LNCrawler

บทที่ 499 ไม่ต่างอะไรกับซ้ำเติม (อ่านฟรี 18 ก.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 499 ไม่ต่างอะไรกับซ้ำเติม (อ่านฟรี 18 ก.ค. 69)

บทที่ 499 ไม่ต่างอะไรกับซ้ำเติม

 

“เกิดเรื่อง เกิดเรื่องขึ้นแล้วครับนายท่านหาน!” เสียงร้องของคนที่วิ่งเข้ามาเอะอะโวยวายเสียจนคนข้างในที่กำลังนั่งประชุมกันอยู่เกือบจะล้มคว่ำด้วยความตกใจ

            

สถานการณ์ของตระกูลหานในตอนนี้กำลังเร่งการพัฒนาและฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ก่อนหน้านั้นจำเป็นต้องมีทรัพยากรก่อน นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าพวกเขาจะต้องเร่งผลิตกับดักจำนวนมาก วางแผนการสร้างของออกไปเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนอย่างไรล่ะ

            

ตอนนี้แม้แต่คุณชายที่เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลก็ยังต้องลงมือสร้างกับดักด้วยตัวเอง ทั้งห้องกำลังวุ่นอยู่กับงานใหญ่นี้ จู่ๆก็มีคนพุ่งพรวดเข้ามาแถมร้องโวยวาย จะให้พวกเขามีสมาธิต่อได้อย่างไร

 

“เหลวไหล! จู่ๆก็เข้ามาตะโกนเช่นนี้ได้ยังไง! ไม่เห็นหรือว่าพวกเรากำลังทำงานชิ้นใหญ่เพื่อมอบให้กับกองทัพอยู่ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาแล้วกับดักพวกนี้เสียหาย ใครจะเป็นคนรับผิดชอบห๊า!” 

 

“ขะ ขออภัยครับท่านผู้นำ แต่ว่า...”

 

“แต่ว่าอะไร...” แม้จะเห็นว่าคนๆนั้นไม่ตั้งใจ ทว่าอารมณ์โกรธของเขาใช่ว่าจะหายไปง่ายๆ 

 

“คือว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วครับ ตระกูลหานของพวกเราเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว”

 

“หมายความว่ายังไง!” เมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาเช่นนั้น ดวงตาของคนในห้องทั้งหมดก็เปลี่ยนไป พวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจกันทั้งนั้น ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพวกเขาตระกูลหานที่วันๆเอาแต่ทำงานถึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัย

            

เรื่องนี้คงจะมีแค่บิดาของหานหลานฮวาเท่านั้นแล้วกระมังที่เข้าใจเรื่องทั้งหมด แต่เขาก็ยังแสดงออกว่าตกใจไม่ต่างกับคนอื่น เพื่อไม่ให้ถูกจับผิดได้

 

“รีบพูดทุกอย่างออกมาได้แล้ว ไม่ใช่มัวแต่อ้ำอึ้ง”

 

“ใช่ ถูกต้องแล้ว มาถึงก็โหวกเหวกโวยวาย ตอนนี้ยังจะถูกให้ตกอกตกใจ แท้จริงแล้วมันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่ พูดออกมาให้หมดรวดเดียวเสีย” 

 

ทุกคนเริ่มโมโหกันบ้างแล้ว ตอนวิ่งมาถึง...หากเป็นเรื่องใหญ่โตจริงๆก็ควรจะรีบแจ้งออกมาไม่ใช่หรือ? แต่แทนที่จะพูด กลับกระหืดกระหอบหายใจอีก สุดท้ายพอว่าที่ผู้นำตระกูลถามออกไป ก็ยังตอบไม่กี่คำแล้วให้คิดไปเอง นี่...ไม่ใช่ว่าต้องการเล่นตลกกับความรู้สึกของพวกเขารึไง!

 

“คือว่า...คุณชาย ผู้อาวุโส และทุกๆคน ตอนนี้พวกหน่วยสอบสวนกำลังสงสัยตระกูลหานของพวกเราว่าอยู่เบื้องหลังอันตรายที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลี่และตระกูลไป๋ครับ อ้อ ก่อนหน้านี้ตระกูลจางเองก็แจ้งทางการไปด้วยเช่นกัน พวกเขาบอกว่าพวกเราตระกูลหานต้องการวางยาพิษ!”

 

“อะไร? เรื่องอะไรถึงมาเป็นพวกเราได้อีกล่ะ!”

 

“ใช่แล้ว จะเป็นพวกเราได้อย่างไร เรื่องที่ตระกูลหลี่และตระกูลไป๋จู่ๆก็ได้รับพิษ ไม่ใช่เพราะโรงผลิตอาหารสังเคราะห์ส่วนตัวของพวกเขาไม่มีคุณภาพรึไง จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็อาจจะผลิตได้เป็นปกติ แต่หลังจากเกิดการโจมตีครั้งก่อน ไม่แน่ว่าพวกกลุ่มดวงตามารอาจจะลอบแก้ไขอะไรบางอย่างก็ได้”

 

“ที่จริงเป็นพวกเขาที่ทำผิดกฎหมายด้วยซ้ำ ทางการประกาศออกมาแล้วว่าขอความร่วมมือให้ทุกคนใช้ทรัพยากรทั้งหมดเพื่อช่วยฟื้นฟูมนุษย์ชาติและพื้นที่ปลอดภัย กระทั่งสกุลเจียงก็ยังต้องบริจาคอาหารที่พวกเขาผลิตได้ทั้งหมด เปลี่ยนจากการผลิตอาหารระดับสูงให้เป็นระดับต่ำทั้งหมดเพื่อให้เพียงพอสำหรับการแจกจ่ายเพื่อความอยู่รอด แต่ตระกูลหลี่และตระกูลไป๋เห็นแก่ตัวเกินไป บางทีนี่อาจจะเป็นบทลงโทษจากพระเจ้าก็ได้”

 

“ไม่สิ ทุกคนต้องค่อยๆคิด เรื่องนี้อาจจะมีอะไรบางอย่างก็ได้”

 

“หมายความว่ายังไง? จะบอกว่าพวกเราตระกูลหานที่ไม่ได้ทำอะไรผิด จู่ๆก็จะกลายเป็นคนผิดได้จริงๆงั้นหรือ?”

 

“ใจเย็นๆก่อน เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะฉันคิดว่าพวกเราเป็นคนผิด กลับกัน...ฉันคิดว่าพวกเราอยู่กันดีๆไม่ได้มีปัญหาอะไร และฉันจะไม่คิดมากเลยถ้าไม่ใช่เพราะองค์กรนักล่าสกุลจางเองก็ชี้เป้ามาที่พวกเรา นี่แปลว่า...พวกเขาต้องมีข้อมูลสำคัญอะไรอยู่ในมือแน่”

 

“อืม พูดได้ถูกต้อง ดังนั้นพวกเรามานั่งโวยวายอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เอาล่ะ...ฉันตัดสินใจในฐานะรักษาการแทนตำแหน่งผู้นำตระกูล แบ่งผู้อาวุโสและผู้มีความรู้ออกไปทั้ง 3 แห่งนั้น ไปที่ตระกูลหลี่ ตระกูลไป๋ และองค์กรนักล่าสกุลจาง ฉันและพวกอีก 4-5 คนจะไปที่ตระกูลเจียงเพื่อตรวจสอบด้วย” 

 

ว่าที่ผู้นำตระกูลคนใหม่กล่าวขึ้นมา ตอนนี้เขารู้สถานการณ์ไม่ค่อยปกติแล้ว จริงอย่างที่หนึ่งในสมาชิกตระกูลพูดออกมานั่นแหละ ถ้าเป็นแค่เรื่องตระกูลไป๋และตระกูลหลี่ก็คงไม่เท่าไร แต่พอมีตระกูลจางเข้ามาด้วย...พวกเขาไม่โยนความผิดให้คนอื่นง่ายๆแน่นอน ถ้าไม่ใช่พวกเขาผิดจริง ประธานจางคนนั้นจะไม่จัดการพวกเขาในเรื่องนี้ 

 

พวกตระกูลหานรวดเร็วมาก เพียงแค่ไม่นานก็กระจายตัวออกไปรับข่าวทุกที่ ว่าที่ผู้นำตระกูลหานไปที่ตระกูลเจียงด้วยตัวเอง พวกเขารู้ว่าตระกูลเจียงมอบกับดักเหล่านั้นให้องค์กรนักล่าสกุลจางเพื่อจัดการล่าทรัพยากรระดับสูงมาให้ ดังนั้น...ส่วนที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดน่าจะเป็นกับดักชุดนั้นที่เขาเป็นไปคนส่งด้วยตัวเอง

 

“เชิญข้างในครับ ผู้นำตระกูลรอพวกคุณอยู่ก่อนแล้ว..”

 

“..............” ทั้งกลุ่มลอบมองหน้ากัน คำว่า “รออยู่ก่อนแล้ว” นี่แปลว่าตระกูลเจียงเองก็ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างนั้นสินะ

           

 เจียงฮุ่ยยังคงเป็นชายร่างท้วมดูสมบูรณ์เหมือนเดิม เมื่อเขาเดินออกมา...คนสกุลหานทั้งหมดก็ลุกต้อนรับเขา จากก่อนหน้านี้ที่หลายคนยังดูแคลนว่าเจียงฮุ่ยแย่งชิงอำนาจมาจากผู้นำตระกูลเจียงคนเก่าอย่างไม่ยุติธรรม ทว่า...เมื่อผ่านเหตุการณ์วุ่นวายเช่นนี้มาได้ ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าชายคนนี้เหมาะสมจริงๆ

           

 ไม่ว่าจะเหมาะสมเพราะความสามารถของเขาเอง หรือเหมาะสมที่เขาเลือกเข้าหาคนได้ถูกต้องจนทำให้ได้รับคำเตือน ทรัพยากร และแม้แต่ผู้ช่วยปกป้องตระกูลจนทำให้พวกกลุ่มดวงตามารเข้ามาวุ่นวายไม่ได้ก็ตาม...แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้เขาปกป้องสกุลเจียงเอาไว้ได้ เรียกว่าแทบจะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นเลย

           

 นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าในขณะที่ตระกูลใหญ่จำนวนมากถอยลง ตระกูลเจียงที่อยู่ในตำแหน่งเดิมก็คือคนที่อยู่เหนือทุกคนไปแล้วอย่างไรล่ะ!!

           

 ตระกูลที่ทำได้แค่ผลิตอาหารสังเคราะห์มารุ่นต่อรุ่น เวลานี้พวกเขากลายเป็นตระกูลใหญ่ที่ทรงพลัง ขนาดตระกูลหานที่เคยมองพวกนี้ด้วยสายตา เวลานี้ยังต้องก้มหัวให้

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้เจียงฮุ่ยจะมีบารมีอย่างมากในสายตาคนตระกูลเจียง เมื่อเขาเดินออกมา...หุ่นอ้วนท้วมนี้ไม่ได้ทำให้ทุกคนรังเกียจอีกแล้ว กลับกัน...มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของตระกูลเจียงด้วยซ้ำ พวกผู้อาวุโสที่เดินตามออกมาก็ยังยกคอของตนเองตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเลียนแบบเจ้านายด้วยซ้ำ

 

“มากันแล้วหรือ? เชิญนั่งก่อนเถอะ ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะมีเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอีกมาก” เจียงฮุ่ยหัวเราะ ท่าทางอารมณ์ดีเหมือนไม่ได้มีปัญหาใดๆ แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นแบบนี้...คนตระกูลหานจึงรู้สึกว่ามันน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

“ผู้นำตระกูลเจียง พวกเรามาที่นี่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่ามีหลายตระกูลเริ่มสงสัยพวกเราว่าตระกูลหานเล่นไม่ซื่อ แต่จริงๆแล้วผู้นำตระกูลเจียงก็น่าจะเข้าใจ พวกเราแค่พยายามจะแสดงน้ำใจออกมาเท่านั้น”

 

“ตระกูลเจียงมีจิตใจสูงส่ง ผลิตอาหารสังเคราะห์เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ชาติ ด้วยความยิ่งใหญ่นี้ก็ทำให้พวกเราในฐานะตระกูลใหญ่เองก็อยากใช้ความสามารถที่มีเพื่อเป็นประโยชน์ ไม่เคยคิดว่าจะใช้ความรู้ที่มีเพื่อทำร้ายคนอื่นเลย”

 

“ดังนั้น...ถ้าหากผู้นำตระกูลเจียงจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับพวกเรา แก้ไขความเข้าใจผิดกับองค์กรนักล่าสกุลจาง...พวกเราตระกูลหานจะจดจำเอาไว้ ในอนาคตย่อมต้องมีโอกาสได้ตอบแทนแน่นอน”

            

คนเป็นตัวแทนของสกุลหานก็ยังเหมาะสมกับการเป็นคนของตระกูลใหญ่ แม้ว่าเรื่องราวต่างๆจะกดดันเขามาถึงขนาดนี้แล้ว แต่ตัวเขาเองกลับยังรักษาความสง่างามของตนเองเอาไว้ได้ เรียกว่าน่ายกย่องจริงๆ

            

แต่เจียงฮุ่ยเวลานี้เป็นเจียงฮุ่ยที่เขตชั้นกลางคนเดิมหรือ? เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็หัวเราะออกมาจนพุงกระเพื่อม เสียงหัวเราะของเขาไม่ต่างอะไรกับเสียงระเบิดเวลาเลย พวกตระกูลหานไม่เข้าใจว่าเสียงหัวเราะนี้เป็นตัวแทนของความรู้สึกแบบไหนกันแน่ เพราะแบบนั้นจึงนั่งจิกเล็บที่ฝ่ามือของตนเองเล่นเพื่อระบายความกดดันนี้

            

เจียงฮุ่ยโบกมือไปมา ก่อนที่เสียงหัวเราะจู่ๆก็เงียบลงไป

 

“ช่างพูดจริงๆนะ ในขณะที่พวกเราตระกูลเจียงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่คิดเลยว่าตระกูลหานจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ลับหลังพวกเรา” ดวงตาของเจียงฮุ่ยหรี่ตา เริ่มแสดงความโกรธของตนเองออกมาบ้างแล้ว

 

“เกือบจะทำให้องค์กรนักล่าสกุลจางกับตระกูลเจียงแตกคอกัน ช่างเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมเสียจริงเลยนะ แล้วตอนนี้เมื่อเรื่องทุกอย่างเปิดเผยออกมา กลับมาขอร้องให้พวกฉันไปแก้ต่างกับองค์กรนักล่าสกุลจางที่เกือบจะทำลายตระกูลเจียงเพราะความเข้าใจผิดเหล่านั้น ช่างกล้า ช่างอวดดีจริงๆ!!!”

           

 เจียงฮุ่ยตวาดออกมาเสียงดังลั่น ทำเอาคนตระกูลหานสะดุ้งโหยงไปตามๆกัน แม้แต่คนของตระกูลเจียงเองก็รู้สึกหวาดกลัวไปด้วย

           

 คำพูดของเจียงฮุ่ยนี้รุนแรงมาก สมาชิกในตระกูลเจียงไม่ได้รู้เลยว่าองค์กรนักล่าสกุลจางเกือบจะทำลายตระกูลเจียงของพวกเขาแล้ว แต่คิดไปคิดมาก็สมเหตุสมผล ใครจะคิดว่ากับดักที่ตระกูลเจียงได้รับมาเป็นของขวัญจากตระกูลจาง แท้จริงแล้วมียาพิษซ่อนอยู่กันล่ะ!

           

 ไม่ใช่แค่นั้น แต่พวกตระกูลใหญ่ก็รู้ๆกันอยู่ พวกเขารู้เรื่องการประกาศจากทางการก็จริง แต่มีใครทำตามบ้าง? ทุกคนอยากจะประสบความสำเร็จ อยากฟื้นฟูตระกูลตัวเองให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม ส่วนตระกูลไหนที่ไม่ได้เสียหายมากนักก็อยากใช้โอกาสนี้เพื่อยกระดับของตระกูลให้นำหน้าคนอื่นไปอีกขั้น ดังนั้น...แม้แต่สกุลจางก็ยังจ้างให้พวกเขาแอบผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงให้เลย

           

 กับดักพวกนั้นก็คือสิ่งที่พวกเขามอบให้เป็นน้ำใจ ขอให้องค์กรล่าทรัพยากรมาให้ตระกูลเจียงมากหน่อย โดยทั้งหมดนี้มีการตกลงกันทั้งหมดแล้ว ทว่า...ในตอนที่ไม่คาดคิด พวกเขาก็ได้รับการตอบกลับจากองค์กรนักล่าสกุลจางแล้วว่ากับดักที่ให้มานั้นมียาพิษ

            

เป็นยาพิษที่ต้องการฆ่าคน!!

           

 เจตนาของสกุลเจียงถูกสงสัยในทันที และตระกูลจางก็สืบสาวราวเรื่องอย่างหนักจนรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นใครที่อยู่เบื้องหลัง!!! เป็น....ตระกูลหาน!! เป็นพวกสารเลวพวกนี้ที่เกือบทำให้พวกเขาต้องตาย!!

            

ตัวแทนตระกูลหานทั้งหมดเกือบจะหายใจไม่ออกตายอยู่แล้ว ออร่าที่ทุกคนตระกูลเจียงปล่อยออกมาเหมือนอยากจะฆ่าพวกเขาให้ตายทั้งเป็น โชคดีที่ในที่สุด...ผู้นำตระกูลเจียงก็เริ่มควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เขาค่อยๆลดพลังกดดันลง แล้วกลับมาพูดคุยด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“พวกคุณตระกูลหานทำเอาไว้หนักหน่วงจริงๆเลยนะ แต่อีกไม่นานก็น่าจะถูกทางการเรียกไปสอบสวนแล้ว และคุณที่เป็นผู้นำตระกูลต้องเตรียมตัวชดใช้ให้ดีๆล่ะ ประธานจางไม่เอาพวกคุณไว้แน่!! เรื่องนี้ตระกูลเจียงพวกเราไม่ยุ่งแล้ว เมื่อประธานจางต้องการสั่งสอนคนที่กล้าทำร้ายองค์กรของเขา เช่นนั้นก็เตรียมรับความโกรธจากปีศาจเสียเถอะ!”

 

“ผู้นำตระกูลเจียง! ผู้นำต้องเชื่อพวกเรานะ พวกเราไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องลงมือแบบนั้นเลย นี่ไม่ใช่พวกเราจริงๆ” รักษาการตำแหน่งผู้นำตระกูลหานรีบอธิบาย 

            

เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะคนของเขาได้ยินว่าจะมีทางการเข้ามาจับพวกตน ตอนนั้นก็คงยังนั่งสร้างกับดักกันอยู่ตลอดนั่นแหละ

 

“เหอะ! จะบอกว่าไม่ใช่ก็แปลว่าไม่ใช่งั้นหรือ? แล้วพิษที่อยู่บนกับดัก ตั้งใจจะให้มันแทรกซึมเข้าสู่ซากกลายพันธุ์พวกนั้นคืออะไร?”

 

“พวกคุณก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเราเป็นสถานที่ผลิตอาหารสังเคราะห์ ถ้าซากกลายพันธุ์มีพิษที่การทำลายแบบปกติจัดการไม่ได้ คนกินก็มีแต่จะต้องตายเท่านั้น การกระทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการซ้ำเติมผู้คนเลย เรื่องใหญ่แบบนี้...ไม่ใช่แค่ประธานจางเท่านั้นที่ไม่ปล่อยพวกคุณไว้ แม้แต่ทางการก็จะรวมพวกคุณเป็นหนึ่งเดียวกับพวกกลุ่มดวงตามารด้วย!!”

            

ข้อกล่าวหานี้รุนแรงมาก มันรุนแรงเสียใจสีหน้าของคนตระกูลหานซีดเผือด

 

“ผู้นำตระกูลเจียง พิษอะไรที่คุณพูดถึงนั้นพวกเราไม่เคยรู้มาก่อนเลย เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะ”

 

“ให้ความเป็นธรรมหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ทำไมภรรยาของคุณถึงเข้าใจผิดว่าคุณหนูเหลียนเหมยเหม่ยคนนั้นเป็นชู้รักของคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณและอีกฝ่ายแอบพบกัน”

 

“นั่น นั่นเป็นแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวเลยนะ ฉันกับคุณหนูเหลียนนั้นไม่เคยพูดกันสักคำด้วยซ้ำ”

 

“เหอะ! พูดไปใครจะเชื่อ คนตายพูดไม่ได้ ภรรยาของคุณก็เลยฆ่าคุณหนูเหลียนไปแล้ว ถึงเวลานี้คนเป็นจะพูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ แต่บอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่ามันไม่น่าเชื่ออีกแล้ว!”

 

“นี่ไม่ใช่ ไม่ใช่แน่นอน” ชายวัยกลางคนไม่คิดมาก่อนเลยว่าเรื่องเล็กๆอย่างการที่ภรรยาของเขาหึงหวงจนฆ่าคนจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเขาเสียแล้ว

 

“ไม่ใช่อีกงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้น...คุณหนูหานหลานฮวาที่ยังเก็บยาพิษบางส่วนไว้กับตัวเพราะอะไรกันล่ะ มันเป็นยาพิษชนิดเดียวกับที่ติดไว้บนกับดักเสียด้วย หากบอกว่าเป็นคุณหนูหานลงมือเองไม่เกี่ยวกับคุณ คิดว่าพวกเราตระกูลเจียง สกุลจาง และกองทัพโง่เง่าหรือ!!”

            

เจียงฮุ่ยระเบิดข้อมูลออกมาทันที นี่เป็นคำพูดที่ท่านอันซูหยวนแจ้งเอาไว้ก่อนแล้ว และเขาก็ได้ซักซ้อมด้วยตัวเองมานานแล้วเช่นกัน รอก็แค่คนของตระกูลหานปรากฏตัวเท่านั้น ถ้าพวกเขายังไม่มา...บทที่ซ้อมเอาไว้นี้จะลืมตอนไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นคำที่บอกว่า “รออีกฝ่าย” มานั้นเป็นของจริง

            

ซึ่งทางตระกูลหาน หลังจากได้ข้อมูลชิ้นโตเช่นนี้ ย่อมทำให้หัวของทุกคนเหมือนจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อ คนที่ถูกอ้างถึงไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องไปหาเจ้าตัวก่อนแล้วค่อยคิดหนทางแก้ปัญหาอีกที..

 

……………………………