บทที่ 514 คำขอที่มากเกินไป (อ่านฟรี 2 ส.ค. 69)
บทที่ 514 คำขอที่มากเกินไป (อ่านฟรี 2 ส.ค. 69)
บทที่ 514 คำขอที่มากเกินไป
ใช้เวลาไม่นานนัก การตรวจสอบก็เสร็จสิ้น พวกเขาพาพ่อของเธอมาส่งถึงห้อง เเต่กลับไม่มีผู้รักษาติดตามมาด้วย ทว่า...เนื่องจากเธอเป็นหนึ่งในคนของสถานรักษา ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไรอยู่
เเละใช่! ตอนนี้พวกผู้รักษากำลังประชุมใหญ่ พิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นกับพันเอกกวน การที่จู่ๆหัวใจของเขาก็กลับมาดีขึ้นเหมือนเดิม ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีบาดเเผลมาก่อน ถ้าไม่มีร่องรอยของเลือดที่ท่วมอยู่ขั้วปอด พวกเขาก็อาจจะคิดว่าตัวเองเเค่ฝันไป
สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจว่าจะรักษาพันเอกกวนก่อน ดึงเอาเลือดเสียออกมาทั้งช่องท้องเเละขั้วปอด โชคดีของผู้ใช้พลังงานที่จะไม่ตายง่ายๆ เพราะพวกเขามีพลังงานปกป้องอวัยวะสำคัญๆอยู่ หากเป็นคนธรรมดาคงจะตายเพราะน้ำท่วมปอดไปเเล้ว....
ในตอนนั้นเองก็เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับ “พันเอกกวนผู้เป็นอมตะ” ขึ้นมาเเล้ว หลังจากนอนพักเหมือนคนใกล้ตายเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็มีโอกาสที่จะกลับมาเเข็งแรงเหมือนเดิมได้ ช่างเป็นปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่จริงๆ
สำหรับเรื่องที่เป็นประเด็นในสถานรักษานี้ เเน่นอนว่าสุดท้ายยังเข้าถึงหูคนใหญ่คนโตจำนวนมาก ถ้าพวกทหารทั่วไปเชื่อมั่นในปาฏิหาริย์ เช่นนั้นพวกผู้นำก็เชื่อในเหตุเเละผลมากกว่า
เนื่องจากพวกเขามีข้อมูลอยู่ในมือมาก สืบไปสืบมาก็พบความเชื่อมโยงระหว่างพันเอกกวนเเละพันเอกเติ้ง ซึ่งดีขึ้นหลังจากที่อันซูหยวนผู้เป็นพลทหารพิเศษเข้าไปพบ ดังนั้น...พวกเขาจึงไม่แปลกใจอีกต่อไปว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรกันเเน่
“พลทหารพิเศษอันคงจะได้รับทรัพยากรบางอย่างจากอัศวินหงส์ขาวในฐานบุตรีของทางนั้น เเละหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นยารักษาด้วย”
“อืม นับว่าเธอมีความใจกว้างจริงๆ ยารักษานั้นใช้กับพลทหารระดับสูงของเราไปสองคน ทำให้สามารถรักษาความเเข็งแกร่งของมนุษย์ชาติไว้ได้ เรื่องนี้น่าชื่นชมจริงๆ”
“เรื่องที่น่าชื่นชมก็ควรชื่นชม เเต่เรื่องที่เธอทำอะไรตามใจตัวเองเกินไปนี่ก็...”
“อืม เเต่เธอเป็นพลทหารพิเศษ สิทธิ์ในการทำอะไรตามใจก็มีอยู่ พวกเราทำได้เเค่ต้องขอความร่วมมือเท่านั้น อีกอย่าง...ก่อนหน้านี้กองทัพพยายามผลักปัญหาไปให้กองกำลังพิเศษ คิดว่าพวกเขาไม่รู้หรือ? ตอนนี้ถ้าจะไปขอความร่วมมืออะไร ควรระมัดระวังตัวหน่อย”
“ถึงจะพูดเเบบนั้นก็เถอะ....” พวกผู้นำถอนหายใจออกมา รู้ว่าบางอย่างตัวเองก็พลาดไป เเต่ก็ยังไม่วายเสียดายอยู่ดี
หากสิทธิการได้รับทรัพยากรมากมูลค่าเช่นนั้นอยู่ในมือของพวกเขา คงจะสามารถตัดสินใจมอบให้คนของตนเองได้....ตอนนี้นอกจากพลทหารระดับสูงเติ้งเเละกวน ก็ยังมีคนระดับสูง มีทักษะมากมายที่บาดเจ็บเเละกำลังรอปาฏิหาริย์อยู่อีก เเต่น่าเสียดายที่ปาฏิหาริย์เหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขา มันเกิดขึ้นเเค่กับคนที่วนเวียนอยู่รอบๆพลทหารพิเศษอันเท่านั้น….
“เฮ้อ ถ้าตอนนั้นที่ยังไม่เป็นพลทหารพิเศษเเล้วพวกเราดูแลเธอดีหน่อย ตอนนี้เธอจะเชื่อฟังพวกเราเหมือนที่เชื่อฟังประธานจางคนนั้นไหมนะ”
ผู้นำคนหนึ่งบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เเน่นอนคำว่า “ถ้า” นั้นเเปลว่าไม่มีอยู่จริง สุดท้ายเรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่อาจจะแก้ไขได้ มีเเต่ต้องเดินหน้าต่อไปก็เท่านั้น
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการรักษาพันเอกกวน ซูหยวนที่มอบของขวัญให้อาจารย์เเล้วก็ต้องกลับมาทำงานของตัวเองต่อ
การลงมือของพวกกลุ่มดวงตามารนั้นเลวร้ายมาก พวกมันเกือบทำแปลงเพาะปลูกของเธอพังหมด โชคดีที่ทรัพยากรส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวไปหมดเเล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดความเสียหายมาก
ซึ่งการที่ซูหยวนไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้แปลว่าเกษตรกรคนอื่นๆจะรอดไปด้วย พวกเขาไม่ได้รู้ข่าวล่วงหน้า ทั้งยังเร่งการเก็บเกี่ยวไม่ได้ พวกเขาจึงทำได้เเค่ยอมรับความสูญเสียครั้งนี้เท่านั้น
เพียงเเต่…เกษตรกรจำนวนหนึ่งเกิดการบาดเจ็บล้มตาย พื้นที่แปลงเพาะปลูกเหล่านี้เป็นหน้าที่ของใครไม่ได้เลยนอกจากคนขององค์กร
ทางแก้ไขในตอนนี้ก็คือ การที่พยายามมอบภารกิจเหล่านี้ให้นักเรียนได้ทำ หรือเเม้เเต่พยายามจะจ้างคนทั่วไปมาช่วยจัดการกับสารพิษที่พวกกลุ่มดวงตามารเอามาโยนทิ้งไว้ เเต่จำนวนผู้ควบคุมงานกลับมีไม่พอ สุดท้ายจึงมีคำสั่งออกมา…ให้ทุกคนในองค์กรที่มีเวลามาช่วยกันควบคุมดูแลการทำงานของผู้ที่จ้างมาทำ แต่การ “ขอความร่วมมือ” ย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าโอกาสจะได้คนมาช่วยนั้นน้อยนิด
ซูหยวนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่อยากเข้าไปในองค์กรเช่นกัน เธอมีพื้นที่ที่ต้องดูเเลจำนวนมาก เเม้ว่าจะไม่ได้ต้องทำอะไรนัก กระนั้นการเสียเเรงกายเเรงใจไปกับเรื่องที่ไม่ได้ผลประโยชน์ก็ไม่ใช่วิถีของเธอ
จนกระทั่ง...องค์กรส่งจดหมายมาหา พวกเขาต้องการให้เธอเขาไปช่วยเหลือจริงๆ เเละที่สำคัญ...พวกเขาพร้อมจะยกระดับตำแหน่งเกษตรกรให้เธอด้วย
ตอนนี้ซูหยวนเป็นเกษตรกรขั้นผู้ชำนาญเเล้ว ขั้นต่อไปจะต้องเลื่อนระดับตามระยะเวลาในการเป็นเกษตรกร เเต่เพื่อขอให้เธอไปช่วย พวกเขาจะยกให้เธอเป็นเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญในทันทีโดยไม่ต้องรออายุเกิน 30 ปี หรือมีเวลาการเป็นเกษตรกรมากกว่า 10 ปี
ซึ่งการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปอีกนั้นจะทำให้ซูหยวนเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ระดับสูงได้มากขึ้น กระทั่งโอกาสรับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการทำเกษตรก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ตอนนี้เธอตัดสินใจว่าจะเริ่มทำการเพาะปลูกเเค่สมุนไพรเพื่อเอามาสนับสนุนการทำยาของตระกูลอี้ สำหรับผักเพื่อเเปลงเป็นสารอาหารนั้นไม่จำเป็นอีกเเล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเธอสามารถรับของพวกนั้นมาจากดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ได้ เเค่พื้นที่ D ที่มีเนื้อปลาจำนวนมาก ก็ผลิตสารอาหารสังเคราะห์เเจกจ่ายให้ประชาชนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เเล้ว ดังนั้นพื้นที่เพาะปลูกที่มีจำกัดนี้ไม่ต้องเอาไปใช้ให้เสียประโยชน์อีก
ซูหยวนตัดสินใจมาที่องค์กรเกษตรกร ซึ่งที่องค์กรเกษตรกรก็มีคนของกลุ่มดวงตามารอยู่เหมือนกัน ตอนนี้อาคารกลางของพวกเขาถูกเผาไปครึ่งอาคาร ยังสังเกตเห็นรอยเผาไหม้ช่วงด้านหลังอยู่เลย ไม่น่าแปลกใจที่พวกระดับสูงในตอนนี้จะต้องยกโต๊ะทำงานมากองอยู่รวมกันที่ด้านหน้า กลายเป็นเหมือนสำนักงานขนาดเล็กในโลกก่อนของเธอเลย...
“เกษตรกรอัน?”
“โอ๊ะ เกษตรกรอันหรือ? ในที่สุดก็มาเเล้วสินะ”
“เกษตรกรอัน เชิญๆ เชิญทางนี้”
เเม้ว่าซูหยวนจะรู้ว่าพวกเขาต้องการความร่วมมือจากเธอ เเต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นความกระตือรือร้นเเบบนี้
เมื่อเข้ามาข้างใน ซูหยวนจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าจำนวนของเกษตรกรในองค์กรเหลือไม่มากนัก ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะพวกเขาตายไปเกือบหมด หากเเต่หลายคนต้องกลับไปช่วยตระกูลในการฟื้นฟู ทำให้ไม่ค่อยได้เข้ามาช่วยองค์กรนัก
ส่วนพวกที่ยังอยู่ก็คือพวกที่รักองค์กรอย่างมาก รวมถึงประธานเเละรองประธานองค์กรด้วย พวกเขายืนขึ้นเพื่อมารับซูหยวนด้วยตัวเอง อืม...เเม้จะไม่รู้ว่านี่เป็นการมารับเพราะให้เกียรติ หรือมารับเพราะกลัวว่าเธอจะวิ่งหนีไปก่อนก็เถอะ...
“องค์กรเกษตรกรโดนเล่นงานไม่น้อยเลยนะคะ” เธอเปิดประเด็นสำคัญขึ้นมา ก็เห็นสีหน้าของพวกผู้บริหารเปลี่ยนเป็นย่ำเเย่
“โดนเยอะเลย ไม่ใช่เพราะพวกกลุ่มดวงตามารมาถล่มด้วยตัวเองหรอกนะ เเต่พวกมันปล่อยสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาโจมตีเยอะเลย ไอ้พวกนั้นก็สารเลว ฉลาดเกินไป...รู้ด้วยว่าอาหารอยู่ตรงไหน ไล่ตามมาจนทำลายอาคารของพวกเราเกือบหมด พวกมันบุกมาเพื่อขโมยผักที่พวกเราเก็บเอาไว้จนหมดเกลี้ยงคลังเลย เเถมยังมาระเบิดอาคารของพวกเราอีก”
“เเม้ว่าพวกเราเกษตรกรจะมีฝีมือในการต่อสู้เล็กๆน้อยๆ เเต่ปัญหาก็คือ...พวกเราที่อายุมากเเบบนี้เเล้วจะยังมีเรี่ยวเเรงต่อสู้ได้ยังไง เกษตรกรอันคงจะไม่รู้ว่าไอ้พวกนักล่าพวกนั้นจงใจที่จะปล่อยให้พวกเราโดนถล่มเละเเล้วค่อยปรากฏตัว ยังจะมีหน้ามาพูดอีกว่าพวกเราอ่อนเเอกันขนาดนี้เลยหรอ? นั่น! ดูพวกมันสิ!”
ยิ่งพูดก็ยิ่งดุเดือด ยิ่งเอาความเจ็บปวดในใจออกมามากขึ้น พวกเขาจำได้ดีว่าถ้าตอนนั้นพวกทหารมาช่วยเร็วกว่านี้ อาคารของพวกเขาก็ไม่น่าจะยับเยินเหมือนที่เห็น ในใจของพวกเขาเชื่อว่าทหารหรือพวกนักล่าตั้งใจที่จะทำเเบบนี้!
ซูหยวนในฐานะที่เป็นนักล่าเเละเป็นเกษตรกรเหมือนกันรู้สึกเข้าใจทั้งสองฝ่าย สำหรับเกษตรกร...เเปลงเพาะปลูกเเละอาคารเก็บผลผลิตของพวกเขานี้มีค่ามากกว่าชีวิต ในขณะที่นักล่ามองว่าการช่วยชีวิตคนอื่นก่อนเป็นสำคัญ พวกผลผลิตเหล่านั้นจะหาเมื่อไรก็ได้ สุดท้าย..ความต้องการของทั้งสองที่เเตกต่างก็ทำให้เกิดปัญหาเเบบนี้เกิดขึ้นเสมอ
“ครั้งหน้าพวกเราอาจจะต้องแบ่งงบประมาณเอาไว้ส่วนหนึ่ง ว่าจ้างผู้คุมกันมือดีมาที่องค์กรเถอะค่ะ เเล้วก็หาคนไปลาดตระเวนตรวจสอบเเต่ละเเปลงเพาะปลูกด้วยก็ได้”
ซูหยวนเเนะนำ ซึ่งคำเเนะนำของเธอไม่ได้ทำให้ทุกคนใจเย็นลง ดีไม่ดีอาจจะเหมือนว่าต้องการระเบิดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“เเน่นอนว่าพวกเราจะทำเเบบนั้น พวกมันคิดหรอว่าพวกเราต้องง้อพวกมันน่ะ”
“จริงด้วย ต่อไปพวกเราจะเริ่มการฝึกฝนในองค์กรด้วย ฟื้นฟูความเเข็งแกร่งที่เคยมีในอดีตของพวกเรากลับคืนมา! ในเมื่อพวกทหารไม่เห็นค่าของพวกเรา ดังนั้นพวกเราก็ต้องปกป้องกันเองเเล้ว”
“ถูกต้อง พวกเราจะต้องปกป้องกันเอง เเล้วก็นะ...ต่อไปจะต้องขายอาหารหรือสมุนไพรให้พวกมันในราคาเเพง เอาให้สามารถนำมาฟื้นคืนความเสียหายได้เลย!”
เห็นพวกเขากระตือรือร้นขนาดนี้ ทั้งยังเป็นการเเสดงเกินจริง ซึ่งสุดท้ายเเล้วพวกเขาก็น่าจะเข้าใจว่าคนที่พวกเขาจะจ้างมาเพื่อดูเเลความปลอดภัย เเท้จริงก็คือพวกนักล่าหรือพวกทหารนี่แหละ เเต่ซูหยวนไม่ต้องการขัดพวกเขา เรื่องบางเรื่องได้ระบายออกมาบ้างก็คงจะดี
ดีที่รอไม่นานเกินไป เพียงไม่กี่สิบนาทีทุกคนก็เหนื่อยกันเเล้ว ต่างคนต่างทำงานกันมาเหน็ดเหนื่อย ได้ตะโกนด่าออกมาเเบบนี้ก็เเทบจะหมดเเรงกันเเล้ว ซูหยวนเห็นพวกเขาพอใจเเล้วก็พูดขึ้นมาบ้าง
“ฉันได้ยินว่าพวกคุณจ้างนักเรียนเเละคนไร้พลังงานมาช่วยฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกใช่ไหมคะ”
“โอ้ เรื่องนั้น...ใช่เเล้ว พวกเราทำเเบบนั้นก็เพื่อให้การดูเเลเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น เเต่น่าเสียดายที่มีเกษตรกรจำนวนมากไม่เข้าใจ พวกเขาไม่ต้องการให้คนที่ไร้พลังงานเข้าไปในพื้นที่ของพวกเขา ดังนั้นจึงมีเเค่พื้นที่ส่วนกลางเท่านั้นที่เข้าไปจัดการได้ เเต่พื้นที่ส่วนกลาง...”
“ไม่มีคนทำงานให้สินะคะ”
“เอ่อ มันก็มีนั่นแหละ เเต่มีไม่มากเท่าไร ดังนั้นตอนนี้มีคนที่จะช่วยพวกเราทำงาน เเต่ไม่มีคนจัดเเจ้งงานให้พวกเขา ดังนั้นก็เลยอยากจะขอเเรงเกษตรกรอันหน่อย...ถึงอย่างไรก็มีประสบการณ์ในการจ้างคนนอกมาทำงานให้ เเถมยังดูเเลเเปลงเพาะปลูกมากกว่า 1,000 แปลงอีก ถ้าได้เธอช่วยก็น่าจะราบรื่นดี...”
ผู้พูด พูดออกมาเเล้วก็ยังรู้สึกเขินอายเอง เขาเกาท้ายทอยด้วยความรู้สึกผิด อันซูหยวนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย เเต่องค์กรก็ยังเรียกเธอมาช่วยเหลืออีก ดูเเล้วเหมือนพวกเห็นแก่ตัวไม่น้อยเลย...
“ฉันเข้าใจค่ะ เเต่อย่างที่พวกคุณรู้ว่าฉันมีพื้นที่ที่ต้องดูเเลอยู่เเล้วจำนวนมาก ดังนั้นถ้าให้ฉันทำคนเดียวก็ทำได้ เเต่อาจจะช้าหน่อย”
“เรื่องนั้นก็เข้าใจได้ พวกเราเองก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้เเล้วเช่นกัน”
“ค่ะ ถ้าตกลงก็ตามนั้น เเต่ว่า...ถ้าพวกคุณอยากจะรับฟังข้อเสนอของฉัน ซึ่งอาจจะทำให้การทำงานราบรื่นเร็วกว่าเดิม 100 เท่า....”
ซูหยวนลากเสียงยาว เป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาเอ่ยถามขึ้นมา ซึ่งก็เป็นจริง เพราะหลังจากที่พวกเขาได้ยินคำว่า “เร็วกว่าเดิม 100 เท่า ดวงตาของพวกเขาก็มีประกายบางอย่างปรากฏขึ้น หรือบางที...อาจจะบอกว่าตั้งเเต่เเรก พวกเขาก็คาดหวังจะได้ยินคำพูดนี้อยู่เเล้วก็ได้
เพราะซูหยวนเป็นคนที่มักจะสร้างปาฏิหาริย์ให้องค์กรอยู่เสมอ ดังนั้นตอนที่ตัดสินใจเรียกเธอมา พวกเขาก็คาดหวังจะได้เห็นปาฏิหาริย์เหมือนกัน
ครั้งนี้ซูหยวนก็ไม่ได้มั่นใจว่าสิ่งนี้จะเรียกปาฏิหาริย์ได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายเเล้วเธอมาก็เพื่อทำเพื่อคนของตนเอง
“เเต่เรื่องนี้องค์กรอาจจะต้องช่วยเหลือฉันเเละคนของฉันกลับเหมือนกันนะคะ”
“ช่วย? เรื่องอะไรที่พวกเราจะช่วยได้งั้นหรอ?”
“ฉันต้องการขอให้คนของฉันที่จะช่วยทำงานนี้ได้กลายเป็นเกษตรกรค่ะ”
ซูหยวนไม่ลังเลที่จะพูดความต้องการของตนเองออกไปเลย เเม้เธอจะรู้ว่าประโยคนี้ทำให้พวกผู้อาวุโสขององค์กรตกใจจนเกือบจะล้มลง
คำขอของเธอดูเหมือนจะปกติ เเต่จริงๆเเล้วมันไม่ใช่เรื่องปกติเลย เพราะคำขอนี้หมายถึง...ความต้องการที่จะทำลายกฎระเบียบขององค์กรเกษตรกรทั้งหมด!!
…………………………………