บทที่ 507 พลิกกระดาน (อ่านฟรี 26 ก.ค. 69)
บทที่ 507 พลิกกระดาน (อ่านฟรี 26 ก.ค. 69)
บทที่ 507 พลิกกระดาน
“ในเมื่อทุกคนเห็นตรงกันก็เอาตามนั้นก็ได้ ฉันจะรอดูแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น หากอัตราการล่าต่ำก็จะยกเลิกความร่วมมือนี้”
ซูหยวนสรุปให้พวกเขา ซึ่งทำให้นักเรียนทั้งสองสถาบันพอใจ หลิ่วโปยิ้มกว้างก่อนจะหันไปพยักหน้ากับคนของตนเองให้เริ่มลงมือได้
ซากของพวกกลายพันธุ์อยู่ที่พวกเขาจำนวนมาก พวกมันยังไม่ตายจึงไม่นับว่าเป็นการลงมือของพวกสถาบันแผนและกลยุทธ์ การแสดงออกชุดแรกนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ซูหยวนเชื่อใจว่าเจ้าตัวแสบหลิ่วโปคงไม่เล่นลิ้นอะไรอีก
ทางด้านหลิ่วโปและเพื่อนสนิท หลังจากที่พวกเขาแยกตัวออกมาแล้ว เพื่อนสนิทของหลิ่วโปก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
“หลิ่วโป ทำไมนายถึงมั่นใจว่าพลทหารพิเศษอันจะเอาของดีมากมายมาที่นี่ล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะนายวางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรก พวกเราก็คงจะไม่ได้ส้มหล่นขนาดนี้”
“นายเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนที่ติดต่อกับพวกสถาบันเกษตรกรแล้ว ทำให้พวกเขายอมรับเงื่อนไขเล็กๆน้อยๆของพวกเรา จากนั้นก็ทำให้สถาบันนั้นไม่มีความสามารถในการแข่งขันอีก เพราะแบบนั้น...ก็เหมือนกับตัดคู่แข่งหรือปัจจัยที่อาจจะทำให้ผลการคำนวนคาดเคลื่อนได้ เพราะอย่างไรสถาบันแผนและกลยุทธ์ของพวกเราก็ฟังนายอยู่แล้ว”
“ตอนที่นายคิดตอนนั้น มีคนมากมายไม่เห็นด้วย แต่นายก็ยังมั่นใจ นาย...หรือว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้านายของตนเองจะมีกับดักจำนวนมากเหล่านั้นงั้นหรือ?” ได้ยินคำถามของเพื่อนนักเรียน หลิ่วโปก็หัวเราะออกมาเบาๆ
เขาจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้านายจะเอากับดักระดับสูงจำนวนมากมา เดิมทียังคิดว่าจะขอบอลกาวตัวหนืดหรือแบ่งพวกสารดึงดูดสัตว์ร้าย อาจจะมียาที่เจ้านายให้คนในกลุ่มปรุงขึ้นมาเพิ่มเติมด้วย ในความคิดของเขา...ได้แค่นั้นก็เรียกว่าการลงมือครั้งนี้คุ้มค่าแล้ว
เพราะสำหรับสถาบันของพวกเขา...คะแนนในส่วนการล่าพวกนี้ไม่ได้มีประโยชน์เลย พวกเขาไม่เหมือนกับสถาบันนักล่า สถาบันเพลิงพลอง หรือสถาบันเกษตรกรที่บ้ากำลังพวกนั้น ทั้งยังรู้ดีว่าคนจะเลือกพวกเขาเข้าทำงานในองค์กรหรือในกองทัพไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการล่า หากแต่เป็นประสิทธิภาพในการวางแผนและควบคุมคนต่างหาก
เพื่อที่จะแสดงฝีมือออกมา...เขาจึงเตรียมแผนนี้ตั้งแต่แรก กดดันสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งให้อยู่หมัด จากนั้นก็มาแลกเปลี่ยนกัน...
นอกจากพวกเขาจะได้รับทรัพยากรจำนวนมากกลับไปแล้ว ยังทำให้ทุกคนได้แสดงฝีมือในการควบคุมพวกนักล่าจริงๆด้วย โอกาสดีๆแบบนี้จะไปหาได้จากที่ไหนอีก ดังนั้นหลิ่วโปจึงได้คิดคำนวนเอาไว้หมดแล้ว
ทว่า...เจ้านายของเขากลับเล่นใหญ่กว่า มีกระทั่งกับดักระดับสูงที่จะทำให้เอาชนะสถาบันเพลิงพลองได้อย่างง่ายดาย
เหอ เหอ เหอ ถ้าปล่อยให้เจ้านายทำแบบนั้นจริง เชื่อได้เลยว่าจะต้องถูกกล่าวหาว่าโกงแน่ๆ ขนาดจะให้เจ้านายเข้าร่วมการแข่งขันก็ยังไม่ยอม คิดหรือว่าจะยอมให้เจ้านายให้กับดักพวกนั้นทำคะแนนได้น่ะ!
“เจ้านายของฉันเป็นคนที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ แต่ถ้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ยังไงก็ต้องได้รับประโยชน์”
“นี่....ก่อนหน้านี้เคยเห็นว่านายบูชาเจ้านายมากๆ ก็ยังคิดว่านายทำเกินไป แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว...บางที หลังจากเรียนจบแล้วตระกูลของฉันไม่มีตำแหน่งดีๆให้ ฉันอยากจะไปสมัครอยู่กับเจ้านายของนายด้วยได้ไหม น่าจะมีอะไรตื่นเต้นมากมายรออยู่แน่นอน”
“หึ จะมาอยู่กับเจ้านายฉันงั้นหรอ? นั่นก็ต้องดูว่านายมีความสามารถพอหรือเปล่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่านายอยากจะสมัครหรือเปล่า” หลิ่วโปส่ายหน้า มองเพื่อนด้วยสายตาดูถูก ทำเอาเจ้าตัวถึงกับหัวเราะออกมา
“ไอ้เจ้านี่!”
สองคนหัวเราะให้กันหลังจากนั้น แน่นอนว่าเมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูของคนในสถาบันแผนและกลยุทธ์ ทันทีที่พวกเขารู้ว่าแผนการของหลิ่วโปประสบความสำเร็จ ทุกคนก็เป่าปากโล่งใจออกมา
หากพวกเขาเป็นอันดับ 3 อย่างมากก็ได้แต้ม 0.3 แต้ม แล้วก็ของรางวัลเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่ตอนนี้...พวกเขาจำเป็นต้องรอของรางวัลไร้ค่าพวกนั้นด้วยหรอ? กับดักระดับสูงมากกว่า 10 ชิ้นจะเป็นของสถาบันงั้นหรือ? ต่อไปเมื่อมีโอกาสไปทำภารกิจใหญ่โตกว่านี้ พวกเขาก็ยังเอาพวกมันไปใช้ได้ นั่นจะเป็นประโยชน์มากกว่าอีก!!
“ว่าแต่หลิ่วโป นายคิดว่าสถานที่แบบนี้เป็นยังไงกันแน่ ทำไม...ถึงมีสัตว์ถือกำเนิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แถมยังเป็นสัตว์ที่สามารถให้สารอาหารมากมายขนาดนี้ด้วยอีก...”
“จะบอกว่าเจ้านายของหลิ่วโปกับพวกพลทหารพิเศษคนอื่นๆจัดหามันขึ้นมา ฉันก็คิดว่ามันดูพิเศษเกินไปหน่อยนะ มันเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ ถ้าบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ล่าอีกแห่ง...ยังจะน่าเชื่อกว่าอีก” ในที่สุด คนฉลาดก็เริ่มพูดถึงเรื่องที่คนฉลาดเท่านั้นที่จะสงสัยขึ้นมา
หลิ่วโปหรี่ตาลงเล็กน้อย ในฐานะที่เขาเป็นคนของเจ้านายอัน ย่อมต้องรู้เรื่องพวกนี้บ้างไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะพูดมันออกไปดีหรือไม่เท่านั้น!
“นี่ หลิ่วโป...ตั้งแต่ที่นายทำสีหน้าแบบนั้น พวกเราก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้มีปัญหา เร็วเข้า! รีบบอกพวกเราให้หมด ไม่อย่างนั้นพวกเราจะรวมหันกันกลั่นแกล้งเจ้านายของนายแน่”
“นั่นน่ะสิ ตั้งแต่เรื่องที่พาพวกเรามาอยู่รวมกันแล้ว ดูก็รู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นข้างนอกแน่ บอกพวกเรามาดีกว่าว่าข้างนอกจะต้องเจอกับอะไรบ้าง พวกเราจะได้ทำใจไว้เลย ไหนๆก็เหลืออีกแค่วันเดียวแล้ว”
“อืม อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้นะ รีบบอกมาๆ” คนหนึ่งเริ่ม คนอื่นๆก็สนับสนุน
ทุกคนในสถาบันแผนและกลยุทธ์ถูกฝึกฝนให้มีความสามารถในการตรวจจับรอบด้านแล้ว ดังนั้นพวกเขาย่อมรู้ว่าท่าทางของอาจารย์และพวกทหารมีความผิดปกติ
คิดไปคิดมา...การที่จู่ๆก็เรียกตัวนักเรียนทุกคนมาเก็บไว้ในที่เดียวนี้ แถมยังตัดขาดไม่ให้ติดต่อโลกภายนอก ถึงจะอ้างเรื่องการแข่งขันเก็บคะแนนขึ้นมา แต่ปกติแล้วเรื่องแบบนี้ควรต้องประกาศให้รู้ล่วงหน้าไม่ใช่หรือ?
อีกทั้ง นี่ก็ยังจัดงานเป็นปีแรก พวกเขาลงมืออย่างไรโดยไม่ให้เป็นที่รับรู้เลย ขนาดตระกูลของพวกเขาก็ยังไม่มีข้อมูลนี้ ด้วยความผิดปกติทั้งหมด...ทุกคนจึงรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าจะต้องมีปัญหา
หลิ่วโปเห็นว่าทุกคนสนใจมาก ทั้งวันนี้ก็ยังเป็นวันสุดท้ายแล้วจริงๆ การปล่อยให้พวกเขารู้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมแผนรองรับน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงค่อยๆอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง
“นี่...หมายความว่าตอนนี้ครอบครัวของฉันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้...ใช่ไหม?”
เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งที่ได้ยินคำอธิบายทั้งหมด สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป ทั้งวิตกกังวล ทั้งเป็นห่วง และกำลังเสียใจ เห็นได้ชัดว่าคำพูดของหลิ่วโปนั้นกระทบกระเทือนจิตใจของเธอมาก
“แล้วพวกเราจะรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ฉัน ฉันอยากจะออกจากพื้นที่แห่งนี้แล้ว ฉันอยากจะออกไปดูว่าครอบครัวของฉันเป็นยังไง...”
“ใช่ พ่อแม่ของฉันเป็นยังไงบ้าง ทุกคนปลอดภัยดีไหม”
“หลิ่วโป นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วงั้นหรอ? ทำไมถึงไม่บอกพวกเราก่อน นี่มัน...นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ”
ไม่ใช่แค่เพื่อนนักเรียนคนเดียวเท่านั้นทึ่กำลังควบคุมความรู้สึกของตนเองไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่ขอให้หลิ่วโปอธิบายสถานการณ์ บางคนรู้สึกว่ามันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องอันตรายแน่ ไม่อย่างนั้นสถาบันทั้งหมดจึงไม่เลือกพวกเขาเพื่อมาซ่อนในที่แห่งนี้หรอก แต่...การคาดเดาก็ไม่เทท่ากับการยอมรับความจริง! ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว พวกเขาก็รู้สึกต่างออกไป
“ใจเย็นๆก่อน ต่อให้อยากจะออกไปตอนนี้ก็ทำไม่ได้หรอก อีกอย่าง...เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นและผ่านไปแล้ว ขนาดพวกนายที่ถูกฝึกฝนให้ควบคุมจิตใจตัวเองให้ดี ทำให้มีสติเตรียมพร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์อยู่เสมอยังเป็นแบบนี้ ถ้าบอกให้นักเรียนทั้งหมดรู้เข้า...คิดว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
“พวกกองทัพตัดสินใจที่จะปกป้องเด็กๆอย่างพวกเราเอาไว้ พวกนายน่าจะเข้าใจดีว่าเป็นเพราะอะไร หากเป็นพวกนายเอง...เมื่อต้องตัดสินใจรับมือเรื่องใหญ่อย่างการพิพากษาของพวกกลุ่มดวงตามาร จะใช้วิธีการแบบไหน? ถ้าเป็นฉัน...หากจุดมุ่งหมายคือการปกป้องมนุษย์ชาติไม่ให้สูญพันธุ์ และเก็บความรู้ที่หลากหลายจากตระกูลต่างๆเอาไว้ โดยไม่ให้พวกกลุ่มดวงตามารรู้ว่าพวกเรารู้ตัวก่อนแล้ว ทางเลือกนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!”
“มันคงไม่ถูกใจทุกคนไปได้ แต่เพื่อความอยู่รอดก็จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพราะกองทัพไม่รู้ว่าพวกกลุ่มดวงตามารจะมีลูกเล่นอะไรบ้าง หากทุกคนตายกันหมด...อย่างน้อยพวกเราที่นี่ที่เป็นรุ่นเยาว์ก็จะมีโอกาสในการพัฒนามนุษย์ชาติต่อไป”
หลิ่วโปพูดแบบนั้น สีหน้าของทุกคนแม้จะยังย่ำแย่ แต่พวกเขาก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่าหลิ่วโปกำลังหมายถึงอะไร เสียงโวยวายก่อนหน้านี้ค่อยๆเงียบไป ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนยอมรับไม่ได้อยู่ดี
“ตอนนี้ที่พวกเราต้องทำก็คือการทำตามสัญญาแลกเปลี่ยนกับพวกสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลบ้างก็ตาม แต่พวกเราจะต้องอยู่รอดไปพร้อมกับมีทรัพยากรในมือด้วย หากึคนไหนมีครอบครัวเหลืออยู่ ก็สามารถใช้มันเพื่อสนับสนุนแผนงานของครอบครัวได้ หรือถ้าใครไม่มีคนอยู่ด้วยแล้ว...ก็จะได้ขายทรัพยากรที่พวกเราจะได้ในวันนี้แล้วเอาเครดิตไปทำการลงทุนต่อ”
“ฉันเชื่อว่าเจ้านายน่าจะมีแผนการรับมือเอาไว้บ้างแล้ว ฉะนั้น...ทุกคนต้องทำให้เต็มที่ เรื่องมันเกิดไปแล้วและก็ไม่มีใครทำอะไรได้แล้ว รออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นก็จะพบกับความจริงทั้งหมด” หลิ่วโปเรียกสติพวกเขากลับมา
ถ้าทุกคนยอมแพ้ตอนนี้แล้วเอาแต่จะอยากกลับไปที่เขตปลอดภัย สุดท้ายระยะเวลาก็มีเท่ากัน แต่พวกเขาไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยในระหว่างที่กำลังรออยู่ ดังนั้นทุกคนจึงเริ่มขยับตัว
“มาเถอะ ทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม พวกเราจะต้องกลับไปพร้อมความหวัง” เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมา คนอื่นๆก็พยักหน้ายอมรับด้วย
สาเหตุที่พวกเขาเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่ายดาย ยอมรับได้ง่ายๆเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะพวกเขามีความคิดในระดับสูง สถานการณ์ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ที่ต้องทำก็คือการเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่างหาก
“แบบนี้แย่แน่”
เพื่อนของหลิ่วโปหลังจากเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็รู้เลยว่าหลังจากนี้จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแน่ ไม่ใช่แค่เรื่องการฟื้นฟูจากการที่ตระกูลหลายตระกูลได้รับความเสียหายจากกลุ่มดวงตามารเท่านั้น แต่เด็กๆรุ่นเยาว์เหล่านี้...
ต่อไปอาจจะกลายเป็นปัญหาได้ กองทัพจะต้องเตรียมแผนการรับมือให้ดี เพราะอย่างไรพวกเขาก็ถือเป็นรุ่นเยาว์ที่จะกลายเป็นอนาคตของมนุษย์ชาติต่อไป
“อืม แต่เรื่องพวกนั้นเราไม่ต้องสนใจหรอก คงจะมีคนคิดแผนการเอาไว้แล้ว”
“คิดแผนการ? ถ้าฉันเดาไม่ผิด...บางทีอาจจะไปลงที่กองกำลังพิเศษ...ดูจากการนำเสนอก่อนหน้านี้ พวกเขาพยายามบอกว่าทั้งหมดที่นี่เป็นกองกำลังพิเศษที่เตรียมเอาไว้ ดังนั้น...มันทำให้เข้าใจได้ว่าแผนการทั้งหมดมาจากพลทหารพิเศษด้วย”
“แม้จะเป็นแบบนั้น แต่นายก็ไม่ต้องใส่ใจหรอก”
“หืม? นายไม่ห่วงเจ้านายตัวเองเลยหรอ? เธอก็เป็นคนของกองกำลังพิเศษเหมือนกันนะ”
“หึ คิดว่าจะมีใครทำอะไรเจ้านายฉันได้รึไง?”
หลิ่วโปแค่นหัวเราะออกมา เขาไม่ใส่ใจเรื่องนี้อีก เพียงเดินไปจัดการเรื่องที่ควรต้องทำก็เท่านั้น
ด้วยความร่วมมือของสถาบันแผนและกลยุทธ์ กับการล่าอย่างต่อเนื่องของพวกรุ่นพี่ปี 4 ในที่สุดเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ทำคะแนนตีตื้นสถาบันเพลิงพลองมาได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สถาบันเพลิงพลองยังมีคะแนนนำประมาณ 5 คะแนน แม้ว่าถ้าทำแบบนี้ต่อไปก็อาจจะทำให้พวกเขาเอาชนะได้อยู่ดี ทว่าซูหยวนไม่ได้คิดจะรอ
ในที่สุดเธอก็ให้พวกรุ่นพี่ปีสี่เอากับดักออกไปใช้งานบางส่วน แม้ทุกคนจะปวดใจ แต่นี่เป็นเงื่อนไขที่ซูหยวนมอบให้พวกเขาแล้ว สุดท้ายหลังจากผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง พร้อมกับการทำงานหนักอย่างเต็มที่ ในที่สุดสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็กลายเป็นผู้ได้คะแนนอันดับหนึ่งแล้ว!
หลังจากที่คะแนนสามารถขึ้นนำได้ พวกเขาก็รีบหยุด ราวกับว่าการใช้กับดักพวกนี้เกินไปอีกสักอันเดียวก็จะทำให้พวกเขาต้องปวดใจ!
หลังจากคะแนนขึ้นนำแล้ว ซูหยวนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำอีก อย่างไรนักเรียนของสถาบันแผนและกลยุทธ์ก็อยากที่จะใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงแยกตัวออกไปเพื่อไปพูดคุยกับทหารพิเศษสองสามคนที่อยู่ในพื้นที่นี้ พวกเขาเองจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือปัญหาที่จะเกิดขึ้นเหมือนกัน
การที่คะแนนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งพุ่งขึ้นราวกับติดจรวดเช่นนี้ทำให้ทุกสถาบันต้องถอนหายใจออกมา พวกเขารู้ว่าพลทหารพิเศษอันกลับมาถึงแล้ว พวกสถาบันเพลิงพลองเป็นคนที่สนใจอันดับมากกว่าใคร เพราะการที่ทุกคนคาดว่าผลคะแนนจะเปลี่ยนอย่างก้าวกระโดดเมื่อพลทหารพิเศษอันกลับมา มันทำให้พวกเขากดดันมาก
หลายคนสงสัยอยู่ว่าจะเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ หรือแค่เป็นความคาดหวังกันไปเอง เวลานี้จึงเข้าใจว่าผลลัพธ์มันเป็นอย่างไร
“พวกนั้นนำไปแล้ว”
“แค่พลทหารพิเศษคนเดียว ถึงกับเปลี่ยนสถานการณ์ได้ขนาดนี้เลยหรอ ช่าง...” คนพูดเงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาจะมีประกายบางอย่างปรากฏอยู่
…………………………………….
ขออภัยที่มาช้านะคะ TT