บทที่ 500 ตระกูลเจียงยืนยัน (อ่านฟรี 19 ก.ค. 69)
บทที่ 500 ตระกูลเจียงยืนยัน (อ่านฟรี 19 ก.ค. 69)
บทที่ 500 ตระกูลเจียงยืนยัน
ความเงียบเข้าปกคลุมสมาชิกตระกูลหานที่เพิ่งกลับมาจากการพูดคุยที่ตระกูลเจียง ชื่อของหานหลานฮวาปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด ทุกคนยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้นำตระกูลเจียงจะชี้จุดที่เป็นปัญหาให้ขนาดนี้ เดิมทีพวกเขาก็คิดว่ายังต้องตามสืบอีกว่ามีตระกูลไหน หรือใครที่อยากทำร้ายตระกูลหานจนถึงกับเล่นเเรงเเบบนี้ ทว่า…ยังไม่ทันต้องไปหาใคร ปรากฏว่าตัวการก็ถูกลากออกมาเสียเเล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกผู้อาวุโสรั้งเขาเอาไว้ก่อน บางทีตอนนี้เขาคงอยู่หน้าห้องพักของเด็กสารเลวหานหลานฮวาเเละน้องชายตัวดีที่ไม่สามารถควบคุมลูกสาวของตนเองไม่ให้ก่อเรื่องได้
“หานหลานฮวามีเหตุผลอะไรที่ต้องลงมือแบบนี้ บางทีมันอาจจะไม่ใช่หานหลานฮวาโดยตรง…”
“ที่พูดเช่นนี้หมายความว่ายังไง? คิดว่าถ้าไม่ใช่หานหลานฮวาเเล้วจะเป็นใคร? เป็นพ่อของเธอ เป็นคุณชายรองงั้นหรือ?” พวกผู้อาวุโสถกเถียงกันหนัก ยิ่งพูดก็ยิ่งเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ
“มันก็มีโอกาสไม่ใช่รึไง ถ้าหากว่าคุณชายใหญ่ที่มีสิทธิสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลมากที่สุดถูกจับกุมในฐานะ “คนของกลุ่มดวงตามาร” ขึ้นมา เพราะการที่ส่งยาพิษออกไปยังตระกูลใหญ่ทั้งสาม เเถมเน้นไปที่ตระกูลเจียงที่ผลิตอาหารเเจกจ่ายประชาชน”
“เหอะ! หากไม่ใช่ตระกูลจางพบเจอปัญหาก่อน เเล้วพวกเขาผลิตอาหารสังเคราะห์ออกไปเเล้ว คนจะตายกันมากเท่าไร แล้วคนที่จะต้องรับผิดชอบคือใครล่ะ? นี่มันก็เหมือนกับการฆาตรกรรมหมู่เลยไม่ใช่หรือ? ดังนั้นโทษที่จะต้องได้รับย่อมรุนเเรงมากแน่ๆเมื่อมีการตรวจสอบใดๆเกิดขึ้น”
“ก็เหมือนกับที่ผู้นำตระกูลเจียงกล่าวมา สามีเก่าของคุณหนูเหลียนเหมยเหม่ยเป็นคนของกลุ่มดวงตามารเเน่นอนเเล้ว คุณหนูเหลียนเองก็กำลังถูกจับตามองอยู่ มีโอกาสที่จะถูกจับตัวไปสอบสวนเช่นกัน”
“ทว่า...เเทนที่คุณหนูเหลียนจะอยู่ดีๆ เธอกลับมาถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภรรยาน้อยของคุณชายใหญ่ จนกระทั่งภรรยาของคุณชายใหญ่ลงมือสังหารคน คิดเอาเเล้วกันว่าคนที่ฟังจะคิดยังไง?”
“อะไรเป็นความสนิทสนมที่ทำให้ภรรยาของคุณชายใหญ่ถึงกับหวาดระเเวง นี่ไม่ได้เเปลว่าคนที่ติดต่อกับคุณหนูเหลียนก็คือคุณชายใหญ่หรือ? หลักฐานทั้งหมดที่มุ่งเป้ามาทางนี้ล้วนเป็นเเผนการอย่างเเน่นอน ถึงจะไม่รู้ว่านี่เป็นความตั้งใจฆ่าประชาชนคนอื่นๆด้วยหรือไม่ เเต่ความต้องการ “ทำลายคุณชายใหญ่” นั้นเป็นเรื่องจริง”
“ฉันคิดว่าควรจะต้องเริ่มจากจุดนี้นี่แหละ ดังนั้นคนที่มีความเป็นไปได้ที่จะลงมือมากที่สุดก็คือคนที่จะได้ประโยชน์ถ้าคุณชายใหญ่ถูกจับกุม!”
ผู้อาวุโสท่านนี้กล่าวอย่างมีเหตุมีผล ยิ่งฟังเขาพูดทุกคนก็ยิ่งคิดเหมือนกัน เเต่...คุณชายรองจะใช้โอกาสเช่นนี้เพื่อลงมือกับพี่ชายตนเองเชียวหรือ? สถานการณ์ของตระกูลหานตอนนี้ดีนักหรือ? อำนาจเเละผลประโยชน์ใดๆล้วนไม่มีให้อยู่เเล้ว หรือเเค่หลงในอำนาจเท่านั้นกันล่ะ!!
คุณชายใหญ่ผู้เป็นพี่ชายกุมขมับ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าคนที่ลงมืออาจจะเป็นน้องชายของเขาจริงๆ ถ้าหากว่าเเค่ต้องการตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไป น้องชายของเขาสามารถบอกเขาโดยตรงเลยก็ได้ เขาพร้อมจะยกตำแหน่งนี้ให้จริงๆ
สำหรับเขา...ขอเเค่ตระกูลหานยังกลับมาเป็นตระกูลใหญ่ได้เหมือนเดิมก็พอ ทำไมถึงจะต้องลงมือรุนเเรงขนาดนี้ด้วย อยากจะฆ่าคนในสายเลือดเดียวกันเพื่อตำแหน่งที่ไม่มีอะไรดีนี้จริงๆหรือ?........
“ตอนนี้มาคิดกันก่อนว่าจะคลายความโกรธของตระกูลใหญ่อย่างไร เเล้วก็จะทำยังไงให้มีหลักฐานในการเอาผิดคนผิดจริงๆ ตอนนี้ทุกอย่างรวมมาที่คุณชายใหญ่ทั้งหมด ถ้าพวกเราหาทางออกไม่ทัน คุณชายใหญ่จะถูกมองว่าเป็นคนของกลุ่มดวงตามารเเน่ พวกเราจะต้องปกป้องคุณชายใหญ่เอาไว้ให้ได้”
“เหอะ ทำอย่างไรล่ะ? จะปกป้องอย่างไร? หลักฐานทั้งหมดชี้มาที่คุณชายใหญ่เเล้วจริงๆ ต่อให้พวกเราเจอยาพิษในห้องของคุณหนูหานหลานฮวาจริง เเล้วทางการจะเชื่อหรือว่าไม่ใช่คำสั่งของคุณชายใหญ่น่ะ” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็มองหน้ากันเองอีกครั้ง ...
ในฐานะผู้รับผิดชอบติดต่อกับตระกูลใหญ่ ในฐานะรักษาการตำแหน่งผู้นำตระกูล เขามีอำนาจที่จะทำเช่นนั้นได้จริงๆ นอกจากนี้...การที่ดูเเลสมาชิกในตระกูลไม่ได้ ถือเป็นความผิดของผู้นำตระกูลหรือไม่ ? เเน่นอนว่าเป็นความผิดของเขาทั้งหมด ต่อให้อยากเลี่ยง...สุดท้ายก็ต้องถูกลงโทษไปด้วยอยู่ดี
“พูดเเบบนี้หมายความว่ายังไง?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งขมวดคิ้ว รู้สึกว่าทิศทางการพูดคุยนี้กำลังจะเปลี่ยนไป เเล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง...
“สถานการณ์ของตระกูลเวลานี้เป็นอย่างไรใครไม่ทราบบ้าง ตอนนี้ผู้นำตระกูลอย่างไรก็ถูกจับอยู่เเล้ว ในฐานะรักษาการเเทนตำแหน่งผู้นำ คุณชายใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกับทุกการกระทำของสมาชิกในตระกูล ซึ่งในเมื่อเป็นเเบบนี้...พวกเรายังอยากจะลากคุณชายรองมาโดนลงโทษด้วยจริงหรือ?”
“บัดซบ!! แกกำลังพูดเเบบนี้หมายความว่ายังไง? หมายความว่าจะโยนให้คุณชายใหญ่รับผิดชอบคนเดียวทั้งหมดจริงๆงั้นหรือ? ทั้งๆที่คุณชายใหญ่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเนี่ยนะ”
“เเล้วจะให้ทำอย่างไร? สุดท้ายจะลากสายเลือดของผู้นำตระกูลลงไปตายกันให้หมด ทำให้ตระกูลหานพังใช่ไหม!”
“ฮะ ฮะ ฮ่าๆ ขำเป็นบ้าเลย ให้ตายเถอะ ตระกูลหานของพวกเราคิดกันเเบบนี้เเล้วใช่ไหม? คนภายนอกบอกว่าตระกูลหานเป็นพวกเห็นแก่ตัว เป็นพวกสารเลว...ทุกครั้งฉันปฏิเสธ เเละพยายามโต้เถียงให้พวกเขาเข้าใจว่าพวกเราไม่ใช่ตัวสารเลวเเบบนั้น ทว่าตอนนี้...ตอนนี้ฉันเข้าใจทั้งหมดเเล้ว ท้ายที่สุด...พวกเรามันก็เเค่ไอ้พวกสารเลวจริงๆ เเม้เเต่คนในตระกูลก็ยังรังแกกันเองได้ ฮ่าๆ น่ากลัวจริงๆ น่ากลัวที่จะอยู่ในตระกูลหานที่เเสนวิเศษนี้ต่อไปเเล้ว”
“เฮ้อ ไม่จำเป็นต้องประชดประชันกันเช่นนี้หรอก นี่เป็นเเค่ความคิดของฉัน คนอื่นอาจจะคิดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ได้ เอาล่ะ...ใครอยากจะลากคุณชายใหญ่เเละคุณชายรองไปรับโทษพร้อมกันบ้างล่ะ”
คนพูดมองไปรอบๆ เเละก็ได้เห็นสายตาของทุกคนที่พยายามหลบ ไม่มองตากับคุณชายใหญ่ที่นั่งหัวโด่อยู่ที่นี่ นี่ไม่ต่างอะไรกับการลงมติว่าจะทอดทิ้งเขาหรือไม่เลย คนพวกนี้ช่างกล้าดีจริงๆ!!
สายตาของคุณชายใหญ่มืดครึ้มลงเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่มีใครพยายามขัดขวางอีกเเล้ว คนยกมือเพื่อที่จะบอกให้เขารับผิดชอบทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดก็หนาหูมากขึ้น เห็นผลลัพธ์เช่นนี้เเล้ว...คนที่อยู่ข้างเขาก็โกรธจนหน้าเขียวหน้าเเดง
“แก พวกแก พวกสารเลว!!”
“พวกเราต้องขออภัยด้วยนะครับคุณชายใหญ่ เเต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตระกูลหานของพวกเรา เเค่เสียสละคุณชายใหญ่คนเดียว พวกเราก็จะยังพาตระกูลหานไปต่อได้”
“...............”
คุณชายใหญ่กำหมัดเเน่่น เขาไม่เคยได้รับความอยุติธรรมเช่นนี้มาก่อน นี่นับเป็นครั้งเเรก เเละมันก็จะต้องใช้เวลาเเละความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะข่มอารมณ์โกรธของตนเอง เวลานี้เขารู้เเล้วว่าทำไมพวกผู้อาวุโสจึงบอกให้เขามาประชุมกันก่อน เเทนที่จะไปเอาเรื่องกับเด็กสาวหานหลานฮวาคนนั้น อย่างไรก็ตาม....คนพวกนี้คิดว่าเรื่องมันง่ายดายเเบบนั้นเลย? คิดจะละทิ้งเขา เเล้วคิดว่าคนอื่นโง่งมเหมือนกันหมดหรือไม่?
“ฉันเข้าใจเเล้ว มีเหตุผลที่ควรจะละทิ้งฉันจริงๆ เเต่....พวกคุณก็น่าจะได้ยินเเล้วนี่ ผู้นำตระกูลเจียงรู้อยู่เเล้วว่าใครเป็นคนทำ และเรื่องนี้มาจากการสอบสวนของตระกูลจาง ถ้าอย่างนั้น....คนชั่วตัวจริงก็น่าจะถูกตระกูลจางมองเห็นตั้งเเต่เเรกเเล้ว!! ต่อให้ตระกูลหานอยากจะเปลี่ยนตัวคนรับผิด เเล้วตระกูลจางล่ะ...ถามพวกเขาหรือยังว่าสามารถยอมรับได้หรือไม่!”
สิ้นประโยคนี้ คนที่คิดจะละทิ้งคุณชายใหญ่เพื่อเอาตัวรอดก็เงียบกันหมด พวกเขาลองคิดให้ดีก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตระกูลเจียงพูดเรื่องนี้ออกมาได้ก็เพราะตระกูลจางอนุญาตแล้ว นี่หมายความอย่างไร? บางที...มันอาจจะเป็นเจตนาที่จะบอกพวกเขาเพื่อดูว่าพวกเขาจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อใช่ไหม?
“เหอะ! คิดว่าตระกูลจางเป็นพวกที่ล้อเล่นได้รึไง โยนคนที่ไม่มีความผิดออกไปรับหน้า แล้วก็สนับสนุนคนที่ทำผิดขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคนใหม่ จากเดิมที่ตระกูลหานอาจจะเสียค่าชดใช้จำนวนมาก กระทั่งเสียผู้สืบทอดทั้งสองคนไป ทว่าถ้าเล่นแง่กับตระกูลจางแล้วล่ะก็...พวกเขาคงไม่ปล่อยตระกูลหานเอาไว้อีก”
“ตอนนี้รู้หรือยังว่าต้องทำอย่างไร? ยังอยากจะปิดหูปิดตามองไม่เห็นความผิดของสองพ่อลูกนั่นอีกหรือ? ในความคิดของฉัน ควรจะต้องลากคนผิดออกมารับผิดชอบให้ได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือ...จะต้องแสดงความจริงใจของพวกเราออกมา”
“คุณชายใหญ่ แม้เรื่องนี้อาจจะไม่มีทางรอดของคุณอีกแล้ว แต่เพื่อตระกูล...คุณเองก็อาจจะต้องชดใช้ในฐานะผู้นำตระกูลด้วย หวังว่าจะไม่โทษพวกเรา...”
ต่างคนต่างแสดงความคิดกันออกมา กว่าจะสรุปผลได้ก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่ามันมีเวลามากพอที่จะทำให้สองพ่อลูกรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตระกูลเจียงและตระกูลหาน
เดิมทียังคิดว่าการลากตระกูลใหญ่ออกมาเดือดร้อนด้วยกันนั้นจะทำให้ตำแหน่งผู้นำตระกูลสั่นคลอน แน่นอนว่าถ้าเป็นอย่างที่พวกเขาคิด ตระกูลเจียง ตระกูลหลี่ และตระกูลไป๋ ทั้งสามตระกูลนี้มีพลังมากพอที่จะทำเช่นนั้นจริงๆ ทว่า...ใครจะไปคิดว่าตระกูลเจียงจะยกกับดักของพวกเขาออกไปโดยตรงเช่นนี้ จนกระทั่งสกุลจางเอามันไปใช้แล้วพบว่ากับดักเหล่านั้นมีปัญหา
“พ่อคะ พวกเราควรจะทำยังไงดี ตระกูลเจียงระบุมาโดยตรงว่าเป็นฉัน ดังนั้นตอนนี้...จะไม่มีใครยอมปล่อยฉันให้รอดชีวิตแน่ พ่อจะต้องช่วยฉันนะคะ” หานหลานฮวารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆแล้ว
ตอนที่เธอวางแผนใส่ความคนอื่น ตอนนั้นยังหัวเราะออกมาด้วยความสนุกอยู่เลย ใครจะไปคิดว่าเมื่อตัวเองเป็นคนที่ถูกจัดการเสียเอง จะทำให้ปวดใจเช่นนี้
“หลานฮวา...เรื่องนี้ลูกต้องยืนกรานให้ตลอดรอดฝั่ง อย่ายอมรับเด็ดขาดเข้าใจไหม? หลักฐานเรื่องยาพิษนั้น พ่อให้คนไปจัดการแล้ว ถ้าไม่มีหลักฐานหลงเหลืออยู่...ก็ไม่มีใครจะเอาผิดพวกเราพ่อลูกได้” คนเป็นพ่อกล่าวให้ความมั่นใจ หานหลานฮวาร้องไห้อยู่พักใหญ่ด้วยความกลัว ก่อนที่คนเป็นพ่อจะให้เธอไปพักผ่อนในห้อง ส่วนเขายังต้องประชุมงานต่อ
“คุณชาย...เรื่องนี้จะจัดการยังไงดีครับ ดูเหมือนว่าตระกูลจางจะสืบจนรู้แล้ว ต่อให้พวกเราทำลายหลักฐานไป แต่ถ้าตระกูลจางไม่ยอมปล่อย พวกเขาก็จะเอาพวกเราจนตายแน่” คนเป็นผู้ช่วยกล่าวขึ้นด้วยความกังวล แต่สีหน้าของคนถูกถามกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย
เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ทำงานของตนเอง ใช้นิ้วเคาะที่โต๊ะเป็นจังหวะสองสามครั้งก่อนจะกล่าวออกมา
“พวกเขาสืบจนรู้ว่าหานหลานฮวาเป็นคนเอายาพิษมา ต่อให้แก้ต่างยังไงก็คงไม่เชื่อ ฉะนั้น...” คนเงียบไปเล็กน้อย มองหน้าผู้ช่วยแล้วออกคำสั่ง
“ให้หลานฮวารับผิดชอบเรื่องนี้เถอะ แม้ฉันจะรักลูกสาวคนนี้มากกว่าใคร แต่ก็นั่นแหละ...นิ้วไหนร้ายคงต้องตัดนิ้วนั้น แม้จะเจ็บปวดไปบ้าง ทว่า...พวกเราก็พากันตายไม่ได้ใช่ไหม? อีกอย่าง...นี่เป็นหลานฮวาที่นำเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกด้วย คนที่ติดต่อกับเหลียนเหมยเหม่ยก็คือหลานฮวา ดังนั้น...เธอเป็นคนนำหายนะมา ก็ต้องเอาหายนะกลับไปด้วย”
สีหน้าของผู้รับคำสั่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้แต่เสือก็ยังไม่กินลูกตัวเอง ทว่า...คุณชายรองกลับสามารถตัดคุณหนูไปได้ทั้งอย่างนี้เลย ทั้งๆที่ตอนวางแผนก็วางร่วมกันแท้ๆ ไม่สิ! ต้องบอกว่าตอนวางแผน เป็นคุณชายรองที่วางแผนเองทั้งหมด คุณหนูหลานฮวาแค่เป็นคนนำยาพิษพวกนี้กลับมาเท่านั้น
คนแบบนี้...เหอะ! สมแล้วที่เป็นคนตระกูลหาน! ตัวเขาที่รับใช้ผู้นำตระกูลคนก่อนมาตั้งแต่อายุยังน้อย นายท่านส่งเขามาดูแลคุณชายรอง ในขณะที่เพื่อนอีกคนดูแลคุณชายใหญ่ คอยตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นผู้นำตระกูลแล้วนำไปเสนอกับพวกผู้อาวุโสอย่างลับๆโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้
แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และคุณชายรองควรจะถูกตัดคะแนน แต่...มันมีกฎข้อหนึ่งที่สามารถเพิ่มคะแนนให้กับคุณชายรองได้ โดยคะแนนเรื่องนี้ไม่มีในตัวคุณชายใหญ่เลย นั่นก็คือ....ความเห็นแก่ตัว!!
ตระกูลหานไม่เหมือนตระกูลอื่นตรงที่พวกเขาเชื่อว่าความเห็นแก่ตัวเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำตระกูล ยิ่งมีความเห็นแก่ตัวมากเท่าไร ก็ยิ่งกอบโกยผลประโยชน์เข้ามาในตระกูลมากเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงทำให้พวกเขาเชื่อเช่นนั้น แต่ตรรกะที่ผิดเพี้ยนนี้ได้สั่งสอนรุ่นเยาว์ตระกูลหานมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และมันก็หล่อหลอมให้คนตระกูลหานมีพื้นฐานความคิดเช่นนี้
โดยที่คนเป็นบิดาไม่ได้รู้ ข้างห้องทำงานของเขา...เวลานี้หญิงสาวตัวเล็กได้ลอบกำหมัดแน่น เธอบังเอิญเจอช่องทางลับหนึ่งที่จะทำให้มายังห้องทำงานของพ่อได้ และเธอก็ได้ยินมันทั้งหมดแล้ว!! พ่อของเธอต้องการจะละทิ้งเธอแล้ว เขาอยากเอาตัวรอด เพื่อการนั้น...การปล่อยมือจากเธอจึงเป็นสิ่งที่เขาเลือกจะทำ
“เหอะ!!” หานหลานฮวาหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงเธอจะคาดการณ์เอาไว้แล้ว จนต้องแอบเข้ามาในทางลับเพื่อฟังบทสนทนาของคนเป็นพ่อ แต่...เธอก็ยังเสียใจอยู่ดี
“ในเมื่อคิดจะโยนฉันเข้ากองไฟแล้ว อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยนะคะ คุณพ่อ” เธอว่าอย่างนั้นก็เดินจากไป ด้านหลังปรากฏเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืดเท่านั้น
“จี๊ด!! เหมือนที่เจ้านายบอก...ตระกูลหานหาตัวคนดีๆยากยิ่งกว่าหาสมบัติเสียอีก ขนาดสมบัติที่เหลืออยู่ว่าน้อยแล้ว แต่คนดีๆยังเหลือน้อยกว่า จี๊ด!! เอาเถอะ การที่คุณหนูหานคนนี้พามายังเส้นทางลับต่างๆได้ ก็ต้องตอบแทนที่ช่วยเหลือ ดังนั้น...ข้าจะช่วยเหลือในการจัดการกับศัตรูให้เอง”
หนูทองลายขาวก้าวออกมาเมื่อสัมผัสได้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในเส้นทางลับนี้อีกแล้ว
………………………………….