LNCrawler

บทที่ 501 ตระกูลอี้ (อ่านฟรี 20 ก.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 501 ตระกูลอี้ (อ่านฟรี 20 ก.ค. 69)

บทที่ 501 ตระกูลอี้

 

“นี่ๆ ได้ยินกันบ้างไหม พวกตระกูลใหญ่เกิดเรื่องกันแล้วนะ”

 

“หืม? เกิดเรื่อง เรื่องอะไร? ตอนนี้มีเรื่องมากมาย ถ้าอยากจะพูดก็พูดให้มันเข้าเนื้อหาหน่อย คนจะได้เดากันถูก”

 

“โถ่ ก็เรื่องนั้นไง เรื่องที่อาหารสังเคราะห์มียาพิษ คนของตระกูลใหญ่ตายกันเป็นเบือนั่นน่ะ”

 

“อ๋อ ถ้าเรื่องนั้นก็ต้องรู้อยู่แล้วสิ มีใครบ้างไม่รู้...อาหารสังเคราะห์ที่มียาพิษ สุดท้ายอาจจะกลายเป็นแหล่งสังหารหมู่ของมนุษย์ชาติก็ได้ ตอนนี้ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลไป๋และตระกูหลี่เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ภายภาคหน้าก็อาจจะเป็นพวกเราก็ได้”

 

“พูดอะไรน่ากลัวขนาดนั้น ที่สองตระกูลตายก็เพราะแอบผลิตอาหารสังเคราะห์ระดับสูงกันเองไม่ใช่หรอ?”

 

“เหอะ! แล้วคิดว่ามีตระกูลใหญ่ตระกูลไหนบ้างที่ไม่ทำแบบนั้น พวกเขาก็ทำแบบนั้นกันทั้งหมดนั่นแหละ ก็แค่ตอนนี้มีแค่สองตระกูลที่ได้รับผลกระทบ ภายภาคหน้าถ้ามีใครอยากจะเล่นงานมนุษย์อีก ก็แค่เอายาพิษใส่อาหารสังเคราะห์ก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?”

 

“นะ นั่น...ที่พูดมาก็ถูกต้อง แต่ว่า...แต่ว่าพวกเราจะทำอย่างไร?”

 

“พูดไปเรื่อย จริงอยู่ที่อาหารสังเคราะห์นั้นเป็นจุดที่จะฆ่าคนมากมายได้ แต่อย่าลืมว่าพวกเรามีตระกูลเจียงอยู่นะ กระบวนการผลิตของพวกเขาตรวจจับได้ว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า แล้วก็นะ...ไม่ได้ยินหรอที่พวกเขาเพิ่งประกาศออกมาน่ะ” คนหนึ่งกอดอกกล่าวอย่างมั่นใจ เรียกสายตาของผู้คนจำนวนมากให้รวมเป็นหนึ่งเดียว

 

“เร็วเข้าสิ ประกาศอะไรออกมา เรื่องนี้ฉันไม่รู้จริงๆ” เห็นคนอื่นอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้ คนที่ได้ยินข่าวสำคัญก็เชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าวราวกับตนเองมีส่วนได้ส่วนเสียกับพวกเขา ทั้งๆที่ความจริงแล้วเธอก็แค่อยากเป็นจุดเด่นเท่านั้น

 

“เหอะ! ให้ตายเถอะ น่าปล่อยให้กังวลใจจนตายกันไปเลยนะพวกนี้นี่! ตระกูลเจียงเพิ่งจะออกมาประกาศว่าพวกเขามีวิธีการตรวจสอบความเป็นพิษได้ โดยมีกระบวนการรองรับ 3 ขั้นดังนี้”

 

“หนึ่งคือการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบทั่วไปเหมือนกับพวกโรงผลิตอื่นๆทำ ขั้นที่สองคือให้อาหารสังเคราะห์ที่เป็นตัวอย่างจำนวนหนึ่งแก่สัตว์กลายพันธุ์กิน หากเป็นยาพิษที่แม้แต่สัตว์กลายพันธุ์ก็ยังขจัดออกไปไม่ได้ เช่นนั้นก็แปลว่าเป็นพิษที่รุนแรงแล้ว ส่วนพิษที่พวกกลายพันธุ์จัดการได้ เช่นนั้นก็จะสามารถผ่านกระบวนการทำลายสารพิษเหมือนที่พวกเขาเคยทำมาก่อนหน้านี้”

 

“และสุดท้าย...การให้อาหารสังเคราะห์กับคนในโรงผลิตสกุลเจียง โดยพวกเขาบอกว่า...พวกเขาเป็นผู้ผลิตอาหารและมีส่วนได้เสียจากเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อรับผิดชอบต่อชีวิตทุกคน พวกเขาจะเป็นตัวอย่างทดสอบให้เอง”

 

“ดูสิ! ความรับผิดชอบของพวกเขายิ่งใหญ่ขนาดไหน รวมทั้งอาหารสังเคราะห์ชุดก่อนหน้านี้ของพวกเขาก็ไม่ได้คร่าชีวิตคนอื่นด้วย ตอนนี้แม้แต่ตระกูลหลี่และตระกูลไป๋ก็ยังติดต่อซื้ออาหารสังเคราะห์จากพวกเขาเลย”

 

“ส่วนตระกูลใหญ่หลายตระกูลก็เริ่มขายอุปกรณ์ผลิตสารอาหารสังเคราะห์ที่ปกติแล้วเอาไว้ผลิตกันปริมาณน้อยในตระกูลให้กับตระกูลเจียง แลกกับสารอาหารจำนวนหนึ่งด้วย นี่แปลว่าอะไร? แปลว่า...ตราบเท่าที่พวกเรายังมีตระกูลเจียง พวกเราก็จะไม่ต้องกลัวอย่างไรล่ะ!!”

            

หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้พูดจบ ทุกคนก็ส่งเสียงฮือฮาออกมาอย่างตื่นเต้นไปด้วย ปรากฏว่าตระกูลเจียงวิเศษขนาดนั้นเลยหรือ? ความรับผิดชอบที่มากมายของพวกเขาทำให้ทุกคนเชื่อมั่นได้เลย

            

ซึ่งนอกจากคนกลุ่มนี้แล้ว อีกหลายๆกลุ่มก็พูดคุยในเรื่องเช่นเดียวกัน พวกเขารู้ว่าปัญหาเรื่องกินอยู่นั้นสำคัญที่สุด ดังนั้นเมื่อรู้ว่าอาจจะมีคนเล่นตลกกับอาหารของพวกเขา นั่นก็ทำให้หวาดกลัวการบริโภคไปเลย ใครจะรู้ว่าตระกูลเจียงตั้งใจหรือไม่ แล้วทำไมพวกเขาจึงมีมาตรการเตรียมพร้อมรับมือได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น แต่การประกาศที่เด็ดขาดของพวกเขาทำให้ทุกคนมั่นใจ

            

สุดท้าย คำสั่งซื้อที่ตระกูลเจียงได้รับก็แทบจะครอบคลุมทั่วทั้งหมด พูดให้ถูกก็คือ...เวลานี้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะผลิตอาหารของตนเองด้วยซ้ำ พวกเขากำลังหวาดกลัวกันทั้งนั้น เพราะถ้าแม้แต่ตระกูลหลี่และตระกูลไป๋ก็เกือบจะตกตายกันทั้งตระกูล เวลานี้อำนาจของพวกเขาคงจะเหลือเท่ากับพวกตระกูลระดับกลางเท่านั้น ซึ่งถ้านับแค่จำนวนสมาชิกเพียงอย่างเดียว ไม่นับมรดกจากพวกบรรพบุรุษ ตอนนี้พวกเขาก็ตกต่ำจนแทบจะกลายเป็นตระกูลระดับต่ำตระกูลหนึ่งเลย

            

สำหรับสองตระกูลที่โชคร้ายนั้น พวกเขาเองก็ต้องเรียกค่าเสียหายจากตระกูลหานเพื่อเอามาชดเชยสิ่งที่เสียไปเช่นกัน แต่...ตอนนี้ตระกูลหานมีความสามารถที่จะชดเชยให้พวกเขาขนาดนั้นหรือ?

            

ตระกูลหานในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับถังระเบิด การเข้าตรวจสอบของทางการทำให้การผลิตกับดักของพวกเขาต้องหยุดชะงัก ซึ่งจากการตรวจสอบ แรกเริ่มเดิมทีแล้วก็พบว่ามีสารพิษพวกนี้อยู่ในห้องคุณหนูหานจริงๆ แต่เธอกลับแสดงตัวว่าเป็นเหยื่อผู้หนึ่ง

            

สืบสาวราวเรื่องไปก็พบว่าคนเป็นบิดาบังคับด้วยการขู่ฆ่าและทุบตี ต้องการให้เธอทำเรื่องเลวทรามเช่นนั้น ซึ่งมีหลักฐานเป็นรอยบาดแผลที่ตรงกับ “แส้หนาม” ในห้องของบิดาของเธอ นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าตอนนี้สองพ่อลูกกำลังจะฆ่ากันเองอย่างไรล่ะ!

            

คุณชายใหญ่ที่เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลใช่ว่าจะรอด ก่อนหน้านี้เพราะผูกสัญญากับตระกูลมากมายเอาไว้ เพื่อขอทรัพยากรจากพวกเขาเอามาผลิตเป็นกับดัก ตอนนี้ไม่ว่าตระกูลไหนก็หวาดกลัวว่าจะไม่ได้รับของตามสัญญากันทั้งนั้น จึงมาที่ตระกูลหานเพื่อกดดันขอทรัพยากรเหล่านั้นกลับไป

            

แต่ของเหล่านั้นยังมีเหลืออยู่อีกหรือ?

            

ตอนนี้ถ้าอยากได้ของจริงๆ ก็ต้องมาหาที่ฟาร์มของซูหยวนแล้ว เรียกได้ว่าการเรียกแขกของหานหลานฮวาในครั้งนี้ทำให้ซูหยวนได้รับของมากมายจริงๆ แม้กระทั่ง “เทคนิคลับ” เพื่อที่จะผลิตอาวุธ ซึ่งซ่อนอยู่ในห้องลับหนึ่ง หนูทองลายขาวไล่ตามไปจนเจอห้องลับนี้ผ่านเส้นทางลับที่คุณหนูหานหลานฮวาพาไป ดังนั้นตอนนี้ของล้ำค่านั่นก็ได้อยู่ในมือของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            

ปกติแล้วกองทัพปกป้องพวกตระกูลใหญ่เอาไว้ ไม่ใช่เพราะรู้สึกดีต่อกัน หากแต่เป็นเพราะกองทัพรู้ดีว่าความสามารถของคนกลุ่มนี้ยังมีประโยชน์ ตระกูลหานก็เช่นกัน พวกเขายืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะความรู้ที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ และเป็นความรู้ที่จะมีเพียงผู้สืบทอดเท่านั้นที่ทำได้

            

ก่อนหน้านี้บุคคลภายนอกไม่รู้วิธีการทำ แต่ตอนนี้...ซูหยวนได้ช่วยยกตระกูล “อี้” ซึ่งเป็นตระกูลสาขาขึ้นตรงกับตระกูลอันขึ้นมา โดยตอนนี้เลือกคนเข้าตระกูลเป็นคนงานเก่าแก่ที่ทำงานกับเธอมาก่อน พวกนักทำยา หรือพวกผู้ช่วยที่สนใจ โดยเธอจะให้ตระกูลอี้แบ่งเป็น 2 ด้าน ด้านที่ 1 คือเชี่ยวชาญในการทำยา และด้านที่สองก็คือการเชี่ยวชาญในการสร้างกับดัก!!

            

ตอนที่พวกกองทัพกำลังปวดหัวว่าจะจัดการเรื่องตระกูลหานอย่างไร ตอนนั้นตระกูลอี้ฝั่งซ้ายที่ได้รับตำราการสร้างกับดักก็เริ่มผลิตกับดักระดับต่ำออกมาวางขายแล้ว

            

สัญญาณนี้ทำให้พวกกองทัพเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าผู้นำกองกำลังพิเศษได้เรียกซูหยวนไปถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน และเธอก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปิด

 

“เป็นเรื่องบังเอิญที่ฉันได้รับวิธีการสร้างกับดักดีๆมา ดังนั้นก็เลยให้ตระกูลอี้ที่ขึ้นตรงกับตระกูลอันลองผลิตดู ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะหัวหน้า...” เห็นซูหยวนพูดแบบนั้น คนเป็นหัวหน้าก็ถอนหายใจยาว

 

“ถึงจะพูดว่าบังเอิญก็เถอะ เเต่คิดว่าจะมีคนเชื่อคำพูดนี้รึไง บังเอิญได้ตรงจังหวะเหมาะเจาะจริงๆ” หัวหน้าหน่วยส่ายหน้าเบาๆ สายตาของเขาฉายเเววเอ็นดูเหมือนพี่มองน้องสาวตัวน้อย

 

“แล้วบังเอิญเเบบนี้จะมีปัญหาไหมคะ”

 

“ปัญหาอะไร? ทำถึงขนาดนี้เเล้วก็คงไม่ต้องกลัวเเล้ว อีกอย่าง…ถ้าตระกูลอันไม่ลงมือ พวกเราทหารพิเศษอาจจะต้องลงมือเเทน ตระกูลหายคงเก็บไว้ไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องเอาทรัพยากรโดยเฉพาะองค์ความรู้ลับของพวกเขาออกมาให้หมดก่อนกำจัดทิ้ง นี่เป็นเรื่องปกติที่ทำกันมาเสมอ ไม่อย่างนั้นมนุษย์ชาติคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้ เพียงเเต่….ที่เรียกมาถามก็เพราะอยากจะขอให้ช่วยหน่อย” 

 

คนเป็นผู้นำยักไหล่ ตอนนี้ตระกูลหานถูกกดดันมากจากทุกส่วน ไม่มีทางที่จะหนีความรับผิดชอบได้แล้ว สุดท้ายก็มีแต่จะต้องล่มสลายไปก็เท่านั้น กับคนพวกนั้นยังจะกล้ามีปัญหาอะไรอีกหรือ?

 

“ก็นะ...เพราะพวกผู้นำขอมาอีกที ถึงไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายมากนัก แต่นี่ก็เป็นสถานการณ์พิเศษ ยังไงก็ต้องฟังพวกเขาหน่อย อีกอย่าง...งานนี้ก็ไม่ได้ยุ่งยากเกินไปด้วย หากมองในแง่ดี มันก็เป็นประโยชน์ต่อเธอเหมือนกัน ดังนั้นถ้าสามารถพิจารณาได้ก็ควรจะพิจารณานะ”

 

“พวกผู้นำน่ะ พวกเขาอยากให้ตระกูลอี้ทำสัญญากับกองทัพเป็นฉบับพิเศษ เหมือนที่ตระกูลหานได้ทำก่อนหน้านี้ โดยระหว่าง 1 เดือน ที่ต้องการฟื้นฟูสถานการณ์ในเขตปลอดภัย กองทัพจะหาทรัพยากรมาให้ แต่อยากให้ช่วยทำกับดักให้หน่อย แน่นอนว่าทรัพยากรที่หามาจะมากกว่าจำนวนกับดักที่ผลิตออกมาได้ ที่เหลือจากนั้นก็เอาไปทำอะไรก็ได้”

 

“ตอนนี้กับดักจำนวนมากเป็นที่ต้องการจริงๆ ที่เขตพื้นที่ล่าถูกพวกกลุ่มดวงตามารถล่มจนพังไปมากมาย ถ้าไม่รีบเสริมการป้องกันกลับมาให้เหมือนเดิม กลัวว่าจะปกป้องฐานเอาไว้ไม่ได้ หากเป็นแบบนั้นจริงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เเน่นอน”

 

“ดังนั้นจึงอยากจะให้ช่วยเหลือหน่อย ถ้าเธอตกลงช่วยเหลือล่ะก็…กองทัพจะมอบของบางอย่างที่พิเศษให้ด้วยนะ ถึงจะบอกตอนนี้ไม่ได้ แต่รับรองว่าเธอต้องชอบเเน่” 

 

รอยยิ้มของหัวหน้ากองกำลังพิเศษทำให้ซูหยวนรู้สึกได้ถึงลับลมคมในนี้ หัวหน้าเป็นพวกรู้มากจริงๆ เขาเป็นตัวกลางที่เข้าได้กับทุกฝั่ง เเม้จะดีกับพวกพลทหารพิเศษมากที่สุดเพราะถือเป็นคนประเภทเดียวกัน เเต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ฟังคำของคนอื่น

 

เพราะแบบนี้จึงได้เป็นหัวหน้ากระมัง หากเป็นซูหยวน ต่อให้มีความรู้และทักษะมากมายขนาดไหน ทว่า...ถ้ายังเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่า หรือไม่มีความสามารถในการประณีประนอมเหมือนกับหัวหน้า เธอก็แบกรับหน้าที่นี้ไม่ไหวหรอก

            

หญิงสาวไม่ได้เสียเวลาคิดมากนัก อีกอย่าง...นี่ก็เป็นเรื่องดีด้วย ระหว่าง 1 เดือนนี้ ตระกูลอี้ของเธอเหมือนกับการได้ฝึกฝน มีทรัพยากรมาให้เล่นสนุกแบบนี้ทำไมจะไม่รับเอาไว้ล่ะ

            

ตอนนี้สมาชิกตระกูลอี้รวบรวมได้ประมาณ 270 กว่าคนแล้ว โดยตระกูลอี้ฝั่งขวาน้อยกว่าตระกูลอี้ฝั่งซ้ายเล็กน้อย ฝั่งซ้ายมีประมาณ 190 กว่าคน เพราะรับเอาผู้มีความตั้งใจและขยันขันแข็งเข้ามา รวมทั้งครอบครัวของพวกเขาที่ยังเหลือรอด อย่างที่บอกว่าตระกูลอี้ฝั่งซ้ายเป็นพวกทำงานฝีมือ ดังนั้นจึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงเหมือนฝั่งขวา

            

ตระกูลอี้ฝั่งขวาคือพวกผู้ทำยา ปกติแล้วผู้ทำยาก็มีตระกูลของตนเองหนุนหลังอยู่ แม้แต่เหลียนซิ่วอิงเอง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้กลายเป็นสมาชิกของตระกูลอี้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจำนวนผู้ทำยาและครอบครัวรวมกันไม่ถึง 100 คน แต่ศักยภาพในการทำยาของพวกเขาสูงมากไม่น้อยไปกว่าใครแน่นอน

            

เหลียนซิ่วอิงหลังจากนี้คงถูกตระกูลเหลียนเรียกตัวกลับไปเพื่อเร่งฟื้นฟูตระกูล แม้แต่คุณชายเหอคนนั้นก็เช่นกัน ถึงพวกเขายังมีรายชื่อเป็นคนงานของเธอ แต่คนงานที่ว่าจ้างกับ “คนในตระกูล” แตกต่างกัน พวกเขามีสิทธิเข้าหรือออกจากที่ทำงานได้ทุกเมื่อ เรื่องนี้ซูหยวนไม่ได้มีปัญหาอะไร อีกอย่าง...กรรมวิธีการผลิตยาระดับสุดยอดจริงๆไม่ใช่ยาที่มาจากพวกเขาอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้ต้องซ่อน

            

ตอนนี้เรื่องของตระกูลอี้ฝั่งขวาไม่น่าเป็นห่วง ลูกค้าของเธอยังอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับปกติ อีกอย่าง...สินค้าเหล่านั้นไม่ได้ต้องการจำนวนมาก หากแต่ในอนาคตนั้นยังไม่แน่นอน

            

เวลานี้เป็นช่วงที่ต้องพัฒนาตระกูลอี้ฝั่งซ้าย ซูหยวนไม่ได้มีเวลาไปรวบรวมทรัพยากรมาให้พวกเขา การร่วมมือกับกองทัพจึงเป็นการลดเวลาไปมาก

 

“พวกเราร่วมด้วยได้อยู่แล้ว แต่ช่วงแรก...กับดักที่สร้างขึ้นมาได้อาจจะเป็นแค่ระดับต่ำเท่านั้น เรื่องการสร้างกับดักระดับสูงยังต้องใช้เวลา” ซูหยวนบอกเงื่อนไขของตนเองก่อน แต่คนเป็นหัวหน้ากลับคลี่ยิ้มขึ้นมา

 

“แค่รู้ว่าเธอเต็มใจช่วยเหลือก็พอแล้ว เพราะเรื่องหลังจากนั้น...ไม่ใช่ว่าพูดไปแล้วหรอว่าจะมีของขวัญมอบให้” เขายังพูดเหมือนเดิม แต่ซูหยวนยังไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ก็นะ...ในเมื่อคนยังอมพะนำอยู่เช่นนี้ แล้วเธอจะไปรู้เรื่องนี้มาจากใครได้ล่ะ!

            

ทว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็จะถูกเฉลยให้เธอรู้อยู่ดี โดย “ของขวัญ” ที่มอบมาให้นั้น ทำเอาซูหยวนอดหัวเราะไม่ได้เลย

           

 ใครจะไปคิดว่าหัวหน้าจะมอบ “เชลย” ไม่สิ! ต้องบอกว่า “นักโทษ” มาให้ตระกูลอี้กันล่ะ! นอกจากจะมีกำไลที่ควบคุมความประพฤติแล้ว ก็ยังมีหุ่นรบอินทรีย์ฉบับปรับปรุงมาช่วยควบคุมอีกทอด

            

คืนนั้น นักโทษกว่า 200 คนก็ถูกส่งมาตระกูลอี้อย่างลับๆ การเคลื่อนไหวนี้ไม่มีคนรู้เลยนอกจากคนระดับสูงของตระกูลอี้ที่ซูหยวนแต่งตั้งขึ้นมา พวกเขารับนักโทษเหล่านี้แล้วพาไปส่งยังห้องลับใต้ดินที่ทางการแจ้งเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องทำเอาไว้รองรับคนเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นก็จะส่งมอบไม่ได้

            

เรื่องการใช้งานนักโทษเป็นความลับเสมอมา ผู้คนมากมายอาจจะรู้ แต่ผู้คนอีกมากมายก็ไม่รู้ โดยเฉพาะซูหยวน...เธอเพิ่งรู้ว่าการลงโทษอย่างหนักโดยไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันนั้นหมายถึงอะไร

            

นักโทษเหล่านี้...แท้จริงแล้วเป็นคนของตระกูลหานที่กองทัพลงมือรุนแรงขนาด “จับทั้งตระกูล” ไปลงโทษ ท่ามกลางความตกใจกลัวของตระกูลใหญ่มากมาย

            

เพราะพวกเขาไม่เคยเชื่อว่ากองทัพจะกล้าลงมือกับตระกูลใหญ่ที่มีเทคนิคลับเช่นนี้ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงกล้าแสดงท่าทางกระด้างกระเดื่องไม่น้อย สุดท้ายตอนนี้พลังอำนาจของกองทัพก็แสดงออกมาให้เห็นแล้ว ทำเอาพวกมีชนักติดหลังหวาดกลัวไปตามๆกัน

 

…………………………………………