บทที่ 498 ครั้งแล้วกับครั้งเล่า! (อ่านฟรี 17 ก.ค. 69)
บทที่ 498 ครั้งแล้วกับครั้งเล่า! (อ่านฟรี 17 ก.ค. 69)
บทที่ 498 ครั้งแล้วกับครั้งเล่า!
ซูหยวนอธิบายสถานการณ์คร่าวๆให้จางอู่หยางฟังเพื่อไม่ให้คนต้องเป็นกังวล สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ตระกูลหานที่เริ่มแผนการโดยหานหลานฮวา
หลังจากที่ครอบครัวของเธอถูกช่วยเหลือกลับมาจำนวนหนึ่ง แม้ว่าจะหายไปมากกว่าครึ่ง แต่ด้วยจำนวนที่หายไปประมาณ 1 ใน 3 และส่วนใหญ่รอดกลับมาก็เป็นพวกบุรุษ
โดยไม่สนใจว่าพวกเขารอดกลับมาได้อย่างไร แล้วพวกผู้หญิง เด็ก หรือคนแก่ที่วิ่งหนีตามไปด้วยหายไปในเขตพื้นที่ล่าแล้วไม่กลับมาอีกเลยเพราะอะไร หานหลานฮวาก็เชื่อมั่นว่าตระกูลหานที่ตอนนี้ไม่มีอะไรเลยจะต้องฟื้นคืนความยิ่งใหญ่กลับมาได้แน่
เรื่องนี้เป็นความมั่นใจของเธอเอง เนื่องจากเธอได้เห็นแล้วว่าตระกูลใหญ่มากมายก็ล้มละลายไปเหมือนกัน พวกรัฐบาลกลางไม่ต้องการเสียทรัพยากรดีๆอย่างความรู้ที่พวกตระกูลใหญ่เก็บเอาไว้ไป ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามที่จะมอบสิทธิประโยชน์ดีๆมากมายให้ตระกูลใหญ่เก่าแก่พวกนี้
ตระกูลหานเองก็ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน ขอเพียงพวกเขาใช้ความรู้ที่มีในการสร้างกับดักดีๆออกมา กองทัพก็จะรับซื้อพวกมันทั้งหมด แถมยังให้ราคาดีว่าปกติ 2 เท่า และแน่นอนว่าวัตถุดิบทั้งหมดยังจัดหามาให้ฟรีๆ ซึ่งระยะเวลากอบโกยนี้ตกลงให้ไว้ที่ 1 เดือนเท่านั้น แต่ใน 1 เดือน ตระกูลหานจะต้องทำมันสำเร็จได้แน่ๆ เงินทองที่หายไปทั้งหมดจะต้องได้รับกลับคืนมา!
ไม่ใช่ว่าจำนวนของพวกเขาก็ลดลงไปแล้วหรือ? เช่นนั้นก็แปลว่าของที่ต้องเอาไปดูแลพวกอ่อนแอเหล่านั้นก็ไม่จำเป็น คัดเหลือแค่ผู้แข็งแกร่งที่ทำงานได้ แบบนี้แล้วยังจะต้องกลัวอะไรอีก นี่ถือเป็นข้อได้เปรียบของตระกูลหานเสียด้วยซ้ำ
เรื่องพวกนี้ ซูหยวนปล่อยให้ตระกูลหานได้ใจไปก่อน หนูทองลายขาวของเธอพร้อมทำงานเสมอ ตราบเท่าที่พวกมันมีทรัพยากรไปกองไว้ในคลังเมื่อไร เธอก็สามารถคว้ามาเป็นของตนเองได้เลย
อ่า...แต่ของที่เอามาได้รอบนี้คงจะใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองไม่ได้อีก ทำได้แค่ต้อง “บริจาค” ออกไปเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเมื่อรัฐบาลกลางเพ่งเล็งขึ้นมา พวกเขารู้ว่ามีแค่ไม่กี่คนได้ผลประโยชน์จากการขโมยนี้ จะต้องโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อาจจะออกกฎหมายใหม่ออกมาเพื่อที่จะลงโทษทหารพิเศษอย่างเธอก็ได้
ความแค้นของเธอเป็นสิ่งที่พวกเขาเข้าใจ แต่ตอนนี้รัฐบาลต้องการการฟื้นฟูให้เร็วที่สุด ต่อให้ตระกูลนั้นจะเป็นตระกูลสารเลวขนาดไหนก็ต้องกลับมามีบทบาทที่สำคัญในการช่วยฟื้นความแข็งแกร่งให้ได้ ฉะนั้นจะทำการใดๆยังต้องอยู่ในขอบเขตที่ทุกคนยอมรับได้ด้วย
เรื่องนั้นช่างมันไปก่อน เดี๋ยวจะต้องรอดูอีกทีว่าโอกาสเหมาะๆในการลงมือคือจุดไหน ทว่า...เรื่องที่เธอต้องป้องกันตัวก็มีอยู่ แถมตระกูลเจียงไม่ใช่ตระกูลไก่กาที่รัฐบาลจะไม่สนใจด้วย!
พวกตระกูลหานอาจจะไม่รู้ ตระกูลเจียงเวลานี้ผลิตอาหารระดับสูงจากทรัพยากรที่เธอได้รับมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก ไม่ใช่ “ซากกลายพันธุ์” ที่ล่ามาได้พวกนั้น ส่วนซากกลายพันธุ์ที่ยังรับซื้ออยู่ ก็เพื่อผลิตอาหารสังเคราะห์แจกจ่ายให้กับประชาชนคนธรรมดาที่ไม่มีกำลังพอที่จะซื้ออาหารมากินเอง
ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ตระกูลเจียงที่ยังปลอดภัยดีอยู่ เพื่อแลกกับการช่วยเหลือผู้คน รัฐบาลยังตัดสินใจจะมอบสิทธิพิเศษให้พวกเขา ไม่ต้องจ่ายภาษีตลอด 1 ปีนี้ ซึ่งมันก็เป็นยอดเงินที่คุ้มค่ากับอาหารที่ตระกูลเจียงจะแจกจ่ายไปอยู่ดี แต่...แทนที่จะทยอยจ่ายให้รัฐบาลกลาง พวกเขาแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากเงินนั้นในตอนนี้
ให้ตระกูลเจียงเร่งการผลิตอาหารสังเคราะห์เพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุดก่อน แน่นอนว่าตอนนี้ตระกูลเจียงมีแต่ได้กับได้ เขาจะปฏิเสธไปทำไม
ได้ในที่นี้ นอกจากจะประหยัดเงินในอนาคตได้แล้ว โดยไม่สนใจว่าอนาคตพวกเขาอาจจะทำรายได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัวหรือไม่ สิ่งนี้จะชิงข้อได้เปรียบทางธุรกิจของตระกูลเจียงได้แน่ อีกอย่าง...ด้วยเหตุนี้ก็ทำให้ตระกูลเจียงมีชื่อเสียงที่ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน
กองทัพมอบข้อตอบแทนนี้ให้ แต่ตระกูลเจียงกลับได้หน้าเพราะพวกเขาเป็นคนแจกจ่ายสารอาหารที่ช่วยให้ผู้คนรอดชีวิตออกไป และกองทัพก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธ การที่ยังมีตระกูลเจียงออกหน้าคล้ายว่าจะทำความดีนี้ ย่อมทำให้ตระกูลใหญ่อื่นๆเริ่มลงมือเช่นกัน แม้พวกเขาจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างกองทัพกับตระกูลเจียง ทว่า...พวกตนที่ทำธุรกิจจะทำให้ภาพลักษณ์ย่ำแย่ได้อย่างไร
สุดท้ายแล้วตอนนี้กลับเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้คนหันมาเห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือกันและกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
แต่เพราะเรื่องนี้ ตระกูลหานก็สามารถอาศัยโอกาสนี้เพื่อแสร้งทำเป็นคนดี สนับสนุนเงิน สนับสนุนคน เพื่อให้ช่วยล่าทรัพยากรมาส่งตระกูลน้อยใหญ่ที่สามารถผลิตสารอาหารสังเคราะห์หรือแม้แต่ยารักษา
พวกเขาส่ง “กับดักสัตว์กลายพันธุ์” ให้ตระกูลเจียง ด้วยความคาดหวังว่าตระกูลเจียงจะเอามันไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้คนให้มากขึ้น ทว่า...กับดักสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นกลับมียาพิษซ่อนอยู่ด้วย
หานหลานฮวาไม่ได้ทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หลังจากที่เธอปรึกษาเรื่องนี้กับบิดาตนเอง เขาที่ไม่ได้เป็นผู้สืบทอดหลักของตระกูลหานก็คิดแผนการซ้อนแผนเข้าไปอีก ไม่ใช่แค่เอาคืนอันซูหยวนที่คิดปล่อยพวกเขาตาย ทั้งยังทำร้ายบุตรชายของเขาไปก่อนหน้านี้แล้วเท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เพื่อกดดันให้ “พี่ชาย” ยอมสละตำแหน่งด้วย!
คนที่มีโอกาสเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปก็คือพี่ชายของเขา ตอนที่กลับมายังตระกูลหาน ซึ่งทรุดโทรมและไม่เหลือทรัพยากรใดๆ พวกเขายังปรึกษากันว่าจะพัฒนาเรื่องนี้อย่างไร แล้วก็มีคนพูดเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อให้กองทัพอะลุ่มอล่วยให้กับตระกูลหาน และผลสรุปก็คือการส่งอุปกรณ์กับดักไปยังตระกูลต่างๆที่มีชื่อเสียงในการช่วยเหลือผู้คนอยู่ขณะนี้
อาศัยโอกาสนี้เพื่อให้กองทัพมอบทรัพยากรดีๆมาให้ แล้วก็ยังเรียกตระกูลใจบุญทั้งหลายมาร่วมลงทุนในการสร้างกับดักได้ด้วย
ตระกูลเจียงเป็นชื่อแรกๆที่ทุกคนเห็นด้วยว่าควรติดต่อพวกเขา ตอนนั้นตัวเขาก็พยายามแย่งงานนี้ไป หากสามารถติดต่อตระกูลเจียงได้ ก็อาจจะกลายเป็นพันธมิตรในระยะยาว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีปัญหาเล็กๆน้อยๆ แต่นั่นก็เรื่องธรรมดาของตระกูลใหญ่ไม่ใช่หรือ?
มีประโยชน์เมื่อไร พวกเขาก็พร้อมที่จะละทิ้งความเคียดแค้นในอดีต แล้วยิ้มร่าจับมือกันได้เสมอ ทว่าน่าเสียดายที่ “พี่ชาย” ผู้มีโอกาสกลายเป็นผู้สืบทอดคือคนที่ทุกคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่จะเป็นผู้ติดต่อ
ทั้งนี้ เพราะทุกคนเชื่อว่าพี่ชายของเขาจะเป็นผู้นำตระกูลแน่นอนแล้ว ดังนั้นการให้เขาไปติดต่อก็เหมือนกับการผูกความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหานและตระกูลเจียงโดยตรง เรียกว่าเป็นการให้เกียรติตระกูลเจียงไปในตัว
ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ถ้าตัวเองไม่ได้ คนอื่นจะต้องได้ด้วยหรือ? ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดที่จะส่งไปที่ตระกูลเจียง เขาย่อมให้พี่ชายคนนี้ได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา คนที่จะต้องรับผิดชอบก็คือพี่ชายของเขา ต่อให้คนอื่นไม่รู้...แต่เขาจะเอาเรื่องนี้ไว้กดดันพี่ชาย ถ้าเขามีความลับที่พี่ชายได้วางแผนอยู่เบื้องหลัง ใช้ยาพิษของกลุ่มดวงตามารเพื่อฆ่าประชาชนมากมายผ่านตระกูลเจียง ไม่รู้ว่านั่นจะทำให้พี่ชายหวาดกลัวแค่ไหนกันนะ
แต่ถ้ายังดื้อด้าน เขาก็พร้อมที่จะส่งพี่ชายไปที่ “คุก” ในฐานะคนของกลุ่มดวงตามารได้เลย ฮ่า!! ครั้งนี้ลูกสาวของเขาทำประโยชน์ให้แล้วจริงๆ ดูเหมือนว่าคุณหนูเหลียนเหมยเหม่ยคนนั้น...เขาอาจจะเลี้ยงเอาไว้เล่นสนุกด้วยก็ได้ อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนน้ำใจครั้งนี้!
เรื่องราวในตระกูลหานถูกส่งต่อมาที่ซูหยวนเหมือนกับการไลฟ์สด หนูทองลายขาวเล่าเป็นฉากๆให้ฟังจนซูหยวนนึกภาพตามได้ แผนการนี้จะว่าดีก็ดี อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เหลียนเหมยเหม่ยวางเอาไว้ในตอนแรก ทว่า...น่าเสียดายที่พวกเขายังไม่เข้าใจว่ากำลังต่อสู้อยู่กับใคร
คนตระกูลหานนี้ทำผิดอยู่สองครั้ง นั่นคือ “ครั้งแล้ว” กับ “ครั้งเล่า” เหมือนว่าไม่เคยเข็ดหลาบกับการถูกโต้กลับเอาคืนจนตอนนี้แทบจะรักษาตระกูลเอาไว้ไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อพวกเขาทำแบบนั้น เธอก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องใจดีอีกต่อไป
“พวกเขาส่งกับดักพวกนี้ไป 3 แห่ง เป็นกับดักที่เหมือนกันทั้งหมด มีตระกูลเจียง ตระกูลหลี่ ตระกูลไป๋ ซึ่งอีกสองตระกูลเป็นตระกูลใหญ่ที่พวกเขาต้องการเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นฉันจะใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตระกูลหานได้ทำอะไรกับพวกเขาบ้าง”
“ตระกูลหลี่กับตระกูลไป๋ไม่ใช่ตัวดีทั้งหมด แม้ว่าฉันจะชื่นชมรุ่นพี่คนหนึ่งจากตระกูลไป๋ก็ตาม แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ผูกพันกับตระกูลไป๋มากนัก หลังจากที่ถูกทำร้ายตั้งแต่เด็ก เขาก็เข้าเรียนสถาบันเพลิงพลอง ไม่ค่อยวุ่นวายยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลไป๋มากนัก”
“ครอบครัวของเขาก็ยังเป็นเพียงไม่กี่คนที่ซื่อตรงได้อยู่ เพราะแบบนั้น...จึงถูกตระกูลไป๋รังเกียจอยู่เสมอ ฉันจะดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเข้ามามีส่วนรับผลกระทบด้วย"
“สำหรับคนอื่นๆ ถ้าถูกคนดีก็ต้องบอกว่าเป็นชะตากรรมของพวกเขาก็แล้วกัน แต่พวกตระกูลไป๋และหลี่พวกนั้นน่าจะใช้กับดักเพื่อจัดการกับสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูง พวกนี้มีเส้นสายในการผลิตอาหารสังเคราะห์ของตระกูลตนเองอยู่ จะไม่ยอมมอบทรัพยากรดีๆพวกนี้ให้คนอื่นแน่ ฉันจึงมั่นใจว่าจะมีแค่พวกมันที่ได้รับผลกระทบ”
“ด้วยความเชื่อมโยงทั้ง 3 ตระกูลนี้ พวกเขาจะต้องหาสิ่งที่เหมือนกัน และน่าจะไปถึงตระกูลหานได้ แต่ที่ฉันกำลังคิดหนักอยู่ก็คือ...ทำอย่างไรให้ผลกระทบของสารอาหารที่สกุลเจียงผลิตออกมาน้อยที่สุด แต่มีผลลัพธ์ที่รุนแรงมากที่สุด”
อันซูหยวนอธิบายสถานการณ์ให้ชายหนุ่มฟัง คนตัวโตเห็นด้วยกับแผนการของเด็กสาวทั้งหมด จนกระทั่งเมื่อเธอมีปัญหาที่ยังคิดไม่ตก
เขาใช้เวลาคิดไม่นานนัก รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏที่มุมปากของคนทันทีก่อนจะพูดออกมา
“อาหารสังเคราะห์ชุดนั้นให้ส่งมาที่องค์กรนักล่าสกุลจาง”
“คะ?”
หญิงสาวขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าคนตัวโตต้องการเล่นอะไรกันแน่ ทว่าจางอู่หยางกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าเลย เขายังพยักหน้าให้เธอเชื่อใจเขาอีก ดังนั้นซูหยวนจึงไม่จำเป็นต้องคิดซ้ำสอง ในเมื่อพี่ใหญ่จะลงมาเล่นด้วยแล้ว เช่นนั้นยังต้องกังวลอะไรอีกล่ะ!
เพราะแบบนั้น กับดักนั่นจึงถูกส่งมาที่องค์กรนักล่าสกุลจาง โดยเจียงฮุ่ยเป็นคนว่าจ้างให้สกุลจางเอากับดักพวกนี้ไปจับสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงเพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารสังเคราะห์ให้พวกเขา
เห็นว่าแผนการของตนเองสำเร็จแล้ว คนตระกูลหานสองพ่อลูกก็แอบหัวเราะอยู่ข้างหลังด้วยความสุข
“พ่อคะ แล้วการที่สกุลจางเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแบบนี้จะไม่มีผลอะไรใช่ไหมคะ?”
“ผลอะไรล่ะ แบบนี้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ไม่ใช่หรือ? ถ้าประธานจางคนนั้นรู้ว่ามีคนเล่นตุกติกกับพวกเขา ยังไงก็ต้องเอาเรื่องถึงที่สุดแน่ และประธานจางนั่นฉลาดมาก ไม่นานเขาจะสืบจนรู้ต้นตอแน่นอน”
“แต่พ่อคะ...เพราะความฉลาดเกินไปของเขา ฉันก็เลยกลัวว่าจะสืบมาจนรู้ว่าคนลงมือเป็นใคร...”
“ไม่มีทาง! ต่อให้เป็นประธานจางคนนั้นก็ไม่รู้หรอก พ่อไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรเอาไว้เลย แล้วจะสืบมาจนถึงพ่อได้ยังไง หรือว่าลูกมีหลักฐานอะไรที่หลุดมือไปแล้ว?”
“ไม่ค่ะ ถ้าจะมีก็มีแค่เหลียนเหมยเหม่ยเท่านั้นที่รู้เรื่อง”
“โอ้ เหลียนเหมยเหม่ยงั้นหรือ?” ชายวัยกลางคนคิดทบทวนเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าจะปล่อยอีกฝ่ายเอาไว้ อย่างไรทางนั้นก็เป็นคุณหนูลูกผู้ดีมาก่อน เนื้อหนังมังสาของสาวน้อยยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดเขาได้เสมอ แต่น่าเสียดาย...เรื่องนี้ไปถึงมือสกุลจางแล้ว เขากลัวว่าจะสืบสวนจนถึงต้นตอจริงๆ ฉะนั้นจะต้องทำให้เธอหายไปก่อน
แต่...ถ้าพวกเขาเป็นคนลงมือ ประธานจางที่ฉลาดเช่นนั้นจะต้องรู้แน่ว่ามันน่าสงสัย สุดท้ายอาจจะระแวงพวกเขาไปด้วย เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น...คนที่จัดการเรื่องนี้ทั้งหมดจะต้องเป็น “พี่ชาย” ของเขา...ไม่สิ! สมควรจะต้องเป็นคนของ “พี่ชาย” เขาต่างหาก!!
หลังจากนั้น ไม่รู้ว่าใครไปกระซิบกระซาบอะไรให้คุณนายหานฟัง เธอบุกไปที่ห้องทำงานของว่าที่ผู้นำตระกูลแล้วด่ากราดยกใหญ่ ชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่รู้เรื่องและยิ่งมีงานมากมายในมือต้องจัดการแบบนี้ ภรรยาของเขายังมาวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง สุดท้ายจึงได้สั่งกักบริเวณเธอ แต่เพราะการทำเช่นนั้นย่อมก่อเพลิงโทสะระดับสูงมากกว่าเดิม
ดังนั้น...เหลียนเหมยเหม่ยจึงจากไปเพราะการลงมือจากความหึงหวงนี้เอง แต่แค่นี้ก็พอแล้ว หลายคนเล่าลือกันไปว่าว่าที่ผู้นำตระกูลหานนอกใจภรรยา แอบติดต่อผู้หญิงอื่นข้างนอกนั่น
เป็นแบบนี้สองพ่อลูกก็ยิ่งหัวเราะชอบใจยกใหญ่ โดยไม่รู้ว่าความจริงแล้ว...ดาบใหญ่ของปีศาจกำลังเพ่งมองมาที่พวกเขาอยู่!
ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว เริ่มต้นที่ตระกูลหลี่ก่อนเป็นตระกูลแรก พวกเขาเร่งผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงเพื่อใช้เองในตระกูล อาหารสังเคราะห์ระดับสูงนี้ถูกกองทัพสั่งให้หยุดผลิตไปก่อน เพราะการผลิตพวกมันต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ขอให้พวกเขากินอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำ ต่อให้ได้ทรัพยากรระดับสูงมา ก็ยิ่งดี เพราะจะกระจายสารอาหารไปเป็นสารอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำได้จำนวนมหาศาล แต่ก็มีคนแอบทำเช่นนี้อยู่เสมอ และตระกูลหลี่ก็เป็นตระกูลแรกที่ถูกจับได้
พวกเขาแอบกินอาหารสังเคราะห์ระดับสูงกันเอง และก็ล้มลงกันเอง กองทัพเข้ามาตรวจสอบและพบว่ามีพิษมาจากอาหารสังเคราะห์นี้ ฉะนั้นจึงสั่งหยุดโรงผลิตอาหารสังเคราะห์เพื่อตรวจสอบ และแน่นอนว่าตระกูลหลี่เองก็มีความผิดด้วยเช่นกัน!!
ทว่า...นี่เป็นแค่ตระกูลแรกเท่านั้น อีกไม่กี่วันต่อมา พวกกองทัพก็จะปวดหัวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง...
……………………………………………