บทที่ 481 ของขวัญที่จริงใจ (อ่านฟรี 30 มิ.ย. 69)
บทที่ 481 ของขวัญที่จริงใจ (อ่านฟรี 30 มิ.ย. 69)
บทที่ 481 ของขวัญที่จริงใจ
ซูหยวนยังคงใจกว้างสำหรับผู้ที่มอบของดีๆให้ เผ่าแกะทองคำเป็นเผ่าพันธุ์รักสงบ พวกเขาไม่ค่อยเจอกับสงครามใหญ่ ตำแหน่งที่ตั้งก็แทบจะอยู่ตรงกลาง มีเผ่าอัศวินคนอื่นคอยปกป้อง
ถ้ามองภาพรวม อาณาเขตอัศวินแกะทองคำนี้ก็เหมือนกับฐานบัญชาการนั่นแหละ เมื่อต้องต่อสู้กับพื้นที่ข้างนอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็สามารถรับข้อมูลจากทุกอาณาเขตได้ง่ายกว่าทุกที่ ดังนั้นถ้ามอบยารักษาต่างๆให้พวกเขา หรือแม้แต่การมอบผลึกเพิ่มพลังชีวิตก็อาจจะเป็นแค่ของขวัญปกติเท่านั้น…
อย่างไรก็ตาม ซูหยวนเตรียมพร้อมมาทั้งหมดแล้ว เรื่องของเผ่าแกะทองคำนี้จัดการได้ง่ายที่สุดในสายตาของเธอเลย
เเม้เเต่ในยุคที่สงบสุขสุดๆ สิ่งที่พวกบัญฑิตต้องการจะมีอะไรได้อีก นอกจาก…ชาดีๆ และอาหารบำรุงสมอง เช่น ซุปไก่สกัด น้ำมันปลา หรือเเม้เเต่ดาร์กช็อกโกแลต ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้…ฟาร์มของเธอล้วนผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก
หญิงสาวขอให้คุณหนูน้อยรอก่อน หลังจากนั้นก็ทำเป็นหายเข้าไปข้างในห้องหนี่ง เมื่อไม่มีคนเห็นก็ยก “กระเช้า” ที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนสมัยใหม่ออกมา ข้างในนั้นประกอบด้วยชาดีที่มีกลิ่นหอม คุณสมบัติเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนั้นก็เป็นซุปไก่สกัด เเละซูหยวนยังใส่กล่องดาร์กช็อกโกแลตไปให้ด้วย
สำหรับอาหารที่ผลิตจากฟาร์มนั้น นอกจากจะมีพลังงานมากกว่าอาหารทั่วไปแล้ว ก็ยังมีคุณภาพกว่าที่อื่นด้วย ซูหยวนไม่รู้สึกเลยว่าของขวัญชิ้นนี้ไม่คู่ควรกับอีกฝ่าย
สำหรับเธอมันอาจจะเป็นแค่ของธรรมดาที่เคยเห็นมาก่อน แต่ของจะดีหรือไม่ … ล้วนขึ้นอยู่กับผู้รับ
เด็กสาวรับกระเช้าสวยงามนั้นไป รู้สึกได้ว่าอันซูหยวนเอาใส่ใจเหลือเกิน ดูจากการตกแต่งกระเช้าของขวัญ เเม้เเต่การเอาไม้มาถักทอร้อยเรียงก็เป็นกรรมวิธีที่ยุ่งยากไม่น้อย เอาจริงๆ…เด็กสาวยังไม่เคยเห็นรูปแบบกระเช้าเช่นนี้มากกว่า อย่างมากก็กล่องไม้ไปเลย ไหนจะมีคนเอาไม้มาเหลาเป็นเส้นเเล้วยังเอามาดัดพันกันไปมาจนงดงามเช่นนี้ พวกเขามีเวลาว่างขนาดนั้นเลยหรือไง!
“ของขวัญนี้คือ…”
“ทุกรายการได้เขียนรายละเอียดเอาไว้ให้แล้ว ตอนอยู่ที่นี่ก็ลองใช้งานดูก่อน หากยังไม่เข้าใจตรงไหนสามารถมาสอบถามได้ทุกเมื่อ”
“อืม เข้าใจเเล้ว…”
สองสาวมองหน้ากัน ต่างก็รู้สึกพอใจกันทั้งคู่ สถานการณ์เช่นนี้ดูค่อนข้างสงบดี เกือบเป็นงานเลี้ยงที่ซูหยวนประทับใจอีกงานหนึ่งเเล้ว น่าเสียดายที่ชีวิตไม่มีทางราบรื่นเกินไป
คุณหนูน้อยเห็นผู้มาใหม่ก่อน เธอขยับหลบตามสัญชาตญาณทันที หลบหลังอันซูหยวนเหมือนต้องการที่พึ่ง แต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายเข้าหาซูหยวนได้ง่ายกว่าเดิม
ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาเห็นท่าทางของเด็กสาวทั้งสองคนก็ยกยิ้มอย่างสุขุม เขาทำราวกับไม่เข้าใจว่าทั้งสองคนกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะมาหยุดที่ด้านหน้าอันซูหยวน
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ ครั้งก่อนเป็นฉันเองที่เสียมารยาท ไม่ได้เตรียมของขวัญที่เหมาะสมจนอาจทำให้คุณหนูเข้าใจผิดไป” คนพูดด้วยท่าทางรู้สึกผิดเสียเต็มประดา ทำเอาคนที่อยู่รอบๆหันมาสนใจกันหมด
พวกเขากำลังสงสัยว่าทั้งสองคนนี้มีปัญหาอะไรอยู่กันแน่ ซึ่งนี่ก็คงเป็นเป้าหมายของคุณชายผู้นี้ด้วย…
เขาต้องการใช้พลังสังคมกดดันหญิงสาว ถ้าซูหยวนคิดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เท่ากับว่าเธอใจเเคบ ไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างอาณาเขต เอาเเต่ความรู้เด็กของตนเองมาทำให้ทุกอย่างพัง
ถ้าซูหยวนเป็นคุณหนูของอาณาเขตมาเกิน 10 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีคุณูปการให้กับอาณาเขตมาโดยตลอด อย่างนั้นก็อาจจะไม่เป็นอะไร คนมากมายคงไม่คิดมากกับการกระทำของเธอ
แต่ถ้าเพิ่งกลายเป็นคุณหนูของท่านอัศวินล่ะ…ทุกคนที่มีฐานะมีตำแหน่ง ล้วนเเต่ไม่อาจเอาเเต่ความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้งอยู่เเล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดสงครามไม่เว้นเเต่ละวัน นอกจากนี้…การต่อสู้นั้นไม่ได้กระทบแค่ตัวของผู้มีปัญหากันเท่านั้นแต่ยังทำให้มีปัญหาลุกลามไปถึงประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย
คนเป็นผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจเเทนทุกคนจะต้องระวังให้มาก ซึ่งเหล่าผู้อาศัยในดินเเดนศักสิทธิ์ล้วนคิดเหมือนกัน พวกเขารู้ว่าถ้าก่อสงครามในดินแดนนี้โดยไร้เหตุผล เช่นนั้นเทพเจ้าผู้สร้างก็จะมาหาพวกเขาเพื่อจัดการ
ทุกคนทุกชีวิตในดินเเดนเเห่งนี้เป็นของเทพผู้สร้าง ถ้าเขาต้องการลบใครออกไปสักคน ก็ไม่มีใครห้ามได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นตัวอัศวินเองก็ตาม
ในขณะเดียวกัน…อันซูหยวนคนนี้อยู่นอกเงื่อนไขทั้งหมด นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าถ้าเทพผู้สร้างต้องการลงโทษคนก่อปัญหา เธอก็สามารถหนีไปที่เขตมลพิษของตนเองได้
ดังนั้นจึงไม่มีความน่าเชื่อถืออยู่เลยสักนิด ตอนนี้ถ้าเธอกล้าก่อเรื่องก็แปลว่าเธอมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาเท่านั้น เเม้อีกฝั่งจะเป็นเผ่าฮาร์ปี้ที่ทุกคนไม่ชอบ ก็ยังดีกว่าคนของเขตมลพิษ!
“ออร่าไม่ดี…”
เด็กสาวที่อยู่ด้านหลังซูหยวนเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเตือน “สหาย” คนใหม่ของตน ซึ่งเสียงของเธอเเผ่วเบาก็จริง แต่ก็สามารถได้ยินกันทั้งนั้น
ชายหนุ่มจากเผ่าฮาร์ปี้อยากจะหยอกเย้าเด็กสาวเผ่าแกะทองคำเพิ่ม แต่เขายังไม่ทันได้พูด กองหนุนโดยบังเอิญก็ปรากฏตัวขึ้นเเล้ว…
“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ ได้ยินเหมือนว่าจะทะเลาะกัน ทั้งสองฝั่งเป็นบุตรและธิดาของอัศวินที่รับใช้เทพผู้สร้างกันทั้งนั้น เหตุใดมีอะไรเเล้วไม่พูดคุยกันก่อนคะ แล้วนี่...หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณหนูคนใหม่ของท่านอัศวินหงส์ขาวกัน...” ทั้งๆที่แยกตัวหนีออกมาแล้วแท้ๆ ซูหยวนไม่ได้คิดว่าหญิงสาว “ผู้สดใส” คนนี้จะเข้ามาแทรกบทสนทนาของคนอื่นด้วย
สายตาของเธอเหลือบมองคุณชายสี่ที่เขาเองก็ดูเต็มใจอยากจะพาหญิงสาวเข้ามาในบทสนทนานี้ ทั้งหมดไม่ใช่เพราะเขาเห็นดีเห็นชอบกับความคิดของหญิงสาว แต่จะให้เขาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เห็นว่าคุณชายแห่งฮาร์ปี้เข้ามารังแกน้องสาวบุญธรรมของเขาก็คงจะไม่ได้
สุดท้ายไม่ว่าเรื่องนี้จะโชคร้ายขนาดไหน ก็ให้มันระเบิดออกมาพร้อมกันหมดเลยก็แล้วกัน เขาแค่อยากจะมาอยู่ปกป้องอันซูหยวนเท่านั้น นี่...ไม่ใช่เพราะเขาอดทนฟังคุณหนูรองคนนี้ไม่ไหวจริงๆนะ...
ถ้าย้อนกลับไปแล้ว คุณหนูรองที่เขาเคยรู้จักเป็นคนน่ารักน่าชังกว่านี้มาก คำพูดคำจาที่สดใสทำให้คนฟังอารมณ์ดีไปด้วย แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนั้นเป็นเขาเองที่คิดน้อย หรือเป็นเพราะคุณหนูรองยังใช้คำพูดดีกว่านี้ก็ไม่ทราบได้ แต่น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า
คนที่เด็กจนทำให้อารมณ์ดีกับคำพูดเหล่านั้นได้ อาจจะไม่ใช่คุณหนูรอง แต่เป็นตัวเขาต่างหาก!!
เพราะทุกคำที่คุณหนูรองพูดอยู่ตอนนี้ ก็เหมือนกับครั้งก่อนๆที่เคยพูด ปัญหาคือเธอไม่เคยมองสีหน้าของคนอื่นเลย พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดเหมือนกันหรือไม่ กระนั้น...ต่อให้เขาอยากจะหาคำพูดมาจับผิดเธอมากแค่ไหน เขาก็ยังหาไม่พบ แค่อ้าปากออกไปก็ได้รับคำอธิบายชุดใหญ่ที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม
ดังนั้นจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆ อยากจะปลีกตัวไปไหนก็ไม่ได้เสียด้วย ในฐานะเจ้าของสถานที่...เขาก็ควรจะรับรองคุณหนูคุณชายเหล่านี้ด้วยตนเอง ถ้าเป็นคุณหนูคนอื่นๆรู้ว่าพูดคุยกับเจ้าภาพได้พอสมควรแล้ว ก็จะปล่อยให้ไปคุยกับคนอื่นบ้าง ทว่า..คุณหนูรองแห่งภูตินี้เหมือนจะไม่ยอมปล่อยเขาไป แค่ขยับเดินไปไหนก็เดินตามติดแล้ว ช่างเป็น...ภูติลูกเป็ดที่ทำให้คนอยากจะร้องไห้จริงๆ
เมื่อเห็นท่าทางของคุณชายสี่ที่พยายามเต็มที่แล้ว ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สุดท้ายเรื่องนี้จะโทษเขาคนเดียวก็คงไม่ได้ ต่อให้คุณชายสี่ไม่เข้ามา คุณหนูรองที่แสนดีคนนี้ก็น่าจะเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์อยู่ดี
“คุณหนูรองแห่งภูติ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันทั้งหมด เมื่อวันก่อนตั้งใจจะเดินดูรอบๆเมืองของเขตท่านอัศวินหงส์ขาว เผื่อว่ามีของติดไม้ติดมือไปฝากคนที่อาณาเขต คิดไม่ถึงว่าจะเดินไปพบเรือนพักของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเข้า จำได้ว่ายังไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนก็เลยเข้าไปหา”
“น่าเสียดายที่ของขวัญที่เตรียมเอาไว้นั้นไม่ถูกใจนัก คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวอาจจะไม่พอใจ ดังนั้นวันนี้จึงได้มาพบใหม่ พร้อมกับเตรียมของขวัญที่ดีกว่าเดิมมาด้วย”
“เรื่องทั้งหมดมีเพียงเท่านี้ พวกเรายังไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ในฐานะเด็กสาวจะงอนบ้างไม่พอใจบ้างก็เข้าใจอยู่ ส่วนบุรุษอย่างฉันก็สามารถตามง้อตามเอาใจได้เสมออยู่แล้ว” คนพูดแล้วพยายามทำให้ติดตลก เหมือนตัวเองไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ อย่างไรก็ตาม...คำพูดของเขาเปิดเผยเกี่ยวกับ “อายุน้อย” ของซูหยวน และความเป็น “คนงี่เง่า” ของเธอจนหมด
ซูหยวนฟังคำพูดของเขาเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้เพียงคำเดียว นี่ยิ่งทำให้คนไม่รู้เข้าใจว่าเธอกำลังงอนเขาอยู่จริงๆ ซึ่งคนไม่รู้ในที่นี้...ขอยกให้คุณหนูรองแห่งภูติเป็นคนแรกเลยก็แล้วกัน เพราะนอกจากจะไม่เข้าใจแล้ว เธอกลับยังสามารถทำความเข้าใจทั้งหมดให้กลายเป็นความเข้าใจของตนเองได้ด้วย
“อ่า คุณชายช่างใจกว้างจริงๆ อย่างไรก็ตาม...ในฐานะตัวแทนของอัศวินเขตต่างๆแล้ว การวางตัวให้สุขุมอยู่เสมอถือเป็นคุณสมบัติของพวกเราที่ได้รับหน้าที่ยิ่งใหญ่นะคะ”
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเป็นคุณหนูที่เพิ่งถูกแต่งตั้งอาจจะยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก ยิ่งมาจากเขตมลพิษนั้นก็เชื่อได้ว่าน่าจะรับการปลูกฝังที่แตกต่างจากพวกเรา ดังนั้น...คุณหนูควรจะต้องเรียนรู้ให้มาก หากเป็นฉันที่ยังมีเรื่องมากมายยังไม่เข้าใจ ฉันจะเลือกไม่ปรากฏตัวที่งานเลี้ยงต่างๆค่ะ รู้ไหมว่ามันเพียงพอที่จะทำให้เกิดเป็นประเด็นระหว่างอาณาเขตได้”
“ความไม่ชอบใจของคุณหนูเพียงคนเดียว อาจจะเป็นตัวแทนความไม่พอใจของอาณาเขตอัศวินหงส์ขาว หากคุณชายแห่งฮาร์ปี้เข้าใจผิดไปแล้วคิดว่าคุณหนูดูถูกเขา เช่นนี้จะเป็นสงครามใหญ่ขึ้นมาได้นะ”
คุณหนูรองผู้คิดเองเออเองสั่งสอนซูหยวนชุดใหญ่ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ซูหยวนอยากจะแค่นหัวเราะออกมา ตัวเธอไม่ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขาก็เพราะคิดว่าตัวเองเป็น “ผู้มาใหม่” อยากจะทำประโยชน์อยู่เบื้องหลังตำแหน่งธิดาบุญธรรมของอัศวินหงส์ขาว คิดไม่ถึงเลยว่าแทนที่จะได้ทำประโยชน์ กลับกลายเป็นมีคนมากมายอยากจะสั่งสอนเธอ กดข่มเธอให้อยู่หมัดเสียอย่างนั้น!
ถือว่าเป็นพวกใจกล้ากันจริงๆเลยนะ...
เดิมทีเธออยากจะปล่อยให้คุณหนูรองคนนี้แสดงความ “น่ารัก” ของตนเองออกมาตลอดไป ไม่ได้อยากจะทำให้เจ็บใจหรือสร้างความยุ่งยาก แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มล้ำเส้นเธอมาแล้ว ถ้าไม่ทำอะไร...ปล่อยให้คนพูดครั้งนี้ได้ ครั้งหน้าก็จะสบายใจที่พูดออกมาอีก ส่วนคนที่เริ่มไม่พอใจกลับเป็นเธอ เรื่องนี้ไม่ใช่ยุติธรรมแล้ว...
“ทั้งๆที่เป็นสีเหลืองอ่อน แต่...” คุณหนูตัวน้อยพึมพำออกมา แม้แต่เธอเองก็สับสนมากๆว่าความคิดที่ปล่อยออกมาทำไมจึงเป็นสีเหลืองอ่อน คล้ายว่าจะหวังดีกับอันซูหยวนจริงๆเช่นนี้ แต่คำพูดพวกนั้น...
ซูหยวนแตะหลังของเด็กสาวเบาๆ เธอจะอธิบายได้อย่างไรว่าบางคนเชื่อแบบนั้น รู้สึกแบบนั้นจริงๆจากจิตสำนึก สีที่ปล่อยออกมาจึงเป็นสีของความรู้สึกใจกว้าง ไม่มีความคิดจะทำลายคนอื่น...ก็นะ ความคิดของผู้คนมันซับซ้อนแบบนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่า “สิ่งมีชีวิต” หรือ?
“คุณหนูรองแห่งภูติ คุณหนูพูดได้ดีจริงๆ ถึงฉันจะไม่ได้คิดเหมือนคุณหนู แต่จะจำเอาไว้ว่าสำหรับอาณาเขตภูติ...คุณหนูในฐานะ “ตัวแทน” ต้องการเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้มอบของขวัญให้คุณ เดิมทีคิดจะมอบ “ใบต้นไม้โลก” ให้ แต่...คุณหนูคงไม่ต้องการแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ฉันได้รับของขวัญจากคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้เป็น “อุปกรณ์ที่ศัตรูจ้องทำลายเขตมลพิษ” ใช้งานกัน ดังนั้นจึงไม่พอใจกับของขวัญนั้นจริงๆ ไม่ว่ามันจะมีประโยชน์หรือไม่ แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ต้องการทำลายเขต ต้องการฆ่าครอบครัวของฉัน”
“แม้แต่ตอนนี้ความเชื่อของฉันก็ยังคงเหมือนเดิม ทว่า...สำหรับคุณหนูรองที่ไม่เป็นเช่นนั้น ฉันเองก็จะพยายามหาของที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้ทำลายเขตแห่งภูติมาให้ได้เหมือนกันค่ะ!”
“ได้ยินว่าในอดีตมีเผ่าพันธุ์หนึ่งซึ่งเคยสังหารผู้สืบทอดของอัศวินแห่งภูติไป แต่นั่นเป็นแค่เรื่องในอดีตเท่านั้น ตอนนี้เผ่าพันธุ์นั้นยังคงอาศัยที่อาณาเขตของอัศวินพยัคฆ์ร้าย ทั้งยังไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อพวกภูติแล้ว ดังนั้น...ฉันจะไปซื้ออุปกรณ์อย่าง “น้ำกรด” ที่พวกเขาเชี่ยวชาญมาให้ก็แล้วกันนะคะ”
ซูหยวนพูดไปยิ้มไป แสร้งสดใสเหมือนกับคุณหนูรองคนนั้นที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นการหลอกลวงเสแสร้ง แต่ตอนนี้คุณหนูรองจะกล้าโมโหหรือ?
เธอรู้ประวัติศาสตร์ของเขตต่างๆจากการอ่านหนังสือมาบ้าง และรู้ว่า “น้ำกรด” พวกนี้เคยฆ่าคุณหนูคนหนึ่งของอาณาเขตอัศวินแห่งภูติไปแล้ว น่าจะเป็นพี่สาวของอัศวินแห่งภูติคนปัจจุบัน ดังนั้นต่อให้พวกเธอไม่ได้ประกาศเป็นศัตรูกับเผ่าที่สร้างน้ำกรดนี้ออกมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมรับ
สุดท้าย “น้ำกรด” และเผ่าพันธุ์นั้นก็เป็นเผ่าพันธุ์ต้องห้ามของเขตแห่งเขตภูติ นี่ก็เหมือนกับสถานการณ์ของพวกเธอที่เขตมลพิษ กลุ่มดวงตามารเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการต้อนรับ จู่ๆมีของขวัญจากของที่พวกเขาเคยใช้ ของนี้จะรับเอาไว้ด้วยความสุขได้อย่างไร!!
……………………………………