LNCrawler

บทที่ 493 พบศัตรูเก่า (อ่านฟรี 12 ก.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 493 พบศัตรูเก่า (อ่านฟรี 12 ก.ค. 69)

บทที่ 493 พบศัตรูเก่า

 

ในขณะที่ซูหยวนตั้งใจจะลงมือต่อเอง เวลานั้นกลับมีเด็กหนุ่มตัวน้อยที่อาจจะอายุเพียง 6 ปีเท่านั้นวิ่งผ่านหน้าของเด็กสาวออกมาในตอนที่ทุกคนไม่คาดคิด เเม้เเต่ซูหยวนเองก็เช่นกัน

 

เขาพุ่งออกไปข้างหน้าพร้อมกับมีดขนาดเล็กที่พวกนักล่ามอบเผื่อป้องกันตัว ก่อนจะหลับตาปี๋ กระหน่ำเเทงเข้าที่หัวของคนจากกลุ่มดวงตามารคนนั้นที่ยังไม่ตายจนมันจากโลกอันเลวร้ายนี้ไปอย่างถาวร

 

ฉึก ฉึก ฉึก เเม้ว่าคนจะตายเเล้ว เเต่เด็กหนุ่มไม่รับรู้เลย เขายังคงหลับตาเเล้วจ้วงเเทงอยู่อย่างนั้น ดีเเค่ไหนเเล้วที่ซูหยวนใช้พลังงานของตนเองทำให้พวกมันขยับไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพุ่งตัวไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจจะตายเเทนก็ได้!

 

“พอได้แล้ว เจ้านั่นตายเเล้ว”

 

ได้ยินซูหยวนบอกแบบนั้น เด็กหนุ่มก็ถอยหลังไป แต่มือของเขายังไม่ปล่อยมีด ทว่าเห็นได้ชัดเลยว่ามือของเขากำลังสั่นเทา อย่างไรก็เป็นการฆ่าคนครั้งเเรก…

 

“ฉัน ฉัน…ก็อยากจะมีคนสอน อยากเป็นคนรับใช้เหมือนกัน”

 

เด็กน้อยก้มหน้าก้มตาพูด เขาดูเหมือนเป็นพวกทำให้ดูมากกว่าพูด คนเเบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับเธอนัก เเต่ซูหยวนก็ไม่รังเกียจที่จะเลี้ยงไว้ ตราบเท่าที่เป็นเด็กซื่อสัตย์ต่อเธอ นิสัยของเขาจะไม่ตรงกันก็ไม่เป็นไร

 

เด็กคนนี้ถ้าจะฝึกให้ดี ควรจะอยู่ข้างกายของประธานจางคนนั้น นั่นจะทำให้เขาได้ต้นเเบบ เพียงเเต่..เธอจะมอบให้เขาได้อย่างไร จะให้เขาฝึกคนให้งั้นหรือ? เขาคงไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก

 

“ได้ ฉันทำตามคำพูด เธอจะเป็นคนของฉันหลังจากนี้”

 

“คะ คุณพลทหารพิเศษอัน ฉะ ฉันก็จะฆ่า …”

 

สาวน้อยตกใจอยู่บ้างเมื่อได้ยินว่าอันซูหยวนจะรับเด็กคนอื่นเป็นคนของตัวเอง ถ้าอย่างนั้นเธอที่ฆ่าคนของกลุ่มดวงตามารไม่ได้ก็แปลว่าไม่ผ่านการทดสอบหรือ? ถึงเด็กสาวจะไม่อยากฆ่าคน เเต่เธอก็ใช่ว่าจะยอมเเพ้เเค่นี้ มือเล็กเล็งหน้าไม้อีกรอบ ทว่าซูหยวนเเค่โบกมือให้อีกฝ่าย

 

“ไม่จำเป็น เธอผ่านการทดสอบของฉันเเล้ว หลังจากนี้ทั้งสองคนจะเป็นคนของฉัน”

 

“ขอบคุณค่ะ”

 

เด็กสาวดีใจมาก เธอกำหมัดเเน่น รู้ว่าครั้งนี้ไม่ได้ผ่านไปด้วยดีนัก เพราะเธอทำงานไม่สำเร็จ แต่พลทหารพิเศษอันคงจะเห็นเธอเป็นเด็กจึงยอมอะลุ่มอล่วยให้ ไม่อย่างนั้นการเก็บเธอไว้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกก็ได้

 

เธอปรายตามองเด็กหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ไม่โดดเด่น เห็นเขาเเค่ไล่ตามมาเรื่อยๆพอถึงโอกาสที่เหมาะสมกลับกระโดดออกมาเเล้วทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คนเเบบนี้สำหรับเธอค่อนข้างน่ากลัว…

 

ซูหยวนไม่ได้สนใจความคิดของเด็กๆพวกนี้นัก เธอจัดการคนของกลุ่มดวงตามารทั้งหมดแล้วพาเด็กๆกลับไปยังเขตปลอดภัยด้วย

 

เชื่อว่าถ้าพวกมันเอาหุ่นรบอินทรีย์มาใช้เเล้ว น่าจะเเปลว่าเรื่องในเขตปลอดภัยก็น่าจะจบลงเช่นกัน สุดท้ายองค์กรนักล่าสกุลจางก็ถูกเรียกตัวกลับมารอที่นี่จำนวนมากอยู่เเล้ว หลังกอบโกยผลประโยชน์จากการขายสารเคมีในการกำจัดหุ่นรบอินทรีย์ พวกเขาก็น่าจะกวาดล้างพวกกลุ่มดวงตามารทั้งหมดไปเเล้ว

 

ดีที่เป็นไปตามความคิดของเธอ หลังจากกลับมาถึงเขตปลอดภัยชั้นนอก ซูหยวนก็เห็นคนขององค์กรนักล่าสกุลจางที่ควบคุมพื้นที่อยู่ประมาณ 10 กว่าคน ดูเหมือนสิบกว่าคนนี้จะน้อย เเต่เเค่พวกเขาก็กวาดล้างพวกกลายพันธุ์จนเเตกพ่ายไปได้ทั้งหมดเเล้ว นี่ต่างหากที่เป็นคุณค่าที่เเท้จริงของพวกเขา

 

“คุณอัน?”

 

นักล่าคนหนึ่งเข้ามาทักทายเมื่อเห็นกลุ่มของซูหยวนกลับมาจากข้างนอก หญิงสาวเเค่พยักหน้ารับเท่านั้น แต่ก็ยืนยันตัวตนของเธอได้

 

“ประธานเเจ้งพวกเราไว้ เมื่อคุณอันกลับมาจากภารกิจให้เชิญไปพบครับ เเต่ถ้าคุณอันมีธุระอื่นต้องไปจัดการก็ค่อยไปพบครั้งหน้าก็ได้” ความหมายก็คือ ประธานของพวกเขากำลังรอเด็กสาวกลับมาอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ ถ้าไม่รบกวนเกินไปก็อยากจะให้ไปพบกันหน่อย เเต่ถ้ายุ่งก็ค่อยมาหากันก็ได้ ตามใจซูหยวนทุกอย่าง

 

หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอเองยังสับสนกับความหมายรวมของเนื้อหานี้เลย เเต่สุดท้ายเจ้านายเรียกหาจะไม่ไปได้อย่างไร

 

“เข้าใจเเล้ว ฉันจะพาคนไปที่ปลอดภัยเเล้วจะรีบไปพบประธานค่ะ”

 

“ดีครับ”

 

เขาว่าอย่างนั้นเเล้วก็จากไป คนสนิทของประธานเเจ้งไว้เเล้ว ถึงประธานไม่ได้พูดออกมาเอง เเต่ทุกคนควรต้องรู้ว่าอย่าสนิทสนมกับคุณอันมากเกินไป อย่างไรเธอก็เป็นเด็กผู้หญิง หากความสนิทสนมนำมาซึ่งความรู้สึกอื่นใด นั่นอาจจะแปลได้ว่าหัวของพวกเขาก็ไม่มั่นคงอยู่บนคออีกต่อไป

 

​ซูหยวนส่งเด็กๆพวกนี้ไปอยู่รวมกับพวกทหารซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยนักล่าจากองค์กรนักล่าสกุลจาง เธอได้เห็นว่าพวกเขากำลังลากซากของหุ่นรบอินทรีย์กลับมาด้วย ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็น “ทรัพยากร” ที่ล้ำค่าที่สุดแห่งยุค ถ้าไม่ได้ถูกเอาไปใช้งานผิดประเด็น เชื่อได้เลยว่าจะต้องกลายเป็นกำลังหลักของมนุษย์ชาติได้แน่

 

​ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ถือว่าเลวร้ายเกินไปนัก ยาพิษบางครั้งก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว หลายครั้งที่มันช่วยจัดการกับศัตรูได้ ถึงจะบอกว่ามันเสี่ยงที่จะย้อนกลับมาทำอันตรายตนเอง กระนั้น...ขอแค่มียาแก้พิษก็เป็นอันจบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?

 

​ตอนนี้หุ่นรบอินทรีย์เหมือนกับเครื่องมือที่เป็นอมตะ หากผลิตขึ้นมาได้จำนวนมากเมื่อไร งานใดๆที่ต้องเสี่ยงอันตรายจึงจะทำได้ก็ให้พวกหุ่นรบอินทรีย์พวกนี้ได้ ส่วนเรื่องความกลัวที่พวกมันจะหักหลังนั้นก็ไม่ยาก...ขอแค่มีสารเคมีที่ซูหยวนและองค์กรนักล่าสกุลจางวิจัยขึ้นมานี้ก็ปิดจุดอ่อนนั้นได้ทั้งหมดแล้ว

 

​พวกกองทัพเองก็รู้ดี ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่เสียเวลามาจัดการเก็บกวาดพวกนี้หรอก!

 

​หลังจากที่พวกกลุ่มดวงตามารรู้ว่าพวกกองทัพมีวิธีการจัดการกับหุ่นรบอินทรีย์ที่พวกมันวางแผนซ้อนแผนเอาไว้ความตั้งใจของพวกมันก็หายไปเกือบหมดแล้ว สุดท้ายคนแล้วคนเล่าก็ถูกจัดการ บ้างก็ยอมตาย บ้างก็ถูกจับเป็น คนเหล่านี้ทหารอยากจะฆ่าทิ้งจะแย่ ความชั่วร้ายของพวกมัน...ต่อให้มอบความตายให้ก็คงจะไม่พอ เพียงแต่...พวกมันก็ยังมีประโยชน์ เหล่าผู้นำลงความเห็นว่าคนของกลุ่มดวงตามารนี้ให้จับมาสอบสวนให้หมด ลากพวกที่เกี่ยวข้องออกมาลงโทษ แล้วก็รีดข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขาต่อไป

 

​เพราะแบบนั้น พวกเขาจึงต้องพยายามที่จะจับเป็นมากกว่าจับตาย แต่ถ้าคนไหนที่ไม่อยากอยู่แล้วก็ช่วยสงเคราะห์ให้อย่างดี!!

 

​พ่อของเธอและนักล่าคนอื่นๆตัดสินใจที่จะเข้าพื้นที่ล่าต่อ เผื่อว่าจะช่วยเหลือคนได้เพิ่มอีก ซูหยวนจึงใช้แผนที่เพื่อแสดงให้พวกเขาเห็นคร่าวๆว่ามีจุดไหนบ้าง เริ่มแรกเธอจะให้พวกไก่ลาวาไปช่วยพ่อตามหาด้วย ทำไปทำมา...เมื่อพวกทหารรู้ว่าเธอมีตำแหน่งของผู้หนีรอดก็เข้ามาร่วมด้วย ดีกว่าพวกเขาเดินสุ่มไปตามหากันเอง ดังนั้นกลุ่มของพ่ออันจึงมีพวกทหารแบ่งไปด้วยกัน แน่นอนว่าไก่ลาวายังใช้ประโยชน์ได้ เพราะพวกมันก็ถูกส่งไปประจำกลุ่ม ช่วยพวกทหารในการตามหาอีกแรง

 

“นั่นคือรุ่นน้องอันใช่ไหม? ใช่จริงๆด้วย รุ่นน้องอัน! เธอเป็นทหารใช่ไหม? ดีเลย เธอ...เธอต้องช่วยครอบครัวของฉันให้ได้นะ หน้าที่ของทหารก็คือการปกป้องพลเมือง เธอในฐานะทหารคนหนึ่งจะต้องช่วยเขาให้ได้!”

 

​เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยดังขึ้น ซูหยวนมองดูอีกฝ่ายก็ยังลังเลเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีความจำค่อนข้างดี อาจจะลืมผู้หญิงคนนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ

 

​หานหลานฮวา!

 

​เมื่อตอนที่เธออยู่ชั้นปี 1 อีกฝ่ายอยู่ปี 2 เธอได้มาพร้อมกับเพื่อนของตนเองอย่างไป๋ซิ่งเพื่อจะจัดการตน ทว่า...ซูหยวนไม่เคยให้คนอื่นรังแกง่ายๆอยู่แล้ว ยังทำให้ทางนั้นได้รับผลจากการกระทำของตนเองด้วย ใครจะไปคิดว่าเวลาผ่านไปขนาดนี้แล้วยังจะได้มาเจอกันอีก

 

​ตอนนี้สภาพของหญิงสาวดูไม่ดีนัก ไม่เหมือนกับคุณหนูตระกูลใหญ่หานที่ภาคภูมิใจเลย ตระกูลหานโดนเธอกดดันมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็เป็นอีกตระกูลที่ถูก “ยกเค้า” ไป ก่อนหน้านี้ก็แทบจะไม่เหลือทรัพยากรอะไรในมือแล้ว ยิ่งถูกเธอเอาทรัพย์สินทั้งหมดไป พวกเขาไม่มีทางจะยืนหยัดต่อสู้ได้อยู่แล้ว

 

​เห็นท่าทางเช่นนี้ก็ทำให้มั่นใจ คาดว่าตระกูลหานที่เหลือคงจะไปอาศัยบารมีตระกูลใดสักตระกูลหลังจากที่ถูกขโมยทรัพยากรไป แต่หลังจากนั้นก็ต้องหนีแตกพ่ายเพราะกลุ่มดวงตามารลงมือหนักหน่วงจริงๆ ไหนจะยังมีการใช้หุ่นรบอินทรีย์ออกมา หวังฆ่าล้างทั้งเผ่ามนุษย์ด้วย! ดังนั้นตระกูลหานที่หนีแตกกระจายไปรอบๆจึงเพิ่งถูกทยอยพากลับมา

 

​หานหลานฮวากลับมาไม่เจอคนที่ตนเองรู้จักเลย แรกเริ่มก็หวั่นใจแล้ว ถ้าทุกคนไม่กลับมาแล้วเหลือแค่เธอเพียงคนเดียว ตระกูลหานจะเป็นอย่างไรต่อ

 

​แน่นอนว่านอกจากความเป็นห่วงพวกเขาแล้ว สำคัญที่สุดก็คือเป็นห่วงอนาคตของตนเอง หานหลานฮวารู้ว่าตนเองไม่มีความสามารถพอ ขอแค่ใครสักคนที่เป็นบุรุษที่แข็งแกร่ง ตราบเท่าที่พวกเขากลับมาได้เธอก็จะปลอดภัย!

 

“เธอมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทำไม? ทำไมถึงไม่รีบลงมือล่ะ ฉันรู้ว่าเธอเป็นทหารพิเศษ เธอเป็นคนมีความสามารถ ถ้าเธอลงมือล่ะก็...ย่อมต้องช่วยเหลือคนได้มากมายแน่ เธอมาอยู่ที่นี่ทำไม เสียเวลาอยู่ที่นี่ทำไม”

 

“รุ่นน้องอัน ฉันพูดขนาดนี้แล้วทำไมเธอยังเงียบอยู่? หรือว่า...แค่เพราะความไม่พอใจกันในอดีต เธอถึงกับจะเมินเฉยฉันและครอบครัวที่เป็นประชาชนงั้นหรอ? ทำไมเธอไม่แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกันล่ะ เธออย่าลืมว่าเงินส่วนหนึ่งที่จ้างพวกเธอให้ทำงานให้ก็มาจากพวกฉันที่เป็นประชาชนเหมือนกันนะ ถ้าเธอเลือกปฏิบัติ แล้วพวกเราประชาชนที่ต้องจ่ายเงินให้กับรัฐบาลกลางสามารถเลือกที่จะจ้างใครหรือไม่จ้างใครได้ไหม?”

 

“รุ่นน้องอัน ฉันจะบอกให้เลยนะว่า...” หานหลานฮวายังคงพูดต่อไปไม่หยุด ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ คล้ายว่าต้องการเรียกให้ผู้คนมากมายเข้ามาร่วมฟังด้วย

 

​ตอนนี้ผู้คนมากมายร้องหาครอบครัวกันทั้งนั้น เห็นหลานฮวามาร้องขอความเป็นธรรมให้อีกฝ่ายไปช่วยครอบครัวของตนเองก่อน ทุกคนที่อยากได้ความช่วยเหลือเหมือนกันก็เริ่มมามุ่งอยู่รอบๆ พวกเขาก็อยากให้ช่วยบ้านของตนเองก่อนเหมือนกัน!

 

“คุณเป็นทหารพิเศษงั้นหรือ? ได้โปรด...พลังของคุณแข็งแกร่งมากใช่ไหม? ฉันรู้ว่าทหารพิเศษนั้นเป็นคนระดับสูงขนาดไหน ถ้าคุณตัดสินใจช่วยล่ะก็...”

 

“ใช่แล้ว ตอนนี้ถ้าเป็นคุณที่ช่วย...จะต้องทำให้ครอบครัวของฉันกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน พลทหารพิเศษเป็นคนพิเศษ ฉันได้ยินชื่อเสียงมาตลอด จะต้องช่วยได้แน่ๆ”

 

“ช่วยครอบครัวของฉันด้วยค่ะ ลูกสาวของฉัน ลูกของฉันวิ่งหนีไปเข้าไปข้างในเขตพื้นที่ล่าแล้ว ตอนนี้เธอต้องกำลังรอความช่วยเหลืออยู่แน่ๆ คุณเป็นทหารที่มีฝีมือเก่งกาจใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นจะช่วยลูกของฉันได้ไหม”

 

​เมื่อมีหนึ่งคนนำ คนอื่นๆก็ตามมากันหมด พวกเขาล้วนแต่อยากได้รับความช่วยเหลือทั้งนั้น ซูหยวนยังคงนิ่งในขณะที่มองคนเหล่านี้กำลังมาขอความช่วยเหลือจากเธอ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เธอยอมรับได้ เพราะถ้าเธอไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยเหลือตัวเอง การขอความช่วยเหลือจากคนอื่นก็เป็นเรื่องปกติ

 

ยิ่งการที่เธอมีสิทธิพิเศษจากการเป็นทหาร ต่อให้ไม่นับเงินเครดิตที่ได้มาเล็กๆน้อยๆเมื่อเทียบกับการหารายได้เอง แต่สิทธิประโยชน์ของการเป็นทหารก็ช่วยเธอได้มาก ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้ก็คือสิ่งที่เธอได้รับมาหลังจากที่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

 

​เพียงแต่สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะต้องทำตามใจคนอื่นไปทั่ว ไม่อย่างนั้นจะมีกฎระเบียบไปทำไม ซูหยวนฟังจนกระทั่งพวกเขาเริ่มเบาเสียงของตนเองลงเพราะเห็นว่าเธอไม่ตอบสนองอะไร จึงได้ค่อยๆพูดเน้นทีละคำ

 

“ฉันเป็นพลทหารพิเศษจริงๆ และนั่นหมายความว่าฉันได้รับมอบหมายงานที่สำคัญให้ทำไปแล้ว ฉันเพิ่งกลับจากการถล่มฐานของกลุ่มดวงตามารที่เขตพื้นที่ล่า N ซึ่งระหว่างทางกลับมารายงานภารกิจก็ได้เจอคนพวกนี้จึงช่วยเหลือเอาไว้ ส่วนหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนนั้นเป็นทหารกลุ่มอื่น หรือว่า...ทุกคนคิดจะให้ฉันไม่ทำภารกิจกำจัดกลุ่มดวงตามารแล้วมาช่วยพาทุกคนที่หลงทางกลับมาหรือ? อย่างนั้น...เขตปลอดภัยนี้ก็คงไม่ต้องการรักษาไว้แล้วใช่ไหม?”

 

​เมื่อได้ยินซูหยวนอธิบายถึงการทำงานของเธอ หลายคนชะงักไปเพราะพวกเขาเข้าใจทันทีว่าภารกิจของพลทหารพิเศษคนนี้ยิ่งใหญ่มากขนาดไหน

 

​ทว่า หานหลานฮวาก็ยังเป็นหานหลานฮวา หญิงสาวที่เห็นแก่ตัวจนไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร

 

“พูดมามากมาย สุดท้ายกำลังจะบอกว่าไม่อยากช่วยเหลือคนอื่นอีกแล้ว เพราะทำงานของตัวเองเสร็จแล้วใช่ไหม? ตอนนี้ไม่ใช่ว่ากำลังว่างอยู่หรือ? ไหนว่าการทำลายฐานของกลุ่มดวงตามารสำเร็จไปแล้ว เรื่องการรายงานภารกิจสำคัญกว่าชีวิตประชาชนรึไง!”

 

​ได้ยินคำพูดของเธอ ซูหยวนก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ไม้อ่อนก็ใช้แล้ว ตอนนี้เหลือแค่ไม้แข็งแล้วกระมัง...

 

“เรื่องที่ควรจะอธิบายก็อธิบายไปแล้ว ถ้ายังมาขวางฉันก็อย่าหาว่าทำเกินกว่าเหตุเลย ตอนนี้จำนวนคนที่รอดชีวิตเหลือเพียง 7 จาก 10 ส่วน หรือก็คือการถล่มของกลุ่มดวงตามารฆ่ามนุษย์ไปแล้ว 3 ส่วน ฉันไม่อยากจะลดจำนวนประชากรอีกแล้ว แต่ถ้ายังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่...อย่างนั้นก็คงต้องทำ เพราะการขวางทางของเธอตอนนี้ กำลังทำให้ฉันทำงานล่าช้าไปอีก และนั่นหมายความว่าโอกาสในช่วยเหลือคนอื่นก็ลดลงไปด้วย”

 

​เมื่อซูหยวนพูดอย่างนั้น คนมีเหตุผลมากมายก็พยักหน้าตาม พวกเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพวกทหารก็ทำงานอย่างสุดความสามารถมาตลอด อีกอย่าง...ถ้ามองในมุมนี้ ซูหยวนก็เหมือนเด็กสาวตัวเล็กที่แม้แต่อายุก็ยังน้อยกว่าพวกเขาหลายเท่าตัว การพึ่งพาอีกฝ่ายเพราะมีความสามารถก็ไม่น่าเกลียดนัก แต่ถ้ายังไปกดดันให้ทางนั้นช่วยตนเองโดยไม่ฟังกฎของทหารก็อย่างไรอยู่

 

​หานหลานฮวารู้จักว่าซูหยวนเป็นคนแบบไหน เธออยากจะอาละวาดให้มากกว่านี้เพราะครอบครัวของเธอสำคัญที่สุด แต่ตอนนี้คงจะแตะจุดสุดท้ายที่พวกเขาจะยอมรับได้แล้ว ดังนั้นนอกจากกำหมัดแน่นด้วยความเกลียดชังแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรอื่นได้อีก

 

​ซูหยวนเห็นว่าหานหลานฮวาไม่กล้ากับตนเองอีกแล้วก็หันหลังเดินกลับไป เธอเตรียมจะไปยื่นรายงานที่พวกรุ่นพี่พลทหารพิเศษฝากติดมือกลับมาส่งให้กับพวกผู้นำที่กองทัพด้วย หลังจากนั้นก็จะไปพบกับคนเป็นหัวหน้างานที่แท้จริง โดยไม่รู้ว่าข้างหลังกลับมีสายตาคู่หนึ่งที่มองตามมาด้วยแววตามาดร้าย

 

……………………………;;;