บทที่ 482 ต้นไม้โลก (อ่านฟรี 1 ก.ค. 69)
บทที่ 482 ต้นไม้โลก (อ่านฟรี 1 ก.ค. 69)
บทที่ 482 ต้นไม้โลก
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวกำลังจะบอกว่าคุณชายรองแห่งอาณาเขตอัศวินฮาร์ปี้มอบของขวัญโดยเป็นของขวัญจากศัตรูคู่แค้นของท่านหรือ?” แม้คุณหนูรองแห่งภูติจะชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เหมือนกับที่คิดเอาไว้...เธอไม่เพียงแค่ไม่รู้สึกผิด แต่ยังกอดอกราวกับไตร่ตรองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับว่าเธอก็คือผู้พิพากษาที่จะชี้ถูกชี้ผิดให้กับทุกคน
“ใช่” ซูหยวนตอบสั้นๆ เรื่องที่ควรจะพูดก็พูดไปหมดแล้ว ตอนนี้เธออยากจะรู้จริงๆว่าหญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปทางไหน
แน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็เช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เข้าใจว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน แต่เมื่อได้ยินคำพูดของซูหยวน ทุกคนก็เข้าใจได้ว่าของขวัญอะไรที่ทำให้คุณหนูคนนี้ไม่พอใจได้ ดังนั้นทุกคนจึงมองคุณชายแห่งฮาร์ปี้ไม่ค่อยดีนัก ไม่สิ!คงต้องบอกว่าพวกเขาก็คิดว่าคุณชายรองคนนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้มาตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ แค่การแสดงออกของอีกฝ่ายไม่ชัดเจนก็เลยไม่มีใครกล้าแสดงออกชัดเจน
อีกอย่าง ถ้าเทียบกันแล้ว...ระหว่างคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้ กับคุณหนูคนใหม่ของอัศวินหงส์ขาวที่มาจากเขตมลพิษ พวกเขาเลือกที่จะเชื่อคนของพวกตนมากกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร
ตอนนี้สายตาของทุกคนเปลี่ยนไปแล้ว พวกเขาเข้าใจเหตุผลของคุณหนูอันซูหยวน ถึงอย่างนั้น...ก็มีบางคนที่เหมือนจะยังไม่เข้าใจ
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว เรื่องนี้ฉันเข้าใจทั้งหมดแล้ว...ปรากฏว่าคุณหนูมีความแค้นกับคนอื่น แล้วคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้ที่ไม่รู้ก็เลยซื้อของจากคนเหล่านั้นเพื่อเอาไปมอบเป็นของขวัญให้คุณหนู แบบนี้คุณชายแห่งฮาร์ปี้ก็คงจะผิดจริงๆถ้าเขาไม่คิดจะขอโทษ แต่คุณหนูก็เห็นแล้วว่าคุณชายกำลังขอโทษอยู่ เช่นนั้นทำไมไม่จบเรื่องนี้ด้วยดีล่ะคะ”
“จำเป็นต้องแสดงออกมาแบบนี้ด้วยหรอ? การควบคุมอารมณ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพของคุณกำลังทำให้ภาพลักษณ์ของอัศวินหงส์ขาวดูแย่มากๆ นอกจากนี้...คุณหนูเป็นคนประชดประชันเก่งจริงๆนะคะ เพียงแค่คุณหนูเข้าใจความคิดของฉันผิดไป ก็เลยเอาความสัมพันธ์ของสองอาณาเขตมาล้อเล่น”
“คุณรู้อยู่แล้วว่าของสิ่งนั้นเป็นของที่อาณาเขตของพวกเรายอมรับไม่ได้ ในขณะเดียวกัน...ของที่คุณบอกว่าอยากจะให้ อย่างใบไม้ของต้นไม้โลก นั่นก็เป็นแค่การโกหกเพื่อให้พวกเราเสียดาย คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว...เรื่องนี้ฉันขอตำหนิคุณ และหวังว่าในอนาคต...คุณหนูจะไม่ทำตัวเด็กๆเช่นนี้อีก”
หญิงสาวกล่าวราวกับว่าตัวเองเป็นคนที่รู้ทุกอย่าง เข้าใจกฎของโลกนี้เป็นอย่างดี และความคิดของตนเองก็ถูกต้องทุกประการ
ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะหยิบเอาใบไม้ใบหนึ่งซึ่งมีริ้วสีทองสว่างขึ้นมาให้เธอเห็น
“ก็คงจะเหมือนกับที่ฉันไม่เชื่อว่าคุณพบเจอจิตวิญญาณต้นไม้โลกนั่นแหละค่ะ คุณเองก็คงไม่เชื่อว่าฉันได้พบกับต้นไม้โลกมาก่อน...” ซูหยวนแสยะยิ้ม ออร่าที่เปล่งประกายออกมาจากใบของต้นไม้โลกทำให้ดวงตาของคนจากเขตภูติเหมือนกับว่าจะถลนออกมา
ไม่เหมือนคุณหนูรองจริงๆ อีกฝ่ายเพียงแค่พูดว่าครั้งหนึ่งเคยพบกับจิตวิญญาณต้นไม้โลกในความฝัน ผ่านดอกโมเบียอันศักดิ์สิทธิ์ ทว่า...จะเคยพบเจอจริงหรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ แต่การที่เธอประกาศออกมาว่าเคยเข้าพบนั้นทำให้ทุกอาณาเขตมองดูว่าที่เขตอัศวินภูตินั้นได้รับการยอมรับจากต้นไม้โลก ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
แต่ตอนนี้...สิ่งที่อยู่ต่อหน้าของพวกเขาก็คือพลังอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือ?
นี่ก็คือพลังที่ศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่พวกเขาเห็นมันไกลๆก็รู้สึกว่าจิตวิญญาณของพวกเขาได้รับการกระตุ้นแล้ว ในมือของหญิงสาวนั้นก็คือ “ของจริง”!!
ซูหยวนไม่แสดงให้พวกเขาเห็นนานเกินไป เธอรีบเก็บใบไม้จากต้นไม้โลกกลับไปทันที ของนี้อย่างไรก็ไม่ยอมมอบให้อีกแล้ว ถ้าอัศวินแห่งภูติอยากจะโทษใครสักคนก็คงต้องโทษคุณหนูรองที่ปากดีของพวกเขา เพียงแต่...พวกนั้นคงจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ใบไม้นี้ไม่ได้จะเป็นของพวกเขาตั้งแต่แรก
ก็แค่อยากจะสั่งสอนให้รู้เท่านั้นว่าการสอนคนอื่นโดยที่พวกเขาไม่ต้องการนั้นจะมีผลลัพธ์อย่างไร เธอคลี่ยิ้มออกมาบางเบา ยังทำท่าทางเหมือนกับคุณหนูรองที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
“เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆที่คุณหนูรองมองว่าเป็นเรื่องตลก การกล่าวหาว่าฉันกำลังเล่นเป็นเด็กน้อยนั้นเป็นการทำลายชื่อเสียงของฉันที่เป็นคุณหนูของอัศวินหงส์ขาวจริงๆ ดังนั้นเพื่อรักษาเกียรติยศของตนเอง...ฉันไม่อาจจะทำเหมือนขอทาน ที่คนอื่นดูแคลนแล้วก็ยังต้องยอมถวายสมบัติล้ำค่านี้ให้”
“ใบไม้จากต้นไม้โลกนี้ก็ถือว่าฉันไม่เคยพูดมาก่อนก็ได้ค่ะ ในอนาคต...ฉันหวังว่าคุณหนูรองจะไม่ด่วนตัดสินใจคนอื่นง่ายๆเหมือนเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโลกอีกนะคะ ฉันกลัวว่าครั้งหน้าถ้ามีโอกาสดีๆอีก คุณหนูรองก็อาจจะเป็นคนทำลายมันอีกครั้งก็ได้”
เห็นท่าทางของเธอเช่นนั้น ทั้งยังยืมเอาคำพูดของตนเองมาสวนกลับทุกประโยค คนเป็นคุณหนูรองที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดมาก่อน แถมยังไม่เคยพ่ายแพ้ในการต่อสู้เรื่องคำพูด ตอนนี้เธอกลับเถียงออกไปไม่ได้สักประโยคเดียว
นี่...ถ้าเถียงกลับก็แปลว่าก่อนหน้านี้เธอพูดผิด แต่ถ้าไม่เถียงกลับ...ก็แปลว่าคำพูดของอันซูหยวนตอนนี้นั้นถูกต้อง!
“สัมผัสแห่งความสับสนวุ่นวาย ดูน่าขำ...” คุณหนูน้อยแห่งอัศวินแกะทองคำที่อยู่ด้านหลังซูหยวนคล้ายว่าจะมีความสุขกับการได้ติดตามเธอ ซึ่งหลังจากที่ซูหยวนได้ยินคำพูดนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว พวกฉันเป็นขุนนางจากอาณาเขตแห่งภูติ เรื่องของขวัญที่คุณหนู...”
“เป็นแค่ขุนนาง กลับอยากจะมายุ่งเรื่องของผู้สืบทอดงั้นหรือ? อาณาเขตแห่งภูติมีมารยาทเช่นนี้หรือ?” ซูหยวนที่เหมือนกับถูกรังแกได้ง่ายๆ จู่ๆก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เธอแค่แสดงเหมือนกับคุณหนูรองคนนั้นเท่านั้น แต่เธอไม่ใช่อีกฝ่าย ไม่มีทางที่จะคุยด้วยกันดีๆอีกต่อไป ดังนั้นซูหยวนย่อมไม่รักษาภาพลักษณ์อะไร
“ทะ ท่าน...”
“คุณชายสี่ ไม่สิ...พี่ชายคะ ฉันไม่อยากจะพูดคุยกับใครแล้ว ฉันกำลังเสียใจที่ถูกตำหนิว่าเอาแต่ประชดประชันเป็นเด็กๆค่ะ ดังนั้นฉันสามารถขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนได้ไหมคะ” ซูหยวนหันไปหาคุณชายสี่ทันที ท่าทางของเธอแบบนั้นทำให้ทุกคนในที่นี้สนใจมาก โดยเฉพาะกับคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้
เดิมทีเขาคิดว่าจะได้เห็นเรื่องสนุกๆจากคุณหนูทั้งสองเสียอีก คุณหนูรองนั้นเป็นพวกที่หลอกลวงได้ง่ายกว่า เพียงแค่ชื่นชมเธอ ทำตัวหัวอ่อนราวกับถูกชักจูงได้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆตะล่อม คนก็เคลิ้มตามได้ง่ายๆแล้ว ทว่า...คนที่เขาสนใจมากกว่าก็คืออันซูหยวนคนนี้
เธอมาจากเขตมลพิษ ซึ่งกลุ่มดวงตามารได้สืบข้อมูลมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นก่อนหน้าที่จะประสบอุบัติเหตุ ครอบครัวของหญิงสาวก็เป็นแค่พวกชั้นต่ำในเขตแดน แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กระทั่งทำให้ประธานจางสนใจและสนับสนุนเธอได้ แล้วก็ครอบครัวของเธอค่อยๆพัฒนาขึ้นมาอีก
ที่เขาสนใจที่สุด อาจจะเป็นเพราะการที่พลังของอันเหลียงผู้เป็นบิดาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็ได้!
แน่นอนว่าเขาทำใจเชื่อได้ว่าอาจจะมีโอกาสที่อันซูหยวนคนนี้เป็นอัจฉริยะที่เพิ่งถูกเจอตัว เมื่อมีแรงกดดันให้ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวก็เลยแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา ทำให้ประธานจางเห็นแล้วก็สนับสนุนต่อไป แต่บิดาของเธออย่างอันเหลียงเหมือนกันหรือ?
อีกฝ่ายอายุมากเท่าไรแล้ว ถ้ามีพลังเพิ่มขึ้นเล็กๆน้อยๆก็ไม่เท่าไร ทว่า...เจ้าตัวยกระดับไปถึงไหนแล้ว กระทั่งต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์จากเขต B หรือ C ได้แล้วกระมัง เรื่องนี้ต่างหากที่ต้องใส่ใจ!
เขากำลังคิดว่าอันซูหยวนคนนี้มีความลับซ่อนอยู่ เธอน่าจะมีโอกาสดีๆบางอย่างที่ช่วยให้เธอพัฒนาตัวเองและครอบครัวอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้
ซึ่งตอนแรกเขายังไม่รู้ คนของกลุ่มดวงตามารก็ยังไม่รู้ แต่เมื่อได้เห็น “ใบของต้นไม้โลก” เขาก็รู้สึกว่าอาจจะเป็นสิ่งนี้!
ไม่เหมือนคุณหนูรองแห่งภูติที่บอกว่าตัวเองเคยพบจิตวิญญาณต้นไม้โลก ทว่ากลับไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยนอกจากบอกว่าได้รับคำสั่งสอนดีๆมา เหอะ! เรื่องนี้ใครจะเชื่อก็เชื่อเถอะ เขาคนหนึ่งที่คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดที่เคยได้ยินมาเลย กลับกัน...ตอนนี้อันซูหยวนแสดงใบไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ออกมาแล้ว ไม่แน่ว่าเธออาจจะได้เจอกับจิตวิญญาณต้นไม้โลกจริงๆ
ดูเหมือน...ตำแหน่งคู่ครองที่เว้นว่างเพราะหาคนเหมาะสมไม่ได้มานาน เวลานี้อาจจะกำลังมีเป้าหมายที่น่าสนใจเสียแล้ว
“เรื่องนี้...” คุณชายสี่ลังเลเล็กน้อย เขาอยากจะตามใจซูหยวนเหมือนกัน แต่งานเลี้ยงยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเลย มารดาก็ยังไม่ปรากฏตัวด้วยซ้ำ แต่น้องสาวที่เพิ่งรับเข้ามาอยากจะหนีกลับไปเสียแล้ว นี่อาจจะดูไม่ดีเท่าไรนัก
โชคดีที่คุณชายสี่ไม่ต้องลำบากใจเกินไป เพราะตอนนั้นเอง...ท่านอัศวินหงส์ขาวก็ปรากฏตัวแล้ว เธอสวมมงกุฎหงส์ขาวเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ดวงตามองไปรอบๆด้วยความอบอุ่น ก่อนจะสบสายตากับอันซูหยวนที่ยืนอยู่ตรงกลางวง
“ทุกคนไปนั่งที่ของตนเองเถิด งานเลี้ยงจะได้เริ่มต้นเสียที ซูหยวน...มานั่งข้างๆมารดาสิ” เธอว่าอย่างนั้นก่อนจะผายมือ เชิญให้ซูหยวนตอบรับ
เมื่ออัศวินหงส์ขาวกล่าวเช่นนั้นแล้ว หญิงสาวจะปฏิเสธไปได้อย่างไร สุดท้ายเธอก็วางมือลงบนฝ่ามือของท่านอัศวิน แล้วเดินไปจนถึงโต๊ะข้างๆกัน ท่านอัศวินส่งสัญญาณให้คนรับใช้ของตนเองจัดที่นั่งให้ซูหยวนมานั่งข้างๆ ตำแหน่งเช่นนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเพิ่งเป็นคุณหนูคนใหม่ อาจจะถูกมองว่าเป็นการวางตัวผู้สืบทอดไปแล้ว
แต่เพราะครั้งนี้ซูหยวนเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง ดังนั้นท่านอัศวินจะทำเช่นนี้ก็ไม่แปลกอะไร ให้ถือว่างานเลี้ยงนี้เพื่อฉลองที่ตนเองสามารถกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง แล้วก็รับลูกสาวบุญธรรมคนใหม่ไปพร้อมๆกันได้เลย
ทุกคนกลับไปนั่งที่ของตนเองเช่นกัน แม้ว่าคุณหนูรองแห่งภูติยังไม่สบายใจ ถึงกับกระซิบกระซาบกับพี่สาวของตนเองด้วยสีหน้าถมึงทึง แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ จำเป็นต้องกลับไปนั่งที่เพื่อร่วมงานเลี้ยงนี้ต่อไป ส่วนพวกขุนนางก็เริ่มส่งสัญญาณติดต่อไปยังท่านอัศวินภูติแล้ว
เรื่องที่มีใบของต้นไม้โลกอยู่ที่นี่เป็นเรื่องใหญ่ ผู้สืบทอดจิตวิญญาณต้นไม้โลกแท้จริงแล้วอาจจะไม่ใช่คุณหนูของพวกเขา แต่เป็นคุณหนูของท่านอัศวินหงส์ขาวต่างหาก เรื่องนี้จะสั่นสะเทือนความมั่นคงของอาณาเขตแห่งภูติได้เลย
แต่เดิมแล้วปัญหาภายในของเขตภูติก็มีมาก ท่านอัศวินก็ไม่ได้รับการยอมรับเต็มร้อยให้กลายเป็นอัศวินแห่งภูติ จนกระทั่งเรื่องนี้เงียบไปหลังจากที่คุณหนูรองบอกว่าตนเองสามารถติดต่อกับจิตวิญญาณต้นไม้โลกได้ การที่เธอได้รับการยอมรับจากต้นไม้โลกหมายความเช่นไร? นั่นหมายความว่ามีโอกาสมากที่คุณหนูรองจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด กระทั่งกลายเป็นเหมือนกับอัศวินแห่งภูติคนแรกที่ทรงพลังมาก
ทว่ารอแล้วรอเล่า พลังของคุณหนูรองก็ดูจะเหมือนเดิม คล้ายว่าจะอ่อนแอกว่าอัจฉริยะหลายๆคนเสียอีก เพราะบางคนเริ่มสื่อสารกับธรรมชาติ ควบคุมการเติบโตของพวกมันได้แล้วด้วย แต่คุณหนูรองกลับยังทำไม่ได้ นอกจากการเผยแพร่คำสอนให้ทำดีในแบบของตัวเองแล้ว ก็ยังไม่มีอย่างอื่นที่พัฒนาขึ้นมาเลย
ตอนนี้มีใบต้นไม้โลกปรากฏที่คนอื่น ไม่ว่าอย่างไร...มันก็ต้องกลับไปที่อาณาเขตของพวกเขาให้ได้! บางที...แม้แต่คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวคนนี้ก็กำลังอยู่ผิดที่ผิดทางอยู่ ... คนที่จะต้องรับเธอเป็นธิดาบุญธรรมน่าจะเป็นคนของเขตภูติเสียมากกว่า!!
ถ้าหากพาเธอกลับมาไม่ได้ หรือไม่ได้รับใบต้นไม้โลก...นั่นน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อำนาจของท่านอัศวินแห่งภูติสั่นคลอน!
เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ของขุนนางและอัศวินแห่งภูติทันที อัศวินแห่งภูติได้รับการแจ้งข่าวผ่านทหารของตนเอง แต่พวกขุนนางก็ได้ข่าวจากช่องทางของพวกเขาเช่นกัน คืนนั้น...พร้อมกับงานเลี้ยงของอัศวินหงส์ขาว ที่อาณาเขตแห่งภูติเองก็มีการเรียกประชุมด่วนกันมากมาย
พวกผู้มีอิทธิพลทั้งหลายต่างก็ไปรวมกับฝ่ายของตนเอง แน่นอนว่าอัศวินแห่งภูติก็เช่นเดียวกัน เธอจำเป็นต้องรวบรวมผู้สนับสนุนเพื่อหาทางแก้ไขกับปัญหาเรื่องนี้ด้วย
ทางด้านอันซูหยวนนั้นไม่ได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของอีกฝ่าย เวลานี้ยังคงนั่งดื่มน้ำหวานร่วมกับทุกคนในงาน บรรยากาศตอนนี้ค่อนข้างดี ทุกคนกระตือรือร้นกันมาก โดยเฉพาะประเด็นสนทนาที่เกี่ยวกับเธอ
“คุณหนูคนใหม่ของท่านอัศวินหงส์ขาวนี้ไม่ใช่ธรรมดาแล้ว”
“นั่นน่ะสิ คุณหนูรองแห่งภูติบอกว่าตัวเองเคยพบเจอจิตวิญญาณต้นไม้โลกมาก่อน แต่คุณหนูของอัศวินหงส์ขาวไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เพียงแค่เอาใบจากต้นไม้โลกมาแสดงเลย”
“พวกเธอคิดว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า?”
“เป็นของจริงหรือไม่...ดูจากท่าทางของคนพวกนั้นก็รู้แล้ว” หลายคนพยักเพยิดไปทางที่พวกขุนนางของเขตแห่งภูตินั่งอยู่ ตอนนี้ก้นของพวกเขาเหมือนมีไฟลนอยู่ ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆได้อีกต่อไป สร้างเสียงหัวเราะให้กับคุณชายและคุณหนูจากเขตต่างๆได้ไม่น้อยเลย
……………………………