LNCrawler

บทที่ 496 สมัครงาน (อ่านฟรี 15 ก.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 496 สมัครงาน (อ่านฟรี 15 ก.ค. 69)

บทที่ 496 สมัครงาน

 

หญิงสาวสัญญาว่าจะอธิบายให้พวกเขาฟังหลังจากจบปัญหานี้แล้ว เพราะสุดท้ายเรื่องเร่งด่วนของเธอยังมีให้ทำอีกมาก แน่นอนว่าพวกเขาเองก็เช่นกัน

            

เพื่อที่จะเร่งการผลิตยาทำลายหุ่นรบอินทรีย์ งานของพวกเขาก็ไม่ได้น้อยๆ เรื่องที่มาของแนวคิด เรื่องกรอบและกระบวนการวางแผนยังไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้นทุกคนจึงยอมรับคำสัญญานี้ รอให้อันซูหยวนกลับมาอีกครั้งเพื่อเพิ่มรายละเอียดทั้งหมดให้เข้าใจมากขึ้น

            

กว่าจะแยกออกมาจากพวกห้องวิจัยก็กินเวลาไปนานโข สุดท้ายวันนั้นก็ไม่ได้ไปพบหัวหน้าที่แท้จริงของตนเองเพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้ว จนกระทั่งตอนเช้าของอีกวัน...ซูหยวนก็เตรียมตัวออกจากที่พักตั้งแต่เช้ามืด ทว่าเธอไม่ได้คิดเลยว่าหน้าบ้านพักที่เขตชั้นกลางของเธอจะมีคนรออยู่ก่อนแล้ว

            

ชายหนุ่มไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร เขายืนอ่านเอกสารผ่านระบบที่ผูกมากับกำไลข้อมือ ร่างสูงของเขาพิงรั้วบ้านของเธออยู่อย่างนั้น ข้างกายยังมีหนูทองลายขาวที่น่าจะออกมาต้อนรับเขาเป็นเวลานานแล้วเช่นกันนอนสลบอยู่ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะมันยังหายใจเป็นปกติ บางทีซูหยวนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ามันถูกเจ้านายของเธอลงมือไปแล้ว

 

“ประ...พี่จาง...” ซูหยวนเรียกเขาจากด้านหลัง จางอู่หยางเหมือนจมอยู่กับแผนงานตรงหน้า ไม่อย่างนั้นคงได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอแล้ว แต่เมื่อมีเสียงเรียกดังขึ้น เขาก็ปิดเอกสารออนไลน์แล้วหันมามองเด็กสาวทันที แสดงให้เห็นว่าเธอยังเป็นคนที่สำคัญที่สุด ต่อให้โครงการที่เพิ่งอ่านนั้นจะเป็นโครงการสำคัญขนาดไหนก็ตาม แต่มันไม่ได้สำคัญไปกว่าซูหยวนเลย!

 

“อืม กลับมาแล้วหรอ” 

            

แม้จะเอ่ยถามแบบนี้ แต่จางอู่หยางมาที่นี่ย่อมต้องรู้ว่าเธอกลับมาถึงพื้นที่ปลอดภัยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ซูหยวนรู้สึกผิดเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าตอบรับ

 

“ค่ะ กลับมาแล้วค่ะ”

 

“อืม บาดเจ็บตรงไหนไหม”

 

“ไม่ค่ะ ไม่ได้บาดเจ็บ”

 

“อ่อ ดีแล้ว...” จางอู่หยางตอบรับเธอด้วยความสงบ แม้ว่าคำพูดและท่าทางของเขาจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ซูหยวนรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเหนื่อยล้าไม่น้อย แล้วก็ยังมีความรู้สึก “กังวล” แฝงอยู่ในนั้นด้วย

 

“พี่จางจะเข้ามาข้างในบ้านก่อนไหมคะ” เดิมทีคิดจะเชิญเขาไปพูดคุยกันที่องค์กร แต่ถ้าทำแบบนั้นคงจะน่าเกลียดมากๆ ชายหนุ่มมารอที่หน้าบ้านขนาดนี้ เธอก็ทำได้แค่เชิญเขาเข้าบ้านแล้ว

 

“โอ้ ได้สิ” จางอู่หยางยังคงตอบรับสั้นๆเหมือนเดิม แต่ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ซูหยวนรู้สึกประหม่า เธอไม่รู้ว่าหัวหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าควรจะตอบรับอย่างไร

            

ทั้งสองคนเข้ามาในบ้านที่เงียบเชียบ เนื่องจากนี่ยังไม่ใช่เวลาที่ผู้คนจะเริ่มคึกคัก อีกอย่าง...ก็เพิ่งเป็นวันสงบหลังจากเกิดเหตุกลุ่มดวงตามารถล่มได้ไม่กี่วัน คนส่วนใหญ่จึงต้องการพักฟื้นกันทั้งนั้น นอกจากพวกทหารและคนที่มีหน้าที่ต่างๆแล้ว จะเห็นได้ว่าบ้านพักส่วนใหญ่ปิดประตูกันทั้งนั้น

            

นี่เป็นครั้งแรกที่จางอู่หยางเข้ามาในบ้านของซูหยวน เขากวาดตามองรวดเดียวก็จดจำตำแหน่งต่างๆได้หมดแล้ว ซูหยวนพาเขาไปนั่งพักในห้องกลางที่มีพื้นที่รับรองแขก นี่เป็นบ้านพักที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไร แต่ยังพอจะมีการแบ่งเป็นห้องเล็กๆแยกของใครของมันได้

            

จางอู่หยางรู้ทันทีว่าห้องไหนน่าจะเป็นห้องของซูหยวน เธอเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ชอบทำงานเงียบๆเพียงลำพัง ดังนั้นห้องสุดท้ายในมุมสุดควรจะเป็นของเธอ ซึ่งถ้าเป็นบ้านของเขา...เขาก็จะเลือกห้องนั้นเช่นกัน

 

“เป็นบ้านที่น่าอยู่”

 

“ขอบคุณค่ะ” ซูหยวนขอบคุณกับคำชมนี้ ก่อนที่บทสนทนาจะเงียบไปอีกครั้ง หากเป็นปกติ...ทั้งสองคนไม่พูดกันก็แค่นั่งคิดเรื่องของตนเองไป ทว่าเวลานี้...บรรยากาศกลับดูน่าอึดอัดใจอย่างประหลาด นี่เป็นเพราะการรับรู้ความรู้สึกของทั้งสองคนไม่ใช่ปกตินั่นเอง

 

“ช่วงนี้พี่คงลำบากมาก..”

 

“อืม ก็ลำบากจริงๆ”

 

“ค่ะ เมื่อวานฉันเตรียมจะไปพบพี่แล้ว แต่คนของหน่วยศึกษาวิจัยรั้งเอาไว้เพราะพวกเขาตื่นเต้นกับยาทำลายหุ่นรบอินทรีย์ของพวกเรามาก ดังนั้นก็เลยตั้งใจจะออกไปหาพี่เช้านี้ แต่ก็เจอพี่เข้าก่อน...” 

 

ซูหยวนเลือกที่จะอธิบายเหตุผลที่ไม่ไปพบเขาตั้งแต่เมื่อวานให้ฟัง ดูปฏิกิริยาว่าใช่เรื่องนี้ที่เป็นประเด็นหรือไม่ แต่สุดท้ายก็น่าจะไม่ใช่อีก

 

“อืม พวกนั้นสมควรตื่นเต้น มันเป็นเรื่องที่พวกเขาใส่ใจอยู่แล้ว”

 

“ใช่ค่ะ แล้วก็....” หญิงสาวคิดอีกเล็กน้อยว่าควรจะยกเรื่องไหนออกมาพูดต่อ จางอู่หยางสังเกตและเห็นทันที เขาเกริ่นนำให้ก่อนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้บทสนทนาเต็มไปอย่างไร้ทิศทาง...

 

“แล้วที่เขตศักดิ์สิทธิ์เป็นยังไงบ้าง”

 

“เขตศักดิ์สิทธิ์สินะคะ…” ซูหยวนคิดถึงสถานการณ์ของที่นั่นก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธออยากจะยิ้มเเต่ก็ต้องพยายามควบคุมเอาไว้ กลัวว่าอาจจะทำให้ประธานจางคนนี้รู้สึกไม่สบายใจมากกว่าเดิม

 

“ที่อาณาเขตอัศวินหงส์ขาวมีการจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองที่ท่านอัศวินปลอดภัยเเละยังเรื่องที่รับฉันเป็นธิดาบุญธรรมค่ะ อันที่จริงมีการจัดก่อนหน้านี้เเล้ว เเต่จัดเพื่อให้คนในอาณาเขตมาฉลองด้วยกัน ครั้งนี้เป็นการเชิญพวกคุณหนูคุณชายเผ่าอื่นๆมาด้วย ก็เลยเป็นทางการมากกว่าเดิมค่ะ”

 

“เเม้ว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้จะเป็นเพราะคุณชายแห่งเขตฮาร์ปี้อยากจะมาหาเรื่องฉันก็เถอะ เพราะเขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังกลุ่มดวงตามาร แต่ท่านอัศวินต้องการให้คนอื่นๆมาถ่วงอำนาจ กลัวว่าถ้าลำพังเเค่คุณชายจากฮาร์ปี้มา อาจจะสร้างปัญหาได้ สุดท้ายก็จัดเป็นงานใหญ่รับทุกคนค่ะ”

 

ซูหยวนพูดถึงตรงนี้ เธอก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องงานเลี้ยงจริงๆ ดังนั้นจึงอธิบายต่อไป 

 

“คุณชายฮาร์ปี้ต้องการจะจับฉันไปที่อาณาเขตของตัวเอง เขาน่าจะรู้ผ่านกลุ่มดวงตามารว่าทรัพยากรของพวกเรามีเยอะเเค่ไหน เขาเปิดเผยตัวตนว่าเป็นผู้ร่วมลงมือกับกลุ่มดวงตามารด้วย คงคิดว่าฉันจะยอมร่วมมือเพื่อเก็บสถานการณ์ของเขตปลอดภัยเป็นความลับต่อไป”

 

“เเต่นั่นเป็นความคิดของเขาเท่านั้น ฉันไม่กลัวว่าเรื่องต่างๆจะถูกแพร่ออกไป สุดท้ายเเล้วการร่วมมือกับพวกเขาก็ไม่ได้แปลว่าข้อมูลจะปลอดภัยอยู่ดี อีกอย่าง.. สถานการณ์ของเขตมลพิษไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังอยู่เเล้ว คนของเขตศักดิ์สิทธิ์ก็มาที่พวกเราไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นต่อให้รู้ว่าพวกเรามีทรัพยากรมากแค่ไหน ก็ปล้นไปจากเราไม่ได้อยู่ดี ไม่เเน่ว่าอาจจะเป็นกำลังทรัพย์ให้ฉันเพิ่มก็ได้ด้วย”

 

ซูหยวนกล่าวอย่างมั่นใจ จางอู่หยางพยักหน้ารับเห็นด้วย เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ เเต่ซูหยวนรู้ว่าเขากำลังโกรธคุณชายแห่งฮาร์ปี้คนนั้น

 

“ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ชีวิตคู่ของเธอไม่จำเป็นต้องเอาไปเเลกผลประโยชน์ ถ้าหากจนมุมเเล้วจริงๆ ถ้าจำเป็นต้องเเต่งกับใครเพื่อจะได้ทำตามความต้องการ ให้กันกลับมาถามฉันก่อน ฉันจะสนับสนุนเธอทุกอย่าง เเละถ้าลำพังฉันก็ยังช่วยเธอไม่ได้ อย่างนั้นก็รอฉันสักหน่อย เพราะสุดท้ายฉันจะช่วยเธอให้ได้”

 

ประธานกล่าวอย่างจริงจัง ตำแหน่งคู่ครองของซูหยวนเป็นสิ่งสำคัญมาก สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น…ชีวิตนี้ของจางอู่หยางเพิ่งเจอคนที่เป็นคนสำคัญอย่างเเท้จริง ดังนั้นเขาไม่อยากเสียเธอให้คนอื่น แน่นอนว่าถ้ามันไม่ใช่เพราะความจำใจ แต่เป็นความสุข เป็นสิ่งที่ซูหยวนเลือก เช่นนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกตัวเองให้ดูเเลซูหยวนอยู่ไกลๆ ขอเเค่เธอมีความสุขเท่านั้น ….

            

ก่อนหน้านี้เขาได้รับการรายงานสถานการณ์คร่าวๆมาก่อนแล้ว ทั้งที่อันซูหยวนแจ้งผ่านพวกหนูทองลายขาว หรือแม้แต่ที่คนของเขารายงานให้ฟัง เดิมทีตอนที่ได้ยินเกี่ยวกับคำขอแต่งงานของคุณชายห้าจากเผ่าพันปี เขาก็รู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจเอาเสียมากๆ แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ล

            

สำหรับคุณชายห้าคนนั้น ไม่ว่าจะรู้สึกกับซูหยวนจริงๆ หรือแค่อยากแต่งงานเพื่ออาณาเขต สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็แสดงความจริงใจออกมา การขอเธอโดยตรงเพื่อให้ซูหยวนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ แบบนั้นเขาถือว่าอีกฝ่ายให้เกียรติซูหยวนเหมือนกับที่ตัวเองให้เกียรติ แบบนี้นับว่ายังน่านับถือ

            

แต่คุณชายรองแห่งฮาร์ปี้คนนั้น คิดใช้แผนการเพื่อทำให้ซูหยวนไม่อาจเลี่ยงได้ ไม่สนใจว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ คนแบบนั้น...เขาจะไม่ปล่อยไปแน่นอน

            

หลังจากนี้องค์กรนักล่าสกุลจางที่นำโดยเขาจะมีเป้าหมายที่ต้องจัดการเป็นอาณาเขตแรกก็คืออาณาเขตฮาร์ปี้! เดิมทีเขาไม่คิดจะทำลายสมดุลของอาณาเขตใดๆ เพราะไม่อยากจะแบกรับความรับผิดชอบอื่นๆ กลัวว่าเจ้าของพื้นที่จะกลับมาแล้วพบว่าเขาลงมืออะไรไป สุดท้ายจะเอาเรื่องนั้นมาบีบบังคับให้เขาต้องจำยอมกลายเป็นผู้ช่วยตนเองในการดูแลพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเหมือนกับคุกขนาดใหญ่นั้น...

            

แต่...มีคนล้ำเส้นเขาแล้วจริงๆ

            

โชคดีที่ตอนนี้อาณาเขตฮาร์ปี้ยังไม่ได้เปลี่ยนอัศวินคนใหม่ ยังมีเวลาอีกสักพักที่จะจัดการเจ้าคุณชายรองคนนั้น แล้วเลือกผู้สืบทอดขึ้นมาใหม่

            

แม้ว่ามันยากที่จะยอมรับ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วไม่เหลือใคร อัศวินฮาร์ปี้ยังคงหาผู้อื่นมาแต่งตั้งเป็นบุตรบุญธรรมได้ และอาณาเขตฮาร์ปี้แห่งนี้ก็มีการเปลี่ยนสายเลือดอยู่ตลอดอยู่แล้ว มันไม่นับว่าเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด

            

ส่วนสาเหตุที่เขาต้องรีบร้อนมาพบซูหยวน นั่นเพราะเขาอยากจะบอกเธอด้วยตัวเองเกี่ยวกับประโยคที่พูดไปก่อนหน้านี้ เขารู้สึกอึดอัดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่เขาจะรู้สึกอึดอัดมากกว่าถ้าซูหยวนไม่เชื่อใจเขา

            

เขามั่นใจว่าตัวเองแสดงให้ซูหยวนเห็นมาตลอดว่าเขาจะเป็นคนปกป้องเธอ ไม่ว่าเธออยากทำอะไรก็จะมีเขาอยู่ข้างหลังเสมอ ดังนั้น...เขาแค่อยากจะทำให้มั่นใจอีกครั้ง ตราบเท่าที่เป็นการตัดสินใจของเธอเอง เขาจะอยู่ตรงนี้ ช่วยเธออย่างไม่กลัวตาย แม้จะต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกก็ตาม!!

            

โชคดีที่ซูหยวนเองก็มีความมั่นคงในความคิดของตนเอง การที่เธอปฏิเสธอีกฝ่ายโดยไม่หวาดกลัวนั้นทำให้จางอู่หยางพอใจ

 

“พี่จาง ฉันรู้ค่ะว่าพี่จะช่วยฉันได้” ซูหยวนสบตากับเขา สองสายตาประสานกัน คำพูดไม่ได้พรั่งพรูออกมามากมายอีก เพียงแค่ปล่อยให้ความเงียบเป็นสื่อกลางในการแสดงความรู้สึกของทั้งสองคนเท่านั้น

            

เวลาไม่รู้เดินไปนานเท่าไรแล้ว แสงสว่างที่ตั้งตามกฎของเวลาก็ค่อยๆโผล่ออกมา ทำให้ไฟจากข้างนอกและข้างในเท่ากัน และตอนนั้นก็เริ่มมีเสียงจอกแจกจอแจจากข้างนอกแล้ว

            

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

            

เสียงประตูบ้านที่ถูกเคาะทำให้อันซูหยวนหันกลับไปมอง เธอส่งสายตาคล้ายขออนุญาตหัวหน้า ซึ่งจางอู่หยางก็พอใจแล้วสำหรับวันนี้เช่นกัน สุดท้ายทั้งคู่ก็เดินออกมานอกห้องด้วยกันราวกับสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานใหม่ แน่นอนว่านั่นแค่การเปรียบเปรยในใจของจางอู่หยางเท่านั้น ภาพนี้หากคนภายนอกมอง...คนหนึ่งแต่งตัวอย่างเป็นทางการ สวมชุดสูทราวกับเจ้าของโรงผลิตขนาดใหญ่ ส่วนซูหยวน...เธอเพียงสวมชุดป้องกันของนักล่าเอาไว้ มองอย่างไรก็ยังเป็น “เจ้านาย” และ “ลูกน้อง” เหมือนเดิม

 

“เจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านกลับมาแล้วหรือ?” เสียงตื่นเต้นของคนที่มาเคาะประตูดังขึ้น อีกฝ่ายเห็นอันซูหยวนเดินออกมาก่อน ไม่ทันได้สังเกตคนที่ตามหลังมา

 

“มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”

 

“มี มีธุระแน่นอน บ้านนี้เป็นบ้านครอบครัวอันใช่ไหม ครอบครัวอันที่มีกิจการอยู่ในเขตปลอดภัยคนนั้นน่ะ ไม่ใช่ว่าคุณรับสมัครคนงานอยู่หรอกหรอ? ถ้าอย่างนั้น...ตอนนี้ยังรับคนอยู่หรือเปล่า” ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้

            

ก่อนหน้านี้เธอรับสมัครคนงานก็จริง แล้วตอนนี้ก็คิดว่ายังต้องการคนเป็นจำนวนมากอยู่ เพียงแต่...ที่รับสมัครไม่ใช่ที่นี่ แต่เป็นพื้นที่ที่เช่ามาจากประธานจางข้างหน้าต่างหาก การที่เจ้าตัวบุกมาที่นี่นับเป็นเรื่องแปลกจริงๆ

 

“ยังรับคนอยู่ แต่คุณต้องไปที่อาคารทำการของพวกเรา ไม่ใช่ที่นี่”

 

“หือ? ยังมีอาคารทำการอีกหรือ? เร็วเข้า รีบบอกมาว่าอาคารทำการนั้นอยู่ที่ไหน ก่อนหน้านี้มีคนบอกให้พวกเรามาที่นี่ก็เลยพากันมา อย่าโทษพวกเราที่มารบกวนเลยนะ” ชายคนนั้นบอก ซูหยวนพยักหน้ารับว่าเข้าใจ ก่อนจะชี้ไปยังตำแหน่งของอาคารทำงานของเธอ

            

แน่นอนว่าจากคำบอกเล่าว่า “มีคนบอก” นั้น ซูหยวนเริ่มรับรู้แล้วว่าน่าจะเกิดเรื่องบางอย่างโดยคนบางคน ซึ่งหลังจากนั้น...นอกจากชายคนดังกล่าวที่มาเคาะประตูแล้ว ก็ยังมีคนอีกหลายสิบคนที่เริ่มมาที่นี่ด้วย

            

แรกเคาะประตูห่างกันไม่เกิน 5 นาที หลังๆเริ่มมีคนมารอที่หน้าประตูไม่ยอมไปไหนกันแล้ว กลายเป็นว่า...นอกจากพื้นที่รับสมัครคนซึ่งเต็มไปด้วยผู้สมัครงานมากมายจนทำให้ผู้คนนับร้อยกลัวว่าจะไม่ได้งานก็เลยตรงมาที่บ้านของเธอ

            

ซูหยวนตรวจสอบเรื่องนี้เล็กน้อยก็เข้าใจสถานการณ์ ปรากฏว่าช่วงนี้ผู้คนมากมายกำลังตกงานเนื่องจากมีหลายตระกูลที่ถูกทำลาย หลายกิจการที่ต้องหยุดไปเพราะพื้นที่เสียหาย คนมากมายพวกนี้ก็เลยกลัวว่าจะไม่มีงานให้ทำ พวกเขารีบร้อนออกหางานใหม่

            

ระหว่างนั้นก็มีคนไปป่าวประกาศว่าพวกเธอรับสมัครงาน และนั่นก็ทำให้คนมากมายมาที่นี่!

 

…………………………………………….