LNCrawler

บทที่ 494 เหลียนเหมยเหม่ยทวงแค้น (อ่านฟรี 13 ก.ค . 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 494 เหลียนเหมยเหม่ยทวงแค้น (อ่านฟรี 13 ก.ค . 69)

บทที่ 494 เหลียนเหมยเหม่ยทวงแค้น

 

​หานหลานฮวากลับไปด้วยความโกรธ เธออุตส่าห์คิดว่าตัวเองยอมก้มหัวให้ขนาดนี้แล้ว อย่างไรก็ควรจะได้รับการตอบรับไม่ใช่หรือ? เกิดมายังไม่เคยต้องไว้หน้าใครขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ซูหยวนไม่เพียงแค่ไม่ยินดีที่จะช่วยเท่านั้น กลับยังขู่ฆ่าเธออีก! มือเล็กๆของเธอกำแน่น สาบานกับตัวเองว่าจะต้องแก้แค้นนังอันซูหยวนให้ได้!

 

​ขณะที่เธอกำลังนั่งข่มอารมณ์ของตนเองอยู่นั้น ฝีเท้าคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หานหลานฮวามองขึ้นไปจึงเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพียงแต่...เธอและทางนั้นไม่ได้สนิทสนมกันมาก่อน ไม่มีเรื่องอะไรที่น่าจะพูดคุยกันได้...

 

​โชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้ปล่อยให้หานหลานฮวาสับสนอยู่นาน เพราะหลังจากที่เธอเลือกนั่งข้างๆของหานหลานฮวา ก็เริ่มพูดความต้องการของตนเองทันที

 

“เธอเป็นคนตระกูลหานสินะ เมื่อครู่ต้องขออภัยด้วยที่ฉันแอบฟังบทสนทนาของเธอและนังผู้หญิงสารเลวอัน!” ได้ยินอีกฝ่ายเรียกว่า “นังสารเลวอัน” หานหลานฮวาก็เข้าใจทันทีว่านี่ก็คือมิตรภาพที่ได้มาจากความเกลียดชังคนๆเดียวกันกับตนเอง

 

“คุณคือ?”

 

“ฉันคือคุณหนูเเห่งตระกูลเหลียน ชื่อคือเหลียนเหมยเหม่ย เชื่อว่าคุณหนูน่าจะเคยได้ยินเรื่องของฉันมาบ้าง” หญิงสาวตรงหน้าเเนะนำตัว

 

หานหลานฮวาไม่ได้คิดนานเกินไป เธอเคยได้ยินชื่อของอีกฝ่ายจริงๆ แต่เคยได้ยินในแง่ไม่ดีนัก เธอรู้ว่าคุณหนูเหลียนคนนี้โชคร้ายเกินไป นอกจากจะมีสัญญาหมั้นหมายกับคุณชายคนโตโอวหยางเเล้ว การสนับสนุนจากครอบครัวก็ถูกน้องสาวคนรองที่เกิดจากภรรยารองเเย่งชิงไปหมดด้วย

 

เมื่อไม่มีการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัว บ้านโอวหยางก็ไม่ค่อยดีต่อเธอนัก เเม้จะได้ยินว่าสามีของเธออย่างคุณชายคนโตโอวหยางจะรักเธอมาก แต่เเล้วอย่างไร?

 

คุณชายผู้นั้นมีสภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวเหมือนปีศาจ ตอนเเรกคิดว่าควรจะมอบสัญญาหมั้นหมายนั้นให้คุณหนูรอง หรือไม่ก็เเต่งให้คุณชายโอวหยางคนอื่นๆก็ยังดี ใครจะคิดว่าคนเป็นคุณหนูใหญ่จะพลาดท่าเช่นนี้…

 

หานหลานฮวาคิดเกี่ยวกับอีกฝ่าย เธอจำได้ว่าคุณหนูรองเป็นคนของรุ่นน้องอันซูหยวนที่เธอเกลียดชัง บางที … คุณหนูใหญ่เหลียนเหมยเหม่ยเองอาจจะทนเห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่าตนเองไม่ได้ก็ได้ ดังนั้นการเล่นงานผ่านอันซูหยวนที่เป็นเจ้านายก็คือทางเลือกที่ดีที่สุด

 

หานหลานฮวาเห็นด้วยถ้าอีกฝ่ายอยากหาพรรคพวกไปเล่นงานอันซูหยวน ถ้าร่วมมือกันแก้เเค้นก็คงจะลงเรือลำเดียวกันได้ แต่จากสายตา ..เจตนาของอีกฝ่ายไม่ค่อยดีนัก

 

หลานฮวาเพียงพยักหน้าตอบรับว่าเธอรู้จักอีกฝ่าย เเต่ยังไม่ได้แสดงตนออกไปว่าเธอรู้เกี่ยวกับความเเค้นของคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองของตระกูลเหลียน

 

ภาพลักษณ์ภายนอกของตระกูลใหญ่ก็เเบบนี้ ต่อให้พวกเขาอยากฆ่ากันให้ตาย สุดท้ายก็ต้องทำเหมือนว่ารักกันมาก โดยไม่คิดหรือว่าถ้าตัวเองยังรู้เรื่องของคนอื่น เช่นนั้นคนอื่นจะไม่รู้เรื่องของตัวเองบ้างหรือ? เเสร้งทำเป็นปิดบังได้สำเร็จทั้งๆที่รู้แก่ใจ ช่างน่าขำเสียจริง…

 

“ฉันรู้เรื่องการเเต่งงานของคุณหนูค่ะ”

 

“โอ้ คงจะเป็นเช่นนั้น สามีที่เเสนดีของฉันมีชื่อเสียงไม่น้อย” เหมยเหม่ยไม่ได้โกหกเลย ชื่อเสียงสามีของเธอดีจริงๆ แต่เป็นดีในเเง่ไหนคงไม่ต้องบอก…

 

ไม่ใช่เเค่รูปลักษณ์ใบหน้าที่น่าเกลียด กระทั่งความใส่ใจจากครอบครัวก็ไม่ได้ คนอื่นมีพรสวรรค์ในเรื่องการทำยา แต่เขากลับไม่มี ในขณะที่โอวหยางเซินไม่ต่างกับเทพปรุงยา สามีของเหลียนเหมยเหม่ยกลับทำยาดีออกมาไม่ได้เลยสักนิด สุดท้ายเหลียนเหมยเหม่ยเหมือนคนที่ถูกโยนออกไปจมกองอุจจาระนอกบ้าน

 

นั่นคือทั้งหมดที่คนข้างนอกพูดถึงสามีของเธอ แต่ความจริงเเล้ว…ชีวิตของเธอที่ทุกคนคิดว่าย่ำเเย่ ก่อนหน้านี้เหมือนขึ้นอยู่บนสวรรค์!

 

เเม้ว่าเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องจริง เเต่สามีของเธอกลับไม่หด้ยากจนข้นเเค้นเช่นนั้น เเถมยังทำให้เธอเป็นดั่งเจ้าหญิงในนิยาย เเม้ว่านอนหลับนอนจะยังต้องปิดไฟเพื่อไม่ให้เหมยเหม่ยตกใจ แต่เรื่องอื่นๆ อย่างเรื่องการดูเเลบ้าน การเอาใจใส่ภรรยา เขาไม่เคยขาดของขวัญ ขาดเงินในการบำรุงบ้านหลังเล็กที่เเยกตัวออกมาเลย

 

หากไม่ใช่เพราะความล้มเหลวก่อนหน้านีัของกลุ่มดวงตามาร คนรักของเธอจะต้องถูกลากออกไปด้วยหรือ?

 

อ่า …. เธอไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริงหรอก เธอรู้ว่าสามีของตนเองมีอาชีพทำยาขาย หากเเต่ยาทั้งหมดล้วนเป็นยาพิษทั้งสิ้น

 

คนที่จ้างสามีของเธอทำงานไม่ใช่ใครที่ไหน หากเเต่เป็นกลุ่มดวงตามารนั่นเอง ดังนั้นเมื่อเกิดการกวาดล้าง สามีของเธอก็ถูกดึงเข้าไปในร่างแหนี้ด้วย ตอนนี้เขาถูกจับไปแล้ว เป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่ทราบได้ รู้เเค่ว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะกลุ่มดวงตามารพ่ายเเพ้ในสงครามนี้เท่านั้น!!

 

ตอนเกิดเรื่อง จำได้ว่าเธอภาวนาให้กลุ่มดวงตามารเป็นฝ่ายชนะด้วยซ้ำ เพราะถ้าพวกนั้นชนะ มีโอกาสสูงมากที่พวกเธอจะได้รับการผลประโยชน์ ในทางกลับกัน …. ถ้าพวกทหารชนะได้ เเปลว่าสามีของเธออาจจะถูกจับ เเย่ไปกว่านั้นก็คือการที่เธออาจจะโดนร่างแหไปด้วย

 

ตอนนี้เรื่องยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น เพราะมีเเค่สามีของเธอที่ถูกจับไป เธอยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่….การมีชีวิตอยู่เเบบนี้จะมีประโยชน์อะไร?

 

ชีวิตของเธอมันล้มเหลวซ้ำเเล้วซ้ำเล่า ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะนังเหลียนซิ่วอิงคนนั้นเปลี่ยนไป จู่ๆมันก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเเทนทีจะอยู่เหมือนคนตายไปแล้ว ถ้าตอนนั้นเธอลงมือเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้มันยังมีชีวิต ตอนนี้เธอคงจะกลายเป็นคุณหนูที่บิดามารดาหวงเเหนเเล้ว จะถูกส่งออกไปเเต่งงานง่ายๆได้อย่างไร

 

เธอเกลียดนังซิ่วอิงมาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นเพียงลูกสาวของภรรยารอง แต่กลับมีพรสวรรค์สูงล้ำเหนือกว่าตนเองเสียอีก แต่ก็นั่นแหละ....เดิมทีทุกอย่างก็เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็นแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนยื่นมือเข้ามายุ่ง!

 

นังอันซูหยวนคนนั้น! ถ้าไม่ใช่เพราะมัน เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตเธอคงจะไม่พังพินาศเช่นนี้หรอก! ดังนั้นนอกจากน้องสาวที่เธอเกลียดชังที่สุดแล้ว เธอก็อยากจะจัดการลากนังอันซูหยวนคนนั้นมาลงนรกด้วย!!

 

ก่อนหน้าที่สามีของเธอจะถูกจับ เขาได้รับคำสั่งจากกลุ่มดวงตามารให้คิดหาวิธีในการ “วางยา” เพื่อสร้างความปั่นป่วนภายในกันเอง ทำให้พวกทหารหรือนักล่าไม่ไว้ใจต่อตระกูลผู้ผลิตยาอีกต่อไป เมื่อพวกมันตีกันเอง ความแข็งแกร่งของมนุษย์ชาติก็จะลดลงไปมาก ขยับเคลื่อนไหวใดๆล้วนแต่ไม่ทราบว่าทางไหนไว้ใจได้หรือไม่ได้ สุดท้ายแล้วก็จะทำให้กลุ่มดวงตามารได้เปรียบ

 

อีกทั้งกลุ่มดวงตามารก็มีเป้าหมายไปที่การทำลายการพัฒนาของตระกูลผู้ผลิตยาด้วย อยากจะให้พวกมันกลายเป็นตัวร้าย ทำให้ทั้งตระกูลถูกจับข้อหาร้ายแรงอย่างการวางยาเพื่อ “ฆ่าคนมีฝีมือจำนวนมาก” ซึ่งสามีของเธอทำสำเร็จแล้ว

 

แค่อีกก้าวเดียวเท่านั้น แค่ก้าวออกไปเพื่อลงมือก็จะทำให้พวกที่ดื่มกินยาจากตระกูลใหญ่ตกตายกันราวกับใบไม้ ทว่า...เรื่องมันก็จบลงเสียก่อน

 

กลุ่มดวงตามารไม่รู้ว่าทำไมจึงรีบร้อนลงมือเช่นนี้ ไม่รอผลลัพธ์ของคำสั่งตนเองด้วยซ้ำ สุดท้ายก็นำมาซึ่งความล้มเหลวเช่นนี้อย่างไรล่ะ!

 

แต่...เรื่องความล้มเหลวของพวกเขาก็ล้มเหลวไปเถอะ ตอนนี้เธอแค่ต้องการจะลากคนที่เธอเกลียดลงมาตายด้วยกัน! ไม่ใช่ว่า “เหลียนซิ่วอิง” ก็เป็นหัวหน้านักทำยาหรือ? เธอได้รับความสำคัญจากตระกูลเหลียนก็เพราะนังอันซูหยวนคนนั้นมอบหมายหน้าที่ทำยาให้ ภายใต้ชื่อของ “องค์กรนักล่าสกุลจาง” ดังนั้นตระกูลจึงเห่อแหนกันยกใหญ่ ถึงกับละทิ้งเธอเพื่อนังสารเลวนั่น!

 

แม้ว่าอันซูหยวนจะบอกว่าเธอไม่ได้ขายสินค้านี้ให้กับมนุษย์คนอื่น แต่...เธอจะผลิตยาจำนวนมากไปขายที่ไหน? คงไม่มีคนใช้ยาจำนวนมหาศาลนั่นหมดเองหรอกใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นจริง...ก็ถือว่าเธอฆ่านังอันซูหยวนสำเร็จไปก็แล้วกัน

 

เหลียนเหมยเหม่ยเชื่ออย่างสนิทใจว่าการลงทุนมหาศาลนั้นจะต้องมีกำไรกลับคืนมา ดังนั้นเธอจึงคิดว่าอันซูหยวนแอบขายยาให้กับนักล่าระดับสูงอยู่ลับๆ หรือบางทีก็เป็นคนของทางการด้วย แม้จะมีกฎไม่ให้ขายยาหากไม่ได้สอบการเป็นนักทำยาระดับสูง หรือลงทะเบียนกับสภาแพทย์โอสถ ทว่า...เรื่องผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร

 

เธอต้องการใช้โอกาสที่พวกมันไม่รู้ตัวนี้ สร้างความผิดครั้งใหญ่จนไม่อาจจะเอาชีวิตรอดไปได้ ยิ่งอันซูหยวนรวมทั้งเหลียนซิ่วอิงเป็นพวกที่ไม่มีใบรับรองคุณสมบัติ แบบนี้ยิ่งทำให้น่าสงสัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นสำหรับการทำลายพวกนั้น...มันคงไม่ยากนัก!

 

เพียงแต่อำนาจในมือของเธอตอนนี้ ลำพังเธอคนเดียวคงจะทำไม่ได้ เช่นนั้นคงจะต้องขอให้คนสกุลหานช่วยแล้ว!

 

เหลียนเหมยเหม่ยมองหานหลานฮวาอย่างตั้งใจ สายตาของเธอร้อนแรงจนหานหลานฮวายังต้องขมวดคิ้ว เจ้าตัวรู้ว่าเหลียนเหมยเหม่ยมีแผนร้ายบางอย่างที่ต้องให้เธอลงมือ แต่ยังไม่มั่นใจอยู่ดีว่ามันจะเป็นการหลอกใช้ตนเองหรือไม่

 

เธอไม่ถามโพล่งออกไปโดยตรง แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ถึงอย่างไร...เหลียนเหมยเหม่ยก็ร้อนรนยิ่งกว่าเธอ เจ้าตัวเข้ามาหาเธอก่อน ฉะนั้น...เทียบความอดทนแล้ว ทางนั้นย่อมเหลือน้อยกว่า!

 

“เเล้วอย่างไรหรือ? คุณหนูคงไม่ได้จะบอกฉันเพื่อแค่ให้ฉันสงสารชะตาชีวิตของคุณหรอกใช่ไหม” รอยยิ้มของคุณหนูหานปรากฏขึ้นที่มุมปาก ซึ่งทำให้เหลียนเหมยเหม่ยต้องอธิบาย

 

“เเน่นอนว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ แค่อยากจะบอกคุณว่าชีวิตของฉันต้องลำบากก็เพราะอันซูหยวน พอเห็นว่าคุณเองก็ลำบากเหมือนกัน ฉันเลยคิดว่าตัวเองมีเพื่อนเเล้ว ตอนนี้ครอบครัวของฉันก็ไม่เหลือเเล้ว ตระกูลเหลียนก็ไม่มีทางรับฉันกลับไป…”

 

เพราะสามีของเธอได้ชื่อว่าเป็นคนของกลุ่มดวงตามาร ตระกูลเหลียนไม่อยากรับปัญหานี้ด้วยย่อมต้องทอดทิ้งเธอเเน่นอน เเต่ถ้าเธอย้อนถามกลับไปได้ คนที่ส่งเธอมาเเต่งกับคนของกลุ่มดวงตามารก็คือตระกูลไม่ใช่หรือ? มันเป็นความผิดของเธอรึไง

 

“คุณหนูเหลียน ถึงจะคล้ายกันเเต่ยังเเตกต่างอยู่นะคะ ฉันยังมีครอบครัวให้กลับไป ถ้าฉันข้องเกี่ยวกับคุณหนู เกรงว่าฉันเเละครอบครัวอาจจะถูกสงสัยไปด้วย”

 

หานหลานฮวาส่ายหน้าเป็นคำตอบ ซึ่งคำนี้ไม่ได้ทำให้เหลียนเหมยเหม่ยประหลาดใจ เพราะเธอรู้อยู่เเล้วว่าจะไม่มีใครอยากเป็นมิตรกับเธออีก แต่ … เธอเลือกคุณหนูหานก็มีเหตุผล

 

“ฉันรู้ เพราะเเบบนั้นฉันจึงมาหาคุณในตอนนี้ไงคะ ถ้าครอบครัวของคุณหนูกลับมาเมื่อไร ฉันจะไม่มายุ่งให้เป็นที่จับตามองเเน่นอนค่ะ”

 

“โอ้…” เห็นเหลียนเหมยเหม่ยรู้ความขนาดนั้น หานหลานฮวาก็ฟังต่อไปได้

 

“กลับมาถึงเหตุผลที่ฉันเข้ามาทักทายคุณ…ฉันเห็นว่าคุณเองก็ไม่ชอบอันซูหยวนคนนั้น ฉันมีวิธีที่จะทำลายนังสารเลวนั่น เพียงเเค่ตอนนี้ฉันขาดโอกาสไปแล้ว คนที่จะลงมือได้…เป็นตระกูลเหลียนอาจจะเหมาะสมมากกว่า”

 

“จะใช่เเบบนั้นหรือ? ไม่ใช่เพราะไม่กล้า ก็เลยให้คนอื่นลงมือเเทนใช่ไหม?” หานหลานฮวาเเค่นหัวเราะ อีกฝ่ายคิดจะใช้เธอเป็นเครื่องมืองั้นหรือ? อย่างนั้นก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก

 

เหลียนเหมยเหม่ยชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า เเม้ว่าเธอจะพึ่งพาอีกฝ่ายให้ลงมือจริง เเต่นั่นเป็นเพราะเธอไม่มีโอกาสลงมือด้วยตัวเองเเล้ว

 

ไม่รู้เมื่อไรจะถูกทางการเรียกจับตัวไปด้วย หรือหากโชคดีไม่ถูกสงสัย เธอก็เป็นได้แค่คนไร้บ้านไร้ครอบครัว ชะตาชีวิตหลังจากนี้จะอยู่หรือตายก็ไม่ได้มีความหมายอีกแล้ว เธอแค่ยังอยากดูเพื่อรอดูวันหายนะของนังสองคนสารเลวนั้น

 

“ไม่ใช่ฉันไม่กล้า แต่ฉันไม่มีกำลังพอที่จะทำลายมันต่างหาก” เหลียนเหมยเหม่ยกล่าวอย่างจนใจ การที่เธอยอมเปิดเผยเรื่องที่น่าสมเพชให้คนอื่นรู้แบบนี้ ก็แปลว่าเธอไม่ได้เหลือไพ่ในมืออีก ดังนั้นจึงยอมเปิดเผยความจริงให้อีกฝ่ายฟัง

 

“งั้นหรือ? ไหนลองเล่ามาให้ฟังหน่อยสิ” หานหลานฮวาเเม้ไม่อยากเป็นเครื่องมือให้คนอื่น เเต่เรื่องนี้เธอก็ตัดสินใจเองได้หลังจากรู้เเผนการของอีกฝ่าย ฉะนั้นไม่ถือเป็นการถูกหลอกใช้งานเเต่อย่างใด

 

“ฉันมีผงยาบางอย่างที่จะทำให้สมุนไพรมีคุณสมบัติผิดปกติอยู่ในมือ” เหลียนเหมยเหม่ยหยิบมันออกมา ซึ่งของชิ้นนี้ทำให้หานหลานฮวาสนใจอยู่บ้าง

 

“ตระกูลหานมีสิทธิ์ มีอำนาจ เเละมีพันธมิตรจำนวนมาก ฉันมีวิธีที่จะให้พวกคุณใช้มันได้อย่างเเนบเนียนอยู่ ชนิดที่ว่าต่อให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมา ตระกูลหานก็เป็นตระกูลแรกๆที่พวกเขาตัดทิ้งเนื่องจากความเป็นไปได้ที่จะเป็นพวกคุณน้อยมากจนแทบจะไม่มีเลย”

 

“โอ้ ว่าต่อสิ” หานหลานฮวาอยากฟังแผนการของคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้นเสียแล้ว ทางนั้นกระทั่งคิดแผนการเอาไว้ให้เสียด้วย นับว่าน่าสนใจจริงๆ

 

“ได้ แผนการเป็นอย่างนี้...ขอเพียงพวกคุณมอบสิ่งนี้ไปให้ถึงคนที่ผลิตสารบำรุงดิน ซึ่งฉันรู้มาว่า…ตระกูลหานสามารถสร้างกับดักที่จะจัดการกับสัตว์กลายพันธุ์ได้ หากซากกลายพันธุ์พวกนั้นถูกส่งไปที่โรงผลิตสารบำรุงดิน เเล้วส่งไปยังเเปลงเพาะปลูกสมุนไพรอีกที เพียงเเค่นี้…ยาที่ทำขึ้นมาได้ก็จะมีสารพิษที่เข้าไปขัดขวางทางเดินหายใจของคนใช้งาน สุดท้ายเมื่อมีคนตายมากขึ้นก็จะต้องเกิดการสอบสวนแน่นอน”

 

“ต่อให้การตรวจสอบพิษจะไม่ปรากฏ แต่ถ้าจุดศูนย์รวมทั้งหมดไปที่ยาของอันซูหยวน นั่นจะไม่แปลว่าเป็นพวกเธอที่ลงมือหรือ? ทางการจะไม่ปล่อยให้คนมีฝีมือมากมายตายอย่างไรเหตุผล ไร้คนรับผิดชอบแน่”

 

​เหลียนเหมยเหม่ยกล่าวอย่างมั่นใจ ทว่าหานหลานฮวาที่ได้ยินกลับมีประกายตาที่ไหววูบไปเล็กน้อย

 

 ……………………………