บทที่ 524 ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้ (อ่านฟรี 12 ส.ค. 69)
บทที่ 524 ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้ (อ่านฟรี 12 ส.ค. 69)
บทที่ 524 ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้
“เชิญท่านผู้นำทบทวนเรื่องนี้ เเล้วค่อยส่งเป็นจดหมายมาพูดคุยกันก็ได้นะคะ เพราะช่วงนี้ฉันเองคงจะยุ่งอีกมาก อาจจะไม่มีเวลามาพูดคุยตัวต่อตัวเเล้ว”
ซูหยวนลุกขึ้นยืน ส่งสัญญาณที่จะเชิญคนเหล่านี้ออกไป สีหน้าของผู้นำเเละผู้ติดตามย่ำเเย่มาก เเต่ที่นี่เป็นเขตของพวกทหารพิเศษ พวกเขายังจะทำอะไรได้อีกเล่า
สุดท้ายพวกเขาก็พากันออกไป ซูหยวนหันไปมองอาจารย์เติ้งเเละพันเอกกวนที่อุตส่าห์มาที่นี่เพื่อช่วยเธอพูด เห็นทั้งสองคนยังเก็บความโกรธไว้ในใจก็กล่าขอบคุณพวกเขา
“พันเอกกวน อาจารย์เติ้ง ขอบคุณที่มาช่วยกดดันพวกเขาค่ะ ฉันเเค่อยากให้พวกเขารู้ว่าไม่ว่าจะเล่นเเง่ไหนมาก็ตาม ฉันจะไม่ยอมเอายาออกมาจนกว่าข้อเเลกเปลี่ยนของพวกเขาจะสมเหตุสมผลค่ะ”
“อย่างไรก็ตาม...ฉันขอบอกตามตรงว่ายาวิเศษนั้นฉันได้มาจากดินเเดนลับ ถ้ากฎหมายปรับเปลี่ยนเเล้ว ฉันอาจจะนำเอายานั้นเข้ามาขายในดินเเดนของพวกเราบ้าง นี่ก็เพราะคิดถึงอนาคตของทุกคน หากมียารักษาที่ดีขึ้น นักล่า ทหาร และคนอื่นๆก็จะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น กล้าที่จะออกไปล่ามากขึ้นด้วย”
“แน่นอนว่ายาระดับสูงเหมือนที่ให้พวกท่านคงจะไม่ได้มากมายอะไรนัก เพราะมันก็เป็นของราคาสูงในดินเเดนลับเช่นกัน แต่ยาระดับต่ำคงจะสามารถนำเข้ามาได้เยอะอยู่ เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อองค์กรผู้ทำยาแน่นอน พวกเขาคงกลัวว่าสินค้าขององค์กรจะขายไม่ได้ ทว่า...หากคุณภาพของสินค้าที่ทำอยู่ในองค์กรดีจริงๆ เช่นนั้นก็ต้องขายได้แน่ค่ะ”
“หากมันไม่สมเหตุสมผล ก็แค่ขายยาตามราคาที่แท้จริงเท่านั้น ในความคิดของฉัน...ยาบางชนิดที่ราคาสูงไม่ใช่เพราะมันดี แต่เพราะผู้บริโภคไม่ได้มีตัวเลือกมากนักต่างหาก”
“เมื่อมีการนำยาเหล่านั้นเข้ามา ตลาดยาน่าจะคึกคักมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ทำยาทั้งหลายต้องผลักดันตนเอง พยายามคิดค้นยาดีใหม่ๆออกมาขาย เส้นทางในอนาคตก็มีแต่จะดีต่อภาพรวมเท่านั้น”
“แน่นอนว่าเจตนาของฉันไม่ได้มีเพียงทำเพื่อคนอื่นเท่านั้น ฉันเองก็เป็นนักธุรกิจ แล้วก็ก่อนหน้านี้มีการผลิตยาเอาไว้จำนวนมาก ดังนั้นถ้ามีโอกาส...ฉันจะเอายาที่ผลิตไว้ออกมาขายด้วย เเม้ว่าจะไม่มีคุณภาพดีเท่ากับยาในดินแดนลับ เเต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ายาที่ขายในท้องตลาดเเน่นอน กลับกัน...ยาของฉันจะราคาถูกกว่าด้วย”
“ถึงตอนนั้น ถ้าฉันทำเเบบนั้นจริงๆ คงจะถูกกดดันมาก ได้ยินว่าอาจารย์เเละพันเอกกวนอยากจะตอบเเทน เช่นนั้น...ขอให้ช่วยสนับสนุนยาของฉันหลังจากเรื่องนี้จบลงเเล้วด้วยนะคะ”
ซูหยวนร้องขอมาอย่างไม่เขินอาย เธอต้องการ “โปรโมท” ย่อมต้องการ “พรีเซนเตอร์” ที่น่าเชื่อถือด้วย ทั้งสองคนได้รับการรักษาจากยาของเธอ ถ้าเรื่องที่พวกเขาเชื่อมั่นในยาของเธอเผยเเพร่ออกไป นั่นย่อมทำให้นักล่าจำนวนมากหันมาซื้อยาของเธอเเน่!
อ่า...ยังไม่ลืมว่าประธานจางของเธอซึ่งผู้สนับสนุนโดยไม่มีเงื่อนไขใดคนนั้นอีก คาดว่าหลังจากได้ยินแผนของเธอแล้วจะสั่งซื้อยาเข้าองค์กรทั้งหมด
หลังจากนี้เธอจะพลิกโฉมหน้าของตลาดยาใหม่ ยาที่ดีขายแพงก็ได้ แต่ยาที่ไม่ดีก็ต้องระวังเอาไว้ หากคิดว่าไม่สามารถขายได้ ไม่มีคนซื้ออีกต่อไป เช่นนั้น...ก็มาขายให้เธอ เพราะเธอยังสามารถยกระดับของพวกมันเพียงหยดน้ำลงไปแค่หยดเดียว! จากนั้นค่อยเอามาขายต่อ ทำกำไรในราคาที่สูงขึ้นได้
เมื่อพันเอกทั้งสองได้ยินเเผนของอันซูหยวนเเบบนั้น พวกเขาก็รู้ทันทีว่าการตอบเเทนนี้ไม่ได้ทำได้ง่ายดายนักเลย หากพวกเขาเป็นกลุ่มคนเเรกท่ามกลางตระกูลมากมายที่ต้องการ “เเบน” อันซูหยวนตามแผนการขององค์กรผู้ทำยา นั่นหมายความว่าจะต้องเเบกรับความเสี่ยงในกรณีที่อันซูหยวนไปต่อไม่สำเร็จด้วย
เพราะถ้าพวกเขาเป็นเรือที่พายน้ำทวนกระเเสไป เมื่อจะวกหัวเรือกลับมาย่อมไม่สามารถทำได้ง่ายๆอีกเเล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าพวกผู้ทำยาจะขึ้นราคาสำหรับพวกเขา หรือเเม้เเต่การสร้างความยากลำบากโดยไม่ยอมขายยาให้เลยไปหลายปีก็เป็นได้
งสถ้าเป็นอย่างนั้นจริง...พวกเขาก็ต้องวุ่นวายไปหาซื้อยาจากที่อื่น นี่จะทำให้ตระกูลทั้งตระกูลเดือดร้อน ตำแหน่งในตระกูลของพวกเขาคงจะต่ำลงทันที
ดังนั้นคำขอของอันซูหยวนก็ไม่ต่างอะไรกับการถามว่า “พวกเขาจะเชื่อมั่นในตัวเธอหรือไม่” แล้ว “พร้อมที่จะตอบแทนด้วยชีวิตของพวกท่านหรือไม่” เลย
เเน่นอนว่าทั้งสองต้องคิดให้มาก เเต่กลับคิดออกในเวลาไม่นาน ก็นะ...เมื่ออันซูหยวนต้องการเเบบนั้น พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากไปกันให้สุดทาง แล้วมารอดูว่าพวกเขาตัดสินใจถูกหรือผิด!
“หากกฎหมายมีการเเก้ไขจริง อย่างนั้นพวกเราก็จะสนับสนุนเเน่นอน”
“ใช่เเล้ว อาจารย์จะสนับสนุนเช่นกัน ไม่ต้องกังวล” ทั้งสองให้คำมั่นเช่นนี้ ซูหยวนก็คลี่ยิ้มอย่างพอใจ
เธอส่งทั้งสองกลับไปหลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดคนที่นั่งเงียบมาโดยตลอดก็พูดขึ้นบ้าง
ซูหยวนเก็บหัวหน้าหน่วยพิเศษไว้เป็นคนสุดท้าย เธอรู้ว่าเขาน่าจะมีเรื่องต้องพูดคุยมาก อย่างไรก็ตาม...เเทนที่เขาจะพูดถึงความลำบากใจที่ต้องเกิดขึ้นเเน่ๆในอนาคต เนื่องจากตัวเขาถือเป็นตัวกลางในการประสานระหว่างกองกำลังพิเศษกับกองทัพเเละรัฐบาลกลาง ชายผู้มีทักษะเจรจาที่ยอดเยี่ยมผู้นี้กลับพยักหน้าให้เธอเท่านั้น
“เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้พวกเรากองกำลังพิเศษก็ให้บอกฉันได้เลย” เเค่ประโยคเดียวนี้ ซูหยวนก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายอยู่ข้างเธอ!
หัวใจดวงน้อยๆของเธอสั่นไหวด้วยความรู้สึกขอบคุณ ตั้งแต่มาเป็นทหารพิเศษ เธอก็รู้ว่ารอบตัวเธอ รุ่นพี่และเพื่อนร่วมงานในกองกำลังพิเศษนี้ ช่างพิเศษแตกต่างจากเพื่อนร่วมงานที่ทั้งชีวิตก่อนของเธอเคยเจอมาทั้งหมด!
คนเป็นหัวหน้ากองกำลังพิเศษ เขาไม่ปฏิเสธการเปิดเผยเรื่องดินเเดนศักดิ์สิทธิ์อยู่เเล้ว อันที่จริง...การตัดสินใจนี้มาจากสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
คำพูดของทหารระดับสูงที่มากับผู้นำ เขาล้วนได้ยินทั้งหมด! หน้าที่ของพลทหารพิเศษอย่างพวกเขา กลับถูกมองว่าไม่ได้ทำอะไรเพื่อมนุษย์ชาติเลย เเน่นอนว่าที่เป็นเเบบนั้นก็เพราะการทำงานของพวกเขาไม่อาจเปิดเผยออกไปได้ นี่ถือว่าเป็นความยุติธรรมหรือ?
ที่ผ่านมาพวกเขายากลำบากมาเท่าไร อันซูหยวนที่กลายเป็นคนสำคัญของดินเเดนท่านอัศวินหงส์ขาวได้นั้นเป็นเเค่เรื่องโชคดีงั้นหรือ?
คนพวกนั้นที่ไม่รู้อะไรเลยกลับบอกว่าเธอไม่ต้องทำอะไร อาศัยเส้นสายเข้ามาเป็นทหารระดับสูง เหอะ! ภาพลักษณ์ของพลทหารพิเศษก็เเบบนี้เสมอ พวกมันเอาเเต่พูดว่าพวกเขาได้สิทธิพิเศษมากมาย เช่นนั้น...ทำไมไม่ลองมาทำภารกิจพิเศษอย่างพวกเขา เเล้วค่อยรับสิทธิพิเศษพวกนั้นบ้างเลยล่ะ!
ในเมื่อกล้าพูด อย่างนั้นก็ต้องกล้ารับมือกับ “ผลงานสำคัญ” ที่กำลังจะตามมาด้วย หลังจากการเปิดเผยเรื่องที่มาของยา ตอนนั้นทุกคนจะได้รู้ว่าเบื้องหลังของพวกเขา เเท้จริงแล้วได้รับการปกป้องโดยพลทหารพิเศษที่ได้สิทธิพิเศษมากมายขนาดนี้!
.....แค่ได้เห็นท่าทีของคนเป็นหัวหน้า ซูหยวนก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก ปล่อยให้เขาไปทำงานของตนเองต่อไป ส่วนเธอก็กลับไปที่บ้านพักของตนเอง ตอนนี้เรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่สุดก็คือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองเท่านั้น
เธอตั้งใจจะยกระดับตัวเองจนกว่าจะมีค่าพลังงาน 500 หน่วย และมีพื้นที่เชื่อมมิติ 30 แห่งก่อนจึงจะกลับไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง โดยรวมแล้วน่าจะกินเวลาประมาณ 5 เดือนเห็นจะได้
จากข้อมูลที่หนูทองลายขาวได้รับมา ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถูกพูดถึงในบทสนทนาของชายหนุ่มและหญิงสาวจากดินแดนผู้ปกป้องด้วย พวกเขาวางแผนที่จะมาที่ดินแดนแห่งนี้เพื่อเชิญใครบางคนเข้าร่วมกับทีมผู้ปกป้องของตนเอง ถึงเวลานั้น...ซูหยวนก็คิดว่าจะหาโอกาสตรวจสอบเกี่ยวกับดินแดนผู้ปกป้องนั้น รวมถึงตัวตนของ “เจ้าของฟาร์ม” ผู้ลึกลับคนนั้นด้วย
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือว่าเขาเป็น “เทพผู้สร้าง” ที่จริงพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก อ้างอิงจากสิ่งที่ได้ยินมา น่าจะเรียกว่า “เทพผู้ปกป้อง” มากกว่า
เพราะพื้นที่ที่แสนวิเศษนั้น แท้จริงแล้วมีอยู่ก่อนแล้ว หากแต่เมื่อเฮอร์บันด์เข้าโจมตีจนเปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นพื้นที่มลพิษ พื้นที่ที่ได้รับการปกป้องโดยบาเรียกลับยังคงดีอยู่ สิ่งมีชีวิตข้างในเลยพลอยเข้าใจว่าเทพผู้นี้สร้างขึ้นมาท่ามกลางมลพิษจำนวนมาก
เอาเถอะ เรื่องนั้นไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร แต่ตอนนี้เธออยากจะรู้เกี่ยวกับเหตุผลที่เธอและเจ้าของฟาร์มผู้นั้นได้มาอยู่ที่นี่ รวมทั้ง...เพิ่มความปลอดภัยให้ตนเองด้วย
ซูหยวนไม่ได้มีความหวังสูงส่งขนาดว่าจะปกป้องมนุษย์ชาติทั้งหมดเอาไว้ นี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเธอ และไม่ใช่หน้าที่กงการอะไรของเธอเลย หากเกิดเหตุที่เสี่ยงอันตรายจริงๆ เวลานั้นเธอจะแค่ช่วยครอบครัวและพวกพ้องที่เธอเชื่อใจได้เท่านั้น คนอื่นๆจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ล้วนเป็นความรับผิดชอบในชีวิตของพวกเขาเอง
ฟังดูเหมือนโหดร้ายและเห็นแก่ตัว แต่ซูหยวนยอมรับมาโดยตลอดว่าเธอเป็นคนเห็นแก่ตัวขนาดไหน! เพียงแต่...สาเหตุที่เธอกำลังแสวงหาความแข็งแกร่งและความปลอดภัยนี้ เป็นเพราะฟาร์มของเธอยังต้องเจอกับความเสี่ยงที่จะถูกเฮอร์บันด์รุกรานต่างหาก!
แทนที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหลังมีอำนาจมากพอในดินแดนมนุษย์แล้ว ซูหยวนกลับได้รู้ความจริงว่าเหนือขึ้นไป มีตัวอันตรายที่สามารถเปลี่ยนดินแดนทั้งดินแดนให้พังทะลายได้อยู่! ฉะนั้นความใจเย็นที่เคยมี...อาจจะต้องสลัดทิ้งไปจนกว่าเธอจะเจอความมั่นคงที่แท้จริง
“เจ้านาย พวกเราเตรียมตัวพร้อมแล้ว”
“อืม ข้อมูลของดินแดนล่ะ”
ซูหยวนเอ่ยถามราชาหนูทองลายขาวที่แบกบูมเมอแรงเอาไว้ด้านหลัง ครั้งนี้เขาตื่นเต้นมากกว่าใคร เพราะเป็นครั้งแรกที่มันจะได้ต่อสู้เต็มตัวเช่นนี้
หากมันยึดพื้นที่เชื่อมมิติกับเจ้านายได้ ตอนนั้นลูกน้องที่ติดตามมันก็จะมีหน้าที่หลักในการรวบรวมทรัพยากรเหมือนกับลูกน้องของราชาหนูตนอื่นเสียที
“เจ้านาย ข้อมูลเบื้องต้นของประตูเชื่อมมิติคือ “ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้” อยู่ในระดับอันตรายปานกลาง มีคำชี้แจ้งคือ ถึงผู้เล่นผู้โชคดี ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้นี้เป็นดินแดนพิเศษ สิ่งมีชีวิตคล้ายไม่มีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิตคล้ายว่ามีชีวิต ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการจรดปลายปากกาและจิต เสกสรรบันดาลทุกสิ่งให้ออกมาตามจินตนาการ”
ซูหยวนได้ยินคำอธิบายของประตูเชื่อมมิตินี้ก็เริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง ก่อนหน้านี้เธอได้เจอกับประตูเชื่อมมิติที่เป็นเกาะเยือกแข็ง ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บเหมือนอยู่ในขั้วโลก
ส่วนประตูเชื่อมที่สองก็คือพื้นที่อันตรายระดับต่ำ เป็นแหล่งสวรรค์ของผู้ชอบโอเมก้าทั้งหลาย สุดท้ายเข้าไปก็พบปลาจำนวนมากที่เปลี่ยนเป็นอาหารเลิศรส ตอนนี้ชื่อของมันคือ “ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้” ดูแปลกประหลาด แต่คำอธิบายช่วยได้ไม่น้อย
หญิงสาวพยักหน้ารับ โบกมือเป็นสัญญาณให้พวกหนูทองลายขาวและแมลงกัดกินเตรียมความพร้อม เธอยังกระโดดขึ้นหลังเสี่ยวหยินเพื่อเตรียมจะออกเดินทาง
ทว่าตอนนั้นเอง...ร่างเล็กๆของราชินีผึ้งกลับบินเข้ามาหา พวกมันยังคงถือหน้าไม้ที่ซูหยวนเคยมอบให้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าอยากจะเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
“คิ้ว! ท่านเจ้าของพื้นที่ พวกข้าอยากจะติดตามท่านต่อสู้ด้วย ท่านคิดเห็นเป็นอย่างไร?” ราชินีผึ้งน้อยถามขึ้นมา ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินการเสนอตัวเช่นนี้ ซึ่งเจ้าราชินีเหมือนจะรับรู้ได้ มันจึงอธิบายเพิ่มเติม
“ที่ผ่านมาพวกข้าอยู่ในพื้นที่ของท่านเจ้าของที่โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้มากนัก ดังนั้น...เพื่อที่จะตอบแทน..”
“พูดมาตามตรงว่าต้องการอะไร” ซูหยวนส่ายหน้า เธอไม่อยากฟังคำพูดอ้อมค้อมเหล่านี้
พวกผึ้งน้อยตกลงกับเธอแล้วว่าจะมอบน้ำผึ้งคุณภาพดีให้เป็นการตอบแทน ดังนั้นจะบอกว่าพวกมันมาอยู่โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้พื้นที่ก็ไม่ได้ ในเมื่อการแลกเปลี่ยนนี้ยุติธรรมอยู่แล้ว จู่ๆราชินีผึ้งน้อยก็อยากจะมาช่วยงานเธอ ย่อมต้องมีเหตุผลอื่น
หลังจากที่ถูกซูหยวนจับเจตนาที่แท้จริงได้ ราชินีผึ้งน้อยก็เงียบไปก่อนที่จะยอมบอกความต้องการของตนเองจริงๆออกมา
“ในการต่อสู้ครั้งก่อนกับราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ พวกข้ารู้ตัวแล้วว่ามีจุดอ่อนอย่างไร และก็รู้ด้วยว่าควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหน” ราชินีผึ้งน้อยกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมองมายังซูหยวนด้วยความคาดหวัง
………………………………………….