LNCrawler

บทที่ 515 ผู้ช่วยเกษตรกร (อ่านฟรี 3 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 515 ผู้ช่วยเกษตรกร (อ่านฟรี 3 ส.ค. 69)

บทที่ 515 ผู้ช่วยเกษตรกร

 

หากเป็นปกติเเล้ว คนที่จะกลายเป็นเกษตรกรได้จะต้องผ่านการทดสอบมากมาย เริ่มจากค่าพลังงานจะต้องผ่านเกณฑ์ การทดสอบองค์ความรู้ เเละอื่นๆ ซึ่งไม่มีทางที่คนงานของอันซูหยวนจะสอบผ่านได้ เเต่เธอกำลังขอให้ยกเว้นเงื่อนไขเหล่านั้นเเล้วให้ใครก็ไม่รู้ที่ไม่มีคุณสมบัติกลายเป็นเกษตรกรงั้นหรือ?!!

 

ก่อนหน้านี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากเกี่ยวกับการที่เเปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนได้รับการดูเเลโดยพวกที่ไม่ใช่เกษตรกร ตอนนั้นพวกเขายังมองข้ามคำร้องเรียนนี้ได้ เพราะถึงอย่างไรซูหยวนก็คือเจ้าของแปลงเพาะปลูกที่เเท้จริง เเถมยังเพาะปลูกผลผลิตได้ดีมากกว่าเกษตรกรดูเเลเองเสียอีก 

 

ทว่า...จู่ๆเธอก็ต้องการทำให้ปัญหานั้นใหญ่กว่าเดิมด้วยการเปลี่ยนคนงานที่ไม่มีสถานะเหล่านั้นมาเป็นเกษตรกรโดยตรง! นี่...นี่คิดว่าองค์กรเกษตรกรของพวกเขายังมีปัญหาไม่มากพองั้นหรือ?

 

“เกษตรกรอัน เรื่องนี้คุณน่าจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย” 

 

ประธานองค์กรเป็นคนพูดขึ้นมาด้วยตัวเอง เเม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เปิดกว้างมากที่สุด กระทั่งยอมรับเรื่องอันซูหยวนจ้างคนงานมาเป็นคนเเรก เเต่การที่จะให้คนไม่มีคุณสมบัติมาเป็นเกษตรกรเข้ามาอยู่ในองค์กรของพวกเขาผ่านการเเลกเปลี่ยนในภาวะวิกฤติเช่นนี้ มันกลับจะเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาวให้มากกว่า เขาไม่อาจจะปล่อยปละละเลยเช่นนี้ได้

 

ซูหยวนเห็นท่าทางจริงจังของเขาก็ถอนหายใจออกมา เธอคาดการณ์เอาไว้เเล้วว่าจะต้องถูกปฏิเสธเเบบนี้ เเต่ก็เเค่อยากพูดออกไปเพื่อให้ประโยคหลังดูเหมือนการยอมถอยออกมาก้าวหนึ่ง

 

.....อ่า นี่อาจจะเรียกว่าเป็นเกมจิตวิทยาอย่างหนึ่งก็ได้ หากเธอบอกเจตนาที่เเท้จริงออกไปก่อน รังเเต่จะทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดีกับประโยคเเรกเท่านั้น ก็นะ...ไม่มีใครชอบการถูกตั้งเงื่อนไขให้หรอก ดังนั้นซูหยวนจึงทำทีเป็นเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเเผนของตนเองอีกครั้ง

 

“ฉันเข้าใจเเล้วว่าการเป็นเกษตรกรจะต้องมีเงื่อนไขมาก เเต่...ถ้าเป็นเเค่ “ผู้ช่วยเกษตรกร” ล่ะคะ”

 

“ผู้ช่วยเกษตรกร?”

 

“ผู้ช่วยเกษตรกรคืออะไร? พวกเราไม่เคยมีผู้ช่วยเกษตรกรมาก่อนเลย”

 

“ใช่เเล้ว เกษตรกรอันหมายถึงอะไรกันเเน่”

 

พวกผู้อาวุโสที่เห็นว่าซูหยวนไม่ดื้อรั้น เเถมยังเอ่ยถามเหมือนต้องการปรึกษาก็รู้สึกดีขึ้นมาก ด้วยตอนนี้ซูหยวนถือไพ่เหนือกว่าพวกเขาเล็กน้อย หากเธอยังรั้นที่จะเอาให้ได้ บางทีกลับเป็นพวกเขาที่ต้องปวดหัวเเทน...

 

เมื่อเห็นท่าทีของพวกเขาเป็นเช่นนี้ หญิงสาวก็เข้าใจเเล้วว่าทิศทางของสถานการณ์กำลังเป็นไปตามที่เธอต้องการ จึงค่อยๆพูดเเผนที่เเท้จริงของตนเองขึ้นมา

 

“ถ้าการจะให้เป็นเกษตรกรเทียบเท่ากับทุกคนที่สอบผ่านเกณฑ์ทั้งหมด มันก็ดูเหมือนจะเป็นการเอาเปรียบคนที่สอบผ่านอย่างเเท้จริงเช่นกัน”

 

“อีกอย่าง...อาจจะทำให้ไม่สามารถเเยกผู้ที่เพาะปลูกได้อย่างเเท้จริงออกจากผู้ช่วยได้ เเต่....ฉันอยากให้องค์กรเพิ่มตำแหน่ง “ผู้ช่วยเกษตรกร” เข้ามาค่ะ ไม่ใช่เเค่คนงานของฉันเท่านั้นที่เป็นผู้ช่วยเกษตรกรได้ เเม้เเต่นักเรียนจากสถาบันต่างๆก็อาจจะกลายเป็นผู้ช่วยเกษตรกรด้วยก็ได้”

 

“โดยผู้ช่วยเกษตรกรเหล่านี้ มีตำแหน่งเพื่อให้รู้ว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร หากเกิดเรื่องกับองค์กรขึ้น พวกเขาเองก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนได้ส่วนเสียด้วย”

 

“ที่สำคัญที่สุด...ฉันอยากให้ตำแหน่งผู้ช่วยเกษตรกรนี้เเบ่งระดับออกเป็นดาวค่ะ โดยเริ่มจาก 1 ดาวไปถึง 10 ดาว หรือจะเเค่ 5 ดาวก็ได้ ผู้ช่วยเกษตรกรคนไหนมีดาวจำนวนมาก ก็อาจจะได้รับเลือกว่าจ้างจากเกษตรกรคนอื่นๆด้วย”

 

“กล่าวคือ...ถ้ามีเด็กๆส่วนหนึ่งเคยมาทำงานให้เเปลงเพาะปลูกของฉัน ผลงานทำได้ดีมาก ฉันให้พวกเขาไป 2 ดาว ซึ่งเงื่อนไขเป็นองค์กรตั้งขึ้นมาก็ได้ค่ะ เเต่ข้อดีของเรื่องนี้ก็คือ...เกษตรกรคนต่อไปที่อยากจะหาผู้ช่วย ยังมองหาจากรายชื่อของผู้ช่วยเกษตรกรเหล่านี้ เเล้วก็ว่าจ้างได้เลยค่ะ”

 

“เรื่องนี้จะทำให้พวกเรามีคนงานในมือมากขึ้น เเละเปิดโอกาสให้คนที่สนใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกเข้ามาศึกษาด้วย ไม่เเน่ว่าในอนาคต...องค์กรเกษตรกรอาจจะยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับองค์กรนักล่าได้เลย…”

 

คำพูดของซูหยวนดูเหมือนไม่มีอะไร เเต่กลับตรงเข้าที่จุดสำคัญที่สุดของพวกเขาทันที ทุกวันนี้เเม้ว่าพวกเขาจะพยายามบอกว่าองค์กรของตนเองมีความสำคัญมากไม่เเพ้กับพวกนักล่าเลย

 

ทว่า...ด้วยจำนวนสมาชิกของพวกเขาที่กว่าจะผ่านการคัดเลือก การทดสอบ เเละอื่นๆ เรียกว่ามีเเค่ 10 ส่วนจาก 100 ส่วนของพวกนักล่าที่ใครๆก็เป็นได้ สุดท้ายเสียงจำนวนน้อยเหล่านี้ของพวกเขายังจะสู้เสียงส่วนใหญ่ของนักล่าได้อย่างไร 

 

ดังนั้น...ตลอดเวลาพวกเขาก็ต้องการที่จะขยายขนาดขององค์กร หากเเต่ติดที่เงื่อนไขการจะมาเป็นเกษตรกรนั้นยากลำบากมากกว่า 

 

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของซูหยวน พวกเขาไม่จำเป็นต้องลดเกียรติ ลดระดับของเกษตรกรลง หากเเต่ยังสามารถรับสมัครคนเข้ามาในองค์กรเพิ่ม ให้พวกเขาเป็นผู้ช่วย ทำงานจิปาถะได้ 

 

เเม้ว่าจะมีหลายคนที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการใช้ผู้ไม่มีพลังงาน เพราะพวกเขาคิดว่าคนที่ไม่มีพลังงาน หรือพวกที่มีสารพิษในร่างกายมากเกินไปจะเป็นปัญหาต่อแปลงเพาะปลูกได้ ทว่าก็มีหลายคนเหมือนกันที่เริ่มจ้างพวกนักเรียนจากสถาบันต่างๆเข้ามา 

 

ไม่สิ! การจ้างพวกนักเรียนมีมาตั้งนานเเล้ว พวกเขาต่อต้านเรื่องสารพิษในร่างกายของนักล่า เเต่นักเรียนพวกนี้ก็ไม่ต่างกันเลย อ่า...พูดให้ถูกมันก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติเท่านั้นแหละ 

 

หลังๆมา เมื่อเห็นว่าแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนกว่าพันเเปลงไม่มีปัญหาอะไรเลย เเม้จะใช้พวกผู้เก็บขยะมาทำงานก็ตาม สุดท้ายก็เริ่มมีคนลดต้นทุนของตนเอง ขยายปริมาณการเพาะปลูก โดยให้งานที่ต้องใช้เเรงงานอย่างพวกกำจัดวัชพืช หรือตรวจสอบปัญหาโรคร้ายที่อาจจะเกิดกับกับพืชที่ตนเองปลูก เรียกว่าความเข้มงวดเหล่านี้ได้ลดลงไปมากเเล้ว

 

หากถือโอกาสนี้ เพิ่ม “ผู้ช่วยเกษตรกร” เข้ามาในระบบ อาจจะมีบางคนที่ไม่เห็นด้วย เเต่คนส่วนใหญ่คงไม่ว่าอะไร อีกอย่าง...ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดไม่ใช่ผู้ช่วยหรอกหรือ? การเข้ามาของระบบใหม่นี้จะช่วยพวกเขาได้มากเเน่ ใครบ้างที่จะไม่ต้องการล่ะ!

 

“เอ่อ ถึงจะบอกเเบบนั้นก็เถอะ เเต่รายละเอียดเหล่านี้ยังคงต้องพูดคุยกันอีกมาก ดังนั้น...”

 

“ฉันเข้าใจค่ะ ถึงอย่างไรนี่ก็เเค่การเสนอความคิดเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ฉันจะช่วยเรื่องการดูเเลผู้มาช่วยงานในตอนนี้ก็ยังทำได้ค่ะ เเค่ประสิทธิภาพก็เท่ากับคนหนึ่งคนจะทำได้เท่านั้น หากถ้าสามารถมีระบบผู้ช่วยเกษตรกรเข้ามาเมื่อไร ฉันยังให้คนของฉันออกรับภารกิจเเล้วก็ช่วยดูเเลเเปลงเพาะปลูกของคนอื่นๆได้” 

 

เธอว่าอย่างไม่เดือดไม่ร้อน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงที่ซูหยวนไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอยู่เเล้ว เเปลงเพาะปลูกของเธอมีคนดูเเล เเถมไม่ได้รับความเสียหายมาก พูดความจริง...คนที่ต้องรีบร้อนกลับเป็นพวกเขาเสียมากกว่า

 

หลังจากที่เธอได้พูดเรื่องที่อยากจะพูดเสร็จเเล้ว หญิงสาวก็รับเอกสารกองหนึ่งมาถือไว้ นี่เป็นรายการเเปลงเพาะปลูกที่กำลังรอทีมงานเข้าไปช่วยเหลือ โดยเกษตรกรคนเเรกนั้นมีคำร้องขอให้ช่วยเหลือ 20 แปลง ถือว่าจำนวนไม่มากถ้าเทียบกับเเปลงเพาะปลูกทั้งหมดที่ซูหยวนดูเเล หากเเต่จำนวนเเปลงเพาะปลูกเหล่านี้ ถือเป็นขีดจำกัดของคนหลายๆคนเเล้ว

 

เเปลงเพาะปลูก 20 แปลงชุดเเรกนี้ ได้รับความเสียหายจากการถูกพวกกลุ่มดวงตามารโยนซากกลายพันธุ์เข้ามาในพื้นที่ ดังนั้นจะต้องกำจัดซากกลายพันธุ์พวกนี้ก่อน 

 

เกษตรกรเจ้าของเเปลงไม่ต้องการให้ตนเองได้รับสารพิษ จึงปล่อยซากกลายพันธุ์พวกนั้นเอาไว้เป็นเวลานาน เเละทำให้สารพิษในซากกลายพันธุ์ไหลซึมเข้าดินไปหมดเเล้ว 

 

หลังจากที่เก็บกวาดซากกลายพันธุ์เสร็จ เกษตรกรก็จะให้เอาสารขจัดพิษมาโรยบนหน้าดิน จากนั้นก็ให้ช่วยพลิกหน้าดินอีกครั้งเพื่อที่พวกเขาจะได้เอาสารขจัดพิษมาโรยอีกรอบ

 

งานพวกนี้ค่อนข้างวุ่นวายซับซ้อน เเต่ซูหยวนสามารถสั่งการเเล้วรอเเค่ตรวจสอบก็ได้เเล้ว พวกนักเรียนจากสถาบันต่างๆมารออยู่ที่ห้องรับภารกิจอยู่เเล้ว พวกเขากำลังต่อเเถวเพื่อรอคำสั่ง ซึ่งถือเป็นการเสียเวลามาก เพราะคนที่จะมาสั่งการให้เด็กๆพวกนี้มีน้อยเกินไป

 

“เอาล่ะ ฉันต้องการคน 20 คน ต่อเเถวตามฉันมา เเล้วก็อีก 30 คน ต่อเป็นเเถวใหม่” 

 

เเฟ้มของเธอมี 2 ภารกิจอยู่ข้างใน ภารกิจเเรกก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ อีกภารกิจค่อนข้างยุ่งยากมากกว่า เพราะมันเป็นภารกิจที่ต้องการทักษะซ่อมเเซมไปพร้อมๆกับฟื้นฟูเเปลงเพาะปลูก 10 แปลงด้วย

 

เกษตรกรคนอื่นที่กำลังเลือกเด็กๆสำหรับไปช่วยงานขมวดคิ้วเล็กน้อย มองอันซูหยวนที่จู่ๆก็เดินเข้ามาเหมือนไม่ใส่ใจ เรียกเด็กๆไปง่ายๆ โดยไม่ถามหรือตรวจสอบด้วยซ้ำว่าพวกเขามีคุณสมบัติอย่างไร

 

สำหรับพวกเขา หากมีภารกิจที่จะต้องให้คนมีความสามารถในการใช้กำลังกาย ก็จะต้องเลือกคนที่มีกำลังมากหน่อย ซึ่งต้องเฟ้นหาเอาจากนักเรียนทั้งหมดนี้ ดูว่าใครเหมาะสมที่สุด ส่วนคนที่ไม่เหมาะสมก็ค่อยรองานใหม่ 

 

หากมีภารกิจในการซ่อมเเซม เช่นนั้นก็ต้องดูว่าใครมีความเร็วมากหน่อย ตัวเบาหน่อย หรือมาจากตระกูลที่มีทักษะในการประดิษฐ์ ไม่น่าแปลกใจเลยที่กว่าจะได้คนไปทำงาน พวกเขาก็เสียเวลาไปมากโขเเล้ว

 

อีกอย่าง พวกเด็กๆที่มารอทำภารกิจก็เริ่มหงุดหงิดเเล้วเช่นกัน พวกเขามาพร้อมกับเพื่อนๆ เพื่อมารับภารกิจไปทำด้วยกัน เเน่นอนว่าคงอยากจะไปทำภารกิจกับเพื่อนๆมากกว่า เเม้จะมีหลายคนที่ถูกเลือกเเละรู้สึกยินดี เพราะถึงอย่างไรก็ยังอยากคว้าทรัพยากรไปให้ตระกูล กระนั้น....คนที่ไม่ถูกเลือกล่ะ พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร?

 

อันซูหยวนมาถึง ประกาศจำนวนที่ต้องการทันที ครู่เดียวก็พาคนไปเเล้ว 50 คน เเละคนพวกนั้นก็มีหลายคนที่เกษตรกรคนอื่นๆยังเลือกไม่เสร็จ หรือก็คือ...อาจจะมีคนมีฝีมืออยู่ในกลุ่มเด็กเหล่านั้นก็ได้ 

 

การทำเเบบนี้ช่างทำให้คนอื่นหงุดหงิดได้จริงๆ!!!

 

ใช้เวลาไม่นาน คนทั้ง 50 คนสำหรับทำภารกิจก็พร้อมเเล้ว พวกเขามาต่อเเถวเป็นสองเเถวอย่างที่ซูหยวนสั่งในตอนเเรก เธอยังเห็นคนคุ้นหน้ามากมายอยู่ในกลุ่มทั้ง 50 คนนี้ด้วย เรียกว่าทั้งเพื่อนเเละรุ่นน้อง ล้วนเเต่เข้ามาต่อเเถวเพื่อทำงานกับเธอทั้งนั้น 

 

ก็นะ...ใครจะอยากเสียเวลารอถูกเลือกอีกล่ะ พวกเกษตรกรส่วนใหญ่ลำเอียงมาก พวกเขาเลือกคนที่มาสมัครเป็นคนจากสถาบันอื่นๆก่อนทั้งนั้น เหลือเเล้วค่อยมาคัดเลือกจากพวกเขา ทำเหมือนพวกเขาเป็นเเค่ของเหลือที่ต้องหยิบๆเข้าไปเติม ทั้งๆที่เวลาทำงานจริง...ก็ไม่พ้นพวกเขาที่มีพลังงานสูงเเละมีพลังกายสูงหรอก! 

 

นี่ไม่ใช่วันเเรกที่พวกเขามารอเผื่อจะได้รับภารกิจดีๆจากองค์กรเกษตรกร ที่นี่เป็นสถานที่ที่จะให้ทรัพยากรโดยไม่ต้องอาศัยทักษะใดๆ หากเป็นที่องค์กรทำยา จะต้องรู้จักสมุนไพรเเละวิธีการทำยาขั้นต้น องค์กรนักประดิษฐ์ก็ยังต้องการคนมีทักษะเช่นกัน 

 

อีกทั้งค่าตอบเเทนขององค์กรเกษตรกรนี้ค่อนข้างสูง พวกเขาจะได้รับผลผลิตทางการเกษตรเป็นของตอบเเทน อยากจะเลือกเป็นอาหารหรือเป็นสมุนไพรก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนที่มอบหมายงานนี้จะตั้งรางวัลเป็นอะไร

 

“เอาล่ะ ก่อนที่จะเริ่มทำภารกิจ ฉันขอบอกรางวัลของภารกิจทั้งสองนี้ก่อน โดยภารกิจเเรกที่ต้องการคน 20 คน ของรางวัลจะเป็นสมุนไพรฮาร์ทจำนวน 20 ต้น เพื่อให้ทุกคนสามารถรับรางวัลเท่าๆกัน ฉันจึงขอคนเเค่ 20 คนเท่านั้น”

 

“ภารกิจที่สองจะให้พืชอาหารจำนวน 0.5 กิโลกรัม เนื่องจากภารกิจนี้ให้รางวัลเป็นพืชอาหาร 15 กิโลกรัมเท่านั้น พวกเธอยังสามารถสลับกับเพื่อนที่อยู่คนละภารกิจได้ เเต่อย่าลืมว่าฉันรับจำนวนจำกัดในเเต่ละกลุ่ม” 

 

หญิงสาวใจกว้างมาก เธอบอกให้พวกเขาจัดการเเบ่งกลุ่มกันเองอีกครั้ง บางคนอยากจะต้องการสมุนไพร บางคนก็ต้องการอาหาร สุดท้ายเเล้วพวกเขาก็ตกลงกันได้ เพราะของรางวัลเหล่านี้มีมูลค่าพอๆกัน 

 

อย่างไรก็ตาม...คนที่ไม่ได้เข้ามาอยู่ใน 50 คนเเรก ไม่ว่าจะเพราะมั่นใจในฝีมือของตนเองว่าจะถูกเลือกเเน่ๆ หรือจะเป็นการที่พวกเขาไม่ชอบใจอันซูหยวนอยู่ก่อนเเล้ว เเต่เมื่อได้ยินรางวัลของภารกิจ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที!

 

“ฉัน ฉันต้องการสมัครด้วย!”

 

“ฉันก็ต้องการสมัครด้วยเหมือนกัน ฉันเองก็ต้องการทำภารกิจด้วย”

 

“ใช่ๆ พวกเราเองก็ต้องการภารกิจเหมือนกัน ทำไมรับเเค่ 50 คนเท่านั้น อีกอย่าง...รางวัลของภารกิจนั่น ยังเเบ่งได้อีกหลายส่วนนะ ทำไมจะต้องรับเเค่ 50 คนด้วย”

 

“พวกเราทำภารกิจมาตั้งหลายภารกิจ ได้ผักตอบเเทน 1 ขีดก็นับว่ายอดเยี่ยมเเล้ว จู่ๆก็มอบภารกิจโดยมอบของตอบเเทน 5 เท่าจากคนอื่นๆ คิดว่านี่เป็นเรื่องที่ยุติธรรมหรือ?”

 

“คุณก็เเค่รับพวกนักล่า รับคนของตนเองเข้าไปทำภารกิจ เเสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่กระจายส่วนเเบ่งให้คนอื่นเลย เเบบนี้เรียกว่าเป็นความลำเอียงหรือไม่?”

 

“ใช่ จริงด้วย! สังเกตดูเเล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งทั้งนั้นเลย หรือจริงๆเเล้ววางแผนกันเอาไว้เเล้วกันเเน่” 

 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เเละการเเสดงความไม่ยินยอมของทุกคนดังขึ้น ซูหยวนที่ตอนเเรกไม่ได้คิดจะมาที่นี่เพื่อทำเรื่องวุ่นวายใจก็ต้องหรี่ตาลง รู้สึกว่ากำลังจะเจอพวกอยากมีปัญหาอีกเเล้ว...

 

 

……………………………….