LNCrawler

บทที่ 522 กดดัน (อ่านฟรี 10 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 522 กดดัน (อ่านฟรี 10 ส.ค. 69)

บทที่ 522 กดดัน

 

การมีไพ่ลับอยู่ในมือจำนวนมากก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ? บางที...หลังการฟื้นฟู แล้วสัตว์รอบๆนี้ไม่มีอีกเนื่องจากถูกจัดการโดยสารพิษที่เฮอร์บันด์ปล่อยออกมา ถึงเวลานั้น...พวกมันอาจจะขอปักหลักที่นี่แล้วเริ่มการเพาะปลูกพืชชนิดใหม่ๆดูก็ได้

 

​ทางด้านซูหยวน หลังจากที่เฮอร์บันด์ถูกสังหารแล้ว ระบบก็ส่งการแจ้งเตือนกลับมาทันที โดยการแจ้งว่าคลื่นสัตว์ร้ายอันตรายระดับสูงสุดถูกจัดการแล้ว ดังนั้นพื้นที่ของเธอจึงจะปลอดภัย ทำเอาพวกหนูทองลายขาวทั้งหมดส่งเสียงโห่ร้องออกมา แน่นอนว่ารวมถึงสัตว์กลายพันธุ์ตนอื่นๆก็ด้วยเช่นกัน

 

​ซูหยวนทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง เธอเพิ่งได้ผ่อนคลายจริงๆก็ตอนนี้ ยิ่งได้ยินว่าราชาหนูทองลายขาวไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิตและกำลังเดินทางกลับมาก็ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นกว่าเดิมอีก อย่างไรก็ตาม...เธอก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมอยู่เฉยอีก

 

“เอาล่ะ วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนหนึ่งวัน พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปในประตูเชื่อมมิติ ขอให้หนูทองลายขาว 1 กลุ่ม เสี่ยวหยิน และแมลงกัดกินเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม อ้อ เด็กๆไก่ลาวาให้เตรียมตัวเอาไว้นะ ถ้าพลังของพวกเธอเหมาะกับพื้นที่นี้ ฉันจะเรียกไปสมทบอีกที” ซูหยวนออกคำสั่งรวดเดียว ก่อนจะออกมาจากพื้นที่ฟาร์ม

 

​ตอนนี้เธอปักหลักอยู่ที่เขตพื้นที่ล่า D โดยบ้านพักหลังใหญ่ตอนนี้ได้รับการเติมเต็มอย่างดีโดยทรัพยากรล้ำค่าแล้ว แน่นอนว่าเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้แย่เช่นกัน เธอยังสามารถให้คนอื่นๆเข้ามาเอาทรัพยากรไปจากคลังสมบัติที่บ้านของเธอ โดยไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะสงสัยเกี่ยวกับพื้นที่ฟาร์มอีก

 

​แต่ปัญหาของวันนี้ยังไม่จบ เมื่อซูหยวนออกมา...เธอก็พบว่าหัวหน้ากองกำลังพิเศษได้ติดต่อตนเองมาก่อนแล้ว

 

“มีเรื่องเร่งด่วนต้องการปรึกษา” ประโยคสั้นๆที่ถูกทิ้งไว้ทำให้คนตัวเล็กขมวดคิ้วมุ่น

 

​หนูทองลายขาวที่รออยู่ข้างนอกเข้ามารายงานสถานการณ์คร่าวๆให้ทันที เพราะก่อนหน้านี้เจ้านายไม่สะดวกที่จะพูดคุยเรื่องอื่นๆ ดังนั้นมันจึงไม่ได้พูดถึงปัญหารอบๆที่ค่อนข้างไร้สาระพวกนี้

 

“จี๊ด เจ้านาย...ตอนนี้พวกผู้นำระดับสูง และตระกูลใหญ่มากมายกำลังกดดันท่านผู้นำกองกำลังพิเศษอยู่ เนื่องจากพวกเขาต้องการ “ยาอมตะ” ที่เจ้านายมอบให้พันเอกเติ้งและพันเอกกวน จี๊ด! ผู้นำกองกำลังพิเศษจำใจต้องเดินทางมาที่บ้านพักของเจ้านายเป็นเวลา 3 วันแล้ว แต่เพราะตอนนั้นเจ้านายกำลังยุ่งอยู่กับการเฝ้าระวัง จึงไม่ได้รับรายงานนี้...”

 

​หนูทองลายขาวตนหนึ่งถือเอกสารรายงานของมัน ซึ่งถูกฝึกฝนมาอย่างดีโดยอันซูหยวน และโชคดีที่เธอค้นหาหนูทองลายขาวที่มีพรสวรรค์ในการเป็นเลขาธิการได้จากบรรดาหนูทองลายขาวทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเธออาจจะต้องขอให้มนุษย์สักคนช่วยเหลือ

 

แต่...อาจจะต้องเปิดเผยที่อยู่ของฟาร์มออกไป ซึ่งนั่นเป็นเรื่องท้ายๆที่เธอจะทำ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะเป็นศัตรูที่มีความสามารถ กรณีนั้น...ซูหยวนจะให้ระบบจัดการบังคับพวกมันมาเป็นผู้รับใช้ของเธอ!

 

“เฮ้อ ถึงจะคาดไว้แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าพวกนั้นจะดำเนินการเร็วขนาดนี้”

 

“เจ้านายจะให้พวกเราสั่งสอน...”

 

“ไม่เป็นไร ฉันตั้งใจที่จะทำแบบนั้นตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขามีกฎในการใช้ยาต่างๆอยู่หรอกหรอ? ถ้าอย่างนั้น...ยาวิเศษนี้ที่ขายก็ไม่ได้ ผลประโยชน์ก็ไม่ได้ ย่อมไม่มีเหตุผลมากพอที่ฉันจะเอามันออกไป ฝากส่งจดหมายตอบรับไปที่ผู้นำกองกำลังด้วยนะ แล้วก็แจ้งต่ออาจารย์เติ้งและพันเอกกวนด้วย ให้พวกเขารู้ว่าการที่ฉันช่วยเหลือพวกเขา ทำให้ถูกพวกผู้นำทั้งหลายกดดันขนาดนี้”

 

​หนูทองลายขาวได้ยินคำสั่งก็เริ่มเข้าใจแผนการบางอย่าง มันรีบพยักหน้าแล้วส่งหนูทองลายขาวตนอื่นๆไปดำเนินการทันที

 

“อ้อ ฝากเรื่องการรับรองราชาหนูทองลายขาวที่กำลังกลับมาฟาร์มด้วยนะ ให้เขาได้พักผ่อนให้ดี แล้วก็...หลังจากนั้นก็ทำรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอามาให้ฉัน แม้แต่เรื่องที่พวกองค์รักษ์รายงานไปก่อนหน้านี้แล้วก็ช่วยทำให้เป็นตัวอักษรด้วย ฉันต้องการรวบรวมข้อมูลเอาไว้ เผื่อได้ใช้ในภายหน้า”

 

“เข้าใจแล้ว เจ้านาย...จี๊ดๆ”

 

​ซูหยวนโบกมือให้หนูทองลายขาวที่ตอนนี้เป็นเหมือนเลขาฯของเธอ จากนั้นร่างเล็กๆก็เดินขึ้นไปยังห้องนอน ตอนนี้เธอได้ค้นพบแล้วว่าพื้นที่ในตัวบ้านพักของเจ้าของฟาร์มนั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน หากคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับได้มานอนบนเตียงของเธอ ภายใน 5 นาทีจะถูกชัตดาวน์เหมือนได้รับยานอนหลับ หากแต่เป็นการหลับโดยธรรมชาติ ซึ่งเมื่อร่างกายได้พักผ่อนจนเพียงพอแล้ว ก็จะตื่นขึ้นมาเอง

 

​ซูหยวนรู้ว่าวันนี้เธอคงต้องนอนนานหน่อย เพราะไม่กี่วันก่อน...เธอไม่กล้าแม้แต่จะนอนหลับด้วยซ้ำ

 

​เกือบ 12 ชั่วโมงที่นอนหลับสนิท เมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสดใสขึ้นมากแล้ว ซูหยวนบิดกายไปมาก่อนจะพบว่าข้างเตียงมีนมอุ่นๆที่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว

 

​หากเป็นปกติ การจะกินอาหารแบบนี้จำเป็นต้องเข้าไปกินในพื้นที่ฟาร์ม แต่เพราะตอนนี้เธอได้สิทธิพิเศษให้ครอบครองพื้นที่ในเขตล่า ซึ่งจะไม่มีใครเข้ามารบกวนได้ อีกทั้งก่อนหน้านี้เธอได้เอาทรัพยากรจำนวนมากออกมาเก็บไว้ในคลังที่บ้าน ดังนั้นจึงไม่ต้องเข้าออกพื้นที่ฟาร์มอีก เจ้าหนูทองลายขาวสุดยอดเลขาฯเองก็รู้ว่าเจ้านายต้องการอะไร เมื่อคำนวนว่าเจ้านายจะตื่นขึ้นมาเวลาไหน มันก็เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ให้อย่างดี

 

​คนที่เคยทำอะไรด้วยตนเองมาตลอด วันนี้กลับรู้สึกโชคดีจริงๆที่มีหนูทองลายขาวพวกนี้เป็นพวกพ้อง เธอดื่มน้ำอุ่นนั้นจนหมดแก้ว จากนั้นก็เตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าพบผู้นำกองกำลังพิเศษตามที่แจ้งในจดหมายเชิญมา

 

​ระหว่างนั้นเธอยังได้รับการรายงานสถานการณ์ของกลุ่มราชาหนูทองลายขาวที่กลับมา ทำให้รู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องผลึกประจำตัวที่คนจากดินแดนผู้ปกป้องทิ้งเอาไว้ให้ด้วย แน่นอนว่าที่นั่น...สักวันเธอเองก็จะไปเยือนให้เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง ดังนั้น...ผลึกประจำตัวนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเธอในอนาคต

 

​งานตอนนี้ไม่มีของราชาหนูทองลายขาวกลุ่มนั้นอีก เธอเพียงแค่ให้พวกเขาพักผ่อนให้ดี ส่วนกลุ่มที่จะติดตามไปกับเธอเพื่อพิชิตพื้นที่เชื่อมมิตินั้นให้เป็นกลุ่มอื่น ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ไม่ใช่เพราะไม่อยากไป แต่ก็ควรจะให้หนูทองลายขาวตนอื่นๆได้แสดงฝีมือบ้าง

 

​หน้าห้องทำงานของคนเป็นผู้นำกองกำลังพิเศษ ตอนนี้มีพนักงานจากกองทัพส่วนกลางรออยู่ก่อนแล้วเกือบ 5 คน น่าจะเป็นคนที่พวกผู้นำระดับสูงพามาด้วย ทันทีที่เห็นซูหยวนมาก็รีบทำความเคารพทันที ค้อมตัวเชิญเธอเข้าไปในห้องทำงานของผู้นำ

 

​ซูหยวนพยักหน้าให้พวกเขาเล็กน้อยอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพียงแต่...ยังไม่ทันที่เธอจะเดินเข้าไป เสียงของหนึ่งในบรรดาพนักงานที่มารออยู่นอกห้องก็พูดพึมพำขึ้นมาเสียก่อน

 

“ช่างทำเหมือนตัวเองยิ่งใหญ่จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะโอกาสที่พวกผู้นำมอบให้ พาเข้ากองทัพ แล้วก็ยังเลื่อนตำแหน่งให้เร็วขนาดนี้ คิดจริงๆหรอว่าชีวิตนี้จะสุขสบายขนาดนั้น”

 

​ถึงคนจะพูดไม่ดังมาก แต่เจตนาชัดเจนเลยว่าอยากให้ซูหยวนได้ยิน เธอหยุดเท้าของตนเองเช่นกัน ไม่ปล่อยผ่านคนไม่มีมารยาทคนนี้ไป

 

“มีปัญหากับฉันหรอ” เธอเลิกคิ้วขึ้น จับจ้องไปยังชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา

 

​อีกฝ่ายแค่หัวเราะออกมาเบาๆแล้วส่ายหน้าเป็นการตอบรับ ท่าทางเหมือนกับผู้น้อยถูกรังแก หากมีคนมาเห็นฉากนี้เข้าย่อมต้องคิดว่าอันซูหยวนที่มีระดับสูงกว่ารังแกเด็กเป็นแน่

 

“ผมจะกล้ามีปัญหาได้ยังไงล่ะครับ พลทหารพิเศษอันเชิญด้านในเถอะครับ อย่าเสียเวลาเล็กๆน้อยๆนี้กับคนระดับล่างอย่างผมเลย”

 

“โอ้ รู้สินะว่าตัวเองเป็นคนระดับล่าง ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเสนอหน้าพูดถึงคนระดับสูงสิ เพราะพวกระดับล่างน่ะ...ยังไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอก มันจะดีว่าถ้าไม่ทำให้ตัวเองต้องขายหน้า” ซูหยวนแค่นหัวเราะตอบกลับเช่นกัน ตอนนี้เธอยังอารมณ์ดีอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะปล่อยผ่านไป

 

​แน่นอนว่าปกติแล้ว เธอเคยชินกับการถูกนินทาลับหลังและต่อหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน หากจะปล่อยเบลอทำเป็นมองไม่เห็นหูไม่ได้ยินก็ได้ ทว่า....คนพูดก็ดันพูดขึ้นมาในจังหวะที่ดีเลยนี่ แทนที่เธอจะต้องใช้ข้ออ้างอื่นในการอาละวาด ก็ใช้เขานี่แหละที่ยื่นหน้ามาให้ตบเป็นตัวแทน

 

​หญิงสาวยังคงแสดงอารมณ์โกรธในขณะผลักประตูเข้าไปด้วย “เท้า” เห็นการกระทำที่ไร้มารยาทขนาดนี้แล้ว สีหน้าของทุกคนก็ดูไม่ดีเอาเสียเลย ซึ่งรวมถึงพวกผู้นำและคนระดับสูงในห้องทำงานนั้นด้วย

 

​ผู้นำกองกำลังพิเศษถอนหายใจออกมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่เบ้าตาที่ลึกโหลลงไปของเขาทำให้ซูหยวนโกรธไม่ลง ก็นะ...ผู้นำของกองกำลังพิเศษคนนี้แทบจะเป็นคนเดียวที่ต้องรับมือกับพวกประสาทหลอนไม่มีหัวคิดพวกนี้ทั้งหมดเลยนี่ ดังนั้นครั้งนี้ถือว่าเธอมาเพราะให้หน้าเขาก็แล้วกัน

 

“หัวหน้า มีอะไรหรือเปล่าคะ เห็นหัวหน้าทิ้งจดหมายเอาไว้ให้” ซูหยวนไม่มองคนอื่น เพียงพูดคุยกับหัวหน้าโดยตรง

 

“อืม...ก็มีนิดหน่อย เธอออกมาจากการฝึกฝนแล้วหรอ”

 

“ค่ะ แต่อีกเดี๋ยวก็จะกลับไปฝึกฝนต่อแล้ว ครั้งก่อนที่ผ่านการต่อสู้มา ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังอ่อนแอเกินไป ดังนั้น...”

 

“อืม ฉันเข้าใจ เอาเถอะ จะไม่ให้เกิน 10 นาทีก็แล้วกัน” สองคนหัวหน้าลูกน้องพูดคุยกันเอง แต่ก็เหมือนเป็นการเริ่ม “จับเวลา” นับถอยหลังให้กับคนระดับสูงพวกนี้ด้วย

 

“อะ แอ่ม ฉันรู้ว่าพลทหารพิเศษอันน่าจะเข้าใจความต้องการของพวกเราอยู่แล้ว เรื่องยารักษา...”

 

“ฉันจะไปเข้าใจอะไรได้คะ ฉันเป็นแค่ทหารตัวเล็กๆเท่านั้น พวกคุณกำลังพูดถึงยาอะไรกันแน่” ซูหยวนยักไหล่ เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้ก็ทำให้ผู้นำหลายคนขมวดคิ้วไม่พอใจแล้ว

 

“พวกเรารู้เรื่องที่พลทหารพิเศษใช้ยาในการรักษาพันเอกกวนและพันเอกเติ้งแล้ว ยานั้นมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมาก ก่อนอื่นต้องขอบคุณพลทหารพิเศษอันที่ใจกว้างช่วยเหลือบุคลากรที่สำคัญของกองทัพ”

 

“ช่วงนี้กองทัพของพวกเขาต้องการการฟื้นฟูเร่งด่วนจริงๆ การที่ได้รับคนมีความสามารถกลับมาช่วยงานอีกครั้งทำให้งานเดินไปข้างหน้าได้เร็วมาก แต่....นอกจากพันเอกทั้งสองแล้ว ก็ยังมีทหารระดับสูงอีกหลายสิบคนที่ได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ที่ผ่านมา”

 

“หลายคนกำลังจะกลายเป็นคนพิการ หลายคนอาจจะต้องทิ้งชีวิต คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่กองทัพไม่อาจปล่อยไปได้ ดังนั้นฉันต้องการขอร้องเธอ ช่วยมอบยาวิเศษเหล่านั้นให้กองทัพเพื่อช่วยพวกทหารผู้กล้าที่เสียสละเหล่านั้นด้วยได้หรือไม่”

 

คำพูดของผู้นำคนเเรกกล่าวขึ้น ท่าทางของเขาค่อนข้างจริงใจ ยาเหล่านั้นไม่ได้ขอเพื่อตัวเอง เเต่ขอเพื่อให้ผู้เสียสละในการต่อสู้ทั้งหลาย หากเป็นคนอื่นคงต้องรีบมอบทรัพยากรในมือให้เขาไปแล้ว

 

ทว่า...เป็นที่น่าเสียดาย ซูหยวนไม่ใช่นักบุญ ยาทุกขวดมีต้นทุน อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้กองทัพพยายามช่วยตระกูลใหญ่ในการตรวจสอบที่มาของยา รวมถึงสืบว่าเธอเอายาพวกนี้ออกไปขายหรือไม่ พวกเขาต้องการขัดขวางการสร้างโรงทำยาของเธอ อุปสรรคในตอนนั้นซูหยวนจำได้ดี เเต่เวลานี้...พวกเขากลับหน้าหนามาขอยาที่พวกเขาต้องการให้หยุดผลิต มันจะเป็นไปได้หรือ? ไม่ถือว่าหน้าหนาไปหน่อยรึไง!

 

“ท่านผู้นำกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่คะ ยาอะไรกัน? ฉันจะมียาพวกนั้นได้ยังไงกันคะ” ซูหยวนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ น้ำเสียงเหมือนตกใจ แต่ใบหน้ากลับนิ่งเรียบ ดูก็รู้ว่ากำลังโกหก ไม่สิ ! ดูก็รู้ว่าตั้งใจให้รู้เลยว่ากำลังโกหก

 

พวกผู้นำไม่เคยเห็นใครจงใจปั่นประสาทเท่าซูหยวนมาก่อน ถ้าคนจะโกหกก็ต้องพยายามซ่อนให้ดี ทว่า...เธอจงใจให้พวกเขารู้ว่าเธอมีช่องทางได้รับยาเเบบนั้น เเต่เเค่ไม่อยากมอบให้พวกเขา นี่มัน!!

 

“พลทหารพิเศษอัน ต้องการให้พวกเราเชิญพันเอกเติ้งและพันเอกกวนไปสอบสวนหรือไม่ สาเหตุที่แท้จริงที่พวกเขาฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงอีกครั้งนั้นเป็นเพราะอะไร...”

 

​ผู้นำคนหนึ่งกัดฟันเอ่ยถาม อ่า...แม้ว่าประโยคดูเหมือนจะเป็นคำถาม ทว่าความจริงแล้วต้องบอกว่าประโยคนี้เป็นการ “ข่มขู่” อย่างชัดเจน!

 

​พวกเขากำลังขู่ว่าถ้าซูหยวนไม่ยอมรับ เช่นนั้นคนที่เธอเพิ่งช่วยเอาไว้ก็จะถูกทางการจับตัวไปเข้ากระบวนการสอบสวน และนั่นอาจจะหมายถึงการทารุณในทุกรูปแบบที่อาจจะทรมานมากกว่าเดิม

 

​ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมา เธอรู้อยู่แล้วว่าพวกผู้นำสารเลวพวกนี้จะต้องทำเช่นนี้ และเพราะแบบนั้น...หญิงสาวจึงได้ให้หนูทองลายขาวไปแจ้งต่อพันเอกทั้งสองไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเมื่อผู้นำพูดจบ ประตูห้องข้างๆก็เปิดออก เผยให้เห็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาทั้งสองคน

 

​ออร่ากดดันของทั้งสองคนในฐานะทหารที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นทำให้ผู้นำที่เอาแต่ออกคำสั่งอยู่บนหอคอยงาช้างตัวสั่นเทา หากไม่ใช่เพราะทหารที่อยู่ข้างนอกพุ่งเข้ามาเพื่อช่วยปล่อยออร่าช่วยป้องกันไม่ให้ทั้งสองพันเอกทำร้ายผู้นำจนทำให้พวกเขาอึดอัด เชื่อได้เลยว่าอาจจะมีคนล้มลงหมดสติไปแน่!!

 

“ท่านผู้นำ หากต้องการสอบสวนก็เชิญเลย พวกเราสาบานได้ว่าไม่ได้ฟื้นตัวเพราะได้รับยาใดๆจากพลทหารพิเศษอันซูหยวน!!”

 

“ท่านผู้นำทั้งหลาย พวกท่านมาที่นี่ไม่ถูกแล้ว การฟื้นตัวนี้เป็นการฟื้นฟูด้วยเทคนิคของตระกูลพวกเรา หรือว่า....ท่านต้องการกดดันนักเรียนของผมเพื่อให้ผม “เปิดเผย”วิธีการฝึกลับที่สืบทอดมาของตระกูลหรือ?” พันเอกเติ้งเองก็ร่วมด้วย เขาไม่เหมือนพันเอกกวนที่บ้าระห่ำ คำพูดของเขามีนัยแฝงอยู่ด้วย และนั่นทำให้สีหน้าของพวกผู้นำเปลี่ยนไป!

 

 ……………………………