บทที่ 504 “น่ารัก” อย่างประหลาด.... (อ่านฟรี 23 ก.ค. 69)
บทที่ 504 “น่ารัก” อย่างประหลาด.... (อ่านฟรี 23 ก.ค. 69)
บทที่ 504 “น่ารัก” อย่างประหลาด....
หลังจากที่ซูหยวนเดินทางออกมาจากเขตปลอดภัย เธอก็ตรงไปยังประตูเชื่อมมิติทันที เนื่องจากพื้นที่ของนักโทษตระกูลหานเป็นพื้นที่ใต้ดิน ดังนั้นจึงมองไม่เห็นแสงสว่าง ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือตอนมืด ดังนั้นเมื่อตอนเธอออกมาข้างนอก แสงสว่างที่กำลังปรากฏขึ้นจึงทำให้ต้องกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตา แม้ว่าชั้นใต้ดินจะมีการเปิดไฟเพื่อให้คนทำงานได้ง่าย แต่ความสลัวของมันก็ทำให้คนมึนงงได้
ร่างเล็กที่อยู่บนหลังของเสี่ยวหยินในเวลานี้เหมือนเด็กสาวที่เพิ่งตื่นนอน ทำเอาคนที่มารออยู่ชะงักไป เขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงยามเช้าในทุกๆวัน หากมีซูหยวนอยู่ข้างกายแล้วได้มองใบหน้าเช่นนี้ตลอดไปจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ...แต่ก็นั่นแหละ คนหนึ่งคิดไปไกล อีกคนยังคงมีใบหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น การจะครองเป็นคู่ได้ คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกนาน...
“พี่จาง?”
ซูหยวนเพิ่งสังเกตเห็นคนตัวสูงที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ที่นี่เป็นที่ทำการของตระกูลอี้ หรือก็คือพื้นที่ทำการเดิมนั่นแหละ เธอไม่ได้คิดว่าเขาจะมาที่นี่เพื่อรอพบตนเอง
“อืม จะไปพื้นที่ล่าแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ฉันจะเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะผู้วางแผน...”
“อืม ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างปลอดภัยแล้ว อาจจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ล่ามากนัก แต่...อย่าลืมว่าหลายคนในนั้นเป็นคนของลูกหลานตระกูลใหญ่ เมื่อพวกเขาออกมาและพบว่าตระกูลของตนเองมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก บางคนเสียครอบครัว บางคนก็เสียทั้งตระกูลไป...ถึงตอนนั้นอาจจะมีปัญหาได้ ดังนั้นฉันมาที่นี่เพื่อเตือนให้ระวังตัวไว้ด้วย...”
“อย่าสนิทสนมกับใครมากเป็นพิเศษล่ะ แม้แต่คนที่เคยทำงานร่วมกันก็ด้วย...” ซูหยวนไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ แต่เธอรู้สึกว่าประโยคสุดท้ายนี้เป็นความตั้งใจของประธานจางต่างหาก
การที่เขามาเตือนเธอไม่ให้สนิทกับคนอื่นมากไปนี้ ถ้ามองในมุมของเจ้านาย...อืม จะมองในมุมของเจ้านายอย่างไรก็ไม่เห็นถึงความเป็นไปได้ มีเพียงอย่างเดียวก็คือ...ประธานจางคนนี้กำลังหวงเธอ ?
ก่อนหน้านี้เขาเคยพูดถึงคุณชายเหอมาก่อนแล้ว ซูหยวนไม่ได้คิดไปเองเพราะมีมูลข้อเท็จจริงอยู่ ในระหว่างการแข่งขันของพวกนักเรียนนี้ องค์กรนักล่าสกุลจางก็ส่งคนของตนเองไปช่วยด้วยเหมือนกัน และซูหยวนก็รู้ว่าประธานจางจับตามองคุณชายเหอเป็นพิเศษ
เขาเป็นคนของตระกูลเหอที่มีความสามารถในการทำยาระดับสูง และตระกูลเหอตอนนี้ก็เจอกับวิกฤติที่รุนแรงอยู่บ้าง ครอบครัวสายหลักถูกจัดการทั้งหมดโดยคนของกลุ่มดวงตามาร ทำให้คนที่สืบเชื้อสายบ้านหลักเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และทุกคนก็คือเด็กๆในพื้นที่ล่านั่นเอง
หากไม่ใช่เพราะอันซูหยวนยอมให้พวกเขาเข้ามาซ่อนตัวในมิติแห่งนี้ตามคำขอของกองทัพ เชื่อได้เลยว่ากลุ่มดวงตามารจะทำลายสายเลือดตรงของตระกูลเหอทั้งหมด รวมทั้งคุณชายเหอคนนี้ด้วย
เมื่อเขากลับออกมาอย่างปลอดภัย สถานการณ์ตระกูลเหอที่มีแต่พวกบ้านรองก็น่าจะวุ่นวายมาก เรื่องของพวกเขา...เธอเองตั้งใจจะเข้าไปยุ่งด้วยอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะคุณชายเหอเคยช่วยเธอ หรือการที่เขาเป็นคนของเธอเท่านั้น แต่ยังมีผลประโยชน์มหาศาลที่กำลังรออยู่
ลำพังการผลิตโดยตระกูลอี้ฝั่งขวาที่เธอก่อตั้งขึ้น ไม่มีทางผลิตยาออกมาได้พอต่อความต้องการเลยหากเธอจะบุกตลาดดินแดนศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ก่อนหน้านี้ซูหยวนไม่กังวลเพราะสามารถหาซื้อยาได้ทั่วไป แต่ตอนนี้...แค่คำขอของกองทัพก็ยังไม่พอใช้ เช่นนั้นเธอจะไปเอาส่วนแบ่งมาจากไหน หากไม่ได้ทำสัญญากันไว้ก่อน!
ซูหยวนคิดเล็กน้อย ไม่ได้ว่านอนสอนง่ายเหมือนกับครั้งก่อนๆ ทำเอาจางอู่หยางที่ไม่ชอบใจคุณชายเหอคนนั้นอยู่ก่อนแล้วขมวดคิ้ว
เจ้านั่นมีความสามารถมาก เป็นคนที่มีลักษณะที่ซูหยวนน่าจะชื่นชอบ นอกจากนี้...เขายังอายุน้อยกว่า และเข้าถึงซูหยวนได้ง่ายกว่าตนเองที่อายุมาก จะบอกว่าเขาเป็นโคแก่ที่กำลังหวงสาวน้อยก็ได้ แต่...เขารู้สึกว่าเด็กนั่นไม่คู่ควรจริงๆ
แม้ว่าลักษณะภายนอกจะดูเหมาะสม อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะในการทำยา แต่...ซูหยวนของเขาเป็นอัจฉริยะในการทำยาเท่านั้นหรือ? เธอมีความสามารถมากขนาดนี้ คนที่เหมาะสมก็ควรจะเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านสิ ที่สำคัญ...ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เจ้านั่นจะช่วยดูแล ช่วยปกป้องซูหยวนได้หรือ?
จางอู่หยางรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัว คิดไปคิดมาทั้งโลกนี้ก็อาจจะมีแค่เขาเท่านั้นที่เหมาะสม แต่ก็นั่นแหละ...แม้ในใจจะหวงแหนขนาดไหน แต่ถ้าซูหยวนไม่เล่นด้วย เขายังจะทำอะไรได้อีก?
ออกคำสั่งกับเธอหรือ? แค่เห็นสายตาไม่พอใจของเธอ หัวใจก็ร่วงไปที่เท้าแล้ว แล้วจะให้ทำอย่างไร? อ้อนวอนร้องขอหรือ? หากเธอรำคาญขึ้นมา เขาไม่สร้างระยะห่างจากกันไปอีกหรือไง?
สุดท้าย...จางอู่หยางผู้ที่ทุกคนเรียกว่าปีศาจ หากเขาอยากได้สิ่งใดก็ต้องได้นั้น กำลังกำมือของตนเองไปมาอย่างประหม่า มองซูหยวนด้วยสายตาอยากจะร้องขอแต่ก็ไม่กล้า ทำเอาเด็กสาวที่ยังไม่ได้ตอบในครั้งแรกเม้มริมฝีปากแน่น กลัวว่าจะหลุดยิ้มออกมาแล้วทำให้คนต้องอับอายไปมากกว่านี้
ไม่รู้ทำไม...แต่ซูหยวนมองว่าท่าทางแบบนั้นดู “น่ารัก” อย่างประหลาด....
“ฉันเข้าใจความกังวลของพี่นะคะ ฉันจะระวังตัว แต่...กับบางคน ฉันจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ เผื่อในอนาคตจะช่วยทำประโยชน์ได้ แน่นอนว่าพี่ไม่ต้องกังวล ฉันรู้ขอบเขตความสัมพันธ์ค่ะ ฉันจะระวังตัว และที่สำคัญ...ฉันรายงานการทำงานของตนเองให้พี่ฟังอยู่แล้ว ถึงจุดไหนน่าสงสัย พี่ยังช่วยแนะนำในภายหลังได้”
แม้ปกติพวกเขาจะไม่ต้องพูดมากก็เข้าใจกันได้ แต่เรื่องนี้...ซูหยวนรู้สึกว่าตัวเองควรจะต้องอธิบายออกไป ไม่อย่างนั้นจะทำให้คนไม่สบายใจแน่
แม้ว่าสีหน้าของจางอู่หยางจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ความหมายของซูหยวนชัดเจนทุกประโยค เขาจะทำอะไรได้อีกนอกจากรอดูต่อไปเงียบๆเท่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา เรื่องที่เขาอยากพูดก็ได้พูดไปแล้ว ที่เหลือก็แค่ซูหยวนจะกรุณาเขาหรือเปล่า แต่นอกจากนั้น...เขามาที่นี่ รบกวนเธอก็เพราะว่ามีของอยากจะให้
“รับนี่ไปสิ”
ซูหยวนมองดูของตรงหน้าที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ มันเป็นผลึกที่คุ้นตาเป็นอย่างดี แต่ผลึกนี้...ซูหยวนไม่เคยมอบมันให้กับใคร เพราะเธอเองก็ยังต้องการเพิ่มความสามารถในเรื่องความเร็วอยู่ ไม่คิดเลยว่าประธานจางจะเอามันออกมาให้เธอแบบนี้...
“นี่ก็คือ....”
“จากการตรวจสอบ มันเป็นผลึกที่จะช่วยเพิ่มความเร็วได้ เป็นผลึกที่เพิ่งค้นพบในพื้นที่ล่าเขต J ตอนนี้องค์กรของพวกเราได้รับมาประมาณ 5 ชิ้น เพราะจำนวนยังไม่มากนักก็เลยให้ได้แค่ 1 ชิ้นก่อน”
“หลังจากนี้ถ้ามีผลึกพวกนี้เพิ่มจะแบ่งให้เพิ่มนะ การที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นจะช่วยให้การต่อสู้ดีขึ้นมาก แม้แต่การหลบหนีเองก็เช่นกัน เพราะซูหยวนต้องเสี่ยงอันตรายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ฉันจะตัดสินใจมอบพวกนี้ให้เธอก่อนได้”
จางอู่หยางตั้งใจจะมอบผลประโยชน์นี้ก็เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเธอ ทำเอาซูหยวนที่แอบเก็บทรัพยากรที่ดีเช่นนี้ไว้เพียงลำพังรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง
“เอ่อ พี่จางคะ...ที่จริงแล้วผลึกพวกนี้...พวกหนูทองลายขาวเอามาให้ฉันก่อนแล้ว ฉัน...คิดว่ามันมีประโยชน์มากก็เลยไม่ได้มอบให้คนอื่น เรื่องนี้เป็นฉันที่เห็นแก่ตัวเองค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้รายงาน” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด แต่จางอู่หยางเมื่อได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ
เขาเองก็รู้สึกผิดที่แบ่งมันมาให้เธอได้แค่ 1 ชิ้นจาก 5 ชิ้นเ เทนที่จะมอบให้เธอทั้งหมด กลับกลายเป็นว่าเธอก็คิดเหมือนกัน เก็บผลึกนี้ไว้พัฒนาตัวเอง ดังนั้นสำหรับเขา...ไม่ว่าซูหยวนจะรายงานหรือไม่ มันก็เป็นของเธออยู่แล้ว ดีเสียอีกที่เธอไม่เอาของดีๆเหล่านี้ให้คนอื่น เพราะความปลอดภัยของเธอจะต้องเป็นอันดับหนึ่ง
“ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งมอบของนี้ให้ใคร ผลึกเพิ่มความเร็วเป็นการได้รับมาแบบสุ่ม โอกาสที่จะได้มาค่อนข้างยาก ถ้าพวกกองทัพรู้เข้า...อาจมีใครบางคนต้องการมันจนเกิดความโลภขึ้นมาได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่ไม่ได้ตำหนิฉัน”
“เด็กโง่” จางอู่หยางอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูเธอ เขาจะตำหนิอะไรเธอได้กันล่ะ
สองคนหัวเราะให้กับเบาๆ บรรยากาศที่น่าอึดอัดก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นดีขึ้นมาก อันซูหยวนขอตัวจากไปก่อน ซึ่งจางอู่หยางนึกอยากจะรั้งไว้ ที่จริงเขาไม่อยากให้เธอเข้าไปในพื้นที่นั้นด้วยซ้ำ แน่นอนว่าสาเหตุไม่ใช่แค่เรื่องความหึงหวงอย่างเดียว แต่เขากำลังกลัวว่าซูหยวนจะได้พบกับปัญหาต่างหาก
เหมือนที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้ คนที่ค้นพบว่าความปลอดภัยของตนเองนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา ในขณะที่ตนถูกหลอกให้แข่งขันระหว่างสถาบัน ครอบครัวของพวกเขากำลังถูกทำลายไปทั้งหมด
แม้จะบอกว่าพวกเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่ต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้ แต่ความจริงแล้ว...ชะตากรรมของพวกเขาหลังจากนี้คืออะไร?
ถ้าไม่มีตระกูลหนุนหลังแล้ว หลายคนที่คิดว่าตัวเองสูงส่งมากจะยังอยู่ได้หรือ? เขาเชื่อว่าถ้าให้เลือกระหว่างตายกับอยู่อย่างน่าอัปยศ เด็กๆหลายคนน่าจะเลือกขอความตายมากกว่า
บางที...ต่อให้เป็นการช่วยเหลือ พวกเขาก็มองว่า...นี่เป็นการทำผิดต่อตนเองได้!!
แม้เขาจะกังวลเรื่องนั้น แต่ถ้าพูดเรื่องความปลอดภัย ซูหยวนไม่มีทางที่จะได้รับอันตรายได้ ไม่ใช่แค่คนของเขาที่จะคอยปกป้องเธอเท่านั้น แต่ตัวเธอเองก็มีความสามารถมากพอที่จะทำเช่นนั้น สุดท้าย...เขาก็แค่ไม่อยากให้เธอได้รับผลกระทบทางความรู้สึกเท่านั้นเอง
ซูหยวนของเขาต้องแบกรับสิ่งต่างๆมากเกินไปแล้ว เธอยังอายุเท่านี้แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือให้พวกกองทัพใช้งาน การเปิดเผยตั้งแต่ต้นว่านี่เป็นแผนการของกองกำลังพิเศษ ก็เพื่อจะโยนความผิดทุกอย่างให้อีกฝ่ายอยู่แล้ว มองผิวเผินเหมือนเป็นการมอบความดีความชอบให้ แต่ความจริงเป็นอย่างไร...พวกเขาย่อมรู้ดี
“ประธานครับ แล้วเรื่องคนที่ปล่อยข่าวมากวนใจคุณอัน...”
เห็นว่าเจ้านายไม่ได้พูดเรื่องสำคัญอีกเรื่องออกไป คนของจางอู่หยางก็เอ่ยถามขึ้น พวกเขาอุตส่าห์ไปสืบจนรู้แล้วว่าคนอยู่เบื้องหลังเป็นใคร เดิมทียังคิดว่าเจ้านายจะแจ้งคุณอันให้ระวังตัวไว้ สุดท้ายกลับไม่พูดออกมาเสียอย่างนั้น...
“ฉันจะจัดการเอง เธอไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องพวกนี้อีก”
เมื่อได้ยิน คนของชายหนุ่มก็เข้าใจ ประธานของเขาต้องการปกป้องคุณอันอยู่เบื้องหลังอีกแล้วสินะ คนที่ปล่อยข่าวเรื่องการรับสมัครคนเข้าไปทำงาน โดยระบุให้มาสมัครที่ “บ้านพัก” ของอันซูหยวนทันทีที่เธอกลับมานั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ใครที่ไหนเลย หากแต่เป็น... “รุ่นพี่” ที่อันซูหยวนให้ความเคารพ
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับปัญหาระหว่างอันซูหยวนและตระกูล “อี้” แต่ไม่รู้ว่าผ่านไปไม่นานเท่าไร ความรับผิดชอบต่อตระกูลอี้คงจะสูงมากจนสุดท้ายก็ทำให้พวกเขาเริ่มไม่ค่อยพอใจในตัวรุ่นน้องคนนี้ที่เล่นงานสกุลอี้จนทำให้พวกเขามีความเสียหาย เพื่อจะเอาคืนเล็กๆน้อยๆ...พวกเขาจึงใช้โอกาสนี้เพื่อก่อกวนเธอ
“อี้กัง และอี้เหิง” หนุ่มตระกูลอี้สองคนในหน่วยพลธนู เป็นพวกเขาทั้งสองคนที่ประกาศข่าวเรื่องซูหยวนรับสมัครคนออกไป และยังพูดเป็นนัยให้รีบมาหาเธอที่บ้านด้วย! ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ล้วนเป็นความตั้งใจก่อความวุ่นวายให้!
เรื่องนี้ไม่ได้สืบยากนัก คุณชายอี้ทั้งสองคนต้องไปทำภารกิจร่วมกับกองทัพ เนื่องจากพวกเขาเป็นทหารที่มีหน้าที่ ไม่อาจปกป้องตระกูลของตนเองได้ เเละเป็นอีกตระกูลที่ไม่ได้รับเเจ้งข่าวล่วงหน้าจึงไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือ
เเม้คนตระกูลอี้มากมายจะเป็นคนของกองทัพก็ตาม เเต่ระดับของพวกเขายังไม่สูงพอที่จะได้ข้อมูลนี้ เชื่อว่าส่วนหนึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้คนตระกูลอี้โกรธมาก ส่วนสองหนุ่มสกุลอี้ก็เอามาลงกับซูหยวน ด้วยเข้าใจว่าสนิทกันขนาดนี้ เเต่เธอก็ยังไม่ยอมบอกเขา
ผลกระทบของการไม่รู้ข้อมูลค่อนข้างรุนเเรง ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาเองเเข็งแกร่งมากพอจนสู้กับพวกกลุ่มดวงตามารได้
นอกจากที่สองพี่น้องสกุลอี้จะลงมือสั่งสอนเล็กๆน้อยๆแล้ว ก็ยังมีคนสกุลอี้อีกมากที่เตรียมจะร่วมมือกับตระกูลใหญ่หลายตระกูลซึ่งไม่ได้รับเเจ้งข่าวล่วงหน้า
พวกเขามองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นความไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง จากนั้นจะไปกดดันรัฐบาลกลางให้รับผิดชอบความเสียหายนี้ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรไม่รู้…แต่ตระกูลเจียง ตระกูลอัน หรือเเม้เเต่ตระกูลอี้ที่สนับสนุนโดยซูหยวนย่อมต้องถูกดึงมากลางวงเเน่
ตระกูลเจียงอาจจะได้รับผลกระทบไม่มาก อย่างไรพวกเขาก็เป็นกำลังหลักในการผลิตอาหารเเจกจ่ายไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่มีการเสียสละเช่นนี้ คงไม่มีใครกล้าพูดว่าพวกเขากำลังเอาเปรียบอีก
แต่…ตระกูลอันหรือตระกูลอี้ที่ยกระดับขึ้นมา อีกไม่กี่ก้าวก็เป็นตระกูลใหญ่เเล้ว พวกเขามีเหตุผลอะไรที่จะได้รับข้อมูล? แต่เพราะมีคนเป็นคนจากวงใน เป็นอันซูหยวนที่จะมีสิทธิพิเศษทุกอย่างงั้นหรือ?
เรื่องนี้จางอู่หยางจะสนับสนุนเธอเอง ถ้าเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ยังต้องทำให้ซูหยวนไม่สบายใจ เช่นนั้นจะยังมีเขาไว้ทำไมอีก!!
…………………………………………..