LNCrawler

บทที่ 484 สู่ขอต่อหน้าสาธารณะชน (อ่านฟรี 3 ก.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 484 สู่ขอต่อหน้าสาธารณะชน (อ่านฟรี 3 ก.ค. 69)

บทที่ 484 สู่ขอต่อหน้าสาธารณะชน

 

ซูหยวนคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของท่านอัศวินหงส์ขาว ต้องบอกว่าอีกฝ่ายกำลังทำการแสดงสวนกลับแบบนิ่งๆ ถือว่าเป็นคนไม่ธรรมดาจริงๆ 

 

แน่นอนว่าการจะขึ้นตำแหน่งใหญ่โตได้จะต้องไม่โง่งมอยู่แล้ว เหมือนกับที่พวกขุนนางทั้งหลายเข้าใจ กระทั่งคำโกหกของคุณหนูรองที่ถูกเปิดเผยออกมา เธออาจจะคิดว่าทุกคนจะยังเชื่อเถอะ ทว่า...นั่นก็แค่เปลือกบางๆภายนอกเท่านั้น 

 

ท่านอัศวินหงส์ขาวไม่ได้จริงจังอะไร หลังจากชื่นชมคุณหนูรองแล้วก็โบกมือให้เธอกลับไปนั่งที่ได้ ทำเอาหญิงสาวที่เตรียมจะสะใจจากการเห็นอันซูหยวนถูกคนอื่นมองด้วยสายตาตำหนิชะงักไป นี่...ทุกคำที่เธอพูดก่อนหน้านี้ หลายคนดูเหมือนจะเห็นด้วยไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมท่านอัศวินถึงได้ไม่สนใจกันล่ะ!

 

เรื่องนี้ไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิด ตัวตนของซูหยวนเป็นอย่างไร ทุกคนล้วนรู้ดี พวกเขาไม่ได้ชอบเธอ ไม่ได้วางใจเธอ และคิดเหมือนที่คุณหนูรองคิดทุกประการ แต่เมื่อเทียบกับผลประโยชน์แล้ว ยังต้องดูว่าแบบไหนจะดีหรือเสียมากกว่ากัน

 

ท่านอัศวินหงส์ขาวเป็นคนแรกที่คิดว่าอันซูหยวนมีประโยชน์มากกว่า ต่อให้เธอมีโอกาสที่จะ “ละทิ้ง” ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อเขตมลพิษ แต่แล้วอย่างไรล่ะ? ถ้าหากใช้เครื่องมือที่ชื่ออันซูหยวนอย่างระมัดระวัง มีแต่จะทำประโยชน์ให้มากกว่าเท่านั้น 

 

อีกอย่าง...ไม่ใช่ว่าเธอก็พยายามสร้างความผูกพันให้หญิงสาวอยู่หรอกหรือ? ถ้าทำได้ก็อยากให้แต่งงานกับใครสักคนในดินแดนแห่งนี้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องให้เธอรู้สึกผูกพันกับอย่างอื่นมากกว่า เรื่องนี้ยังมีเวลาอีกมาก...ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ขอแค่ช่วงนี้ไม่สร้างปัญหาให้กับเขตมลพิษก็น่าจะพอแล้ว

 

การวางตัวของท่านอัศวินหงส์ขาวทำให้ขุนนางทั้งหลายรู้ที่ยืนของตนเอง พวกเขาย่อมเก็บทุกอย่างไว้ในใจ และนั่นก็ทำให้คุณหนูรองแห่งภูติรู้สึกเศร้าใจมากยิ่งขึ้น...

 

“ทำไมทุกคนถึงดูจะไม่เห็นปัญหานี้เลย ทำไมถึงได้โง่งมขนาดนี้นะ ฉันอุตส่าห์ช่วยเหลือชี้ทางสว่างให้ แต่พวกเขากลับมองไม่เห็น หรืออาจจะถูกความโลภบังตากันหมดแล้ว ช่างเป็นกรรมของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสียจริง...” 

 

คุณหนูรองบ่นงึมงำอยู่ข้างกายของคุณหนูใหญ่ เธอคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างไม่มั่นใจ

 

“พี่ไม่คิดว่าทุกคนไม่เข้าใจที่น้องอยากจะบอกหรอกนะ แต่...คุณหนูของอัศวินหงส์ขาวก็เป็นผู้ครอบครองทรัพยากรล้ำค่าจริงๆ ดังนั้น...ทางหนึ่งก็แค่ป้องกันไม่ให้เธอสร้างปัญหาได้ แต่อีกแง่หนึ่งก็แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันต่อไป..”

 

เธอพูดตามความเข้าใจของตนเอง ซึ่งขุนนางที่อยู่ข้างๆก็พยักหน้ารับเหมือนเห็นด้วย ทว่าคุณหนูรองผู้สดใสร่าเริงและถูกต้องอยู่เสมอกลับตวัดสายตามองพี่สาวด้วยความไม่พอใจ

 

“พี่ใหญ่จะไปรู้อะไรคะ พี่คิดจริงๆหรอว่าคุณหนูคนนั้นจะให้ผลประโยชน์อะไรได้ เธอก็แค่หลอกลวงเท่านั้นแหละ สุดท้ายคนที่จะได้ประโยชน์ก็อาจจะมีแค่เธอก็ได้” 

 

เมื่อเธอว่าอย่างนั้น หญิงสาวที่อายุมากกว่า 1 ปีก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ที่ผ่านมา...น้องสาวก็ดูเหมือนจะพูดถูกต้องเสมอ ไม่สิ! ต่อให้เธอพูดผิดไป ในอนาคตก็สามารถเปลี่ยนให้มันกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องได้อยู่ดี ดังนั้นเธอที่ไม่มีความสามารถเหมือนน้องสาว ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงคำพูดนี้ให้เสียเวลาเสียความรู้สึก

 

เพราะไม่มีใครกล้าพูดกับคุณหนูรองอีก ในขณะที่เธอกำลังนั่งอยู่ในงานเลี้ยงก็คิดซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดก็เชื่อว่าความคิดของตนเองถูกต้องอีกครั้ง

 

คุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำมองดูเธออยู่ตลอด และรู้สึกว่าความคิดของอีกฝ่ายช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร...ต่อให้ความรู้สึกก่อนหน้าจะเป็นสีอะไรก็ช่าง สุดท้ายแล้วกลับมาเป็นสีเหลืองสดใสเหมือนเดิมได้อย่างไร

 

อ่า...สงสัยจะต้องฝึกฝนการวิเคราะห์และทำความเข้าใจกับพลังของตนเองให้ได้มากกว่านี้แล้ว...

 

แน่นอนว่าความสนใจของทุกคนไม่ได้อยู่ที่คุณหนูรองอีกต่อไป ท่านอัศวินหงส์ขาวแสดงออกชัดเจนว่าเธอจะเก็บอันซูหยวนไว้ข้างกาย ดังนั้นคนอื่นๆจึงต้องแสดงความยินดีกับการรับบุตรีบุญธรรมในครั้งนี้ด้วย 

 

ซึ่งการมอบของขวัญนั้นดำเนินไปจนในที่สุดก็ใกล้จะจบลง ในตอนที่ท่านอัศวินหงส์ขาวกำลังจะให้เริ่มการแสดงครั้งใหญ่เพื่อมอบความสนุกสนานนั้นเอง คุณชายรองแห่งฮาร์ปี้ ซึ่งเป็นคุณชายคนเดียวของอาณาเขตแห่งนั้นที่ยังเหลือรอดก็ยืนขึ้น เขาจัดเสื้อผ้าของตนเองอย่างสงบท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน โดยเฉพาะคุณหนูสามแห่งอัศวินแกะทองคำ เพราะสัมผัสที่เธอได้รับจากอีกฝ่ายนั้นช่างน่ากลัว น่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน!

 

“ท่านอัศวินหงส์ขาว ฉันในนามของคุณชายแห่งฮาร์ปี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในที่สุดท่านอัศวินก็มีธิดาบุญธรรมแล้ว ก่อนหน้านี้แม้จะอยากสานสัมพันธ์อย่างแนบชิดเช่นไรก็ล้วนเป็นเรื่องยาก ที่อาณาเขตอัศวินฮาร์ปี้ของพวกเรามีเพียงบุตรชายเท่านั้น ในขณะที่อัศวินหงส์ขาวเองก็รับแค่บุตรชายเช่นกัน แม้ว่าพวกเราจะเป็นสหายที่ดีต่อกันได้ แต่ก็ไม่เหมือนกับการได้เป็น “ครอบครัวเดียวกัน”...” เมื่ออีกฝ่ายอ้าปากพูด ก็ทำให้เสียงทั้งหมดเงียบลงทันที

 

ไม่มีใครคิดว่าคุณชายแห่งอัศวินฮาร์ปี้จะพูดเช่นนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน จริงอยู่ที่ทุกคนรู้ดีว่าคุณชายแห่งอัศวินฮาร์ปี้ยังไม่มีครอบครัว และเขาอาจจะมาที่นี่เพื่อสานความสัมพันธ์กับคุณหนูคนใหม่ของอัศวินหงส์ขาว 

 

แต่...การพูดขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยง ต่อหน้าผู้คนมากมายซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกอาณาเขต นี่ช่างเป็นการกระทำที่อุกอาจเหลือเกิน มันไม่ต่างอะไรกับการมัดมือชกเลยสักนิด!

 

“หลังจากที่ฉันได้ทำความรู้จักกับคุณหนูน้อยแล้ว พบว่าอายุของเธอเองก็เข้าเกณฑ์ที่จะมีคู่ครองตามกฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา และตอนนี้ก็ยังไม่มีคู่ครอง ดังนั้น...จึงอยากจะขอความคิดเห็นจากท่านอัศวิน เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเรา “สองอาณาเขต” จะเกี่ยวดองกันผ่านการแต่งงานในครั้งนี้” 

 

คุณชายพูดขึ้นโดยไม่ได้สนใจถาม “ความรู้สึก” ของอันซูหยวนเลย เขากลับใช้คำพูดว่า “พวกเราสองอาณาเขต” ขึ้นมาแทนเพื่อยกระดับให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ระหว่างสองอาณาเขต ดังนั้นการตัดสินใจของท่านอัศวินหงส์ขาวหลังจากนี้จะต้องระมัดระวังและรัดกุมให้มาก

 

เขาในฐานะตัวแทนของอัศวินฮาร์ปี้ยังกล้าพูดว่าอยากจะเชื่อมความสัมพันธ์ผ่านการแต่งงาน แสดงเจตนาอยากจะเป็นคู่ครองของเธอ นี่ถือว่าให้เกียรติกันอย่างมาก 

 

กลับกัน...หากท่านอัศวินหงส์ขาวปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลดีๆรองรับ เช่นนั้นจะถือว่าเธอไม่ต้องการเชื่อมความสัมพันธ์กับอาณาเขตฮาร์ปี้หรือไม่? และนั่นอาจจะเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สองอาณาเขตกลายเป็นศัตรูกัน!

 

เมื่อคุณชายพูดเช่นนั้น เสียงของทุกคนก็เงียบไป แม้แต่เพลงที่บรรเลงอยู่ตลอดก็เงียบลง บรรยากาศเปลี่ยนเป็นอึดอัดอย่างยิ่ง ใครก็ยังสัมผัสได้ว่าออร่าของท่านอัศวินหงส์ขาวนั้นมีความไม่พอใจอยู่ในนั้นชัดเจน ต่อให้เธอไม่พูดอะไร แต่รอยยิ้มที่กำลังหายไปก็ทำให้หลายคนไม่กล้ามองหน้าแล้ว

 

แม้เรื่องจะเป็นเช่นนี้ แต่คนสร้างเรื่องกลับยังยิ้มกริ่ม ทำเหมือนว่าเขาจริงใจเหลือเกินที่จะสานความสัมพันธ์ที่ดีต่ออาณาเขตอัศวินหงส์ขาว ซึ่งแน่นอนว่าการแสดงออกนี้ทำให้หลายคนนั่งไม่ติด ไม่ใช่แค่อาณาเขตหงส์ขาวเท่านั้น

 

คนอื่นๆ เพราะพวกเขารู้ว่าคุณชายคนนี้จะกลายเป็น “อัศวินแห่งฮาร์ปี้” คนต่อไปแน่นอน ไม่ว่าอาณาเขตฮาร์ปี้จะมีชื่อเสียงอย่างไร แต่ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของพวกเขาก็ชัดเจนมาตลอด 

 

ที่ผ่านมาเป็นเผ่าที่เจริญรุ่งเรืองไม่น้อยไปกว่าอาณาเขตไหนๆ ดังนั้นอัศวินจากทุกเผ่าพันธุ์ก็อยากจะคว้าโอกาสนี้ ส่งคนของตนเองให้คุณชายเลือก แต่เจ้าตัวกลับมีข้ออ้างปฏิเสธเรื่อยมา ใครจะไปคิดว่าจู่ๆอัศวินหงส์ขาวก็กำลังจะได้ลาภลอยจากการรับเด็กคนหนึ่งที่เป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเลี้ยงดู!

 

ยังไม่ทันครบ 1 ปี เธอก็กำลังจะสร้างผลประโยชน์เม็ดใหญ่ให้อาณาเขตหงส์ขาวแล้ว ถ้าการขายเธอไปแล้วทำให้อาณาเขตได้ผลประโยชน์ นี่ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วไม่ใช่หรือ? 

 

ใจหนึ่งของพวกเขาก็คิดเช่นนั้น อีกใจก็อยากจะขัดขวางไม่ให้การแต่งงานนั้นสำเร็จ เพราะถ้ามันสำเร็จจริงๆ...อาณาเขตฮาร์ปี้และอาณาเขตหงส์ขาวจะเป็นอย่างไร? พวกเขาคงจะร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น และนั่นอาจจะทำให้สมดุลของอัศวินทั้งหมดผิดเพี้ยนไปด้วย

 

ซูหยวนที่อยู่ในหัวข้อที่พวกเขาพูดกันไม่ได้แสดงความคิดอะไรออกมา เธอกำลังรอชมการแสดงออกของท่านอัศวินหงส์ขาว ไม่รู้ว่าทางนั้นจะเลือกเส้นทางไหน?

 

หากเกรงใจอัศวินคนอื่นจนปกป้องเธอไม่ได้ เช่นนั้น...รอจนกว่าเธอจะช่วยเหลือตนเองสำเร็จ ความจริงใจต่อพวกเขาก็จะลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่ถ้า...อัศวินหงส์ขาวเห็นค่าของเธอแล้วออกตัวปกป้องเธอด้วยตัวเอง เช่นนั้น...ความจริงใจที่จะร่วมมือด้วยก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิม

 

อัศวินหงส์ขาวหัวเราะเบาๆออกมา ดวงตาของเธอแข็งกระด้าง ความไม่พอใจฉายชัดออกมาจนทุกคนรับรู้ได้ เธอกล่าวอย่างเด็ดขาดและดุดันสมกับเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง

 

“คุณชายแห่งฮาร์ปี้ อะไรที่ทำให้คุณชายคิดว่าฉันที่เพิ่งรับเด็กสาวคนหนึ่งมาเป็นธิดาบุญธรรมก็เพื่อที่จะเตรียมส่งเธอออกไปกันล่ะ คุณชายก็รู้ว่าฉันเพิ่งรับเด็กคนนี้มาเป็นคนของตนเอง ฉันยังไม่ทันจะได้ดูแลเธอ กลับจะต้องรีบส่งเธอไปที่อื่นแล้ว แบบนี้จะไม่ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าฉันรับมาก็เพื่อเอาไว้ใช้หาผลประโยชน์ทางการเมืองหรือ?”

 

“อย่างที่คุณชายรู้ ฉันไม่ได้รับใครมาเป็นธิดาบุญธรรมง่ายๆ และตั้งใจว่าจะไม่รับใครเข้ามาเป็นครอบครัวให้มีห่วงมีกังวลอีกแล้ว แต่ว่า…” อัศวินหงส์ขาวมองอันซูหยวนด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะพูดต่อ

 

“คุณหนูน้อยคนนี้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ เธอทำให้ฉันรอดพ้นจากความตาย ดังนั้นการรับเธอเข้ามาเป็นบุตรีก็เพื่อตอบเเทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตเอาไว้”

 

“ฉันอยากจะดูเเลเธอให้ดี ให้มีความสุขในอาณาเขตของฉัน กระทั่งเงื่อนไขที่บอกว่าจะกลับไปเขตมลพิษเพื่อดูเเลพ่อเเม่ที่แท้จริงฉันก็ไม่ห้าม ไม่มีเงื่อนไขใดๆสำหรับเธอเลย พูดตามตรงก็คือ … ฉันอยากจะให้เรื่องวุ่นวายทั้งหมดไม่ไปตกอยู่กับเธอ”

 

“หากการรับเธอเข้ามาทำให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะขอให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา รับผิดชอบภาระอันยิ่งใหญ่ใดๆ ฉันขอเเก้ไขความเข้าใจผิดตรงนี้เลย เพราะเธอไม่ได้มาเพื่อเป็นแบบนั้น…เธอไม่ได้ติดหนี้อะไรฉัน เเต่เป็นฉันที่ติดหนี้ชีวิตเธอ”

 

“อ้อ รวมถึงเจ้าสี่ก็เช่นกัน ถ้าไม่ได้ลูกสาวคนนี้…เจ้าสี่ก็คงไม่รอดเเล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะตอนที่ฉันเป็นอัศวินอยู่ หรือคนอื่นจะขึ้นมาเเทน สถานะของอันซูหยวนจะยังเหมือนเดิม”

 

“เเน่นอนว่าถ้าเธอเต็มใจ หากมีความผูกพันรักใคร่กับใครในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ ฐานะมารดาบุญธรรมเเละผู้ที่ติดหนี้ชีวิตของเธอ ฉันจะสนับสนุนต่อไปแน่นอน”

 

“ดังนั้นคำขอเเต่งงานนี้ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้ผิดหวัง คุณชายแห่งฮาร์ปี้…คุณชายยังเป็นสหายของบุตรชายทุกคนของเรา กระทั่ง..หากต้องการความร่วมมือใดๆ พวกเราเขตอัศวินหงส์ขาวก็จะพิจารณาอย่างเป็นมิตรเเน่นอน ขอให้วางใจได้”

 

ซูหยวนไม่ได้คิดเลยว่าการเเสดงออกของอัศวินหงส์ขาวจะชัดเจนเช่นนี้ เธอกระทั่งออกตัวปกป้องตนเองด้วยตัวเอง ใช้ชีวิตของตนเองมาเป็นคำอธิบายโดยไม่กลัวอาย ช่างน่านับถือเสียจริง…

 

ทางด้านคุณชายห้าเเห่งเขตอัศวินพันปีที่ตั้งใจจะยืนขึ้นเพื่อช่วยปกป้องอันซูหยวนก็ถอนหายใจออกมา ตอนที่ได้ยินว่าคุณชายแห่งฮาร์ปี้จะขอซูหยวนแต่งงาน หัวของเขาก็หมุนวนอย่างเเรง คิดหาทางออกเพื่อช่วยเธอ เเละช่วยจิตใจของเขาเองด้วย

 

หากซูหยวนจะต้องถูกส่งไปแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์กับใครสักคนที่เธอก็ไม่ได้เต็มใจด้วย เช่นนั้น…ทำไมคนนั้นจึงไม่ใช่เขาไปเสียเลยล่ะ! เพราะคิดเเบบนั้น เขาเลยจะก้าวออกไปแล้วบอกว่าอยากจะเเต่งกับเธอบ้าง ตอนนั้นไม่เพียงเเค่จะช่วยเพิ่มตัวเลือกให้เธอเท่านั้น ยังอาจจะยื้อเวลาออกไปอีกสักพัก ใช้ข้ออ้างในการตัดสินใจเลือก หรือประการอื่นๆก็ยังได้

 

เเน่นอนว่าเขาคิดว่าการออกไปขอเธอแต่งงาน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ยังเป็นผลดีทั้งนั้น ถ้าได้แต่งจริงก็ถือว่าโชคดีของเขา ซูหยวนอาจจะเสียใจที่ต้องแต่งกับคนที่ไม่รัก แต่ก็น่าจะดีกว่าเจ้าคุณชายฮาร์ปี้นั่น เเล้วก็ … เขายังสาบานจะดูเเลเธอให้ดีที่สุดได้ เขาเชื่อว่าตัวเองจะทำให้ซูหยวนมีความสุขได้เเน่นอน !

 

เเต่น่าเสียดาย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือร้าย เขาไม่ต้องยื่นหน้าออกไปเเสดงเจตจำนงของตนเองเลย ซูหยวนได้รับการปกป้องโดยอัศวินหงส์ขาวเเล้ว เมื่อเรื่องชัดเจนขนาดนี้ก็ไม่ต้องมีการอธิบายครั้งหน้าอีก เเต่ก็หมายความว่าโอกาสของเขาหายไปด้วยเช่นกัน

 

คุณชายห้าเเห่งอัศวินพันปีไม่ได้รู้เลยว่าความรู้สึกของเขาทั้งหมด จะเศร้า เสียใจ ตื่นเต้น ผิดหวัง ดีใจ หรือปลงตก ทั้งหมดอยู่ในสายตาของเด็กสาวผมหญิงอยู่เสมอ เธอมองดูเขาที่เเสดงออกทางสีหน้า เเละความรู้สึกตรงกันอย่างน่าประหลาด คล้ายว่าจะไม่ซ่อนมันจากใครเลย ดูไปแล้วก็น่าขันอยู่ไม่น้อย

 

รอยยิ้มจากเด็กสาวที่เงียบสุขุมอยู่เสมอปรากฏขึ้น ทำเอาคนรับใช้ยังคิดว่าสายตาของพวกเขาดูผิดไป เเน่นอนว่ามันเกิดขึ้นเเค่ชั่วขณะเท่านั้นก่อนจะกลับเรียบเฉยเหมือนเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะออร่าสว่างวาบขึ้นมาก่อนหน้านี้ ที่ทำให้รู้ว่าอารมณ์คุณหนูหวั่นไหวไปชั่วขณะ พวกเขาคงจะคิดว่าตาฝาดไปจริงๆ

 

…………………………………..