บทที่ 502 ทำลายตระกูลหาน (อ่านฟรี 21 ก.ค. 69)
บทที่ 502 ทำลายตระกูลหาน (อ่านฟรี 21 ก.ค. 69)
บทที่ 502 ทำลายตระกูลหาน
วิธีการจัดการของกองทัพ ซึ่งมีหน่วยพิเศษหนุนหลังอยู่นั้นรวดเร็วมาก เพียงแค่ไม่นานหลังจากที่มีการตกลงกับผู้นำกองกำลังพิเศษ ซูหยวนก็ได้รับการติดต่อมาแล้ว...
“ของขวัญที่รุ่นพี่พูดถึงก็คือคนของตระกูลหานพวกนี้หรอคะ”
ซูหยวนเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ถึงพวกเขาจะประสานงานเอาไว้แล้วว่าให้เธอรอรับของขวัญชิ้นใหญ่นี้ ซึ่งลักษณะการพูดจาก็เหมือนเป็นนัยว่าจะให้รับคนเข้ามาทำงาน ดังนั้นเธอจึงเตรียมความพร้อมเอาไว้ เพียงแต่...
เธอไม่ได้คิดเลยว่าจำนวนคนที่หมายถึงจะเป็นจำนวนคนทั้งตระกูลหานแบบนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้แย่นัก พวกเขาส่งคนตระกูลหานมาก็เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ตระกูลอี้ของเธออาจจะผลิตกับดักให้ไม่ทันเวลา ดังนั้นแทนที่จะลงโทษด้วยการฆ่าพวกเขา ก็บังคับให้มาทำงานแทน
สถานการณ์ของมนุษย์ชาติที่เป็นอยู่ตอนนี้...การฆ่าคนกลับจะเป็นการเสียผลประโยชน์มากกว่า แม้กฎหมายจะเด็ดขาดขนาดไหน แต่สุดท้ายเจตนาของกฎหมายก็มีขึ้นเพื่อปกป้องมนุษย์ชาติให้ยังอยู่รอดต่อไป ดังนั้นการลงโทษในช่วงนี้จึงเป็นการจับขังตลอดชีวิต เปลี่ยนพวกเขามาเป็นแรงงานทาสแทน...
ทั้งหมดนี้เข้าใจได้ ก็แค่รู้สึกประหลาดใจที่กองทัพส่งคนตระกูลหานทั้งหมดมากกว่า 200 คนนี้มาให้เธอดูแล พวกเขา...เชื่อใจเธอขนาดนั้นเลยหรือ? ไม่กลัวว่าการโยนเทคนิคลับระดับสูงมาให้เธอเพียงตระกูลเดียวแล้วจะทำให้งานใหญ่พังหรือ? หากเธอเป็นอีกหนึ่งคนที่ทรยศมนุษย์ชาติขึ้นมา ไม่สิ! ถ้าแค่คนที่เธอเลือกรับเข้ามาในตระกูลเหลียนมีปัญหา นั่นก็กลายเป็นความเสี่ยงได้แล้ว
คิดไม่ถึงว่ากองทัพจะทุ่มเทความเชื่อใจมาทางนี้ทั้งหมด แม้ซูหยวนเองจะมั่นใจ แต่ความมั่นใจของเธอไม่เท่ากับความมั่นใจของคนอื่นอยู่แล้ว
แต่ก็เอาเถอะ...ความไว้วางใจของพวกเขานี้ จะเป็นความไว้วางใจที่ถูกต้องหรือไม่ยังต้องดูกันในระยะยาว ซึ่งซูหยวนจะแสดงให้พวกเขาเห็นต่อไปในภายหลัง
“คนพวกนี้มีความสามารถอยู่ ให้พวกมันทำงานให้หนักหน่อยก็แล้วกัน แล้วก็...พวกเราได้หยุดการสืบพันธุ์ของพวกมันแล้ว ขอแค่รุ่นนี้หมดลมหายใจก็เท่ากับจบเรื่องเช่นกัน ระหว่างนี้ให้พวกมันถ่ายทอดความรู้ในการสร้างกับดักให้กับตระกูลอี้ พยายามเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตระกูลอี้ให้เร็วกว่านี้ก็ดี พวกเราต้องการตระกูลที่พร้อมจะรับคำสั่งซื้อของพวกเขาแล้ว” รุ่นพี่ถ่ายทอดเจตนารมณ์ของพวกผู้นำให้ซูหยวน หญิงสาวพยักหน้ารับเข้าใจ
แม้เธอจะเกลียดชังตระกูลหานมาก แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ต่อพวกเธอ ดังนั้น...ซูหยวนจึงรับเอาของขวัญชิ้นนี้ไว้อย่างเต็มใจ
“พวกตระกูลหานพวกนี้ก็ดีเหลือเกิน เดิมทียังคิดว่าจะจับแค่ฝั่งของพวกคุณชายรองไม่กี่สิบคน พอตรวจสอบให้ดีแล้ว...ไม่มีคนไหนเป็นตัวดีสักคน สุดท้ายพวกเขาก็ยกโขยงมาอยู่นี่กันหมด เฮ้อ สุดท้ายก็ทำได้แค่ทำลายทั้งตระกูลเท่านั้น ลูกเด็กเล็กแดงพวกนี้อย่าคิดว่าบริสุทธิ์เชียว พวกมันรอดตายมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็เพราะส่งคนอื่นไปตายแทนตัวเองเท่านั้นแหละ!”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วยแล้วกันนะ ถ้ามีปัญหาอะไรติดต่อมาได้เลย อย่างไรเธอก็เป็นคนของกองกำลังพิเศษ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะหัวหน้า”
ได้ยินซูหยวนเรียกตนเองเช่นนั้น คนเป็นหัวหน้ากองกำลังพิเศษก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาบ้าง เขาเป็นคนที่อยากได้ซูหยวนมาเป็นคนของกองกำลังพิเศษมาก ตอนแรกเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของจางอู่หยาง ก็คิดว่าเธอจะปฎิเสธไม่ยอมมาเข้าร่วมเหมือนเจ้านายตัวเอง แต่ไม่คาดคิดเลยว่าแท้จริงเด็กสาวคนนี้ค่อนข้างเป็นเด็กดีเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยมีเวลามาดูแลเธอมากนัก ปัญหาวุ่นวายมากมายที่กองทัพต้องการโยนมาให้กองกำลังพิเศษทำให้เขาต้องเสียพลังงานไปวันๆ ดังนั้นยังคิดว่าตนเองอาจจะพูดคุยกับอันซูหยวนไม่รู้เรื่อง แต่ครั้งนี้เขาเข้าใจแล้ว...
การที่เด็กสาวเป็นที่รักของพวกพลทหารพิเศษนิสัยแปลกๆเหล่านั้นได้เกือบทั้งหมด ท้ายที่สุดแล้วก็เพราะเธอเป็นเด็กดีมากจริงๆ ไม่เหมือน...จางอู่หยางที่เป็นหัวหน้าของเธอคนนั้น ความแตกต่างนี้ทำให้เขาสงสัยว่าทำไมทั้งสองคนจึงทำงานด้วยกันได้กันนะ?
“หัวหน้ามีอะไรอีกไหมคะ?”
“อ้อ ไม่มี งานของฉันวันนี้ก็มีเท่านี้แหละ”
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”
ซูหยวนรับคำอีกครั้ง ก่อนที่ความเงียบจะปกคลุม หญิงสาวยังคงเห็นหัวหน้าไม่ยอมขยับไปไหนทั้งๆที่เธอเกริ่นไล่ไปขนาดนั้นแล้ว
“แล้ว...หัวหน้าไม่กลับหรอคะ”
สุดท้ายซูหยวนก็พูดออกมาโดยตรง หัวหน้าที่ไม่คิดว่าตนเองจะถูกไล่ก็ชะงักไป เขามองอันซูหยวนอีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมาอย่างแรง บางที...คล้ายว่าเขาจะเข้าใจแล้วว่าทำไมสองคนถึงทำงานด้วยกันได้...
หลังจากส่งหัวหน้ากลับไปแล้ว หญิงสาวก็หันมาช่วยผู้นำตระกูลอี้ และหัวหน้าตระกูลอี้ฝั่งซ้าย ในการตรวจสอบและจัดหน้าที่ให้คนตระกูลหานซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยยิ่งใหญ่มาก่อน แววตาที่ทุกคนมองมาล้วนไม่เต็มใจ ไม่ยินยอม และอยากต่อต้านทั้งนั้น ทว่า...น่าเสียดายที่พวกเขาถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างดี แถมมีอุปกรณ์ในการควบคุมอีก
หากพวกเขาอยากจะต่อต้าน เช่นนั้นจะถูกไฟฟ้าช็อตจนทรมาน ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้ถูกสั่งสอนให้จำจนฝังกระดูกแล้ว ดังนั้นมีโอกาสยากมากที่จะคิดต่อต้านอีก
นอกจากอุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว ซูหยวนก็ยังให้หนูทองลายขาวกระจายตัวอยู่รอบๆ คอยช่วยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของคนตระกูลหานอีกทอด เธอไม่เชื่อว่าตระกูลหานจะยอมสงบดีๆ หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมามันก็ไม่คุ้มค่ากันแล้ว
“ตอนนี้พวกเราแบ่งกลุ่มคนตระกูลหานออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสร้างกับดักระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง โดยให้คนของพวกเราเข้าไปนั่งอยู่ด้วย และให้พวกนั้นสอนความรู้ให้กับพวกเรา นอกจากนี้ก็มีคนที่แยกตัวไปเรียนรู้การสร้างกับดักจากตำราด้วย โดยเน้นไปที่กับดักที่พวกตระกูลหานในยุคนี้ก็ยังเรียนรู้ได้ไม่ครบถ้วน แผนการนี้...คุณหนูคิดว่ายังไงบ้างครับ”
“อืม ลองแบบนี้ไปก่อน เรื่องนี้ค่อยๆปรับกันไปได้ แค่ระวังไม่ให้คนของตระกูลหานสามารถสร้างปัญหาได้ก็พอ ตอนที่ลงชื่อไป...แม้จะบอกว่านี่เป็นผลประโยชน์ที่มอบให้ แต่มองอีกมุมก็เหมือนจะเป็นปัญหาได้เช่นกัน หากว่าพวกเราปล่อยปละละเลยก็ต้องรับผิดชอบด้วย”
“เข้าใจแล้วครับคุณหนู”
ทั้งสองคนรับคำซูหยวนด้วยความเคารพ ตระกูลอี้นี้...พวกเขารู้ดีว่าเจ้านายที่แท้จริงเป็นใคร ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูอันซูหยวนไม่อยากแยกตัวอย่างเป็นเอกเทศกับครอบครัวของเธอจนทำให้พ่อแม่รู้สึกแย่และน้อยใจ บางที...ตำแหน่งผู้นำตระกูลนี้อาจจะรับเอาไว้เองตั้งแต่แรก
“พวกคุณก็ไปทำงานกันต่อเถอะ ยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องจัดการใช่ไหม ฉันจะเดินวนๆอยู่ในนี้สักครู่ เดี๋ยวก็จะออกไปเหมือนกัน”
“เข้าใจแล้วครับคุณหนู”
หัวหน้าตระกูลอี้รับคำแล้วรีบจากไป งานของเขาที่ต้องรับผิดชอบก็มีมากจริงๆ เพราะแผนการของคุณหนูใหญ่โตมาก ต่อให้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งเพื่อเพิ่มคนรับผิดชอบมาช่วยเขาจัดการงาน แต่ยิ่งทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการยกระดับตระกูลขึ้นไปอีก
ตอนนี้เขาแทบจะเป็นหัวหน้าตระกูลสองตระกูลไปพร้อมๆกันแล้ว เดิมทียังคิดว่าอาจจะยุ่งแค่กับตระกูลอี้ฝั่งขวาเพราะพวกเขามีงานเต็มมือ การปรุงยาเพื่อส่งมอบให้คุณหนูอันนั้นเป็นงานหลักมาตั้งแต่ต้นแล้ว จึงอยากจะสนใจเรื่องนี้ให้มากหน่อย แต่ในที่สุดเขาก็ได้รู้...ติดตามคุณหนูอัน ไม่มีงานไหนเป็นงานเล็กเลย
จู่ๆก็เอาวิธีการทำกับดักระดับสูงมาโยนไว้ แล้วหลังจากนั้นก็พานักโทษมากกว่า 200 คน ซึ่งเคยเป็นตระกูลใหญ่และมีฝีมือมาให้พวกเขาต้องจัดการอีก
ไหนจะคำสั่งซื้อของพวกกองทัพ และยังต้องรับคำสั่งซื้อจากตระกูลใหญ่อื่นๆเพื่อสนับสนุนพวกเขา แค่คิดเท่านั้น...ยังไม่ต้องลงมือทำจริงก็เหนื่อยจนจะเป็นลมแล้ว!
ซูหยวนไม่ได้สนใจพวกเขา เธอมอบหมายงานให้ก็เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะรับผิดชอบได้แน่นอน ส่วนตัวเธอ...ตอนนี้ยังสนใจวิธีการสร้างกับดักอยู่ หากเป็นไปได้...เธออาจจะเพิ่มสายการผลิตเพื่อทำกับดักขายให้กับพวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยก็ได้
“สะใจมากเลยใช่ไหม!”
ในขณะที่ซูหยวนกำลังคิดเเผนการของตนเองในอนาคต เสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังก็ดังขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้มีพลังงานในรูปเเบบการโจมตี ซูหยวนอาจจะถูกพลังงานของทางนั้นเล่นงานเข้าเเล้วก็ได้
เห็นคนตรงหน้าที่คุ้นเคยนี้ อันซูหยวนก็คลี่ยิ้มจางๆออกมา ทว่า...ยิ่งเธอยิ้มมากเท่าไร คนที่มองดูอยู่ก็โกรธแค้นมากขึ้นเท่านั้น
“นังสารเลว! แกยังกล้ายิ้มแบบนี้อีกรึไง แก! แกตั้งใจจะทำร้ายตระกูลหานของฉันใช่ไหม! ก่อนหน้านี้พวกพี่ๆบอกว่ามีปัญหากับเธอมาก่อน เธอ...เพื่อแก้แค้นพวกเขา ถึงกับใช้โอกาสนี้เพื่อทำลายตระกูลหานของพวกเราเลยงั้นหรอ ห๊า!!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวเรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ซูหยวนที่เป็นคู่สนทนาแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่งก่อนจะส่งสัญญาณให้คนของตระกูลอี้ที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยลงมือ
“กรี๊ด!!”
แค่ขยับนิ้วเดียว ร่างทั้งร่างของหานหลานฮวาก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้ว ร่างของเธอยังคงสั่นเทาจากการถูกช็อต ความเจ็บปวดที่แทรกซึมเข้าไปในประสาทการรับรู้ทำให้หานหลานฮวาเกือบจะน้ำลายฟูมปาก และแน่นอนว่าคนอื่นๆในตระกูลหานที่ตอนแรกอยากจะระบายอารมณ์ออกมาด้วย เวลานี้ทำได้แค่หุบปากกันไปตามๆกัน
“แก นังสารเลว แกกล้า!!”
เห็นคนยังไม่เข้าใจสถานการณ์ ซูหยวนก็ไม่เหนื่อยที่จะกระดิกนิ้วเล่น และแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็เกิดเสียง...
“กรี๊ด!!” ออกมาอีกครั้ง
ร่างของหญิงสาวตรงหน้าแทบจะหมดแรง นอนตาเหลือกไปพักหนึ่ง ยังดีที่มีเทคโนโลยีที่ฝังอยู่ในตัวควบคุม ทำให้ปลุกหานหลานฮวาขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยระบบนี้....ถ้าซูหยวนไม่ต้องการให้อีกฝ่ายตาย เธอก็จะไม่มีทางตายหนีการทรมานนี้ไปได้!
ตั้งแต่ที่ซูหยวนเริ่มลงมือกับตระกูลหาน เดิมทีเธอตั้งใจจะทำลายพวกเขาให้สิ้นซาก แต่เพราะหานหลานฮวายังเข้ามาเล่นไม่เลิก ดังนั้น...เมื่อรู้จากหัวหน้ากองกำลังพิเศษว่ากองทัพกำลังตัดสินใจจะมอบของขวัญให้ เธอก็คาดเดาเอาไว้แล้วว่าจะมีของขวัญแบบไหนส่งมา
เพราะแบบนั้น...ชื่อของหานหลานฮวา เธอจึงเป็นคนระบุขอเอาไว้ตั้งแต่แรก
ต่อให้กองทัพตัดสินใจไว้ชีวิตคนตระกูลหานแค่ 10 คน แต่ 1 ใน 10 คนของตระกูลหานจะต้องมีชื่อหานหลานฮวาอยู่ด้วย! นี่เป็นหญิงสาวใจกล้าเกินไป ก่อนหน้านี้เธอเคยมีปัญหา มีปากเสียงด้วยในสถาบันมาครั้งหนึ่ง สุดท้ายยังตัดสินใจที่จะปล่อยไป ไม่ลงมือรุนแรงนัก แต่ใครจะคิดว่าหานหลานฮวายังอยากมีปัญหา ไม่เข็ดเมื่อเจอเธอ...ทั้งยังวางแผนจะทำลายเธออีก
ฉะนั้น ตั้งแต่ที่คิดว่าจะทำร้ายเธอ ก็ต้องเตรียมใจเอาไว้ด้วยว่าจะเจอกับความโหดร้ายที่ยิ่งกว่า!
คนๆนี้สามารถฆ่าคนบริสุทธิ์ได้ ขอเพียงตัวเองได้แก้แค้น ซึ่งเป็นความแค้นที่ไม่ได้เป็นความผิดของใคร ก็แค่ซูหยวนในตอนนั้นไม่ได้ทำตามคำขอ คนแบบนี้...เก็บเอาไว้ก็รกโลกเท่านั้น แต่ก่อนที่เธอจะตาย...ซูหยวนจะสอนเธอให้หลาบจำ เผื่อว่าชีวิตที่เกิดใหม่จะทำให้มันดีขึ้น!
“ยังอยากกรีดร้องอีกไหม” น้ำเสียงเย็นชาของซูหยวนดังขึ้นข้างหู ทำเอาหานหลานฮวาโกรธจัด แต่ปากของเธอสั่นเทาจนไม่อาจออกมาเป็นเสียงพูดได้
เห็นอีกฝ่ายนอนปากพะงาบๆ ซูหยวนก็เดินไปข้างหน้า ผ่านร่างที่นอนกองอยู่กับพื้นไปทั้งอย่างนั้น จับทรัพยากรในการสร้างกับดักเล่นไปมาก่อนจะหันมาพูดกับหานหลานฮวาตรงๆ
“รุ่นพี่หาน...ฉันยังไม่ได้แสดงความยินดีที่รุ่นพี่สามารถช่วยเหลือครอบครัวของรุ่นพี่กลับมาได้เลย ดังนั้นขอใช้โอกาสนี้ในการแสดงความยินดีก็แล้วกันนะคะ”
ซูหยวนพูดอย่างนั้น ดวงตาของหานหลานฮวาก็ไหววูบเล็กน้อย เธอจำได้ว่าจุดเริ่มต้นของการลงมือครั้งนี้ก็มาจากการที่อันซูหยวนไม่ยอมช่วยตามหาครอบครัวของเธอนั่นแหละ
อีกฝ่ายกล้าเมินเฉยต่อเธอ ดังนั้นจึงอยากจะเอาคืน และพร้อมกันนั้น...เหลียนเหมยเหม่ยก็ปรากฏตัวขึ้นมา มอบยาพิษที่สามารถทำลายอันซูหยวนได้ เธอจึงได้รับเอาไว้และเตรียมแผนทำลายคน แต่ใครจะคิดว่าแผนทำลายที่เตรียมเอาไว้นั้น สุดท้ายย้อนกลับมาทำลายตัวเอง
ตอนนี้หานหลานฮวาพูดไม่ได้ แต่เธอยังพยายามส่งสายตาให้อันซูหยวนเหมือนเดิม ต้องการจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเพราะซูหยวน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไม่ยอมช่วย ตนเองจะเกลียดชังจนอยากทำลายตระกูลอันแบบนี้หรือ?
ทว่าซูหยวนไม่สนใจ ไม่ว่าเธอจะเข้าใจความหมายในสายตาหรือไม่ ทว่า... “น้ำผึ้งหยดเดียว” นี้ ได้ทำลายตระกูลหานจนสิ้นแล้ว และเธอก็ต้องการให้หานหลานฮวาเข้าใจด้วย โลกใบนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด โดยเฉพาะตระกูลหาน...นี่อาจจะเรียกว่าเป็นแหล่งรวมความดำมืดเอาไว้เลย
“แต่ก็น่าเสียดาย....คุณหนูหานคิดอะไรอยู่กันแน่ ทั้งๆที่ปากบอกว่าเป็นห่วงตระกูลหานเหลือเกิน อยากให้คนอื่นไปช่วยคนในตระกูลกลับมา แต่แทนที่เรื่องนี้จะจบลงด้วยดี คุณหนูหานพยายามช่วยฟื้นฟูตระกูลให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เรื่องก็น่าจะจบแล้ว”
“คุณหนูหานกลับไม่ทำอย่างนั้น ไปคว้าเอา “ยาพิษ” เอาคนของ “กลุ่มดวงตามาร” เข้ามา สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร? ตระกูลหานทั้งหมดต้องมาอยู่ที่นี่ ต้องกลายเป็นนักโทษที่จะไม่มีโอกาสเห็นเดือนเห็นตะวันอีก เฮ้อ ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ครั้ง...ฉันก็ยังต้องบอกว่าฉันสมเพชคุณหนูหานจริงๆ”
ซูหยวนพูดแค่นั้น ที่เหลือสมาชิกตระกูลหานทั้งหมดก็เข้าใจได้เองแล้ว ทุกสายตามองไปยังหานหลานฮวา แม้แต่บิดาของเธอก็ยังมองไปยังลูกสาว
เหมือนกับที่ซูหยวนพูด ถ้าไม่ใช่เพราะลูกของเขาเอา “ยาพิษ” มาใช้ ตระกูลหานจะต้องตกระกำลำบากเช่นนี้หรือ?
…………………………………………..