บทที่ 490 พ่อลูกเจอหน้า (อ่านฟรี 9 ก.ค. 69)
บทที่ 490 พ่อลูกเจอหน้า (อ่านฟรี 9 ก.ค. 69)
บทที่ 490 พ่อลูกเจอหน้า
“จี๊ด! ยังไม่ไปอีกหรือ? หรือคิดจะสร้างปัญหาให้งานของข้า?”
หนูทองลายขาวหันมาตวาดใส่เมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่ยอมขยับ สายตาของอีกฝ่ายชัดเจนว่าอยากจะหาเรื่องพวกเขาแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงรีบขยับกันเป็นแถว กลัวว่าแทนที่เจ้าหนูตัวนั้นจะโจมตีที่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ อาจจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่พวกเขาแทน
เจ้าหนูทองลายขาวกลายพันธุ์ไม่ได้แค่พูดเฉยๆ หลังจากที่เห็นว่ามนุษย์ทุกคนถอยไปอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว มันก็เริ่มลงมือทันที เจ้าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่โชคร้ายตนนั้นเหมือนไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ทันทีที่หนูทองลายขาวปรากฏตัว ออร่าของสัตว์กลายพันธุ์ที่ระดับสูงว่าตนเองก็ทำให้พวกมันไม่กล้าโจมตีแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงว่าหนูทองลายขาวตัวนี้แค่ตวัดฝ่ามือก็ทำให้ปากของมันถูกตัดขาวราวกับเต้าหู้ สุดท้ายเมื่อหนูทองลายขาวหันมาหาตนเอง พวกมันก็ถอยหลังไปหลายก้าว แน่นอนว่ารวมไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตัวอื่นๆด้วย ใครจะอยากถูกตัดปากแบบนั้นอีกล่ะ!
“จี๊ด! พวกเจ้าอย่าให้เสียเวลา อยากจะตายก็เข้ามาเดี๋ยวนี้เลย!” หนูทองลายขาวตวาดเสียงดัง พวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่อวดดีก่อนหน้านี้ก็วิ่งหนีแตกกระเจิงอย่างไม่คิดชีวิต ทำเอาหนูทองลายขาวที่ตั้งท่าจะโจมตีชะงักไป
“จี๊ด! นี่ทำอะไรกัน ทำไมไม่รีบเข้ามาตาย! อยากจะให้ข้าวิ่งไล่งั้นหรือ? จี๊ด!” เจ้าตัวอ้วนกลมตั้งท่าจะวิ่งเข้าใส่ศัตรู ดีที่อันเฉินเรียกเอาไว้เสียก่อน
“ท่านหนูทอง ปล่อยพวกมันไปเถอะ”
“จี๊ด! ให้ปล่อยพวกมันงั้นหรือ? พูดอะไรออกมารู้หรือไม่? ถ้าข้าต้องปล่อยพวกมันไป เช่นนั้นเจ้านายที่กำลังมาจะเห็นได้อย่างไรว่าข้าจัดการสัตว์กลายพันธุ์มากมายขนาดไหนเพื่อปกป้องคนของเจ้านายน่ะ!”
อันเฉินชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าเจ้าหนูทองลายขาวตัวนี้กำลังติดนิสัยบางอย่างมาจากลูกสาว แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยอะไร...
“ฉันจะบอกเจ้านายของท่านให้เองค่ะ” เด็กสาวที่ซ่อนอยู่ด้านหลังพูดขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง หนูทองลายขาวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่าย สุดท้ายก็กอดอกพยักหน้ารับ
“ดีที่มีเด็กฉลาด จี๊ด!” มันว่าอย่างนั้นก่อนจะไปซ่อนตัว เมื่อมันปรากฏตัวก็ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน เมื่อมันซ่อนตัว...พวกเขาก็มองหาไม่เจอ
นักล่าที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนักชี้นิ้วไปยังจุดที่หนูทองลายขาวยืนอยู่ก่อนหน้านี้ หันมองทุกคนแล้วก็หยุดที่อันเฉินผู้เป็นหัวหน้า
“หัวหน้า...เมื่อครู่มีหนูสีทองมาช่วยพวกเราใช่ไหม? หนูตัวนั้น...เป็นของคุณหนูอันหรือ?”
“อืม ใช่”
“อ่า...แปลว่าคุณหนูอันส่งหนูทองที่เก่งกาจแบบนี้มาปกป้องพวกเรางั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ถ้าอย่างนั้นคุณหนูจะมีคนปกป้องหรือไม่? ทำไมคุณหนูถึงไม่ให้หนูทองที่เก่งกาจขนาดนี้อยู่กับตนเองเล่า!” เมื่อคิดถึงตรงนี้ แม้จะรู้สึกขอบคุณคุณหนูอันมาก แต่เขากลับเป็นห่วงคุณหนูตัวน้อยที่ต้องไปทำงานเสี่ยงตายตามลำพังแทน
“เจ้าโง่หรือไง! คุณหนูอันจากไปตอนนั้นมีทั้งหมาสีดำแล้วก็พวกตั๊กแตนอีก ต่อให้ไม่มีหนูทองพวกนี้ก็ไม่เป็นอันตรายหรอก!” นักล่าที่อยู่ข้างๆไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าโง่นี่จะคิดไปไกลขนาดนั้น คุณหนูส่งหนูที่เก่งขนาดนี้มาช่วยเหลือตัวเองก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ? หลังจากนี้...แปลว่าพวกเขาจะได้รับการปกป้องจากมันไปตลอด การช่วยเหลือเด็กๆของพวกเขาก็จะง่ายขึ้นมาก
“เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อครู่เจ้าหนูยักษ์สีทองบอกว่าเจ้านายของมันกำลังมา หรือว่า...คุณหนูกำลังกลับมาหรือ?” นักล่าที่เพิ่งคิดได้เอ่ยถามขึ้นมา เมื่อได้ยินคำพูดนี้...ทุกคนก็มองหน้ากันก่อนจะยิ้มอย่างตื่นเต้น
“ถ้าคุณหนูกลับมาก็แปลว่าทางคุณหนูเสร็จงานแล้วน่ะสิ”
“กลุ่มดวงตามารถูกทำลายแล้ว มนุษย์ชาติรอดพ้นแล้วหรือไม่!”
“สุดยอดที่สุด! ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณหนูของพวกเราทำได้แน่นอน”
“เยี่ยมไปเลย!” พวกเขาส่งเสียงโห่ร้องออกมา แม้พวกเด็กๆจะไม่เข้าใจสถานการณ์มากนัก แต่ก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่ายินดี ดังนั้นจึงร่วมส่งเสียงดีใจออกมาด้วย
“เอาล่ะ พวกเราควรจะต้องรีบพาเด็กๆไปส่งยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว” อันเฉินผ่อนคลายลงไม่น้อยเหมือนกันเมื่อรู้ว่าลูกสาวที่แสนดีของตนเองน่าจะปลอดภัยแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าหนูทองลายขาวคงไม่พูดว่าเจ้านายของมันกำลังจะกลับมา ตอนนี้หน้าที่ของเขาก็คือช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด อย่าทำให้ลูกสาวต้องขายหน้า
“เอ่อ หัวหน้า...แล้วพวกเราควรจะพาเด็กๆไปที่ไหนล่ะครับ” แต่ก่อนที่ทุกคนจะคิดว่าเรื่องนี้ผ่านไปด้วยดีแล้ว คำถามของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ดึงขึ้นมา คำถามของเขาไม่ได้เข้าใจยาก กระนั้นก็ไม่มีใครตอบได้ในตอนนี้
สถานที่ที่พวกเขาควรจะพาเด็กๆไปก็คือพื้นที่ปลอดภัยที่เขต A หรือไม่ก็พากลับเข้าไปในเขตชั้นนอก เพียงแต่...พวกเด็กๆก็เพิ่งหนีออกมาจากเขตชั้นนอกไม่ใช่หรือ? ต่อให้พากลับไปได้...หลังจากนั้นพวกเขาจะอยู่ที่ไหน? จะปลอดภัยจริงหรือ?
นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่าพวกตนจะพาเด็กๆผ่านเข้าไปได้อย่างไร ข้างนอกเต็มไปด้วยฝูงสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมาก แถมยังมีคนร้ายที่คอยโจมตีพวกที่ย้อนกลับมาอีก ต่อให้พวกเขามีหนูทองลายขาวอยู่ด้วย แต่แค่อีกฝ่ายเพียงตัวเดียวจะสามารถรับมือกับอันตรายทั้งหมดเลยหรือ?
แต่ถ้าไม่เข้าไปที่เขตชั้นนอกแล้ว พวกเขาจะพาเด็กๆไปที่ไหนได้อีก? จะไปที่เขต C หรือ D เพื่อไปรวมกันกับครอบครัวพวกเขาหรือ? ถ้าทำได้มันก็คงจะดี ทว่า...พวกเขาจะทำได้อย่างไร? ถ้าแค่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ 7 ตัวก็ยังรับมือไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอาจจะมีสัตว์กลายพันธุ์ที่เร็วกว่า อันตรายกว่า หรืออาจจะมีจำนวนมากกว่ารออยู่ข้างหน้า!
ในขณะนั้นเอง อันเฉินยังไม่ได้ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ จู่ๆก็มีเสียง “ตึกๆ” และ “กรู้ว!!” ดังขึ้นอีกระลอก คราวนี้ความเร็วในการวิ่งดูจะมากกว่าครั้งก่อนด้วย พวกนักล่ามองหน้ากันเอง รู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างแปลก!
“นะ นั่น เสียงนั่น! พวกมันกลับมาอีกแล้วหรือ? ไม่ใช่ว่ากลัวหนูทองตัวนั้นจนหนีไปแล้วหรอ แล้วทำไม...”
“หรือว่าพวกมันไม่ได้กลัว ก็แค่ไปตามพวกมาเพิ่ม...” ความคิดในแง่ร้ายเช่นนี้ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่มีใครอยากพูดออกมา ทว่า...สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะจำนวนของฝีเท้าพวกนี้มากกว่าเก่าหลายเท่า แถมยังลงน้ำหนักได้รุนแรงกว่าด้วย!
“ทะ ท่านหนูทอง ท่านหนูทองอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ”
ชายวัยกลางคนหนึ่งร้องหาหนูทองลายขาวที่เพิ่งมาช่วยตนเองก่อนหน้านี้ อยากจะให้อีกฝ่ายออกมาปล่อยออร่ากดดันสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้อีกสักรอบ แต่ไม่ว่าจะเรียกยังไง ร่างอ้วนกลมของหนูทองลายขาวก็ไม่ปรากฏออกมา เห็นแบบนี้เเล้ว…นักล่าคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาด้วยปากที่สั่นเทาของเขา
“หรือว่าหนูทองลายขาวจะไปเเล้ว บางทีท่านหนูอาจจะคิดว่าไม่น่ามีปัญหาเเล้วก็เลยจากไป ปล่อยให้พวกเราพาเด็กๆไปส่งแค่นั้น….”
“ทะ ท่านหนูไม่ได้โง่งมขนาดจะไม่รู้ว่าพวกเราอ่อนเเอถึงเพียงนั้นหรอกนะ อย่างไรก็น่าจะอยู่ก่อน…” ต่อให้เถียงออกมาแบบนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าใจเขาจะเชื่อที่ตัวเองพูด หากหนูทองอยู่รอบๆนี้จริง มันก็น่าจะปรากฏตัวออกมาเเล้ว
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความกังวล เเม้เเต่อันเฉินที่คิดว่าไม่อยากรบกวนลูกสาวเเละหนูทองลายขาวของลูก ถึงอย่างนั้น…สายตาของเขาก็ยังกวาดมองไปรอบๆอยู่ดี
“ทุกคนเตรียมตัว ไม่ว่าหนูทองจะยังอยู่รึไม่อยู่ พวกเราก็ต้องป้องกันให้ได้ ไก่หงอนเเดงกลายพันธุ์เหล่านั้นมีจุดอ่อนจุดเเข็งยังไงบ้าง พวกเราได้อ่านข้อมูลกันมาก่อนเเล้ว ใช้ข้อมูลพวกนั้นเพื่อจัดการ ทำให้ดีที่สุด”
เพราะไม่มีอะไรจะเสียอีก ทั้งการคาดหวังมากเกินไปก็อาจจะทำให้ผิดหวังได้เท่านั้น ดังนั้นอันเฉินจึงบอกกับทุกคน เเละพวกเขาก็เชื่อฟังอย่างดี
ทุกคนล้อมเด็กน้อยเอาไว้ ให้พวกเขาคอยสนับสนุนด้วยการเเทงหอกและง้าวยาวออกมา ขอเเค่โดนศัตรู จะได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เเค่สามารถดึงสายตาของศัตรูไว้ได้ก็พอแล้ว
ตึก ตึก ตึก!!
เสียงเท้าที่หนักเเน่นมั่นคงเข้าใกล้มาเรื่อยๆพร้อมกับหัวใจของทุกคนที่สั่นไหวอย่างรุนเเรง ก่อนที่จะเริ่มปรากฏสัตว์สูงใหญ่สีเเดงเพลิง เหมือนกับมัจจุราชที่กำลังมุ่งเป้ามาที่พวกเขา
ออร่าของสัตว์ร้ายตรงหน้ารุนเเรงเเละอัดเเน่นมากกว่าพวกสัตว์กลายพันธุ์กลุ่มก่อนหน้าเสียอีก ทุกคนคิดกันไปเองเเล้วว่าที่หนูทองลายขาวไม่ออกมาช่วยครั้งนี้ เเท้จริงเเล้วอาจจะไม่ใช่ว่ามันจากไปก่อนที่จะรู้ว่าพวกเขามีศัตรู แต่เป็นเพราะรู้ว่าศัตรูอันตรายมากแค่ไหนต่างหาก!!!
“เตรียมพุ่งโจมตี ของความได้เปรียบ เเล้วก็ปกป้อง…”
“พ่อ คิดจะโจมตีใครหรอคะ” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังเเทรกคำสั่งของอันเฉินขึ้นมา ในน้ำเสียงยังเจือไปด้วยร่องรอยขบขันอยู่ด้วย
“ยะ หยวนเอ๋อร์?!!”
“ใช่ค่ะ เจ้าหนูทองลายขาวมารายงานว่าช่วยพวกพ่อก่อนหน้านี้ คงจะหวาดกลัวกันไม่น้อยเลยสินะคะ” ซูหยวนคลี่ยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของคนเป็นบิดา เธอกระโดดลงจากหลังของไก่ลาวา ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับพวกไก่หงอนเเดงกลายพันธุ์หากเเต่ยกระดับไปหลายขั้นเเล้ว
ท่าทางดูองอาจเเละเเข็งแกร่งมาก เมื่อเห็นเธอ…ทุกคนก็ผ่อนคลายลงมาก ซูหยวนมาอยู่ที่นี่ ความปลอดภัยของพวกเขาก็คงจะเพิ่มสูงมากจนแทบไม่ต้องกลัวอะไรอีกเเล้ว
“ลูกกลับมาเเล้วหรือ? งานของลูก…สำเร็จเเล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ เรียบร้อยเเล้ว …”
“อ่า เรียบร้อยเเล้วงั้นสินะ ดี ดีจริงๆ” พ่ออันหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ ลูกสาวไปทำงานใหญ่แต่กลับมาด้วยความสำเร็จ เป็นเเบบนี้ก็เหมือนกับภูเขาขนาดใหญ่ถูกยกออกจากอก
ซูหยวนเองก็เข้าใจความรู้สึก ที่จริง…เธอมาที่นี่เเบบนี้ก็เพราะส่วนหนึ่งเป็นเพราะบิดานี่แหละ ไม่ใช่เเค่เขาที่เป็นห่วงจนถ้าได้เห็นเธอก็น่าจะเบาใจ ทว่า…อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเธอเองก็เป็นห่วงเขาเช่นกัน รู้ว่าส่งหนูทองลายขาวมาที่นี่ คงจะไม่ทำให้คนเป็นบิดาต้องตาย เเต่ก็ไม่เเน่ว่าพรรคพวกทั้งหมดอาจจะรอดไม่ได้ อีกอย่าง…พ่อของเธอเป็นคนอย่างไร ซูหยวนจะไม่รู้เชียวหรือ
ถ้าพรรคพวกต้องตายหมดเเล้วเหลือแค่เขาคนเดียว พ่อเธอคงปวดใจมากเเน่ บางที…เขาอาจจะออกไปตายเเทนคนอื่นก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นความดื้อรั้นของเขานี่แหละที่เป็นปัญหา
สองพ่อลูกยืนยันความปลอดภัยของกันเเละกันเเล้วก็สบายใจทั้งคู่ บรรยากาศของพ่อลูกที่กำลังดี จู่ๆก็ถูกขัดขวางเสียอย่างนั้น
ซูหยวนวิ่งมาตลอดทางไม่เคยมีใครกล้าออกมาหยุดเธอ แต่ใครจะคิดว่าเมื่อมาที่เขต B ติดเขต C นี้ กลับมีคนกล้าออกมาจริงๆ
ทั้งๆที่เป็นพวกระดับต่ำเเท้ๆ…นี่สินะที่เรียกว่า พวกไม่รู้ก็คือพวกที่กล้าหาญที่สุดน่ะ!
“จิ๊ จิ๊ จิ๊ พวกแกนี่ช่าง…แข็งแกร่งจริงๆเลยนะ ก็คิดอยู่ว่าทำไมถึงมีคนรอดชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ พวกที่หลุดออกมาเเล้ว กลับยังย้อนกลับไปที่เขตปลอดภัยได้ ที่เเท้ก็เพราะมีคนช่วยนี่เอง”
“อยากจะทำตัวเป็นวีรบุรุษกู้โลกรึไง? ตัวเองหนีรอดได้ก็น่าจะหนีสิ ชุดกับอุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่น่าจะเป็นทหาร ไม่ใช่คนของกองทัพเเล้วจะยุ่งด้วยทำไม เเต่เพราะพวกแกตัดสินใจจะยุ่ง…ดังนั้นก็เลยต้องซวยไปด้วยเลย น่าสงสารจริงๆ”
ผู้ที่เพิ่งปรากฏตัวหัวเราะคิกคักกันยกใหญ่ ท่าทางของพวกเขาเหมือนอยากจะออกมาเยาะเย้ยคนเสียมากกว่า
พวกพ่ออันตั้งท่าทันทีเมื่อเห็นคนพวกนี้ สัญลักษณ์ที่ชุดของพวกเขาเเสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่ามาจากกลุ่มดวงตามาร ซึ่งเหมือนกับคนอื่นๆที่ถูกปลูกฝังให้หวาดกลัวกลุ่มดวงตามาร ถึงจะเตรียมต่อสู้ แต่กลับมือไม้สั่นเทาไปหมด
“พวกแกก็คือกลุ่มดวงตามาร เป็นกลุ่มที่ผิดกฎหมาย จะต้องถูกจับไปลงโทษหนักแน่นอน!”
“ใช่แล้ว พวกแกกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเรางั้นหรือ? พวกแกจะต้องตายแน่!” พวกเขาทำใจดีสู้เสือ ตะโกนออกไปอย่างนั้น แต่ก็ได้รับแค่เสียงหัวเราะกลับมา
“ฮ่าๆ พวกโง่เง่าเอ้ย!! คิดว่าพวกเราจะถูกจับหรือพวกแกจะถูกฆ่าตายก่อนล่ะ! อีกอย่าง...พวกแกคิดจริงๆหรือว่าเขตปลอดภัยของพวกแกจะยังมีคนเหลือรอดอยู่ได้น่ะ อีกไม่นาน....ที่นั่นจะต้องถูกพวกเราทำลายสิ้นแล้ว ไม่มีอีกแล้วกฎหมายที่จะมาจัดการพวกเราได้น่ะ”
“ไร้สาระ! จะถูกทำลายสิ้นได้อย่างไร ตอนนี้สถานการณ์ส่วนใหญ่ได้รับการจัดการเกือบหมดแล้ว ก็แค่ต้องตามหาตัวคนทรยศออกมาให้หมดก็เท่านั้น พวกแกน่ะ...ฝันไปเถอะ” พวกเขากล่าวอย่างมั่นใจ แต่ก็ได้รับสายตาดูแคลนกลับมาเสียอย่างนั้น คนของกลุ่มดวงตามารเยาะเย้ยพวกเขาเต็มที่ ดูเหมือนว่าจะมั่นใจกว่าพวกเขาเสียอีก!
………………………………..