LNCrawler

บทที่ 505 เเผนของซูหยวน (อ่านฟรี 24 ก.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 505 เเผนของซูหยวน (อ่านฟรี 24 ก.ค. 69)

บทที่ 505 เเผนของซูหยวน 

 

ที่เขตพื้นที่ล่า J ทหารระดับสูงรวมทั้งเหล่าอาจารย์ประจำสถาบันยังคงตั้งค่ายอยู่ข้างนอกเพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักเรียน รอบๆยังมีซากของพวกกลุ่มดวงตามารที่นอนตายราวกับใบไม้รวมกับพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกดึงดูดมาอีกกองใหญ่

 

หากไม่ใช่ยาลบกลิ่นหรือสารไล่พวกกลายพันธุ์ จำนวนซากศพพวกนี้อาจจะกลายเป็นปัญหาทึ่ดึงพวกกลายพันธุ์ระดับสูงจำนวนมากมาที่นี่ก็เป็นได้ โชคดีที่ทุกคนเตรียมพร้อมกันไว้แล้ว

 

“พวกที่เขตปลอดภัยไม่รู้เป็นยังไงบ้าง พวกเราใกล้จะพานักเรียนออกไปแล้ว ถ้าที่นั่นยังจัดการเก็บกวาดไม้ได้ สถาบันก็อาจจะเปิดเรียนต่อไปไม่ได้เช่นกัน”

 

“เฮ้อ ไม่ว่าพวกเขาจะเก็บกวาดเสร็จหรือไม่ แต่สถาบันก็น่าจะต้องปิดไปก่อนสักเดือนหรือสองเดือน เปิดโอกาสให้พวกเขาช่วยตระกูลในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมา หรือไม่...อย่างน้อยก็ได้ทำใจบ้าง”

 

“เฮ้อ ไม่รู้ว่าถ้าพวกเขารู้เหตุการณ์แล้วจะเป็นยังไง ในขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังถูกฆ่า พวกเขายังสนใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการแข่งขันอยู่เลย”

 

“เฮ้อ นี่ก็เพื่อปกป้องพวกเขา...”

 

“เกรงว่าคนถูกปกป้องจะไม่ได้ชอบวิธีการของพวกเราน่ะสิ”

 

“ก็นั่นแหละ...ถ้าพวกเขาอยากช่วยมนุษย์ชาติเหมือนกัน เข้าใจสถานการณ์เหมือนกันก็ต้องรู้ว่าที่พวกเราทำไปเพราะอะไร”

 

“เอาเถอะ เรื่องนี้จะเป็นยังไงก็ต้องเป็นอย่างนั้น อีกอย่าง...พวกระดับสูงก็คิดไว้แล้วว่าจะโยนปัญหาใส่ใคร”

 

“พวกทหารพิเศษสินะ”

 

“ใช่”

 

“แล้วพวกเขาจะไม่โกรธแย่เลยหรือ? ถ้าต่อไปพวกเขาไม่ร่วมมือกับกองทัพอีก...”

 

“ร่วมมือกับกองทัพ? คิดว่าทุกวันนี้พวกเขาร่วมมือกับกองทัพเยอะมากรึเปล่าล่ะ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่ดี นอกจากนี้...พวกเด็กๆเหล่านี้จะกล้ากับกองกำลังพิเศษได้ไง แล้วถ้าพวกเขาเกลียดกองกำลังพิเศษขึ้นมาล่ะก็...นั่นก็เป็นเรื่องดีเลย เพราะหลังจากนี้...คนเก่งๆจะได้ไม่ถูกดึงเข้าร่วมกองกำลังพิเศษไปทั้งหมด”

 

“ชู่! พูดเบาๆหน่อย เดี๋ยวถ้ามีคนอื่นได้ยินเข้าล่ะก็...”

 

ทหารสองสามคนกระซิบกระซาบ แม้แต่พวกเขาก็ยังคาดเดาได้ว่ากำลังจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นหลังจากนี้ ตอนนี้ก็เหมือนเป็นเรื่องสงบที่รอวันระเบิดเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม...ตอนที่พวกเขาพยายามเตือนกันเรื่องเสียงดังเกินไปนั้น ข้างหลังของพวกเขาก็มีเงาขนาดใหญ่ปกคลุมเสียแล้ว

 

“มีเรื่องปรึกษากันที่คนอื่นไม่ควรได้ยินด้วยหรอ?”

 

น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง พวกทหารที่ซุบซิบกันอยู่สะดุ้งเฮือก รู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นคุ้นหูเหลือเกิน พวกเขาเคยได้ยินมาก่อนแน่ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

 

ร่างของเด็กสาวที่อยู่บนหลังของสุนัขทมิฬนั้นไม่ต่างอะไรกับมัจจุราชที่พร้อมจะเอาชีวิตของพวกเขาไปได้เลย ยิ่งยืนย้อนแสงไฟแบบนี้ยิ่งทำให้น่ากลัว สายตาของเธอยังมองพวกเขาเหมือนมดปลวก นี่แปลว่าเธอได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกันก่อนหน้านี้แน่นอน!

 

“พะ พลทหารพิเศษอัน ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ ไม่ใช่ว่า…”

 

“ไม่ใช่ว่า…ฉันควรจะยุ่งอยู่กับการเป็นแพะรับบาปให้คนอื่นอยู่งั้นหรอ?”

 

คำพูดของเธอทำให้ทหารเหล่านี้ตาค้าง ไม่คิดว่าอันซูหยวนจะตอกย้ำกลับมาโดยตรงเเบบนี้ ทำเอาทุกคนรู้สึกประหม่าไปหมด

 

“พลทหารพิเศษอัน พวกเราไม่ได้ตั้งใจ”

 

“ใช่ๆ พวกเราก็พูดไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย หวังว่าคุณจะไม่เก็บมาใส่ใจ”

 

ทหารพวกนั้นพยายามแก้ต่างให้ตนเอง เเต่ยิ่งพูดก็ยิ่งลนลาน สุดท้ายคนที่สติดีที่สุดยังโบกมือให้คนอื่นเงียบลง พวกเขานินทาก็ต้องยอมรับว่านินทา แต่ที่พูดมีเรื่องไหนที่ไม่จริงบ้าง

 

“พลทหารพิเศษมาเพื่อเข้าร่วมการเเข่งขันใช่ไหม เช่นนั้นเชิญข้างในก่อนเถอะครับ เวลานี้พวกนักเรียนจากสถาบันเดียวกับคุณน่าจะรออยู่ก่อนแล้ว”

 

ซูหยวนเเค่นหัวเราะเล็กน้อย เเต่สุดท้ายเธอก็สั่งให้เสี่ยวหยินพาเดินจากไป พวกทหารที่อยู่ด้านหลังถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความหวาดกลัวก่อนหน้าที่ทำให้หายใจไม่ได้ก็เบาบางลง

 

“ลูกพี่ ทำไมลูกพี่เก่งจังเลย ไม่กลัวเธอจะฆ่าเอาหรอ? กล้าพูดแบบนั้นด้วยน่ะ”

 

“ฆ่าหรอ? ถ้าเป็นพลทหารพิเศษคนอื่นๆก็ไม่แน่หรอก แต่ถ้าเป็นพลทหารพิเศษอัน เธอเป็นคนมีเหตุผลมากกว่าที่คิดนะ ดังนั้นถ้าเรื่องพูดลับหลังเธอแล้วเธอจะฆ่าน่ะ ไม่มีทางหรอก”

 

“โห ถึงจะมั่นใจแบบนั้น แต่ก็ไม่แน่นะครับ ยังไงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีต่อเธอมากนัก เธออาจจะเอาอารมณ์ความโกรธทั้งหมดมาระบายกับพวกเราก็ได้”

 

“ไม่หรอก ที่สำคัญ...ฉันคิดว่าเรื่องนี้พวกพลทหารพิเศษอาจจะมีแผนการอยู่ในใจแล้วก็ได้ พวกเขาน่ะ..เป็นพวกที่คาดเดาไม่ได้ตั้งแต่แรกไม่ใช่รึไง เรื่องที่พวกเราคิดได้ พวกทหารพิเศษจะคิดไม่ได้เลยหรอ? ดังนั้นมันอยู่ที่ว่าพวกเขาอยากจะจัดการยังไงมากกว่า”

 

“ถ้าเธอมีแผนการในใจแล้ว ทำไมจะต้องแสดงท่าทางแบบนั้น แบบเมื่อครู่ด้วยล่ะ ทำเอาฉันเกือบจะหายใจไม่ออกตายเลยนะ”

 

“นั่นเป็นเพราะพวกเรานินทาเธอลับหลังไม่ใช่รึไง? อีกอย่าง...เห็นพวกเราว่างงานขนาดนี้ ในขณะที่เธอเพิ่งกลับจากการทำภารกิจในเขต N แล้วก็ยังไปที่เขตปลอดภัยเพิ่งกลับมาอีก เธอคงจะอยากแกล้งพวกเรานั่นแหละ”

 

“โห จะเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ? เธอเป็นคนขี้แกล้งขนาดนั้นเลย?”

 

“นั่นสิ ดูไม่รู้เลย ปกติเห็นแต่ท่าทางเหมือนหุ่นยนต์ ทำแต่งาน เอาจริงเอาจังตลอด จะมีอารมณ์ขันแบบนั้นด้วยหรอ?”

 

“เธอก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งนะ เอาจริงๆ...ที่ฉันมีมุมมองต่อเธอเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ที่จริงแล้วเป็นเพราะฉันเคยเห็นเธอตอนที่อยู่กับประธานจางคนนั้น...”

 

“โอ้ นี่เล่าให้ฟังหน่อย เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

 

“นั่นสิๆ เกี่ยวกับประธานจางคนนั้นด้วยหรอ?”

 

แม้ว่าซูหยวนจะเข้ามาข่มขู่จนพวกเขาควรเลิกรวมกลุ่มนินทาเธอไปแล้ว แต่เธอก็คงไม่คาดคิดว่าเจ้าทหารพวกนี้จะหาเรื่องใหม่มานินทาเธอได้อีก แถมยังเป็นเรื่องไร้สาระยิ่งกว่าเดิมเสียด้วย

 

ไม่ว่าจะเป็น... “ฉันเห็นว่าดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรักเลยล่ะ”“เหมือนว่าประธานจางเองก็ไม่ใช่ปีศาจเหมือนกันนะ” “ประธานจางก็ยิ่มอย่างอ่อนโยนเป็นเช่นกัน” “สองคนแอบมองกันอยู่ตลอด ถึงจะไม่ได้รักหวานแหววเหมือนคู่รักปกติก็ตาม” และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งตอนที่พวกเขาพูดเรื่องนี้ ซูหยวนก็เข้าประตูเชื่อมมิติไปแล้ว…

 

เหมือนกับที่พลทหารข้างนอกพูดถึง ตอนนี้นักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งกำลังรอเธออยู่จริงๆ หลังจากที่พวกเขาแยกกันออกล่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้พวกปี 4 ก็มาที่นี่แล้ว พวกเขาถึงจะมั่นใจในตัวเองมาก แต่ตอนนี้...คะแนนยังเป็นอันดับสอง ทิ้งห่างกับสถาบันเพลิงพลองไปมาก กลายเป็นว่าพวกเขาแทบจะไม่มีหวังแล้ว

 

ตอนนี้ที่ต้องกังวลกลับเป็นสถาบันแผนและกลยุทธ์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถล่าด้วยตัวเองได้ แต่ก็ใช้แผนในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้

 

เหมาะสมกับที่ครองอันดับ 3 นำหน้าพวกสถาบันเกษตรกรไปได้ โดยสถาบันเกษตรกรที่มีฝีมือ เวลานี้กลับแทบจะรั้งอับดันสุดท้าย

 

ซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องพูดย้อนกลับไปถึงสถาบันเกษตรกรที่ได้ทำสัญญากับพวกเขาไว้ก่อนแล้ว ปีหน้าในการแข่งขัน...สถาบันแผนและกลยุทธ์จะช่วยสถาบันเกษตรกรในการวางแผนการล่าของพวกชั้นปีที่ 3 เป็นการเอาคืนพวกสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งให้ได้!!

 

แต่เพราะคะแนนที่ทิ้งพวกสถาบันแผนและกลยุทธ์ได้ไม่มากนี้เอง ทำให้นักเรียนสถาบันนักล่ากระวนกระวายใจ ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนมาถึงก่อน พวกเขาก็คงจะออกล่าด้วยตนเองแล้ว

 

กฎในการแข่งขันนี้ไม่อนุญาตให้ซูหยวนต่อสู้ด้วยตนเอง และเธอก็ใช้สัตว์กลายพันธุ์ช่วยจัดการไม่ได้ด้วย ดังนั้นแม้ว่าพวกนักเรียนจะเห็นซูหยวนอยู่บนหลังของเสี่ยวหยินอย่างสง่างาม แต่พวกเขาก็แค่ตื่นเต้นเท่านั้น กลับรู้อยู่ในใจว่ามันมาที่นี่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรเปลี่ยนแปลง

 

“รุ่นน้อง มาแล้วหรือ?”

 

“รุ่นน้องอัน พวกเราทำการล่าได้คะแนน 72 คะแนน ส่วนพวกสถาบันเพลิงพลองนำไปไกลมาก พวกเขาทำได้ 88 คะแนนแล้ว ตอนนี้พวกเราไม่ต้องการอันดับหนึ่ง แต่ต้องรักษาอันดับสองไว้ให้ได้ สถาบันแผนและกลยุทธ์ปีนี้มาแรงจริงๆ พวกเขาทำคะแนนอยู่ที่ 69 คะแนน ถ้าวันนี้พวกเรายังหนีไม่ได้ก็อาจจะถูกแซงหน้าไป”

 

คะแนนที่พวกรุ่นพี่พูดถึงนี้ เป็นการเอาเนื้อสัตว์ร้ายที่กินได้ไปชั่งน้ำหนัก คำนวนออกมาหน่วยเป็น “ตัน” หมายความว่าพวกเขาล่าได้ 72,000 กิโลกรัมนั่นเอง

 

ตอนนี้ยังตามพวกสถาบันเพลิงพลอง 16 คะเเนน คิดเป็นจำนวน 16,000 กิโลกรัม ถ้าหากเป็นซูหยวนลงมือด้วยตัวเอง น่าจะไล่ตามได้ในไม่กี่ชั่วโมง แต่เพราะเธอทำเเบบนั้นไม่ได้ จึงต้องวางเเผนให้ดี

 

พวกนักเรียนทั้งหมดรอฟังคำพูดของเธอ เเม้เเต่พวกนักเรียนปี 2 ซึ่งหลายคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาก่อน ถึงตอนนี้ก็ตั้งใจฟังเหมือนกัน พวกเขาให้เกียรติเธอในฐานะพลทหารพิเศษ เเม้ว่าหลายคนจะไม่ได้ชอบเธอเป็นการส่วนตัวก็ตาม

 

“ขอบคุณที่รอฉันนะคะ เเผนการไม่ได้มีอะไรมากนัก ฉันมีสารดึงดูดสัตว์ร้ายมาให้จำนวนมาก และมีกับดักที่ใช้ได้ดีกับเเหล่งน้ำมาด้วย”

 

“กับดักเเช่เเข็งนี้ เเม้จะใช้ในน้ำเเล้วทำให้ประสิทธิภาพลดลง เเต่แผนของฉันคือไม่ได้ต้องการหยุดพวกมัน เเค่ทำให้เคลื่อนไหวช้าลงในอาณาเขตของกับดักเท่านั้น จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันโจมตี เเค่นี้น่าจะทำให้ความเร็วในการล่ามากขึ้น”

 

ได้ยินซูหยวนพูดแบบนี้ คนที่มีความรู้เกี่ยวกับกับดักก็ดีใจ พวกเขารู้ดีว่าประสิทธิภาพของกับดักพลังงานนั้นเป็นอย่างไร

 

ปกติเเล้วคงจะไม่มีใครใจกว้างซื้อของราคาเเพงเช่นนั้นมาเพื่อให้พวกเขาเเข่งขันหรอก แต่ก็นั่นแหละ…คนตรงหน้าของพวกเขาเป็นพลทหารพิเศษอัน ทั้งยังเป็นคนของประธานจาง คาดว่าเงินทองเครดิตคงไม่ขาดมือ!

 

ในความเข้าใจของพวกเขา ไม่มีความคิดที่ว่าซูหยวนจะทำมันขึ้นมาเองเลย เเต่ก็เข้าใจได้ พวกเขาจะคิดได้ไงว่าตระกูลหายตอนนี้ไม่เหลืออีกเเล้ว ความรู้ทั้งหมดอยู่ที่ตระกูลอี้ที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่ หากพวกเขารู้เรื่องทั้งหมด ไม่รู้ว่าจะตั้งหลักทันได้อย่างไร

 

รุ่นพี่นักเรียนคนหนึ่งคิดตามเเผนของซูหยวน เขารู้สึกว่าเเผนนั้นดีมาก เเต่กับดักเเช่เเข็งนี้…เขาเคยเห็นที่บ้านใช้มาก่อน มันเป็นกับดักใช้ได้แค่ครั้งเดียว เเบบนี้จะมีประสิทธิภาพในการล่ามากเท่าไร?

 

“รุ่นน้อง เเผนหลังจากนี้ล่ะ เเม้ว่าจะใช้สารดึงดูดสัตว์ร้ายเเละกับดักร่วมกันจนทำให้ล่าได้มากในครั้งเดียว แต่ปัญหาคือ…กับดักนี้อยู่ได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น พวกเรายังเหลือเวลาอีก 1 วัน เพื่อไม่ให้เสียเวลา รุ่นน้องบอกเเผนการต่อไปให้พวกเราเลยก็ได้” เมื่อคนหนึ่งพูดให้คิด คนอื่นก็เข้าใจตาม พวกเขาพยักหน้าเห็นด้วยทันที

 

“รุ่นน้อง หรือว่าพวกเราจะเเยกย้ายกันดีล่ะ เเบ่งกลุ่มให้พวกรุ่นน้องทำไปก่อน อย่างไรเสีย การมีกับดักมาใช้ก็ทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้นอยู่เเล้ว พวกรุ่นน้องจัดการกันเองก็คงไม่เป็นอันตรายอะไร ส่วนพวกเราที่มีความสามารถในการต่อสู้มากกว่าก็จะได้ไปล่าเก็บคะเเนนเพิ่ม ตอนนี้พวกเราต้องเเข่งกับเวลาเท่านั้น จะต้องทำให้ได้ใน 1 วันนี้ อย่าปล่อยให้คนอื่นเอาชนะไปได้”

 

“ใช่แล้ว คิดเหมือนกันเลย พวกรุ่นน้องเพิ่มประสิทธิภาพในการล่ามากขึ้น ส่วนพวกเราก็เร่งความเร็วในการล่าของตนเอง อันดับสองนี้อย่างไรก็ต้องเก็บไว้ได้!”

 

​เห็นพวกรุ่นพี่แสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ซูหยวนก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อย แม้ว่าแผนการของพวกรุ่นพี่จะดี แต่นั่นเป็นกรณีปกติ เพราะสำหรับแผนของเธอ...แม้จะใช้กับดักช่วยแล้ว เกรงว่าจะจัดการกับพวกมันไม่ทันน่ะสิ

 

​ดังนั้นจึงต้องให้พวกรุ่นพี่ปี 4 คนเป็นคนมือ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันล่าสัตว์ร้ายที่ติดกับดัก ก็น่าจะจัดการได้หมดก่อนที่กับดักที่ “เตรียมมา” จะหมดลง

 

“รุ่นพี่ เรื่องนี้ยังไงก็ต้องให้รุ่นพี่ทำค่ะ ฉันเข้าใจว่ารุ่นพี่จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง กว่าจะจัดการเสร็จ ส่วนพวกเพื่อนๆปี 3 และรุ่นน้องชั้นปีอื่น ฉันก็มีแผนสำหรับพวกเขาแล้วเหมือนกัน”

 

“หืม? ใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลยหรือ? เป็นแค่การใช้กับดักแช่แข็งแกร่งหรือ?”

 

“ใช่ค่ะ” อันซูหยวนไม่เสียเวลาอธิบายให้ยืดยาม สิ่งที่เธอทำนั้นดียิ่งกว่าคำอธิบายใดๆ เพราะหลังจากที่พูดจบ เธอก็หยิบเอากับดักขนาดเท่า 1 กำมือออกมาจากกระเป๋าสะพายหลังเป็นสิบอัน ซึ่งนี่ไม่ใช่จำนวนทั้งหมดที่มีเสียด้วย!!

 

“OO!!”

 

 ………………………………