บทที่ 485 ผู้มีพระคุณ (อ่านฟรี 4 ก.ค. 69)
บทที่ 485 ผู้มีพระคุณ (อ่านฟรี 4 ก.ค. 69)
บทที่ 485 ผู้มีพระคุณ
เนื่องจากคนระดับสูงในอาณาเขตของพวกเขาจะถูกฝึกให้ควบคุมอารมณ์ของตนเองอยู่เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นคนของเผ่าแกะทองคำเป็นพวกเงียบขรึมและแสดงออกน้อยมาก
ที่จริงเป็นเพราะพวกเขาฝึกฝนควบคุมจิตใจมาตั้งแต่ยังเด็กมากๆ ทุกการตัดสินใจใดๆล้วนเต็มไปด้วยเหตุผล กระทั่งอารมณ์ความโกรธก็ยังเกิดขึ้นน้อยมาก
ทางด้านคุณหนู...เพราะยังอายุน้อยจึงควบคุมได้ไม่ดีเหมือนพวกอัศวินหรือคุณหนูคุณชายที่อายุมากแล้ว ดังนั้นจะเห็นว่าเธอยังแสดงความ “หวาดกลัว” หรือกระทั่ง “มีความสุข” ออกมาให้เห็น แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ เพราะกระทั่งพวกเขาที่ฝึกฝนมานานหลายปีก็ยังทำไม่ได้เท่าคุณหนูด้วยซ้ำ
มีคำกล่าวว่าสิ่งที่ฝึกได้ยากที่สุดก็คือจิตใจและความรู้สึก เรื่องนั้นไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากที่สุดแล้ว เทียบกับการฝึกร่างกายที่ควบคุมได้ง่ายกว่า พวกเขายังรู้สึกว่าส่งตัวเองไปฝึกหนักในสมรภูมิรบก็ยังทำได้ดีกว่านี้เลย
คุณหนูน้อยถือเป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับซ่อนทุกอารมณ์ความรู้สึกได้ “เกือบ” จะหมดจรด ดังนั้นผู้ติดตามอย่างพวกเขาจึงมักจะคอยลุ้นหาจังหวะที่คุณหนูมี “ความรู้สึก” เปลี่ยนไป มันให้ความรู้สึกเหมือนว่า “อ่า ในที่สุดคุณหนูก็ยังเหมือนคนปกติบ้าง” นั่นแหละนะ
หลังจากที่อัศวินหงส์ขาวประกาศออกมาชัดเจนเช่นนั้น สีหน้าของคุณชายแห่งฮาร์ปี้กลับไม่ได้ดูเหมือนมีความโกรธแต่อย่างใด เขาคลี่ยิ้มออกมาด้วยท่าทางเหมือนกับคนที่รู้สึกผิด รีบกล่าวขออภัยอย่างจริงจัง
“เรื่องนี้เป็นทางเราที่คิดน้อยเกินไป เพียงแค่อยากจะแสดงเจตนาอยากจะเป็นพันธมิตรต่ออาณาเขตของอัศวินหงส์ขาวเท่านั้น อีกอย่าง...ฉันก็ไม่อยากให้คุณหนูเข้าใจผิด คิดว่าการที่ทางเราเคยติดต่อกับคนของเขตมลพิษซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อครอบครัวของคุณหนูจะทำให้คิดว่าแท้จริงแล้วพวกเราเจตนาไม่ดีไปด้วย”
“หลังจากครั้งก่อนที่มอบของขวัญให้คุณหนู ด้วยเข้าใจว่ามันน่าจะมีประโยชน์ต่อคุณหนูมาก ถึงอย่างไรคุณหนูที่มาจากเขตมลพิษก็มีวิธีการฝึกฝนโดยการรวบรวมพลังงานเข้าร่างกาย ไม่เหมือนกับพวกเราเผ่าต่างๆในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้พรสวรรค์ตั้งแต่กำเนิดมาเป็นแกนพลังงานหลักแล้วพัฒนาต่อยอด ดังนั้น...จึงแค่อยากจะมอบของนี้ให้ ไม่ได้คิดว่าจะทำให้คุณหนูไม่พอใจ”
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าตัวเองทำผิดไป การแสดงเจตนาว่าจริงๆแล้วอยากจะสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อคุณหนู เวลานี้อาจจะยังเร็วเกินไป ดังนั้นต่อให้ไม่ได้แต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์...ก็ยังอยากจะขอเป็นเพื่อนที่ดี เป็นพี่ชายที่ดีของคุณหนูต่อไป”
“เพียงแค่ หากวันหนึ่งคุณหนูอยากจะอยู่ในดินแดนแห่งนี้...หากต้องการมองหาคู่ครอง โปรดจำไว้ว่าคุณชายแห่งฮาร์ปี้ยังเก็บตำแหน่งภรรยานี้ไว้ให้คุณ”
“ยังมีเรื่องสำคัญอย่างการที่คนของกลุ่มดวงตามารพวกนั้นทำให้คุณหนูไม่พอใจ ฉันยืนยันว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเรา และที่แหล่งกบดานของพวกมันในอาณาเขตฮาร์ปี้ของเรา ตอนนี้กำลังถูกทำลายทั้งหมดแล้ว”
“หากคุณหนูไม่มั่นใจ อยากจะไปเยือนที่อาณาเขตของพวกเราเพื่อตรวจสอบว่าพวกเราได้จัดการกับพวกนั้นจริงหรือไม่ อาณาเขตฮาร์ปี้ก็ยินดีต้อนรับเสมอ นี่คือความจริงใจที่ฉันอยากจะแสดงให้ได้เห็น”
คุณชายฮาร์ปี้พูดจบ เขาก็ยืนนิ่งสบตากับอันซูหยวน เสมือนว่าต้องการถ่ายทอดความจริงใจนี้ให้เธอ เพียงแต่...ยิ่งเขาพูดออกมาเช่นนี้ก็ยิ่งเป็นการ “มัดมือชก” อันซูหยวนจนขยับตัวไม่ได้
ความหมายของเขาไม่ต่างอะไรกับบอกว่า ตัวเขาเป็นคนที่พูดเรื่องนี้ก่อน วันข้างหน้าไม่ว่าซูหยวนจะแต่งกับใคร...ตราบเท่าที่ต้องการเชื่อมความสัมพันธ์กับอาณาเขตอื่นๆก็ควรจะให้เกียรติเขาเป็นตัวเลือกแรก ช่างเป็นการทำให้ผู้คนอึดอัดใจได้จริงๆ
พูดถึงตรงนี้ คุณชายห้าแห่งอัศวินพันปีก็ไม่อาจจะนั่งอยู่กับที่ได้แล้ว เขารีบก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองบ้าง
“คุณชายแห่งฮาร์ปี้จะกดดันคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเกินไปหน่อยแล้ว เจตนาที่ท่านอยากจะเชื่อมความสัมพันธ์กับุคณหนูนั้น ทุกคนเข้าใจดี แต่ไม่ได้มีแค่ท่านหรอกนะ...” เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะมองซูหยวนบ้าง
“ตั้งแต่เมื่อวันก่อนที่ได้พบ ฉันก็บอกกับคุณหนูไปแล้วว่ารู้สึกชื่นชอบในนิสัยของคุณ และถ้าได้คุณมาเป็นภรรยาเพื่อใช้ชีวิตที่ยืนยาวด้วยกันก็น่าจะเป็นเรื่องดี ฉันมั่นใจว่าเรื่องความสัมพันธ์นี้จะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่เรื่องของสองอาณาเขตเท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกของฉันจริงๆ”
“ดังนั้น...วันนี้จึงไม่อยากพูดต่อหน้าของท่านอัศวินเพราะกลัวว่าคุณหนูจะรู้สึกกดดัน คิดไม่ถึงเลยว่าคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้จะพูดมันขึ้นมา และทำเหมือนว่าที่นี่ไม่มีใครอยากจะเป็นคู่ครองของคุณหนู”
“เรื่องนี้พวกเราควรพูดคุยอย่างยุติธรรม อย่าละเว้นความคิดความชอบของคุณหนู เรื่องราวของคู่ชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ เผ่าพันปีของพวกเรารู้ดีว่าการมีคู่ชีวิตที่เหมาะสมจะช่วยให้ชีวิตราบรื่นขนาดไหน กลับกัน..ถ้าเป็นคู่ชีวิตที่ไม่ดี เช่นนั้นก็จะทำให้ปวดใจไปตลอด”
“ชีวิตที่ยืนยาวเกินไป...หากอยู่กับคนที่ทำให้มีความสุขก็เหมือนกับเป็นของขวัญล้ำค่า เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าอยู่กับคนที่ทำให้มีความทุกข์ก็ไม่ต่างอะไรกับคำสาป”
คุณชายร่างใหญ่พูดด้วยท่าทางจริงจังและจริงใจ เขารู้ว่าการแสดงออกเช่นนี้ก็เหมือนทำให้ตัวเองกลายเป็นพวกขี้แพ้ ซึ่งในฐานะบุรุษที่ผู้คนมากมายอยากจะเกี่ยวดองด้วย มันทำให้เขาค่อนข้างเขินอาย เพียงเเต่…นี่ก็เพื่อความสุขทั้งชีวิตของซูหยวน หญิงสาวที่เขาคิดว่าเป็นคู่ครองก็ดี หรือเป็นสหายก็ยังดี..
คำของคุณชายห้าจากอัศวินพันปีนั้นทำให้ทุกคนอ้าปากค้างไปตามๆกัน โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่อิจฉาอันซูหยวนขึ้นมา พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่การเป็นคุณหนูของอัศวินหงส์ขาวจะทำให้เกิดการแย่งชิงเช่นนี้ แถมผู้ชายทั้งหมดที่เสนอตัวขึ้นมาก็เป็นคนสายตรงของท่านอัศวินด้วย
แม้ว่าคุณชายห้าจะไม่ได้เป็นผู้สืบทอดที่แน่นอนแล้ว แต่การที่เขาเป็นบุตรชายของท่านอัศวิน...ชะตาชีวิตหลังจากนี้จะเลวร้ายหรือ?
พวกคุณหนูทั้งหลาย บางครั้งต้องแต่งงานกับขุนนางระดับสูงในเขตของตนเองเพื่อรักษาอำนาจ เมื่อเข้าบ้านสามีก็ถูกกดดัน ชีวิตยากลำบากไม่น้อย ถูกคนอื่นดูแคลนก็ไม่น้อย ดังนั้นพวกเธอจึงมาที่นี่ หวังว่าจะผูกสัมพันธ์กับใครได้บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเพื่อเป็นพยานรักกับเรื่องนี้...
“การแข่งขันอย่างยุติธรรมเพื่อแย่งชิงความรักงั้นหรือ?”
รอยยิ้มปรากฏบนมุมปากของคุณชายแห่งฮาร์ปี้ สำหรับพวกเขา...จำเป็นต้องสนใจความรักดีๆที่จะทำให้มีความสุขด้วยหรือ? ความสุขของพวกเขาก็คืออำนาจ ทรัพยากร และความยิ่งใหญ่ต่างหาก!
ในใจของเขา ซูหยวนไม่ยอมรับเขาเป็นสามีของตนเองวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่ได้เป็นภรรยาของเขาในอนาคต เรื่องเหลวไหลอย่างการทำให้รักกันนั้นไม่ได้อยู่แผนของเขาตั้งแต่แรกแล้ว ก็แค่...วางแผนเล็กๆน้อยๆ คนที่ไม่จำยอมก็ต้องจำยอมในท้ายที่สุดเองนั่นแหละ!
แน่นอนว่าความคิดที่มีนี้ไม่ได้พูดออกมา เพียงแค่อยู่ในใจของเขาเท่านั้น และอาจจะมีคนรู้อีกคนหนึ่ง แต่เธอไม่ได้เข้ามายุ่งกับการแสดงของเขา ในขณะเดียวกัน...มือเล็กๆของคุณหนูรองแห่งอัศวินภูติก็กำหมัดแน่น
เธอมองคุณชายห้าจากเขตพันปีด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่งม คนผู้นี้เธอรู้สึกไม่ชอบตั้งเเต่ที่ออกหน้ามาตำหนิเธอเเทนอันซูหยวน ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องจริงอะไรสักอย่างเเท้ๆ แต่ที่ทำให้คุณหนูรองคนนี้ไม่พอใจมากที่สุดกลับเป็นคำพูดของคุณชายแห่งอาณาเขตฮาร์ปี้เสียมากกว่า
ไม่ใช่เพราะเธอไม่ชอบการเเสดงออกของคุณชายรอง แต่เพราะคิดเหมือนกับเขาทุกประการ เรื่องที่ท่านอัศวินรับธิดาบุญธรรมเข้ามา เห็นได้ชัดว่าแค่อยากจะหาผลประโยชน์เท่านั้น
การบอกว่าติดค้างหนี้บุญคุณก็แค่คำลวงไม่ใช่หรือ? เพราะเธอเห็นว่าเป็นถึงอัศวินหรอกจึงให้เกียรติไม่โต้เถียงเปิดเผยความจริงออกไป ทว่า…กระทั่งปฏิเสธคำขอเเต่งงานจากคุณชายฮาร์ปี้ที่ทบทวนทุกอย่างมาอย่างเหมาะสมเเล้ว นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเเสดงความเห็นแก่ตัวออกมาเลย
คงเพราะอยากจะได้ใบต้นไม้โลกจนตัวสั่นล่ะสิ จึงได้ไม่ยอมยกลูกบุญธรรมนี้ให้ใคร! หึ! ก็ดีเเล้ว เพราะถ้าทำให้คุณชายแห่งฮาร์ปี้ต้องเดือดร้อนเพราะตามเกมไม่ทัน เช่นนั้นเธอคงจะต้องออกตัวช่วยเหลือคุณชายแน่
การเเต่งงานที่ไม่ยุติธรรมนี้จะยอมให้เกิดขึ้นได้อย่างไร คุณชายรองเเห่งฮาร์ปี้เป็นคนดี เเละคนดีก็มักจะถูกรังแกง่ายๆ ยิ่งเขาเป็นบุรุษด้วยเเล้ว ยิ่งไล่ตามเเผนการเเละมารยาของพวกผู้หญิงไม่ทันหรอก เรื่องนี้ปล่อยให้คุณชายแห่งพันปีได้ไปเสียเถอะ คนที่ทุกคนต่างตื่นเต้นคนนั้นน่ะ เธอไม่เคยเห็นค่าเลยสักนิด!!
คุณหนูใหญ่แห่งภูติเหลือบมองเด็กสาวข้างกายเล็กน้อยก่อนจะใครจะรู้ตัว เธอก็ทำเป็นมองไม่เห็นเสียเเล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่าคุณหนูใหญ่ที่ดูโง่งมเเละตามคำของคนอื่นไม่ทัน เวลานี้กลับเผยอารมณ์แห่งความพอใจออกมา…
งานเลี้ยงที่วุ่นวายนี้ โชคดีที่จบลงโดนไม่มีการโต้เถียงอะไรกันอีก ก็แค่ทุกคนรู้กันว่างานเเต่งของอันซูหยวนจะต้องเกิดจากความพึงพอใจของเธอเท่านั้น ตราบเท่าที่เธออยากจะแต่งให้ใคร อัศวินหงส์ขาวก็จะเห็นด้วย
“น้องสาว ในเมื่องานเลี้ยงนี้จบเเล้ว พวกเราก็เตรียมตัวกลับ…”
“พี่ใหญ่กลับก่อนเลยก็ได้ค่ะ ฉันจะรอพบคุณชายแห่งฮาร์ปี้ก่อน” หญิงสาวส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มจางๆ ทำเหมือนกับว่าได้นัดหมายกับคุณชายแห่งฮาร์ปี้ไว้เเล้ว
“เอ่อ น้องสาว…น้องจะคุยกับคุณชาย…เอ่อ เรื่องอะไรหรือ…” คุณหนูใหญ่ผู้มีความกล้าหาญอันน้อยนิดบีบมือตัวเองในขณะเอ่ยถาม ท่าทางไม่มั่นใจของเธอทำให้คุณหนูรองเเห่งภูติหัวเราะเบาๆ
“พี่ใหญ่ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ เรื่องที่จะคุยกันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ หรือว่าพี่ใหญ่เองก็มีเรื่องส่วนตัวที่อยากจะคุยกับคุณชายเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นให้พี่คุยก่อนก็ได้นะคะ เเล้วฉันค่อยมาคุยต่อทีหลัง”
“เอ๋ เอ่อ ไม่ ไม่มี…”
“ดีค่ะ ถ้าไม่มีก็เชิญพี่ใหญ่กลับไปพักที่ห้องก่อนนะคะ” เมื่อถูกน้องสาวไล่กลับเเบบนี้ หญิงสาวก็ฉายเเววตาแห่งความเศร้า แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ มันเป็นเรื่องจริงที่น้องสาวพูด เรื่องส่วนตัวของพวกเขา เธอเกี่ยวอะไรด้วย…
สุดท้าย เธอก็เดินคอตกกลับไป คุณหนูรองที่เห็นภาพนั้นก็ส่ายหน้าน้อยๆ
“พี่ใหญ่ช่างกล้าฝันเสียจริง คุณชายรองเเค่เคยช่วยไว้ในอดีตก็หลงรักเขาเเล้ว เช่นนั้นคนในอาณาเขตของคุณชายก็ต้องกลายเป็นภรรยาของเขาหมดหรือ? คนที่จะเหมาะสมกับคุณชายน่ะ นอกจากจะมีความสามารถเเล้วก็ยังต้องเป็นคนดีด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก…”
เธอบ่นออกมาเหมือนกับคนผ่านโลกนี้มามาก ทั้งยังส่ายหน้าน้อยๆตามหลังด้วย หารู้ไม่ว่าความจริงแล้ว…คนที่ควรจะต้องยิ้มกลับไม่ใช่เธอ แต่เป็นคนที่เดินจากมาต่างหาก!
ตั้งเเต่อายุน้อย เมื่อพบว่ามารดามีบุตรีอีกคน เธอก็รู้ว่าตัวเองมีคู่แข่งสำหรับตำแหน่งอัศวินคนต่อไปเเน่นอน เพราะได้เห็นเเละได้เรียนรู้มาก่อน เเม้จะอายุห่างกันเเค่ปีเดียว เเต่ด้วยพลังการรับรู้ของเธอสูงมาก ทำให้เธอพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และเรียนรู้ได้ว่าน้องสาวที่เพิ่งเกิดใหม่นี้อาจจะเป็นศัตรูกับตนเองได้
ดังนั้น...เธอจึงได้เริ่มวางลักษณะนิสัยของตนเองและน้องสาวให้ออกมาเป็นเช่นนี้ ตัวเธอกลายเป็นคนที่ไม่ดีแต่ก็ไม่ได้แย่ ไม่เคยโดดเด่นอะไรแต่ไม่เคยสร้างเรื่องผิดพลาด ส่วนน้องสาว...เธอวางให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนที่อยากจะเอาชนะไปเสียทุกอย่าง อยากจะเป็นคนสำคัญของทุกคน เริ่มต้นด้วยการที่เธอเองเป็นฝ่ายชื่นชมอีกฝ่าย ไม่ว่าจะทำอะไรสำเร็จเล็กๆน้อยๆก็ชื่นชมทั้งหมด และที่สำคัญ...เธอไม่สนใจเลยว่าความสำเร็จพวกนั้นจะมาจากอะไร กระทั่งการโกหกก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิด ตราบเท่าที่มีคำอธิบายทั้งหมดให้ตัวเอง
ไม่น่าเชื่อว่าน้องสาวคนนี้ก็เชื่อคำพูดของเธอ แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน...
แน่นอนว่าแม้แต่เรื่องของคุณชายรองเเห่งฮาร์ปี้นี้ เธอก็เป็นคนเริ่มสร้างสถานการณ์ทั้งหมดขึ้นมาเอง
ตั้งแต่ยังอายุน้อย เธอรู้ได้ทันทีว่าคุณชายรองคนนี้ไม่ใช่คนปกติ เขามีความเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายมาก ในขณะที่พี่น้องของเขาทุกคนไม่สามารถไล่ตามความคิดของอีกฝ่ายได้เลย เพราะฉะนั้น...คุณหนูใหญ่ผู้นี้รู้ดีว่าคนที่จะกลายเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปควรจะเป็นคุณชายรองคนนี้ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ตอนที่เธอเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นผู้สืบทอด เธอก็ได้เริ่มเข้าหาเขาแล้ว สร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่าเขามีบุญคุณต่อเธอ และโชคดีที่ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขารีบคว้าโอกาสในการกลายเป็น “ผู้มีพระคุณ” ของเธอทันที และนั่นก็ทำให้ทุกอย่างเริ่มลงตัวมากขึ้น
น้องสาวของเธอรับรู้ว่าเธอมีใจให้เขา รวมทั้งการที่เธอพูดเสมอว่าเป็นสตรีแต่งให้ผู้อื่นก็เป็นเรื่องที่น่าอิจฉาแล้ว เธอยังบอกว่าตัวเองมีความฝันอยากจะกลายเป็นภรรยาของเขาด้วย แต่เพราะเธอไม่ได้มีความสามารถเหมือนกับคนอื่น ย่อมไม่ถูกใจเขา..นั่นทำให้ความทะเยอทะยานในใจน้องสาวเริ่มก่อตัวขึ้น และเธอก็มั่นใจว่าตัวเองคือคนที่ “มีความสามารถคนนั้น”
แผนการของเธอดำเนินมาค่อนข้างราบรื่นดี กระทั่งมั่นใจว่าคุณชายผู้นี้แห่งฮาร์ปี้ก็ไม่อาจมองข้ามคนของอัศวินแห่งภูติได้ อย่างไรคู่ครองคนนี้ก็เหมาะสมจริงๆ เรื่องราวน่าจะเป็นไปตามที่เธอต้องการ จนมาถึงวันนี้...
คุณชายรองแห่งฮาร์ปี้คนนั้นกลับสนใจผู้อื่นแทนน้องสาวของเธอ ถ้าเธอยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เมื่อน้องสาวที่แสนดีแต่งออกไปไม่ได้ นี่ไม่เท่ากับว่าสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมด อดทนมาทั้งหมดล้มเหลวไม่เป็นท่าหรอกหรือ?
เธอจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ เพื่อให้เรื่องยังกลับมาเป็นเหมือนเดิม เธอจะต้องสร้างสถานการณ์ให้พวกเขา ทำให้น้องสาวรู้ว่าจะต้องคว้าตัวคุณชายรองผู้นี้มาให้ได้!!
……………………………………..