท้ายแล้วจะแสดงให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องยากจนต้องเพิ่มราคาได้อย่างไร
สำหรับวิธีการผลิตยาสมานแผลระดับสูงจริงๆก็ไม่ได้มีอะไรมาก ซูหยวนทดลองด้วยการเอายาสมานแผลระดับสูงที่เหลียนซิ่วอิงควบคุมการผลิตมาทำงานต่อ โดยใส่น้ำบริสุทธิ์ลงไป หากใส่ไป 1 หยดจะพบว่าคุณสมบัติของมันดีมาก แต่คงไม่สามารถยกระดับให้เห็นความแตกต่างได้ ดังนั้นจึงลองใส่ไปสองหยด
ในที่สุดก็พบว่ายาสมานแผลระดับสูงถูกยกระดับกลายเป็นยาสมานแผลระดับสุดยอดขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แค่ยาสมานแผลระดับสูงเท่านั้นที่ยกระดับได้ ตราบเท่าที่ใส่น้ำบริสุทธิ์ลงไปในยา หากเป็นยาระดับต่ำก็ยกระดับเป็นระดับกลาง ยาระดับกลางก็ยกเป็นระดับสูง ดังนั้น...ซูหยวนสามารถทำกำไรจากส่วนนี้ได้เลย
แน่นอนว่าเธอไม่สามารถขายที่เขตมลพิษได้ เพราะสมุนไพรตัวเดียวกันแต่กลับมีระดับยาที่สูงกว่า หากล่วงรู้ไปถึงหูของสมาคมผู้ทำยา คงจะกลายเป็นปัญหาวุ่นวาย ดังนั้น...เธอก็แค่ให้หนูทองลายขาวในฟาร์มของเธอเอายามาจัดการเงียบๆ แล้วขายที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้แทน
“เข้าใจแล้ว มันขึ้นอยู่กับดวงด้วยสินะ” คุณชายห้าพยักหน้ารับ เขารู้สึกว่าคำพูดของซูหยวนไม่มีปัญหาอะไร มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้ง่ายอยู่แล้ว ของดีแบบนี้จะหาได้ทั่วไปได้อย่างไร
หลังจากที่ตกลงกันเบื้องต้นได้แล้ว ซูหยวนก็รู้ว่าต่อไปเส้นทางการขายยาของเธอจะต้องเฟื่องฟูขึ้นอีกมากแน่ ยาที่ทำให้เผ่าพันปีสนใจได้ทั้งๆที่พวกเขาไม่ชมชอบการใช้ยามาตลอด แปลว่าคุณภาพของมันได้รับการยอมรับในเบื้องต้นแล้ว ดังนั้นยาของอันซูหยวนก็จะเข้าสู่ตลาดได้ด้วยการโปรโมทนี้เอง
แน่นอนว่าเธอไม่อาจจะพูดคุยแค่กับคุณชายห้าจากเผ่าพันปีได้เท่านั้น ยังมีคุณหนูคุณชายอีกจำนวนหนึ่งที่รอจะเข้ามาพูดคุยกับเธออยู่
อาศัยเรื่องการแลกเปลี่ยนยากับคุณชายห้าเผ่าพันปี ซูหยวนเกริ่นถึงความร่วมมือเล็กๆน้อยๆก็ทำให้คุณหนูคุณชายทั้งหลายสนใจได้แล้ว ขั้นตอนการขายหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องยากนัก พวกเขาต่างก็รีบติดต่อคนของอาณาเขตตนเองเพื่อพูดถึงสถานการณ์นี้ให้ฟัง เป็นไปตามที่ซูหยวนต้องการพอดี
ในขณะที่เธอกำลังคลี่ยิ้มธุรกิจแจกจ่ายผู้คน หญิงสาวผู้หนึ่งที่มีผมสีขาวเงิน สัญลักษณ์คือกระดิ่งที่คอ ซึ่งหมายความว่าเธอเป็นคนจากอาณาเขตอัศวินแกะทองคำ คนที่มานี้...สมควรจะเป็นบุตรีคนที่สามของอัศวินแกะทองคำ เพราะมีแค่เธอเท่านั้นที่ยังไม่ได้แต่งงานกับใคร ในขณะที่พี่สาวอีก 2 คนมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว
หญิงสาวสวมกระดิ่งสีทองดูน่ารัก เมื่อมองดูทรงผมฟูฟ่องหยิกเป็นม้วนๆแบบนั้นแล้วก็ทำให้นึกถึงดาราฮอลลีวู้ดคนหนึ่งในยุคสมัยของเธอ
ผมขาวอันเป็นเอกลักษณ์กับกระโปรงขาวที่ถูกลมพัดขึ้นจนกลายเป็นภาพจำของเธอ “มาริลิน มอนโร” หากแต่คุณหนูสามผู้นี้อายุน้อยกว่า ยังดูเด็กมาก ดังนั้นจึงมองดูนุ่มนิ่มน่ารักมากกว่าจะเป็นแนวเซ็กซี่สวยงาม
ขนตาสีขาวกระพือเบาๆ เธอมองมายังอันซูหยวนเหมือนกับพิจารณาอะไรบางอย่าง เกิดความเงียบระหว่างพวกเธอเกือบ 3 นาที สุดท้ายหญิงสาวผมสั้นก็พูดขึ้นก่อน
“ทำไมฉันถึง...ไม่สามารถสัมผัสความคิดของคุณได้คะ” เด็กสาวเอ่ยถาม
คิ้วของเธอยังขมวดมุ่นเข้าหากัน ภาพของอีกฝ่ายที่จริงจังเช่นนั้นทำให้ซูหยวนอดเอ็นดูไม่ได้ เด็กคนนี้น่าจะสงสัยจริงๆว่าทำไมเธอใช้พลังไม่ได้ แต่เรื่องนี้...ซูหยวนจะอธิบายได้อย่างไร?
เพราะเธอเป็นเจ้านายของจิตวิญญาณต้นไม้โลก การเชื่อมต่อกับธรรมชาตินั้นดีมากขึ้น และก็เหมือนกับได้รับพร ในเมื่อเธอสัมผัสความคิดคนอื่นได้ ก็สามารถซ่อนสัมผัสของตนเองได้เช่นกัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้เด็กสาวจะไม่รู้ความคิดของเธอ ในขณะที่คนอื่นๆ...หากไม่ได้มีอุปกรณ์ป้องกัน ก็ต้องได้เห็นออร่าความคิดที่เปล่งออกมา
ในสายตาของหญิงสาวเผ่าแกะทองคำ คนๆหนึ่งสามารถแสดงอารมณ์ได้หลากหลาย บางครั้งเป็นสีเขียวที่มีความสุข บางครั้งเป็นสีชมพูที่มีความรัก
แน่นอนว่าตัวอย่างคุณชายห้าแห่งเผ่าพันปี คนนั้นมีออร่าเป็นสีเทาผสมสีชมพู หมายความว่ามีความรู้สึกรัก แต่ก็เศร้าใจไปพร้อมๆกัน ช่างน่าสงสารเสียจริง...
บางคนมีหลากหลายเฉดสียิ่งกว่านี้อีก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ ในสายตาของเธอ... อันซูหยวนกลับเป็นหมอกมัวๆ ไม่ใช่สีขาวเหมือนคนปล่อยวาง บางคนใกล้ตายก็มีสีขาวเช่นนี้ได้ ถือว่าคนเช่นนั้นโชคดีมากแล้วที่จากไปอย่างสงบ
ทว่า...ภาพของอันซูหยวนกลับเป็นภาพมัวๆตา ไม่เหมือนกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่จะทำให้เธอมองเห็นเป็นรูปอุปกรณ์ป้องกัน กล่าวคือ...อารมณ์ของผู้คนยังคงอยู่ที่เดิม แต่อุปกรณ์ป้องกันจะเป็นหน้าปกเพื่อปิดซ่อนพวกมันเอาไว้ นั่นเป็นเรื่องปกติที่พบเจอได้บ่อย คนไหนที่ต้องติดต่อกับเผ่าแกะทองคำจะหาซื้ออุปกรณ์ป้องกันเหล่านั้นมาใช้แน่นอน ต่างกับของหญิงสาวตรงหน้านี้…
“คุณกำลังใช้ความสามารถของตนเอง หรือว่าอุปกรณ์ป้องกันแบบใหม่...” เห็นซูหยวนไม่ตอบ เจ้าตัวก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“นี่เป็นพลังของฉันเอง”
“พลังของคุณ หมายความว่า...คนของเขตมลพิษมีพลังแบบนี้กันทุกคนหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ พวกเราเขตมลพิษมีพลังต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวิธีการฝึกฝนว่าจะใช้พลังงานไปในทิศทางไหน”
“พลังงาน ทิศทางการฝึกฝน? หรือว่า...แม้แต่การสัมผัสความคิดแบบฉันก็ทำได้ถ้าฝึกฝนงั้นหรอ?”
“ใช่ มีหลายคนที่ทำได้นะ”
“นั่น...ถ้าอย่างนั้น...พวกคุณก็แข็งแกร่งกว่าพวกเราไม่ใช่หรอ? ทำไมคนมากมายจึงคิดว่าเผ่ามนุษย์ที่เขตมลพิษอ่อนแอกันล่ะ” เด็กสาวยังคงถามต่อไป ดูเหมือนว่าเธอจะอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขตมลพิษจริงๆ บางที...การที่เธอมาที่นี่
จุดประสงค์ก็เพื่อสิ่งนี้ตั้งแต่แรกก็ได้ ตั้งแต่ที่เข้ามาพูดคุยกัน เธอยังไม่แม้แต่จะพูดเกี่ยวกับที่ซูหยวนกลายเป็นคุณหนูคนใหม่ของอัศวินหงส์ขาวเลย แม้แต่การแลกเปลี่ยนทรัพยากรก็ไม่ได้พูดด้วยซ้ำ เด็กคนนี้...ไม่รู้กลับไปจะโดนดุไหม
“อาจจะเป็นเพราะสถานที่ที่พวกเรามามันเป็นเขตมลพิษ ทุกคนเลยคิดภาพที่พวกเราอยู่เป็นเพียงความดำมืดและทุกข์ทรมาน นอกจากนี้...สิ่งที่พวกเราขาดก็คืออาหารของกิน แม้จะมีทุกอย่างที่พร้อม แต่อาหารกลับไม่เพียงพอสำหรับทุกคน เป็นเช่นนี้แล้วจะทำให้พวกเขาคิดว่าความอัตคัตทำให้คนไม่พัฒนาก็ได้”
“แต่ความยากลำบากหลายอย่างกลับเป็นแรงผลักดันให้แข็งแกร่งขึ้น”
“ใช่” ซูหยวนพยักหน้าเห็นด้วยทุกประการ หญิงสาวมองเธอเล็กน้อยก่อนจะปรากฏประกายวูบหนึ่งผ่านแววตา
“แม้จะไม่รู้ว่าคุณคิดอย่างไร แต่ฉันรู้สึกว่าคุณคบหาได้ ฉันคือธิดาคนที่สามของท่านอัศวินแกะทองคำ อย่างที่คุณน่าจะรู้...เผ่าแกะทองคำมีความสามารถพิเศษในการสัมผัสอารมณ์ของผู้อื่น ซึ่งทำให้หลายคนไม่ต้องการจะเข้าใกล้พวกเรา ทั้งๆที่พวกเราไม่เคยมีเจตนาร้ายเลย...”
“สำหรับเรื่องนี้ ฉันคิดว่าคุณคงไม่กลัวเพราะว่ามีความสามารถในการป้องกันการตรวจสอบ อีกอย่าง…สำหรับคนที่ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบของฉัน ก็คือคนที่จริงใจ และไม่ได้คิดร้าย ถูกต้องหรือไม่…” เด็กสาวยกยิ้มเล็กๆของเธอ เผยให้เห็นใบหน้าที่สดใสสมวัย ทว่าก็เเค่ชั่วขณะเท่านั้น สุดท้ายก็กลับไปตีหน้าขรึมต่อ
“นั่นก็จริง”
ซูหยวนยักไหล่ ตราบเท่าที่มีไม่ชะนักติดหลังก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นรอยเเผล ดังนั้นคำพูดของเด็กสาว เธอเองก็เห็นด้วยเช่นกัน
ทางด้านเด็กสาวเผ่าแกะทองคำเมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเป็นเพื่อนกัน เธอก็เต็มใจที่จะมอบของขวัญที่ล้ำค่าให้ ในมือของคนรับใช้ข้างกาย มีของขวัญติดมือมาด้วยสองอย่าง โดยของขวัญชิ้นไหนจะมอบให้อย่างอันซูหยวน ยังต้องดูความชอบของเธอก่อน
“เอาหยกมา” เธอว่าอย่างนั้น คนรับใช้ก็เอากล่องที่ซ่อนอยู่ในชายเสื้อขึ้นมา ดวงตาของเด็กสาววาววับ
“ของสิ่งนี้คือตรามายา คุณสามารถใช้สิ่งนี้เพื่อควบคุมจิตใจของผู้อื่นได้ หากต้องการใช้มันเพื่อสร้างห้องเรียนรู้ให้กับคนของตนเองก็ทำได้ หรือจะใช้มันเพื่อทำลายศัตรู สร้างเเบบจำลองที่ทำให้เป้าหมายเสียสติไปก็ยังได้”
“แต่เงื่อนไขก็มีอยู่ หนึ่งวันจะใช้ได้แค่ครั้งเดียว ต้องเลือกให้ดีว่าจะใช้ทำอะไร หลังจากนั้นต้องรออีก 24 ชั่วโมงเพื่อสะสมพลังงานใหม่ นอกจากนี้…เป้าหมายที่เลือกใช้ด้วยก็ต้องพิจารณาให้ดีก่อน ถ้าอีกฝ่ายมีระดับจิตใจสูงมากจนสามารถทำลายภาพมายาได้ เช่นนั้นอุปกรณ์นี้ก็จะถูกทำลายโดยถาวร”
ซูหยวนมองดูของขวัญที่ล้ำค่าด้วยความสนใจ เธอไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะได้รับของขวัญที่ดีเช่นนี้ มันมีค่าเสียยิ่งกว่าผลึกบาเรียระดับสูงเสียอีก!
สำหรับผลึกบาเรียระดับสูง ยังมีผลึกบาเรียระดับทั่วไปที่ใช้งานได้เหมือนกัน ก็เเค่ต้องใช้มากหน่อย เวลาน้อยกว่าหน่อย เปลืองแรงที่ต้องมาเติมผลึกบ่อยหน่อย แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลย
ไม่ต้องพูดถึงของขวัญจากคุณชายรองฮาร์ปี้ที่ของขวัญนั้นไม่ได้เรียกว่าของขวัญจริงๆด้วยซ้ำ สำหรับเธอ…มันเรียกว่าคำขู่ต่างหาก
เเละที่น่าตลกที่สุดก็คือของขวัญจากคุณหนูแห่งภูติ กล้ามอบดอกไม้ประหลาดให้ เเล้วบอกว่า…นี่คือโอกาสในการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณต้นไม้โลก เหอ เหอ เหอ นี่น่ะ ..เป็นเรื่องน่าขันที่สุดที่เคยพบมาเลย!!!
สรุปก็คือ…เพื่อนใหม่อย่างคุณหนูน้อยผู้นี้ เห็นทีจะจริงใจที่สุดแล้ว แต่นั่นคงต้องผ่านการตรวจสอบของเธอก่อนล่ะนะ
………………………………