บทที่ 487 รุ่นพี่ที่น่าสงสาร (อ่านฟรี 6 ก.ค. 69)
บทที่ 487 รุ่นพี่ที่น่าสงสาร (อ่านฟรี 6 ก.ค. 69)
บทที่ 487 รุ่นพี่ที่น่าสงสาร
ซูหยวนไม่ได้ใส่ใจมากนัก แม้ตอนที่รับของชิ้นนี้จะรู้สึกโมโหอยู่บ้าง แต่ก็รู้ดีว่าของชิ้นนี้มีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ฉะนั้นแค่คิดว่ามนุษย์ชาติจะพัฒนามากขึ้นไปกว่าเดิม และอาจจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ครั้งหนึ่งพวกฮาร์ปี้ต้องยกมือไหว้ร้องขอชีวิต หากทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจาก “แท่นพลังงาน” ที่อีกฝ่ายมอบให้เป็นของขวัญ เช่นนั้นคงจะรู้สึกสะใจไม่น้อย!
แผนการในใจของซูหยวนมองไปไกลยิ่งกว่าที่ทุกคนเห็นมาก และเพราะแบบนั้นเธอจึงควบคุมสติของตนเองได้ด้วยเช่นกัน
“ช่วยตรวจสอบเทคโนโลยีในการผลิตรุ่นนี้ให้หน่อยนะคะ สำหรับเรื่องทรัพยากรในการผลิต..เรื่องนั้นยังไม่ต้องกังวล ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณหนูคุณชายบางอาณาเขต อาจจะทำอะไรได้บ้าง หรืออาจจะมีวัสดุที่ดีกว่าด้วย”
“เข้าใจแล้ว...” รุ่นพี่พลทหารพิเศษตอบรับคล้ายกับว่ายังตามไม่ทันอยู่บ้าง
ภาพที่เขาเห็นตอนนี้ก็คือคลื่นพลังงานมหาศาลกำลังไหลเข้ามาสู่แท่นพลังงานในมือนี้ และมันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังติดถังเติมพลังอยู่ตลอดเวลา แท่นพลังงานนี้...ดูทรงพลังมากจริงๆ
ในขณะที่ทหารพิเศษคนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องตอบรับอย่างไร จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง สีหน้าของเขาบูดบึ้งจนดูไม่ได้ แถมในมือก็ยัง “แบก” แท่นพลังงานสีดำขนาด 1.5 เมตรมาด้วย
“รุ่นน้องกลับมาแล้วหรือ?!” เสียงของเขาดังมาก พร้อมกับท่าวิ่งที่พุ่งตัวออกมา ทำเอาซูหยวนเกือบจะถอยหลังด้วยความตกใจแล้ว
ดีที่เธอจำได้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในรังซอมบี้ที่เคยพิชิตในเกม ไม่อย่างนั้นอาจจะเผลอเอาพลั่วออกมาแล้วตีไปที่หัวของเจ้าซอมบี้ตรงหน้าจนแตกเละเทะแล้ว...
ก็นะ ใครใช้ให้เขาเหมือนกับซอมบี้แบบนี้ ทั้งดวงตาที่ดำคล้ำและบูดโปน ไหนจะการแบกของสีดำไว้ตลอดเวลาจนทำให้เสื้อผ้าดูสกปรกมอมแมม ภาพลักษณ์แบบนี้มันอะไร?
“รุ่นพี่?”
นึกดีๆ หากเอาเขม่าที่ใบหน้าของเขาออกไปแล้วก็น่าจะเป็นรุ่นพี่ที่เธอรู้จักจริงๆ เขาคือคนที่ถูกนินทาก่อนหน้านี้ว่าเป็นคนที่ขโมยเอาทรัพยากรจากการทำลายกลุ่มดวงตามารไป และใช่...แท่นพลังงานที่อัพเกรดของกลุ่มดวงตามารก็คือแท่นพลังงานขนาด 1.5 เมตรในอ้อมแขนของเขา
ท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่กำลังกลัวว่าจะมีคนแย่งเอาของของตนเองไปจนต้องเก็บติดตัวไว้ตลอดเวลานั้นดูน่าขำมาก เธอรู้ว่ารุ่นพี่พลทหารพิเศษคนนี้ไม่ได้ต้องการแท่นพลังงานนั้นจริงๆหรอก เขาก็แค่อยากจะเอาชนะ อยากทำให้คนอื่นๆรู้สึกเจ็บใจเท่านั้น เพราะตอนที่เขารับแรงโจมตีอย่างดุเดือดนั้น...มันเหมือนกับถูกหลอกให้ไปทำงานหนักเลยน่ะสิ
“ในที่สุดรุ่นน้องก็มาแล้ว ภารกิจนี้...ที่จริงมีแค่ฉันและรุ่นน้องเท่านั้นแหละที่ต้องทำงานหนักเหมือนคนโง่ รุ่นพี่คนนี้สงสารรุ่นน้องมากๆ เฝ้ารอรุ่นน้องกลับมาตลอด”
“แล้วก็...นี่คือของขวัญที่รุ่นพี่เตรียมไว้ให้ รุ่นน้องน่าจะชอบ เพราะมันดึงพลังงานมามากกว่าแท่นพลังงานขนาดใหญ่อีกนะ กำลังอยู่ในช่วงทดลองของพวกกลุ่มดวงตามารเลย ถ้ารุ่นน้องมีพลังงานมากพอแล้วและไม่ต้องการใช้ ก็เอาไปให้ “สัตว์เลี้ยง” ของรุ่นน้องยกระดับก็ได้” รุ่นพี่พลทหารพิเศษยื่นเอาแท่นพลังงาน 1.5 เมตรมาให้เธอ แถมยังจิกกัดคนอื่นไปด้วย
ซูหยวนเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พยายามไม่หัวเราะกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของรุ่นพี่ ก่อนจะหยิบเอาของดีออกมา...
“รุ่นพี่คะ ฉันได้รับยาดีๆมาจากงานเลี้ยงต้อนรับด้วย รุ่นพี่ลองใช้ดู...น่าจะทำให้การบาดเจ็บข้างในของรุ่นพี่ดีขึ้น”
เธอยื่นขวดยาให้อีกฝ่าย แน่นอนว่ายานี้เป็นยาที่เธอให้โรงงานหนูขาวกลายพันธุ์ปรับปรุงขึ้นมาจากยาฟื้นฟูระดับสูง เปลี่ยนให้เป็นยาฟื้นฟูระดับสุดยอด
อันที่จริง...เธอก็ไม่คิดจะมอบยาพวกนี้ให้คนอื่นใช้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นสภาพของรุ่นพี่เหมือนกำลังจะช้ำในตายเช่นนี้..
“ยังเป็นรุ่นน้องที่ดีต่อรุ่นพี่ พวกเราหัวอกเดียวกัน เข้าใจกันและกันเสมอ รุ่นพี่คนนี้ขอสาบานว่าหลังจากนี้มีเรื่องดีๆอะไร จะมอบให้รุ่นน้องก่อนเป็นอันดับแรก”
เขาวางแท่นพลังงานขนาดใหญ่ลงกับพื้น ปักมันลงดินแน่นเพื่อไม่ให้คนอวยฉวยโอกาสขโมยไปด้วย พร้อมกันนั้นก็รับยามาแล้วกระดกรวดเดียวหมด
เดิมทีไม่ได้คาดหวังกับยานี้มากนัก เห็นว่าเป็นของที่รุ่นน้องตั้งใจเอามาให้ แม้จะเจอกับแรงกดดันมหาศาลในเขตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถือว่าเป็นการเสียสละทำงานหนักเหมือนตนเอง ดังนั้นเขาจึงต้องการรักษาน้ำใจของอีกฝ่าย เพียงแต่...หลังจากที่ความอุ่นร้อนไหลเข้าสู่ลำคอแล้วไปที่ท้องของตน รุ่นพี่ที่บาดเจ็บมาสองวันก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
“นะ นี่ ยานี่...”
เหมือนกับยาที่ฟื้นเขาที่ตายไปแล้วให้กลับมา พลังงานแห้งเหือดจากการรับแรงโจมตีทั้งหมด แถมยังบาดเจ็บจนถึงแก่นแท้ของพลังงาน
เขาใช้เวลา 2 วันฟื้นฟูก็ไม่ดีขึ้นมากนัก ยังคิดว่าหลังจากภารกิจนี้อาจจะต้องพักไปอีกเป็นอย่างน้อย 3 ปี มากสุดอาจจะเป็น 10 ปีเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงได้โมโหอยู่เช่นนี้อย่างไรล่ะ ใครจะไปคิดว่าแค่รุ่นน้องมาถึง...เธอก็กลายเป็นนางฟ้าประจำตัวของเขาไปเสียแล้ว
“หายแล้ว!?” เขาตะโกนเสียงดังอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ด้านหลังมีรุ่นพี่พลทหารพิเศษที่ติดตามมาตั้งแต่ที่รุ่นพี่ผู้ใช้บาเรียป้องกันวิ่งออกมาแล้ว เขามองดูเงียบๆอยู่ตลอดแต่ก็คอยดูว่าเจ้าตัวจะบาดเจ็บหรือล้มลงหรือไม่ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอกว่า “หายแล้ว” เขาก็ขมวดคิ้วแล้วเข้ามาตรวจสอบทันที
มือหนาของเขาจับที่หน้าท้องและด้านหลังของรุ่นพี่ผู้ใช้บาเรียจนเหมือนกับว่ากำลังโอบกอดกันอยู่ ภาพที่ซูหยวนเห็นนี้ทำให้อดประหลาดใจไม่ได้ ราวกับเข้าใจความคิดของเธอ...รุ่นพี่ที่คุยกับเธอก่อนหน้านี้ยื่นหน้าเข้ามากระซิบอธิบาย
“สองคนนี้มีความสัมพันธ์แปลกๆอยู่ รุ่นน้องอย่าถามอะไร แค่ดูไปก็พอ”
เห็นคนยักคิ้วหลิ่วตา ซูหยวนก็นึกถึงก่อนหน้านี้ที่เขายังพูดถึงเรื่องตนเองกับประธานจาง ดูท่าว่ารุ่นพี่คนนี้คงจะเป็นสายเม้าท์แน่ๆ
ถึงปกติซูหยวนจะไม่ค่อยมีเพื่อนในชีวิตจริง และเธอก็ไม่ชอบที่จะเป็นผู้พูดถึงคนอื่นหรืออยู่ในวงสนทนานั้น ทว่า...เพื่อเก็บข้อมูลและทำความเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ หูของเธอจึงมักจะต้องฟัง และเก็บเป็นประเด็นต่างๆเอาไว้เสมอ
ย้อนกลับไปในชีวิตการทำงานที่ “สงบสุข” ของเธอก่อนหน้านี้ หลายครั้งที่เธอต้องคอยดูความสัมพันธ์ของลูกค้า และ “คนที่ลูกค้าพามา” ด้วย
บางครั้งลูกค้าหนึ่งคนอาจจะพาคนมาด้วย 3-4 คนแบบไม่ซ้ำหน้า หากเธอไม่รู้ข่าวจากพวกสาย “เม้าท์” ก็อาจจะตามไม่ทันแล้วเผลอทำอะไรผิดๆออกไป
ซึ่งเรื่องนี้มีตัวอย่างให้เห็น พนักงานคนหนึ่งพยายามเอาใจลูกค้า วันแรกลูกค้าพาผู้หญิงคนหนึ่งมา แนะนำว่าเป็นภรรยาของเขา แต่อีกวันกลับพาผู้หญิงอีกคนหนึ่งมา และอีกวันก็เปลี่ยนหน้าเป็นอีกคน ดังนั้นเพื่อเอาใจเขา...พนักงานจึงพูดกับลูกค้าวันที่ 3 ทำนองว่าเธอเป็นคุณผู้หญิงของเขา ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นพาใครมาก่อน มีเธอเป็นคนแรก...ตั้งใจว่าจบครั้งนี้จะได้โบนัสก้อนโต
ใครจะคิดว่าคุณผู้ชายคนนั้นกลับหน้าเสียแล้วรีบอธิบายให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าใจ ปรากฏว่าหญิงสาวในวันที่ 3 แท้จริงแล้วก็คือลูกสาวของภรรยาในวันแรก
การแสดงออกของพนักงานทำให้ลูกสาวสงสัยว่าบิดาของตนเองกำลังกระทำความผิดต่อมารดาจึงได้ตามสืบ สุดท้ายพบว่าเขาไม่ได้พาผู้หญิงมาเพียงคนเดียวและรู้ว่าเขาพาผู้หญิงคนอื่นมาจนทำให้พนักงานต้องพูดเอาใจแบบนั้น
ซูหยวนมองดูเหตุการณ์นั้นเงียบๆเพราะลูกค้าคนนั้นไม่ได้อยู่ในการรับผิดชอบของเธอ แน่นอนว่าคนที่ถูกตำหนิและไล่ออกไปก็คือพนักงานคนนั้น แต่ไม่รู้ทำไม...ลูกค้าที่มีปัญหาคนนั้นกลับถูกโยนมาให้เธอต่อ
ดีที่ซูหยวนรู้เรื่องความสัมพันธ์นี้ดีผ่านการเงี่ยหูฟังและรวบรวมข้อมูลเอาไว้ทั้งหมด ถ้าเรื่องนี้ไม่มาถึงตัวเธอ...เธอก็คงจะไม่ต้องงัดสิ่งที่ “เผือก” เอาไว้มาใช้ แต่สุดท้ายก็ทำงานนี้ผ่านไปด้วยดี และ “สร้างศัตรู” ที่เป็นเพื่อนร่วมงานซึ่งสนิทกับพนักงานที่ถูกไล่ออกไปก่อนหน้านี้อีก 2 คน
สิ่งนี้เรียกว่าอยู่ของเธอดีๆ ทำงานอยู่ดีๆ กลับสร้างความเกลียดชังได้...แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ตอนเธอเป็นพนักงานขายใหม่ๆ สุดท้ายเธอก็เปลี่ยนอาชีพไปอีกหลากหลายเพื่อสร้างมูลค่าให้ตัวเอง และประสบความสำเร็จจนกระทั่งก่อนจะเกิดอุบัติเหตุนั้น...
อ่า...เล่าความมาจนถึงตอนนี้ก็แค่อยากจะบอกว่า...เพื่อนร่วมงานที่เป็นรุ่นพี่พลทหารพิเศษเหล่านี้ เธอก็กำลังวางผังความสัมพันธ์ของพวกเขาไว้ในใจเช่นกัน
อย่างน้อยๆ...เธอก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ควรจะสนิทสนมกับรุ่นพี่ผู้ใช้บาเรียป้องกันมากเกินไป เพราะมีเจ้าที่คอยคุ้มกันอยู่ หากเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วทำให้เจ้าที่ไม่พอใจ อาจจะเป็นการสร้างความยากลำบากในการทำงานของเธอต่อไปในอนาคตได้
แน่นอนว่าถ้าเขายังคิดอะไรไม่เข้าเรื่อง โดยที่เธอพยายามทำงานของตนเองให้ดีที่สุดแล้วอยากจะมาเกลียดชังเธอ เช่นนั้นเขาก็จะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่ “เกลียด” เธออีกคนเท่านั้น
ซูหยวนไม่เคยทำงานโดยไม่มีคนเกลียดชัง และเธอก็ไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนโง่พวกนั้นด้วย หากเกลียดเธอเพราะเธอทำผิดต่อพวกเขา เอาเปรียบพวกเขา เช่นนั้นเธอก็จะพยายามแก้ไขให้มันดีขึ้น แต่ถ้าเกลียดเธอเพราะเธอทำงานของตนเองได้ดี อย่างนั้น...เชิญเกลียดชังเธอได้เลย เธอไม่อยากกลายเป็นที่รักของคนทั้งโลกนี้อยู่แล้ว เพราะเธอรักตัวเองมากจนไม่ต้องการความรักไร้สาระพวกนั้น
“นี่...ดูเหมือนว่าจะหายแล้วจริงๆ” หลังจากที่พลทหารพิเศษมาดเข้มตรวจสอบร่างกายของเพื่อนตนเองเสร็จแล้วก็ละมือ มองมายังซูหยวนด้วยความสนใจ
เขารู้ว่ารุ่นน้องพลทหารพิเศษคนนี้มีความสามารถมาก แต่ไม่ได้คิดเลยว่าเธอจะเอายาล้ำค่าเช่นนี้ออกมาได้ง่ายๆ
เชื่อเถอะว่าต่อให้เป็นเขาที่ได้เข้าไปอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะได้รับยาวิเศษเช่นนี้มา ไม่ต้องพูดเลยว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หรือไม่
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่คนจากเขตมลพิษถูกดูแคลนอย่างหนัก ต่อให้เขาอาสาที่จะเข้าไป...หัวหน้ากองกำลังก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้เข้าไปได้แน่ เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน หากถูกพวกนั้นพูดจาไร้สาระต่อหน้าแล้วยังไม่ลงมือ เช่นนั้นก็คงจะไม่ใช่เขาแล้ว ตอนนั้นก็สงสัยได้เลยว่าเขาถูกคนอื่นควบคุมร่างกายไปแล้วน่ะ!
“รุ่นน้องอันดีที่สุด รุ่นน้องเป็นรุ่นน้องที่ดีที่สุด”
พลทหารพิเศษผู้ฟื้นคืนจากอาการบาดเจ็บดีใจมากเมื่อได้รับการยืนยันเช่นนั้น แปลว่าหลังจากนี้ก็ไม่ต้องถูกควบคุมให้นอนพักอยู่แต่ในกระโจมเพื่อป้องกันไม่ให้การช้ำในขยายเพิ่มขึ้นอีก นี่จะไม่ใช่เรื่องน่ายินดีได้อย่างไร
เห็นรอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเช่นนั้น ซูหยวนก็ได้โอกาส ชี้ไปที่แท่นพลังงานที่อยู่ตรงหน้า อยากจะช่วยหาทางลงให้ตัวรุ่นพี่เองและกองกำลังพิเศษด้วย
“รุ่นพี่คะ ถ้าอย่างนั้นแท่นพลังงานนี้ฉันขอให้พวกรุ่นพี่คนอื่นเอาไปตรวจสอบได้ไหมคะ เผื่อว่าจะสามารถสร้างแท่นพลังงานที่ยกระดับขึ้นมาได้ ฉันตั้งใจว่าจะให้รุ่นพี่ช่วยผลิตเพิ่มให้สัก 3-4 อัน เอาไว้ในพื้นที่เขต D ให้พวกหนูขาวกลายพันธุ์ใช้พลังงานได้มากขึ้น จะได้ปกป้องจุดเคลื่อนย้ายที่ค้นพบนั้นได้” เมื่อซูหยวนพูดเช่นนั้น รุ่นพี่ที่กำลังมีความสุขก็ชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เขาทนเจ็บปวดจากบาดแผลก็เลยคิดจะเอาคืน แต่ตอนนี้หายแล้ว อารมณ์ก็เลยกลับมาดีเหมือนก่อน คิดแล้วก็รู้สึกอับอายไม่น้อยกับการกระทำที่บ้าคลั่งของตนเองก่อนหน้า ทำเอาใบหน้าของเขาขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ...หากรุ่นน้องไม่เป็นคนเอ่ยปากขอแท่นพลังงานนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องแบกกลับไปด้วยเพื่อรักษาใบหน้าของตนเอง ดีจริงๆที่รุ่นน้องคิดเผื่อเขาด้วย...
“ได้สิ ในเมื่อจะเป็นประโยชน์ต่อรุ่นน้อง ฉันในฐานะรุ่นพี่ก็ยกให้ได้อยู่แล้ว”
เห็นเขาว่าอย่างนั้น ซูหยวนจึงส่งสัญญาณให้รุ่นพี่ที่รออยู่ก่อนแล้วรีบยกมันออกไปไกลๆสายตา เธอหันกลับมามองรุ่นพี่ผู้ใช้บาเรียเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ถือว่าเขาทำงานหนักจริงๆ ยารักษานั้นเป็นสิ่งเยียวยาให้เขาหายบาดเจ็บ ไม่สมควรจะเป็นของรางวัลสำหรับเขาจริงๆ ดังนั้นเธอจึงเอา “ผลึกบาเรียระดับสูง” ออกมาให้เขาถึง 2 ชิ้น
“รุ่นพี่ ผลึกบาเรียนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อรุ่นพี่นะคะ เพราะรุ่นพี่ใช้พลังงานเพื่อกางเป็นโล่บาเรียได้ แต่ถ้าบาเรียของรุ่นพี่แบกรับไม่ได้ มันก็จะส่งผลกระทบต่อพลังชีวิตของรุ่นพี่โดยตรง”
“แทนที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก รุ่นพี่พกผลึกบาเรียพวกนี้ติดไว้ด้วยดีกว่าไหมคะ? เมื่อถึงช่วงที่พลังของรุ่นพี่เพียงอย่างเดียวรับไม่ไหวแล้ว เช่นนั้นก็กระตุ้นใช้ผลึกบาเรียพวกนี้ช่วยด้วยก็ได้ค่ะ” ซูหยวนบอกเช่นนั้น รุ่นพี่ก็ลังเลเล็กน้อย
ผลึกบาเรียธรรมดาก็เป็นของที่พวกเขารู้สึกว่ามันได้มาอย่างยากลำบากแล้ว ตอนนี้รุ่นน้องกลับอยากจะยกผลึกบาเรียระดับสูงให้เขาอีก ในฐานะรุ่นพี่ที่ยังไม่ค่อยทำประโยชน์ใดๆให้รุ่นน้อง เขารู้สึกว่าการรับผลึกบาเรียนี้มาจะเป็นการเอาเปรียบคนอื่นเกินไป
“ไม่ต้องคิดมากนะคะ หลังจากนี้ฉันอาจจะมีงานที่ขอให้รุ่นพี่ช่วยอีกหลายอย่างเลยล่ะค่ะ”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้น...ของนี้จะรับเอาไว้นะ”
“ค่ะ” เห็นรุ่นพี่ยอมรับของ ซูหยวนก็ผ่อนคลายลงมาก
แน่นอนว่าการมอบของขวัญนี้ให้รุ่นพี่ นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยพลทหารพิเศษแล้ว ก็ยังเป็นการทำเพื่อตนเองด้วย..
เธอช่วยรุ่นพี่ผู้ใช้บาเรียป้องกัน นอกจากจะได้ความจริงใจจากเขาแล้ว รุ่นพี่ผู้มีความสามารถทางการแพทย์ที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างหลังก็จะต้องตอบแทนน้ำใจของเธอแน่นอน นี่แหละที่เรียกว่าการใช้เรื่อง “ซุบซิบ” เพื่อประโยชน์ของตนเองที่ถูกต้อง
………………………………