บทที่ 486 ตัวอย่างศึกษา (อ่านฟรี 5 ก.ค. 69)
บทที่ 486 ตัวอย่างศึกษา (อ่านฟรี 5 ก.ค. 69)
บทที่ 486 ตัวอย่างศึกษา
คนของอาณาเขตอัศวินแห่งภูติค่อนข้างวุ่นวายและมีความตึงเครียดในระดับสูง เนื่องจากพวกเธอทุกคนล้วนมีแผนการในใจของตนเอง รวมทั้งพวกขุนนางก็ต้องเร่งดำเนินการดูเกี่ยวกับทิศทางของลมที่กำลังหมุนวนอยู่ใต้น้ำราวกับพายุใหญ่ เรื่องที่คุณหนูรองอาจจะโกหกว่าตนเองเคยพบเจอจิตวิญญาณต้นไม้โลกนั้นจะต้องส่งผลกระทบมากแน่
ยังไม่ใช่แค่นั้น...แต่การที่เธอเหมือนจะไม่ถูกกับคุณหนูคนใหม่ของอัศวินหงส์ขาว ซึ่งครอบครองใบต้นไม้โลกเองก็น่าจะส่งผลระทบไม่น้อย
ตอนนี้ขุนนางหลายคนกำลังเตรียมความพร้อมที่จะปลุกกระแสต่อต้านอัศวินแห่งภูติคนปัจจุบัน ด้วยการเอาความผิดพลาดของคุณหนูรองมาเป็นความผิดพลาดของผู้เลี้ยงดู กระทั่งมีบางคนต้องการใส่ความว่าอัศวินแห่งภูติคนปัจจุบันต้องการให้คุณหนูรองกุเรื่องนั้นขึ้นมาเพื่อให้ตำแหน่งของตนเองและครอบครัวมั่นคง...
ข้อหานั้นค่อนข้างร้ายแรง ... ซึ่งอัศวินแห่งภูติตอนนี้ก็ปวดหัวอย่างมาก แต่คนที่เป็นตัวปัญหาตอนนี้กลับไม่ได้สนใจสถานการณ์ของอาณาเขตเลย มีเพียง “คุณชายรองแห่งฮาร์ปี้” เท่านั้นที่อยู่ในสายตาของเธอ...
กลับเป็นทางคุณหนูใหญ่ต่างหากที่พยายามติดต่อไปยังอาณาเขตแห่งภูติเพื่อร่วมหาทางออกด้วย อย่างไรเธอก็ยังอยู่ที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวนี้ ถ้าหากสามารถเจรจาต่อรองกับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวจนได้รับใบต้นไม้โลกที่เธอบอกว่าอยากจะให้เป็นของขวัญก็คงจะดี แต่ถ้าไม่ได้...เช่นนั้นก็จะต้องสานความสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่ายให้ได้ อย่างน้อยๆก็ไม่ควรจะเป็นศัตรูกันอยู่เช่นนี้
คุณหนูใหญ่ไม่ได้แสดงออกว่าเธอเก่งกาจแต่อย่างใด เธอยังคงราบเรียบเรียบง่ายเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกก็ทำ การที่ไปพบผู้ชายเพื่อชวนคุยติฉินนินทาเกี่ยวกับคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวไม่ควรทำเลย...เธอก็ไม่ได้ทำ ทว่าคนที่ทำก็คือ “คุณหนูรอง” ที่แสนดีนั่นเอง
แม้ว่าตอนที่เธอขอพบคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้จะไม่มีคนเห็น กระนั้น...หน้าต่างมีหูประตูมีตาฉันท์ใด ก็ต้องมีคนที่แอบได้ยินบทสนทนาของพวกเขาบ้าง สุดท้ายจึงได้รู้ว่าคุณหนูรองคนนี้ใส่ไฟคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวอย่างมาก เรียกว่าน่าจะแสดงความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิดเอาเสียเลย
ความวุ่นวายเหล่านั้นคงอยู่ตลอดทั้งคืน ทว่า...ทางคนที่ถูกกล่าวถึงนั้นไม่ได้สนใจเรื่องไร้สาระเหล่านั้น หลังจากเข้าร่วมงานเลี้ยงแล้วเสร็จ งานของเธอที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวก็เหมือนจะเสร็จสิ้นไปด้วย ดังนั้นตอนนี้เธอก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระแล้ว
ซูหยวนติดต่อคนของตนเองทันที เตรียมออกเดินทางไปที่นอกอาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเพื่อร่วมการต่อสู้กับพวกกลุ่มดวงตามารด้วย แม้ว่าการต่อสู้จะเริ่มต้นไปนานแล้ว และน่าจะจบลงที่ความพ่ายแพ้ของพวกกลุ่มดวงตามาร แต่หลังจากนั้นก็ยังต้องจัดการเก็บกวาดอีกมาก
เธอแค่อยากจะไปดูเผื่อว่ามีอะไรหลุดรอดสายตาไปบ้าง และแน่นอนว่าถ้ามีอะไรน่าสนใจ..เธอก็พร้อมที่จะ “หยิบ” ติดมือกลับมาบ้าง...
“หืม? นั่นใครน่ะ”
เสียงทุ้มของคนรู้จักดังขึ้นจากทางด้านหลัง อันซูหยวนออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาถึงตำแหน่งที่ซ่อนตัวของพวกกลุ่มดวงตามารในเวลาไม่นานนัก ภาพที่เธอเห็นก็คือ “หลุมขนาดใหญ่” ซึ่งน่าจะเกิดจากการระเบิดทั้งจากภายในและภายนอก
นี่แปลว่าพวกกลุ่มดวงตามารก็มีแผนการรับมือของตนเอง เมื่อพวกเขารู้ว่าไม่สามารถสู้ต่อได้อีก ก็ไม่อยากมอบทรัพยากรดีๆทิ้งไว้ให้คนของเขตมลพิษใช้ ดังนั้นแทนที่จะถูกขโมยไป สู้ระเบิดไปพร้อมกับร่างกายของตนเองเสียยังจะดีกว่า
ซูหยวนไม่รู้เลยว่าพวกรุ่นพี่จากกองกำลังพิเศษนั้นจะสามารถเก็บอะไรกลับมาได้บ้าง เพราะถ้าพวกมันถูกทำลายไปทั้งหมดก็คงจะน่าเสียดายแย่
ของที่พวกกลุ่มดวงตามารศึกษามาเป็นเวลานานนั้นมีประโยชน์มาก แม้ว่ามันจะมาจากความสูญเสียของผู้คนมากมาย แต่ถ้าพวกเขาเสียไปแล้วยังไม่สามารถเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้อีก ก็คงจะน่าเสียดายยิ่งกว่า!
“มีการระเบิดอย่างรุนแรงเลยหรอคะ” ซูหยวนหันไปถาม รุ่นพี่พลทหารพิเศษถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สีหน้าดูจะเบื่อหน่ายถึงที่สุด
“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ เจ้าพวกนั้นไม่ยอมตายไปง่ายๆ ยังจะทิ้งภาระเก็บกู้ซากพวกนี้เอาไว้ให้พวกเราอีก ดีที่ของมากมายยังได้รับการปกป้องโดยบาเรีย ไม่อย่างนั้นพวกเรามาที่นี่คงจะไม่ได้อะไรกลับไปเลย”
“โอ้ แปลว่ากางบาเรียได้ทันงั้นหรอคะ รุ่นพี่ที่เข้าไปกางบาเรียไม่ถูกแรงกระแทกจนสลบไปแล้วหรือ?” ซูหยวนหัวเราะเบาๆ เธอพอจะนึกภาพที่รุ่นพี่คนนั้นถูกระเบิดกระแทกอย่างแรง ไม่สิ! ต้องนึกถึงตั้งแต่ก่อนที่จะมีการระเบิด ตอนที่พวกกลุ่มดวงตามารเห็นรุ่นพี่เข้า พวกนั้นจะรุมโจมตีจากทิศทางไหนบ้างนะ
ตอนนั้นสภาพคงไม่ต่างอะไรกับโยนตนเองเข้าไปโดยรุมยำเลย...แค่คิดภาพตอนนั้นขึ้นมา ก็รู้เลยว่ารุ่นพี่จะทำสีหน้าซังกะตายอย่างไร...
“สลบอะไร? เจ้านั่นหลังจากที่รับแรงระเบิดเสร็จก็ไม่ยอมพัก ปรี่เข้าไปหา “แท่นพลังงาน” ที่มีการดัดแปลงพิเศษของพวกมันเลย แถเมเขาก็ยังขโมยกลับไป ไม่ยอมให้คนอื่นด้วย! ขนาดพลทหารพิเศษที่มีความสามารถในการวิจัยวัสดุมาขอดู เขาก็ยังไม่ยอมให้ บอกว่าตัวเองใช้แรงงานไปมาก จะต้องเป็นคนได้รับของสิ่งนี้ไว้ แล้วจะไม่ยอมให้ใครเอามันไปจากเขาด้วย!”
“รุ่นน้องต้องเห็นท่าทางหวงของของเจ้านั่นนะ มันกล้าพูดได้ยังไงว่าตัวเองถูกใช้ทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ จะต้องได้รับของตอบแทนมากกว่าคนอื่น ฮึ่ม! สุดท้ายตอนนี้เป็นอย่างไร? พวกเรายังทำงานงกๆ เจ้านั่นก็กลับไปนอนกอดแท่นพลังงานเวอร์ชั่นอัพเกรดเสียแล้ว”
คนเป็นรุ่นพี่พูดไปก็หงุดหงิดปนหมันไส้ไปด้วย เขารู้ว่าเจ้าคนผู้ใช้บาเรียนั้นโกรธที่ทุกคนวางแผนเช่นนี้ โยนให้กระโดดลงไปกลางวงระเบิด แล้วก็ยังปล่อยให้เกิดการระเบิดขนาดนั้นขึ้นมา ถ้าบาเรียของเจ้านั่นพังก่อนที่แรงระเบิดจะหายไป ไม่ใช่แค่ทรัพยากรทั้งหมดจะถูกทำลายไปด้วย แม้แต่ชีวิตก็คงไม่เหลือ
ตอนนี้ก็พูดล้อเล่นกันได้ ด่ากันไปมาได้ ทว่า...ตอนที่เกิดการระเบิดขึ้นจริงๆ พวกเขาเองก็ยังกังวลว่าเจ้านั่นอาจจะรับมือไม่ไหวเลย
การระเบิดนั่นถูกตั้งค่าเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งแค่นั้นยังไม่พอ...เพราะหลังจากที่การต่อสู้เกิดความดุเดือดกันไปพักหนึ่ง จู่ๆก็มีคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์โผล่ออกมาใกล้กับเขตบาเรีย จากนั้นก็ยิงพลังระดับสูงตรงมาจากฟ้า เหมือนตั้งใจจะทำลายฐานของพวกกลุ่มดวงตามารไปด้วย
ดูไปดูมา เจ้าพวกนั้นก็คือคนของเขตอัศวินฮาร์ปี้ ซึ่งมาปรากฎตัวที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวได้อย่างไรก็ไม่มีใครรู้ พวกเขายังคิดว่าที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวเกิดเรื่องไปด้วยเลย
สถานการณ์ตอนนั้นกดดันอย่างมาก สุดท้ายเมื่อผ่านมันไปได้ และเจ้านั่นยึดเอาแท่นพลังงานที่น่าสนใจไป คนมากมายก็ด่าทอตามหลัง แต่ก็ไม่ได้มีใครจริงจังอะไรขนาดนั้น
ถ้าพวกเขาอยากจะขอศึกษาแท่นพลังงานนั้นจริงๆ เจ้านั่นก็ไม่ห้ามหรอก ก็แค่ไม่กี่วันนี้...ให้เขาได้กอดมันอย่างสมใจอยากไปก่อน...
เมื่อซูหยวนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคร่าวๆ เธอก็ถอนหายใจออกมา พวกเผ่าฮาร์ปี้พวกนี้ช่างเป็นสุนัขตัวใหญ่ที่สามารถลอบกัดได้ตลอดเวลาจริงๆ ตอนที่คุณชายรองแห่งฮาร์ปี้พูดต่อหน้าขุนนางของอัศวินหงส์ขาวว่าจะรับผิดชอบด้วยการส่งคนมาช่วยจัดการกลุ่มดวงตามาร เธอก็รู้แล้วว่า “ช่วย” ของอีกฝ่ายไม่ใช่การ “ช่วยแบบปกติ”
สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เธอคิด พวกเขาไม่ได้มาช่วย แต่มาทำลาย “หลักฐาน” ทั้งหมดของตนเองต่างหาก! ไม่ใช่แค่นั้น...แต่ยังคิดจะทำให้พวกรุ่นพี่ของเธอต้องเจ็บตัวไปด้วย เอาเป็นว่า...เธอและไอ้คุณชายแห่งฮาร์ปี้นี้คงจะญาติดีกันไม่ได้อีกต่อไป!!
“แล้วทางรุ่นน้องเป็นยังไงบ้าง ตอนแรกที่พวกคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ออกมาลงมือก็คิดว่ารุ่นน้องอาจจะเจอปัญหาแล้ว เกือบจะละทิ้งการถล่มพวกกลุ่มดวงตามารแล้วเข้าไปช่วยรุ่นน้อง ดีที่มีหนูสีทองลายขาวๆแจ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ของรุ่นน้องก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเราคงตัดสินใจอะไรกันผิดๆไปแล้ว”
คุณพี่คนนั้นยังพูดต่อไป สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้น่าปวดหัวจริงๆ การทำลายพวกกลุ่มดวงตามารไม่ใช่เรื่องยาก ก็แค่ต้องระวังไม่ให้พลาดท่าไปถล่มโดนเขตของพวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะถูกกล่าวหาว่าต้องการเป็นศัตรูเอาได้
หากแค่เรื่องนั้นพวกเขาก็ไม่ได้กลัว ทว่ารุ่นน้องอันซูหยวนของพวกเขากลายเป็นตัวประกันอยู่ในอาณาเขตด้วย ดังนั้นย่อมไม่อาจจะสร้างปัญหาได้
โชคดีที่สุดท้ายจบลงโดยไม่มีปัญหาอะไร แม้จะมีคนบาดเจ็บบ้าง ถึงอย่างนั้นมันก็แค่เรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นจากการต่อสู้
ซูหยวนส่ายหน้า ทางเธอไม่ได้มีปัญหาอะไร อีกอย่าง...อัศวินหงส์ขาวก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ได้แค่รับซูหยวนไปดูแลเพียงเพราะอยากได้ผลประโยชน์เท่านั้น หากแต่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อเธอ รวมถึงอาจจะอยากเป็นพันธมิตรที่ดีต่อเขตมลพิษผ่านเธอที่เป็นตัวแทนด้วย เรื่องหลังจากนี้สมควรจะไม่มีปัญหายุ่งยากอีก
“ทางฉันไม่มีปัญหา อัศวินหงส์ขาวจัดงานเลี้ยงประกาศให้ฉันเป็นบุตรีของเธออย่างเป็นทางการแล้ว แล้วก็...ยืนยันแล้วว่าเผ่าฮาร์ปี้น่าจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังของกลุ่มดวงตามารจริงๆ พวกนั้นเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่มาช่วยโจมตีนั่นแหละ คาดว่าไม่ได้เจตนาดีนัก อาจจะอยากทำลายหลักฐานมากกว่า”
“อะไรนะ? ไอ้พวกนั้นมันกล้าเปิดเผยตัวเลยหรอ? พวกมันไม่กลัวรึไงว่าพวกเราจะอยากจัดการพวกมันน่ะ!”
รุ่นพี่อ้าปากค้างอยากไม่อยากจะเชื่อ ที่แท้ไอ้พวกที่มาก่อกวนสร้างปัญหาก่อนหน้านี้ก็คือคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แถมยังไม่คิดจะซ่อนตัวอีกหรือ? พวกมันจะไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
“ไม่เพียงแค่ไม่ปิดบังเท่านั้น แต่พวกเขายังคิดอยากจะจับฉันไปเป็นภรรยาด้วย” ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงความไร้ยางอายของคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้
“ห๋า พวกมันกล้ารึไง ถ้าเรื่องนี้ถึงหูไอ้คุณชายประธานจางนั่น...อาณาเขตของพวกมันจะเหลือรอดรึไง ยุ่งกับใครไม่ยุ่ง มายุ่งกับรุ่นน้องอันที่ไอ้หมาบ้าหวงยิ่งกว่าก้าง!”
รุ่นพี่พลทหารพิเศษตะโกนออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เรียกสายตาของทหารพิเศษและทหารระดับสูงให้หันมามองได้หลายคน อย่างไรก็ตาม...หลังจากที่เขาหลุดพูดออกมาด้วยความตกใจแล้ว ก็ชะงักไปเมื่อเห็นสายตาของอันซูหยวน
“เอ่อ...เอ่อ หมายถึง หมายถึง...”
ให้ตายเถอะ! เมื่อครู่เขาหลุดพูดอะไรไป ดูก็รู้ว่ารุ่นน้องยังไม่มีความคิดจะแต่งงานหรือมีคนรัก อีกอย่าง...ไอ้ปีศาจจางนั่นก็แค่แอบมองอยู่ใกล้ๆเท่านั้น ไม่มีวี่แววว่าจะสานความสัมพันธ์ในระยะอันสั้นนี้ การที่เขาเผลอหลุดปากพูดออกไปแบบนี้จะไม่ทำให้รุ่นน้องรู้สึกอึดอัดใจใช่ไหม?
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบไอ้ประธานจางคนนั้น แต่ถ้ารุ่นน้องได้พึ่งพิงขาทองคำของอีกฝ่ายไว้ ความปลอดภัยคงจะมากกว่าการเป็นแค่รุ่นน้องของพวกเขาแน่นอน
ซูหยวนมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าตากระอักกระอ่วน รวมถึงพลทหารพิเศษทั้งหมด กระทั่งทหารระดับสูงที่รู้เรื่องความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดของเจ้านายและลูกน้องคู่นี้ รู้สึกไม่ค่อยชอบคำพูดของเขาก็จริง แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมจึงคิดเช่นนั้น...สุดท้ายแล้วเธอเองก็ไม่ได้ต่อต้านประธานจางอย่างจริงๆจังๆ อาจจะทำให้คนเข้าใจไปอย่างนั้นก็ไม่แปลก
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอไม่พูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์อีก แล้วเปลี่ยนเป็นพูดเรื่องจริงๆจังๆเพื่อไม่ให้รุ่นพี่รู้สึกผิดต่อไป
“สำหรับสถานการณ์คร่าวๆของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ฉันจะทำแผนภาพความเชื่อมโยงมาให้ดูเพื่อความเข้าใจง่ายนะคะ หลังจากนี้รุ่นพี่และกองกำลังพิเศษอาจจะได้เข้ามาช่วยฉันในการจัดการการแลกเปลี่ยนหรืออื่นๆ นอกจากนี้...แม้ว่าคุณชายแห่งฮาร์ปี้จะไม่ใช่คนดี แต่ก็ยังไม่สามารถกลายเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนได้ และเขาก็มอบสิ่งนี้มาให้ฉันด้วยค่ะ”
ซูหยวนหยิบเอา “แท่นพลังงานขนาดเล็ก” ที่ได้รับจากคุณชายรองแห่งฮาร์ปี้ออกมา
คิ้วของรุ่นพี่พลหทารพิเศษคลายลงเพราะเห็นว่ารุ่นน้องไม่ตำหนิอะไร จากนั้นก็รับเอาแท่นพลังงานที่รูปร่างประหลาดกว่าที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ออกมาดู
“นี่ก็คือ....”
“มันเป็นแท่นพลังงานที่ยกระดับโดยคนของฮาร์ปี้ พวกเขามีพื้นที่ล่าที่ทำให้ได้รับทรัพยากรในการผลิตมา ของขวัญชิ้นนี้ที่ได้รับ...น่าจะเพราะอยากแสดงความพิเศษให้เห็น จะได้เริ่มการแลกเปลี่ยนได้”
“โอ้โห ทั้งๆที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังให้ทำลายล้างพวกเรา แต่ตอนนี้กลับบอกว่าอยากจะแลกเปลี่ยนงั้นหรือ? ไอ้พวกสารเลวนั่นคิดว่าพวกเราโง่งม เห็นแก่ได้จนหน้ามืดไปแล้วหรือ!”
แม้แต่รุ่นพี่ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่คุณชายแห่งฮาร์ปี้มอบของขวัญเป็น “ของจากศัตรู” ที่ต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตนเอง เขาก็ยังรู้สึกเดือดปุดๆในใจ ดังนั้นยิ่งรู้สึกสงสารอันซูหยวน รุ่นน้องที่ต้องเข้าไปรับแรงกดดันที่นั่นตามลำพังมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก!
……………………………………….