LNCrawler

บทที่ 523 เงื่อนไขที่แท้จริง (อ่านฟรี 11 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 523 เงื่อนไขที่แท้จริง (อ่านฟรี 11 ส.ค. 69)

บทที่ 523 เงื่อนไขที่แท้จริง

 

“พันเอกเติ้ง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกคุณ!”

 

“ไม่เกี่ยวหรือ? ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่พวกท่านพึ่งพูดถึงผมหรืออย่างไร บอกว่าผมได้รับยาวิเศษมาจากนักเรียนอัน เเต่พอผมออกมาพูดว่าที่จริงเเล้วการฟื้นฟูร่างกายในระดับนี้เป็นเทคนิคลับของตระกูล ท่านกลับไม่เชื่อ เเบบนี้...ไม่ต่างอะไรกับการรีดเลือดเอาจากปูเลย”

 

ปัง!!

 

“พันเอกเติ้ง! คุณน่าจะรู้ตัวว่ากำลังพูดอะไรออกมา นี่คุณ...สิ่งที่คุณทำคือการไม่เห็นแก่ส่วนรวมใช่หรือไม่ พวกพ้องที่เสียสละเหมือนกับคุณต้องอยู่ในสภาพที่ย่ำเเย่ บางคนก็ใกล้จะตายเเล้วด้วยซ้ำ เเต่คุณกลับไม่เห็นใจกันเลย ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าคุณเป็นคนที่ยุติธรรม ใจกว้าง เเละเสียสละ เเต่วันนี้ฉันได้เห็นเเล้วว่าตัวตนที่เเท้จริงของคุณเป็นอย่างไร!” 

 

ผู้นำคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเติ้งเทียนเฉินจะพูดออกมาเเบบนี้ นี่ไม่ต่างอะไรกับการประกาศตนว่าต้องการต่อต้านพวกเขาเลย! พวกเขาพูดอย่างหนึ่ง เติ้งเทียนเฉินก็พูดอีกอย่างหนึ่ง เรียกว่าการหักหน้าก็ยังเบาไป ควรต้องเรียกว่า “การเหยียบหน้า” พวกเขาต่างหาก!

 

เติ้งเทียนเฉินที่ได้ยินก็เเค่นหัวเราะออกมา เเม้ว่าคำพูดของผู้นำจะฟังดูดีเเละสามารถกดดันเขาได้ เเต่...สำหรับเติ้งเทียนเฉินเเล้ว ความเสียสละนั้นย่อมหมายถึงการเสียสละตนเอง ไม่ใช่การเสียสละผู้อื่น ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้านั่นเป็นนักเรียนของเขา ยิ่งอีกฝ่ายเป็นถึงผู้มีพระคุณช่วยเหลือ เขาย่อมไม่ต้องการขายผู้มีพระคุณออกไป!

 

“ท่านผู้นำ เรื่องนี้ไม่มีอะไรเลย เป็นเเค่เรื่องที่ท่านเข้าใจผิดเท่านั้น หากฉันเสียสละความลับของตระกูล ตายไปจะมองหน้าบรรพบุรุษได้อย่างไร”

 

 ได้ยินเติ้งเทียนเฉินยังยืนกรานแบบนั้น คนเป็นผู้นำก็ยิ่งโมโห ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นึกอยากจะสั่งลงโทษเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะใช้กฎระเบียบใดในการจัดการเขา หากทำไม่ดี...เติ้งเทียนเฉินและสหายเป็นดั่งวีรบุรุษในสงคราม ย่อมจะทำให้คนอื่นๆลุกขึ้นมาโกรธแทนแน่ ถึงเวลานั้นก็จะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขามากกว่า

 

“เติ้งเทียนเฉิน! คุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่านี่เป็นเรื่องที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษหรือเเท้จริงแล้วเป็นเพราะยาของอันซูหยวนกันเเน่ คุณกำลังโกหก ท้ายที่สุดเเล้วก็เเค่ต้องการเก็บทรัพยากรเหล่านั้นไว้ให้พวกพ้องไม่ใช่หรือ?”

 

“นักเรียนอันซูหยวนของคุณมอบยาดีรักษาคุณจนทำให้คุณหายจากการบาดเจ็บ หลังจากนั้นคุณก็เอาไปให้เพื่อนของคุณอย่างพันเอกกวน นี่ต่างหากที่เรียกว่า “ความลำเอียง”!!”

            

สุดท้ายใช้โทษทางวินัยไม่ได้ ก็ทำได้แค่พูดให้อีกฝ่ายรู้จักความ เขาไม่ยอมช่วยครั้งนี้ก็เท่ากับการปล่อยให้ทหารระดับสูงคนอื่นๆต้องตาย และเติ้งเทียนเฉินก็เป็นสหายกับทหารระดับสูงพวกนั้น เขาเห็นพวกพ้องในสนามรบต้องตายทั้งยังมีโอกาสได้หรือ?

            

การเอาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมากระตุ้นนี้อาจจะใช้ได้กับคนอื่นๆ ทว่า...ถ้าสำหรับเจ้าของฉายาเทพเจ้าแห่งหอกผู้มีอารมณ์รุนแรง จะมีประโยชน์ได้อย่างไร!

            

อันที่จริง ซูหยวนเชิญทั้งอาจารย์เติ้งและพันเอกกวนก็มีเหตุผล ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายรุกรับถอยได้เสมอ อีกฝ่ายกลับเป็นเหมือนพายุโหมกระหน่ำที่พร้อมซัดศัตรูที่เข้ามาก่อกวน! แบบนี้สิ ถึงจะทำให้หมากบนกระดานของเธอเดือดขึ้นเรื่อยๆ

 

ได้ยินคำพูดของเขา พันเอกกวนที่อยู่ข้างๆก็หัวเราะออกมาเหมือนกับปีศาจร้าย หอกในมือของเขากวัดเเกว่งไปมาด้วยความเร็วจนเกิดเสียง “ฟิ้ว!” พร้อมออร่ากดดันที่ปะทุออกมารุนเเรงกว่าเดิมจนทำให้ทหารระดับสูงที่ติดตามพวกผู้นำต้องกัดฟันกรอด

 

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีทหารคนไหนที่กล้าต่อต้านพวกเขาขนาดนี้ ความโกรธเนื่องจากโดนพันเอกเติ้งโกหกไม่ไว้หน้าเมื่อครู่ ยังไม่เท่ากับที่ถูกพันเอกกวนกระทำเเบบนี้เลย

 

“ฮ่า!! พูดคุยกันจบหรือยัง! ไม่ว่าพวกท่านผู้นำจะเชื่ออย่างไรก็ช่างเถอะ อยากจะให้ยาที่ไม่มีอยู่จริงกลายเป็นยาที่มีอยู่จริงก็ช่างเถอะ เเต่...พวกท่านจะบอกว่าการช่วยเหลือเพื่อนตนเองเป็นความลำเอียงหรือ?”

 

“หึ! ถ้าอย่างนั้น...ทำไมพวกท่านไม่โทษตัวเองบ้างล่ะ ทำไมจึงไม่กลายเป็นเพื่อนกับคนดีๆอย่างเติ้งเทียนเฉิน ทำไมไม่มีนักเรียนที่เก่งกาจเหมือนอันซูหยวน เเล้วทำไมจึงไม่มีความสามารถในการหายามารักษาด้วยตนเอง!!” 

 

พันเอกกวนพูดทั้งหมด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย รู้สึกว่าหอกของตนเอง ถ้าไม่ใช่เพราะคนพวกนี้เป็นผู้นำกองทัพ เขาอาจจะเเทงเข้าไปให้ลึกถึงหัวใจของพวกมันเเล้ว

 

ตอนเเรกเมื่อฟื้นคืนสติกลับมา พบว่าตนรอดพ้นจากความตายเพราะอะไร ตอนนั้นก็รับรู้เเล้วว่าจะต้องเกิดปัญหากับอันซูหยวนเเน่ เขาพยายามที่จะติดต่อเธอ หวังว่าจะได้ตอบเเทนความช่วยเหลือนี้อย่างลับๆ อีกทั้งยังต้องการเตือนเธอด้วย คิดไม่ถึงว่าอันซูหยวนไม่รับคำขอบคุณนี้ เเถมยังบอกว่าเธอไม่ได้ช่วยเขา คนที่ช่วยก็คือเติ้งเทียนเฉินต่างหาก

 

เเน่นอนว่าเขารู้...ถ้าไม่ใช่เพราะสหายคนนี้ เขาก็คงไม่ได้รับความเมตตาจากอันซูหยวนด้วย ดังนั้นบุญคุณต่อสหายก็ต้องตอบเเทน เเต่เจ้าของยาวิเศษนั้นก็ต้องตอบเเทนเช่นกัน 

 

น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเพื่อเธอ ตอนนั้นกลับได้ยินเกี่ยวกับปัญหาขึ้นมาก่อนเเล้ว....อันซูหยวนส่งจดหมายด่วนมาให้ เเจ้งว่าเพราะการฟื้นตัวของพวกเขาทำให้พวกผู้นำมากดดันเอากับเธอ 

 

เธอยังบอกอีกว่า ตนเองไม่ต้องการจะรบกวนเขา แต่ต้นเรื่องมาจากสาเหตุนี้ สุดท้ายจึงต้องส่งจดหมายมาถึงเพื่อให้พวกเขาไปช่วยยืนยันสถานการณ์ ยิ่งเห็นเธอเขียนมาแบบนี้ก็ยิ่งทำให้พันเอกกวนรู้สึกผิดมากขึ้นไปกว่าเดิม

 

พวกผู้นำเหล่านี้ ซูหยวนคาดเดาว่าพวกเขาต้องการให้เธอมอบยาดีเหล่านั้นให้พวกเขาด้วย โดยเอาชื่อของทั้งสองคนมาอ้าง ทันทีที่ได้ยิน...ความโกรธและความรู้สึกผิดของเขาก็ปะทุขึ้นอย่างรุนเเรง เเละมันเกือบจะโหมกระหน่ำทำลายฐานทัพไปเเล้ว ดีที่เขายังควบคุมอารมณ์ได้ ดังนั้นจึงมารอที่นี่ เเละได้ยินคำพูดทั้งหมดของพวกผู้นำที่ไร้ยางอายนี้!!!

 

เห็นท่าทางโกรธของเขา อันซูหยวนก็พยักหน้าอย่างพอใจ เขาโกรธเเบบนี้ก็ถูกต้องเเล้ว!

 

สำหรับเธอ ทั้งสองคนก็คือต้นเหตุของการมาถึงของเหล่าผู้นำนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสองคนไม่ระวังตัวให้ดีจนทำให้เรื่องการฟื้นตัวเผยเเพร่ออกไป พวกผู้นำคงไม่ตามกลิ่นมาจนถึงที่นี่ 

 

ถึงแม้ว่าตอนที่เธอมอบยาให้พวกเขาก็คาดเดาได้เเล้วว่าอาจจะเกิดเรื่อง วันนั้นเป็นเธอเองที่ตั้งใจไปหาอาจารย์เติ้งเเละต้องการช่วยรักษาเขา เเละเธอก็คิดเอาไว้เเล้วว่าจะเปิดเผยเรื่องยาวิเศษนี้ออกไปให้กว้างขึ้น เเน่นอนว่ามันต้องเเลกมากับการเปิดเผยเรื่อง ยารักษาที่มาจากดินเเดนศักดิ์สิทธิ์!!

 

ถ้าทุกคนยังต้องการซ่อนเรื่องดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ ตอนที่ซูหยวนนำทรัพยากรกลับมาจากดินเเดนนั้นก็จะต้องยุ่งยากมาก ซึ่งมันเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น 

 

นอกจากนี้...ดินเเดนมลพิษก็ควรจะรู้ได้เเล้วว่าข้างหน้ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในขณะที่ดินเเดนศักดิ์สิทธิ์กำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ พวกเขากลับไม่รู้อะไรเลย เเล้วก็ถูกคลุมด้วยคำว่า “เป็นพื้นที่เเห่งเดียวที่ปลอดภัย” 

 

อ่า...ถึงจะเข้าใจได้ว่าดินเเดนศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ต้อนรับพวกเขา เเต่นั่นก็เป็นเเค่เรื่องในอดีตเท่านั้น ทุกวันนี้เธอมีช่องทางในการหาทรัพยากร เเละสามารถเอาทรัพยากรไปขายได้ด้วย ดังนั้น...ทำไมไม่พัฒนาเขตมลพิษนี้ให้ยิ่งใหญ่ไปด้วย ภารกิจรวบรวมทรัพยากรเพื่อเเลกเปลี่ยนในแดนศักดิ์สิทธิ์ทำไมจะทำไม่ได้!!

 

เเน่นอนว่าส่วนใหญ่...เธอเเค่ต้องการเน้นไปที่เเหล่งทำเงินของตนเอง เมื่อเรื่องดินเเดนศักดิ์สิทธิ์เปิดเผยออกไป เหล่านักทำยาที่ทำงานให้เธอจะกลายเป็น “ผู้ทำยาเพื่อดินเเดนศักดิ์สิทธิ์” ทันที 

 

หลังจากนั้นยังจำเป็นต้องสนใจองค์กรทำยาที่พยายามขัดขวางเส้นทางการทำยาของผู้อื่นอีกหรือ? เเน่นอนว่ารวมถึงองค์กรเกษตรกรที่มีพวกมั่นใจในตัวเองหนักหนา ทั้งๆที่เพาะปลูกได้เเค่อาหารทั่วไปเท่านั้น เมื่อนำเข้าอาหารจากดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ถึงตอนนั้น...พวกเขาจะยังได้เงินมากมายเช่นนี้อยู่หรือไม่? 

 

อ่า....เธอรู้ว่าจะต้องมีปัญหาตามมาอีกมากมาย รัฐบาลจะต้องปกป้องคนของตนเอง พยายามป้องกันการทุ่มตลาด ต้องเตรียมเเผนการเยียวยาเเละรับมือทุกระดับ ทว่า...ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในขั้นตอนเยียวยาหรือ?

 

ในตอนที่การเพาะปลูกชะงักไปจากการทำลายของกลุ่มดวงตามาร เวลานี้พวกเขาก็เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด เช่นนั้น...เธอต้องการใช้โอกาสนี้ บังคับให้พวกเขาต้องถีบตนเองขึ้นไป เปลี่ยนจากคนเพาะปลูกพืชผักธรรมดา มาใช้พื้นที่ที่มีน้อยนิดเพาะปลูกสมุนไพรล้ำค่าให้ได้มากที่สุด เเบบนั้นจะทำให้พวกเขาชิงข้อได้เปรียบเหล่านี้เเน่นอน

 

ทว่าเเผนการนี้จำเป็นต้องพึ่งพาการเเรงกระตุ้นจากภายนอก ถ้าปล่อยให้พวกผู้นำหัวโบราณคร่ำครึพวกนี้คิดเอง อีกสักพันปีก็คงจะไม่พัฒนาไปไหน ซูหยวนกำลังรับบทบาทเป็นเเรงกระตุ้นนั้นอยู่ ต้องเริ่มต้นจากการ “รักษาชีวิต” ของพวกเขาไว้!

 

เหมือนกับคำพูดในชีวิตก่อน ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่า “ชีวิต” ไม่ว่าจะทำงานหนักมาขนาดไหน ทุกคนล้วนเเต่ใช้มันเพื่อรักษาสุขภาพของตนเองในที่สุด 

 

ไม่มียารักษาราคาเเพงไหนที่คนไม่ต้องการจ่ายหากรู้ว่ามันช่วยชีวิตได้จริง หลายคนพยายามเเสวงหาความเป็นอมตะ อายุที่ยืนยาว ดังนั้น...คนที่นี่ก็เหมือนกัน 

 

ดูสิ...เเค่รู้ว่ายาสมานเเผลระดับสูงช่วยยื้อชีวิตกลับมาจากยมโลกได้ พวกผู้นำก็ปรี่กันมาที่นี่อย่างไม่รู้สึกเขินอายเเล้ว ต่อให้ถูกพวกเธอเเละพันเอกทั้งสองปฏิเสธซ้ำเเล้วซ้ำเล่า พวกเขาก็ยังไม่กลับไป บ่งบอกว่ายารักษาพวกนี้มีค่ามากกว่าเกียรติเเละศักดิ์ศรีของพวกเขา ตอนนี้เธอกำลังลุ้นว่ามันมีค่ามากกว่า “ความลับ” เเละ “สิทธิพิเศษ” ที่พวกเขาครอบครองเอาไว้หรือไม่!!

 

ในฐานะผู้ชมที่ดี ซูหยวนไม่ขัดบทสนทนาที่ดุเดือดของพวกเขาเลย เธอยังเเอบยิ้มด้วยซ้ำไป กระทั่งสบตากับหัวหน้ากองกำลังพิเศษที่มองดูอยู่ก่อนเเล้ว เขากำลังส่งสายตาให้เธอ อยากให้จบเรื่องน่าเบื่อนี้เสีย

 

“ท่านผู้นำคะ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ ก่อนอื่นเลย...พวกท่านรู้ว่าฉันตั้งโรงทำยาขึ้นมา เเละตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลอี้ เเต่ก่อนหน้านั้น...ฉันได้รับคำสั่งมาเเล้วว่าให้ทำตามกฎ ไม่เอายารักษาที่ทำขึ้นมามอบให้กับคนอื่นๆ เเละพวกคุณก็น่าจะตรวจสอบกันเเล้วว่าฉันไม่เคยเอายานี้ให้ใคร ถูกต้องหรือไม่คะ?”

 

“ถ้าอย่างนั้น พวกท่านที่มาวันนี้...อยากให้ฉันยอมรับว่าตัวเองเอายาให้พันเอกทั้งสองท่านนี้ ก็เพื่ออยากจะจับฉันเข้าคุกหรือคะ? พวกท่านบุกมาที่นี่เพื่อบังคับให้ยอมรับเรื่องนี้ เเท้จริงแล้วมีจุดประสงค์อะไรกันเเน่ พวกท่านอาจจะไม่รู้...เเต่ยาเหล่านั้นเป็นยาที่ฉันผลิตเพื่อให้สัตว์กลายพันธุ์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงของฉันใช้เท่านั้น ดังนั้น...ช่วยปล่อยผ่านเรื่องนี้ด้วยเถอะค่ะ” 

 

ได้ยินซูหยวนพูดอย่างนั้น ทุกคนก็เข้าใจทันที ดูเหมือนว่าเธอกำลังโกรธที่ก่อนหน้านี้ทางการฟังคำร้องของสมาคมนักทำยาเเล้วไปกดดันเอากับสถานที่ทำการของเธอ ตอนนี้กลับยกเรื่องนี้ออกมาพูด เเล้วพวกเขาจะทำอะไรได้!

 

“นั่นเป็นเเค่การดำเนินการปกติ พวกเราไม่คิดจริงๆหรอกว่าพลทหารพิเศษอันจะเอายานั้นไปขายจริงๆ...”

 

“โอ้ ถ้าอย่างนั้นพวกท่านก็รู้เเล้วว่าฉันไม่ได้เอายานั้นมาเเจกจ่ายให้ใคร เช่นนั้น...พวกท่านคิดว่าพันเอกทั้งสองท่านจะได้ยามาได้อย่างไรหรือคะ”

 

“พลทหารพิเศษอัน คุณไม่ต้องพูดวกไปวนมา พวกเรารู้ว่าเธอเป็นบุตรีบุญธรรมของท่านอัศวินหงส์ขาวที่ดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น...ย่อมมีสิทธิที่จะหาซื้อยาวิเศษเหล่านั้นมาได้ ยาที่พันเอกเติ้งเเละพันเอกกวนได้รับก็คือยาจากที่นั่นเหมือนกันใช่หรือไม่”

 

“ท่านผู้นำเข้าใจผิดเเล้ว ฉันจะทำเเบบนั้นได้อย่างไรกันคะ ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจะซื้อมาเเล้วมอบให้คนอื่นได้อย่างไร ต่อให้มันเป็นยาจากดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ก็เถอะ” 

 

ซูหยวนรีบโบกมือ การเเสดงของเธอช่างไม่เเนบเนียนจนทำให้คนดูถึงกับอายไปด้วย ปากบอกว่า “เข้าใจผิด” บอกว่า “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” เเต่สายตากับสีหน้ากลับนิ่งเฉยเหมือนกับท้าทายว่า “ใช่ ถ้าฉันทำเเล้วพวกแกจะทำไม?” อย่างไรอย่างนั้น

 

คนเป็นผู้นำข่มความโกรธของตนเอง เขารีบพูดขึ้นมา

 

“พลทหารพิเศษอัน หากนี่เป็นยาของดินเเดนลับนั้น พวกเราสามารถมองข้ามขั้นตอนเหล่านั้นได้ เพราะถึงอย่างไร...”

 

“ท่านผู้นำ นี่เป็นการทำผิดกฎขององค์กรผู้ทำยา เเล้วก็ผิดกฎหมายด้วยนะคะ เเค่ความคิดก็ผิดเเล้ว กฎหมายระบุอยู่ทนโท่ว่า “ยาที่ไม่ได้รับการรับรองทุกชนิด” ห้ามนำออกมาขาย เเจกจ่าย โดยเด็ดขาด ดังนั้น...ฉันไม่เคยทำเเบบนั้นจริงๆค่ะ”

 

“พลทหารพิเศษอัน!”

 

“เชิญท่านผู้นำกลับไปเถอะค่ะ ถ้าฉันยอมรับเรื่องนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมรับว่าอยากจะเข้าคุกเข้าตะราง พวกท่านเป็นผู้นำก็คงไม่อยากรับยาที่ผิดกฎหมายด้วยใช่หรือไม่ ดังนั้น...ตราบเท่าที่มีกฎหมายนี้ ฉันก็บอกได้เเค่ว่า “ฉันไม่ได้เป็นคนมอบยา” ให้ใครค่ะ”

 

เธอชี้ช่องให้กระรอกตาขาวพวกนี้อย่างชัดเจนเเล้ว ถ้าอยากได้ยาของเธอ ก็ต้องทำอะไรเพื่อเเสดงความจริงใจก่อน ดูสิว่าพวกผู้นำจะยอมมีปัญหากับองค์กรผู้ทำยาหรือไม่ หากพวกเขาไม่กล้าเเละอยากปกป้ององค์กรนี้ต่อไป เช่นนั้น...ก็อย่าหวังว่าจะได้รับยานี้ คงจะทำได้เเค่มองดูมันด้วยความโลภเเล้ว!!

 

“พวกเราเข้าใจ พลทหารพิเศษอันคงจะตัดสินใจเอาไว้เเล้ว” ผู้นำคนหนึ่งโบกมือ 

 

เขาเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายเเล้ว เเต่เรื่องนี้ยังต้องพูดคุยกันอีกมาก หากพวกเขายอมเเพ้เเล้วไปกดดันองค์กรผู้ทำยา ต่อไป...สถานะขององค์กรก็จะต่ำลง กลายเป็นอยู่ใต้มือของอันซูหยวนเเทน เเบบนี้จะทำให้คนพวกนั้นไม่พอใจกองทัพมากขึ้น ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องใหญ่โตอะไรขึ้นมาอีก

 

เเต่....ถ้าไม่ทำตามคำขอเธอ เช่นนั้น....บุคลากรมากมาย รวมถึงตัวพวกเขาในอนาคต...เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก็ไม่มียาดีเหล่านั้นเอาไว้ใช้ นี่จะต้องถกเถียงกันในบรรดาผู้นำอีกสักพัก

 

……………………………..