บทที่ 513 ยาเถื่อน (อ่านฟรี 1 ส.ค. 69)
บทที่ 513 ยาเถื่อน (อ่านฟรี 1 ส.ค. 69)
บทที่ 513 ยาเถื่อน
เธอมองยาในมือของชายหนุ่มด้วยความลังเล การที่เขายอมเอายานี้มาให้ก็ถือว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายมากเเล้ว ถ้าเกิดเธอนำเรื่องนี้ไปเเจ้งความ เชื่อเลยว่าพันเอกเติ้งจะรับผิดชอบเรื่องยานี้เอง ไม่โยนความผิดไปให้อันซูหยวนเเน่ นี่หมายความว่า...เขากำลังทำเพื่อ “สหาย” อย่างที่ปากพูดจริงๆ
หญิงสาวหลับตาลง ตอนนี้หัวของเธอหมุนไปมาจนปวดหนึบ รู้สึกว่ามันอาจจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ เเต่สุดท้าย...เธอก็หัวเราะออกมา
“ฉันไม่ได้มีทางเลือกมากนักจริงๆค่ะ”
ในที่สุดเธอก็ยอมเเพ้ ต่อให้ไม่ยอมรับการมีอยู่ของโรงทำยาเถื่อนนี้ก็เถอะ เเต่ถ้ามันช่วยรักษาพ่อของเธอได้จริงๆ ขอเเค่เขาไม่ตายจากเธอไป ขอเเค่...เขายังมีโอกาสได้เห็นเธอที่เปลี่ยนมาเป็นผู้ใช้หอกตามรอยของเขา ...
“คุณเชื่อใจที่มาของยา เเต่ฉันไม่เชื่อนะคะ ถึงอย่างนั้น...ฉันก็เชื่อใจคุณ เเละคิดว่าพ่อของฉันก็เชื่อใจคุณด้วย หากมีปัญหาเกิดขึ้น หรือคุณวางแผนที่จะฆ่าพ่อของฉันตั้งเเต่เเรก คุณรอได้เลยว่าฉันจะหาโอกาสแก้เเค้นคุณให้ได้!”
“อืม นั่นก็ตามใจเธอเลย”
เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะวางขวดยาสีใสไว้ตรงหน้า กลิ่นของมันช่างหอมหวานในสายตาของผู้ทำยาอย่างบุตรสาวพันเอกกวน เธอรับรู้ได้ถึงพลังงานที่เเสนบริสุทธิ์ข้างในนั้น
เเต่น่าเเปลก...น่าแปลกที่กลิ่นของสมุนไพรล้วนเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยทั้งหมด เหมือนกับว่ามันเป็นยารักษาระดับสูงทั่วไปที่หาซื้อได้
เเล้วยาเเบบนี้...ยาที่มีกลิ่นดีกว่าปกติเล็กน้อย หากเเต่มีสมุนไพรเหมือนเดิมทุกประการ จะเป็นยาวิเศษที่รักษาบาดเเผลของพันเอกเติ้งได้อย่างไร
เเม้จะรู้สึกเเปลกๆ เเต่เธอก็ดมเเล้วไม่พบสมุนไพรปัญหา หรือสารพิษในนั้น ถ้ามันเป็นไปตามที่เธอคิด...ต่อให้ไม่ได้ผลดีมากนักก็ยังไม่อันตรายเกินไป หากเกิดจากการปรุงยาผิดพลาดก็ยังใช้ยาแก้พิษได้ เพราะมันไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ยามีคุณสมบัติไม่เสถียร เห็นสีน้าผ่อนคลายของเด็กสาว เติ้งเทียนเฉินก็เลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เเค่รอดูผลลัพธ์จากการได้รับยาเท่านั้น
เเม้จะมั่นใจในตัวซูหยวน เเละมั่นใจว่ายานี้เป็นของวิเศษเเน่นอน ถึงอย่างนั้น...เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะมีผลต่อการรักษาหัวใจหรือไม่
หญิงสาวเคลื่อนไหวรวดเร็วหลังจากตัดสินใจได้แล้ว
เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาเห็นตอนที่เธอให้ยา เพราะไม่อย่างนั้นจะถูกจับในข้อหาใช้ยาเถื่อน เเถมยังเป็นการใช้ยาในสถานรักษาอีกต่างหาก เเบบนี้เธอที่เป็นผู้ทำยาของสถานรักษาจะต้องถูกโทษหนักเเน่
มือเล็กๆกรอกยาใสเข้าปากบิดาอย่างระมัดระวัง มองดูน้ำยาที่ค่อยไหลเข้าไปในปาก รู้สึกว่าหัวใจเต้นเเรงมากกว่าที่เคย ... ทุกลมหายใจของบิดาคือเครื่องยืนยันว่ายานี้จะส่งผลกระทบอย่างไร หากเกิดปัญหาขึ้น เธอจะได้รีบร้องขอให้คนอื่นเข้ามาช่วยได้ทันเวลา
“อึก!”
ผ่านไปเกือบ 5 นาที ในที่สุดก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น คนที่ยังนอนอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับลมหายใจที่เเผ่วเบา จู่ๆก็เเสดงอาการเหมือน “เจ็บปวด” ขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้คนเป็นลูกสาวตกใจมาก เธอเกือบจะร้องออกมาเสียงดังเเล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเติ้งเทียนเฉินรีบเข้ามาจับไว้ก่อน
“ใจเย็นๆ นี่เป็นเเค่กระบวนการรักษา”
“อะไรนะ กระบวนการรักษาหรือกระบวนการทรมานพ่อของฉันกันเเน่!”
“มีสติหน่อย เธออยู่สถานรักษามานานเเล้ว น่าจะรู้สิว่าการตอบสนองเเบบนี้เป็นเรื่องปกติของคนที่ใกล้จะตายหรือเปล่า? ไม่ใช่ว่าก่อนหน้าพันเอกกวนไม่เเม้เเต่จะเเสดงความรู้สึกอะไร ต่อให้ถูกผ่าหัวใจงั้นหรอ?”
เติ้งเทียนเฉินเรียกสติหญิงสาว ซึ่งคำพูดนั้นของเขาได้ผลจริงๆ ก่อนหน้านี้พ่อของเธอไม่มีเเรงเเม้เเต่จะส่งเสียงร้องออกมา ทว่าตอนนี้...
“พ่อ พ่อคะ”
เธอเข้าไปหาบิดาที่กำลังขยับเหมือนกับบาดเจ็บ พยายามจับมือของเขาให้รู้ว่าเธอยังอยู่ที่นี่ เเน่นอนว่าเเม้จะรู้เเบบนั้น ทว่าน้ำตาของเธอก็ยังไหลอาบเเก้ม เธอกำลังเจ็บปวดเหมือนกับที่บิดากำลังเจ็บปวด!
เนิ่นนานกว่ากระบวนการจะจบลง ตอนที่เติ้งเทียนเฉินได้รับการรักษา นั่นใช้เวลาเเค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น เเต่ของพันเอกกวน...กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ทำเอาทั้งสองคนที่มีสติดีอยู่ในห้องด้วยความกดดัน
สุดท้าย...เมื่อเสียงร้องของพันเอกกวนจบลง พวกเขาก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายหมดเเรงขนาดไหน กลับไปนอนสงบอีกครั้งเหมือนกับก่อนหน้า เพียงเเต่...อาการที่เห็นนี้ถือว่าเป็นความสงบที่เเท้จริง ไม่ใช่การนอนหายใจรวยรินเหมือนตอนเเรก
หญิงสาวสกุลกวนไม่เสียสมาธิอีกต่อไป เธอเเตะไปที่เส้นพลังงานเเละเส้นหัวใจของบิดาเพื่อตรวจสอบ ในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอ เเละ...ความดันที่คงที่ ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เป็นความดันต่ำจากการที่หัวใจไม่มีเเรงสูบฉีดมากพอ
“นี่...ดูเหมือนว่า...จะรักษาได้ ใช่ไหม?”
เติ้งเทียนเฉินเห็นสีหน้าของหญิงสาวก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความประหม่า ตอนนี้พันเอกกวนไม่เหมือนกับตอนที่เเรงที่เติ้งเทียนเฉินเห็น ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามา อีกฝ่ายนอนซูบซีดเหมือนกับร่างไร้วิญญาณ เเม้ว่าสภาพของเขาจะไม่ได้ดูดีขึ้นนัก กระนั้นก็ยังเห็นว่าใบหน้าที่เคยซีดเผือด บัดนี้กลับมีสีชมพูจางๆเป็นริ้วเล็กๆ นี่เหมือนจะเป็นความหวังได้เลยไม่ใช่หรือ?
“ขอบคุณมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆ พระคุณในครั้งนี้ฉันจะตอบเเทนเเน่นอน เเต่ว่า...คุณควรจะต้องออกไปก่อนนะคะ”
“หืม?” เติ้งเทียนเฉินไม่เข้าใจ ในเมื่อการรักษาเป็นไปด้วยดีเเล้ว ทำไมหญิงสาวจึงต้องไล่เขาไปอีกล่ะ หรือว่าเกิดปัญหาขึ้นเเล้ว?
“ดูเหมือนว่าหัวใจของพ่อจะดีขึ้นก็จริง เเต่ยังมีปัญหาเรื่องที่เลือดไหลซึมจากปัญหาหัวใจมีรูรั่วก่อนหน้านี้ ฉันจะไปเเจ้งกับทางผู้รักษาให้ทำการขับเลือดออกก่อนเพื่อไม่ให้เป็นพิษในภายหลัง”
“ถึงอย่างนั้น...กระบวนการนี้ก็ไม่ได้ยุ่งยากมากอีกเเล้ว พ่อของฉันเป็นผู้ใช้พลังงาน สามารถรับเอาพลังงานจากอุปกรณ์รักษาได้ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดหาทรัพยากร ปกติเเล้วก็จะหายดีเเละได้สติในอีกประมาณ 3-4 วันหลังจากนี้”
“เเต่เพราะจู่ๆหัวใจที่มีรูรั่วของพ่อฉันก็หายดี จะต้องถูกสงสัยเเน่ ถ้าเเค่พ่อของฉันก็อาจจะถูกมองว่าเป็นปาฏิหาริย์ก็ได้ ทว่า...หากรวมกับเเผลของคุณที่ฟื้นฟูอย่างรวดเร็วอีก มันจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงได้เร็วเกินไป สุดท้ายจะเป็นปัญหาได้ค่ะ”
หญิงสาวอธิบาย สาเหตุที่ต้องเชิญเติ้งเทียนเฉินผู้มีพระคุณให้ออกไปจากห้องไม่ใช่เพราะเขาทำผิดหรือเพราะเธออกตัญญู เเต่เพื่อปกป้องความลับนี้ของเขา จำเป็นต้องกันเขาออกไปจากความน่าสงสัยนี้
อีกอย่าง...ถ้ามีคนสงสัยจริงๆเเละคิดว่าเธอเป็นคนใช้ยาเถื่อนกับพ่อ เช่นนั้นเธอก็จะเเบกรับปัญหานี้ไว้เอง เธอจะรับโทษเเทนเติ้งเทียนเฉินหรือเเม้เเต่อันซูหยวน ลูกศิษย์ผู้มีพระคุณของเขา เเละพ่อ!
“ฉันเข้าใจเเล้ว”
เติ้งเทียนเฉินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พวกผู้รักษาเเละนักทำยานั้นเป็นพวกมีอคติมาก อาจจะเพราะพวกเขาต้องการปกป้ององค์กรของตนเอง จึงไม่ยอมรับวิธีการที่นอกเหนือจากที่ตนเองยอมรับอย่างเด็ดขาด เขาเคยได้ยินคนพวกนั้นพูดว่า “ต่อให้ต้องตาย ก็ขอตายไป ดีว่าต้องเป็นหนูทดลองให้ยาเถื่อน” ซึ่งหมายความว่า ต่อให้ยาเถื่อนดีขนาดไหน พวกเขาก็จะไม่รับมัน จะไม่ยอมใช้มัน เเต่จะยอมตาย!
เอาเถอะ ต่างคนต่างมีความเชื่อของตนเอง ยาเถื่อนที่ดีก็มี เเต่ที่ไม่ดีกลับมีมากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะเเหล่งที่มาเป็นเติ้งเทียนเฉิน เเละเขาก็ยืนยันเองว่าเชื่อมั่นในเเหล่งที่มาของยา หญิงสาวก็คงจะไม่ใช้มันกับพ่อของเธอหรอก
นี่ก็เข้าใจได้ เพราะก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่คนขวนขวายอยากจะได้ยารักษามากๆ จนไปเอายาเถื่อนมากินเอง สุดท้าย...คนไม่ตายก็จริง เเต่กลับเป็นทาสของกลุ่มองค์กรเลวๆ ต้องทรมานหากไม่ทำงานให้พวกมัน เเบบนี้น่ากลัวยิ่งกว่าการกลับมามาชีวิตเสียอีก!
เมื่อเติ้งเทียนเฉินออกไปได้สักพัก เเพทย์ที่ดูเเลพันเอกกวนก็เข้ามาตรวจตามปกติ เเม้ว่าทุกคนจะเชื่อว่าอีกไม่นาน พันเอกที่มีชื่อเสียงคนนี้ก็คงจะตายไป เเต่ในช่วงเวลาสุดท้ายของเขา ทุกคนอยากจะดูเเลให้ดี ตอบเเทนที่เขาช่วยปกป้องสถานรักษาเอาไว้ เเละปกป้องมนุษย์ชาติ ทำเพื่อมนุษย์ชาติมานานหลายปี
“คุณหนูกวน วันนี้นอนพักผ่อนบ้างหรือยังครับ”
ผู้รักษาเข้ามาเห็นหญิงสาวที่ดวงตาเเดงก่ำก็ถามเธอขึ้นมาด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ เเต่ก็คุ้นเคยกับคุณหนูกวนที่ร้องไห้ขอโทษบิดาทุกๆวันอยู่เเล้ว คำถามของเขาก็คงเหมือนเดิมในทุกๆวันด้วย
“ค่ะ”
หญิงสาวยังตอบกลับเหมือนที่เคยผ่านมาเพื่อไม่ให้คุณหมอตรงหน้ารับรู้ถึงความผิดปกติ เเม้ในใจจะอยากชี้ให้คุณหมอได้เห็นว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปเเล้ว
“เฮ้อ คุณหนูกวน ผมไม่คิดว่าพ่อของคุณจะดีใจหรอกนะครับถ้าท่านได้เห็นคุณตอนนี้ ในฐานะที่ผมก็เป็นพ่อคนหนึ่ง...ต่อให้ต้องตายก็ยังอยากเห็นลูกมีความสุขครับ ดังนั้นคุณหนูก็ควรจะมีความสุขไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ” ได้ยินคำปลอบโยนเช่นนั้น หญิงสาวก็ยิ้มออกมาจางๆ
เหอ เหอ เหอ ถ้าเขาไม่ใช่หมอที่ดูเเลพ่อของเธอมาอย่างดี เธออาจจะด่าเขากลับไปเเล้วก็ได้ เหตุใดเขาถึงต้องพูดเป็นลางเเบบนั้นด้วย บอกให้เธอมีความสุขเเม้ว่าพ่อกำลังจะตายงั้นหรือ? คำปลอบโยนนี้ช่างมาในเวลาที่ไม่ถูกต้องจริงๆ หากตอนนี้พ่อของเธอยังนอนเจ็บอยู่เหมือนวันก่อนๆ คำพูดนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการกรีดที่เเผลของเธอซ้ำๆ
เอาเถอะ เพราะรู้ว่าคุณหมอหวังดี เเถมพ่อของเธอก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากเขาอีกมาก ดังนั้นเธอจึงเก็บอารมณ์ร้ายของตนเองกลับไป เเล้วรอดูการเเสดงออกของเขาหลังจากนี้
เห็นเธอเเค่ยิ้มตอบรับเหมือนไม่ใส่ใจ คนเป็นหมอก็รู้ทันทีว่าคำพูดของเขาคงไม่เข้าหูเธออีกเเล้ว ดังนั้นจึงส่ายหน้าเล็กน้อยเเล้วทำการตรวจสอบร่างกายของพันเอกกวนต่อไป
เขาเริ่มจากการจับๆคลำๆเส้นชีพจรเพื่อดูว่าพันเอกกวนยังสู้ได้อีกนานเเค่ไหน...
ตึก ตึก
“หืม?”
เเพทย์ผู้รักษาชะงักไป เขาไม่คาดคิดว่าเเค่วางนิ้วก็สามารถสัมผัสเจอชีพจรเเล้ว ทั้งๆที่ปกติจะต้องกดลึกลงไป กระทั่งอาจจะต้องใช้สายรัดเพื่อดูการสูบฉีดด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะชีพจรของเขาอ่อนกำลัง เเต่ตอนนี้...
เมื่อสงสัย คนก็วางนิ้วลงไปอีกครั้ง หากเเต่เปลี่ยนจากข้อมือเป็นหลังคอ เเล้วก็ยังใช้อุปกรณ์ตรวจสอบ เปิดใช้พลังงานเพื่อให้ไหลเข้าไปตามเส้นเลือดของพันเอกกวนเเล้วสะท้อนค่าออกมา
“หืม?”
การอุทานออกมาสองครั้งติดนี้ทำให้หญิงสาวที่เเอบดูอยู่รู้ว่าการตรวจสอบครั้งใหญ่น่าจะใกล้เข้ามาเเล้ว สภาพร่างกายของผู้ป่วยที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้ อย่างไรทีมเเพทย์ก็ต้องทำเรื่องเพื่อขอตรวจสอบโดยเครื่องตรวจสอบขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งสถานรักษานี้มีเพียง 3 เครื่องเท่านั้น เเถมการใช้งานก็ยังเสียพลังงานมาก จำเป็นต้องใช้สำหรับเรื่องที่ต้องการการตรวจสอบอย่างละเอียดจริงๆ
“คุณหมอคะ มีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อฉันหรือเปล่าคะ”
เธอถามกระตุ้น ทำเอาคนเป็นเพทย์ไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรดี เขาคิดอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะพูดก้ำๆกึ่งๆให้เธอ
“เรื่องนี้ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนถึงจะอธิบายได้ อย่างไรก็ตาม...สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เลวร้ายนัก คุณหนูกวนสามารถรออย่างสบายใจได้เลย”
ได้ยินเเบบนั้น หญิงสาวก็พยักหน้า เธอยังเเสร้งทำเป็นไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น เเละรอที่ห้องอย่างสงบ มองดูพ่อของตนเองที่ถูกเข็นเข้าห้องตรวจใหญ่ด้วยความยินดี
……………………………………………