LNCrawler

บทที่ 525 มนุษย์? (อ่านฟรี 13 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 525 มนุษย์? (อ่านฟรี 13 ส.ค. 69)

บทที่ 525 มนุษย์?

 

“เจ้าของพื้นที่ ก่อนหน้านี้พวกข้าอาศัยอยู่ในพื้นที่ฟาร์มเท่านั้น มีหน้าที่ผลิตน้ำผึ้งและวางไข่ให้กำเนิดผึ้งงานหรือทหารผึ้งทั้งหลาย ข้าไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องพัฒนาอะไร แต่มันก็มีเหตุผลมาจากการที่ข้าไม่เคยเจอโลกนี้มาก่อน ทว่า...หลังจากที่ข้าได้รู้แล้วว่าข้างนอกเป็นอย่างไร ข้าย่อมอยากให้กองทัพของข้าแข็งแกร่งขึ้น”

 

“หนทางที่กองทัพของข้าจะพัฒนาได้ ข้าได้เลือกเอาไว้ 1 เส้นทางแล้ว นั่นก็คือ...การใช้อาวุธเข้ามาประกอบการต่อสู้ แม้ว่าพิษของพวกข้าจะทรงพลัง แต่นั่นแปลว่าข้าจะต้องเสียสละชีวิตตนเองเพื่อฆ่าศัตรูด้วย”

 

“ดังนั้นวิธีการต่อสู้ที่อันตรายต่อตนเองแบบนั้นไม่เรียกว่าชัยชนะ ข้าได้ลองใช้หน้าไม้ขนาดเล็กของท่านแล้วพบว่ามีพลังการโจมตีที่ดี เพราะฉะนั้นจึงอยากจะได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธจากท่าน โดยจะแลกกับการเข้าร่วมการต่อสู้ในประตูเชื่อมมิติทั้งหมดด้วย”

 

ราชินีผึ้งน้อยบอกเหตุผลของตนเอง ซูหยวนก็เข้าใจได้ทันที ปรากฏว่าเจ้าตัวน้อยนี้เริ่มเข้าใจโลกมากขึ้นแล้ว ก่อนหน้านี้มันถูกสร้างเพื่อให้เป็นแหล่ง “น้ำผึ้ง” ของฟาร์ม เมื่อเอาน้ำผึ้งมาผสมกับการผลิตอาหารทั้งอาหารคาวและหวาน คุณภาพของอาหารจะดีขึ้นอีก 10% 

 

คุณค่าของมันสูงล้ำเช่นนี้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว ทว่า...ตอนที่ซูหยวนขอแรงพวกมันออกไปช่วยต่อสู้ มันจึงเข้าใจว่าตนเองที่มั่นใจมาตลอดเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง แท้จริงแล้วเป็นแค่ความเข้าใจเพียงเปลือกเท่านั้น

 

ของทัพมันแข็งแกร่งหรือ? แน่นอนว่าแข็งแกร่ง แต่แข็งแกร่งได้แค่ครั้งเดียว หลังจากต้องต่อสู้เป็นตาย เมื่อมันใช้พลังพิษของตนเอง ตัวมันก็ต้องตายไปด้วย เท่ากับว่ามีแค่ศึกเดียวเท่านั้นที่พวกมันจะเอาชนะได้ ไม่ใช่เพราะแพ้ แต่เพราะตายไปพร้อมศัตรูอย่างไรล่ะ

 

ซูหยวนเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายแล้ว เธอคิดว่าการที่ราชินีผึ้งน้อยรู้จุดอ่อนและต้องการพัฒนาเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ตาม...ราชินีผึ้งน้อยและพวกทหารผึ้งของเธอยังไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นที่มากนัก ซูหยวนยังลังเลที่จะมอบความแข็งแกร่งให้พวกมัน ทั้งๆที่โอกาสเหล่านี้มีหนูทองลายขาว ไก่ลาวา สุนัขทมิฬของเสี่ยวหยิน ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ แมลงกัดกิน แล้วเดี๋ยวก็ยังมีเจ้าผีเสื้อพิเศษที่กำลังเป็นตัวอ่อนอยู่อีก...

 

ราชินีผึ้งน้อยรับรู้ถึงความลังเลของเธอ มันลอบกำหมัดไปมาด้วยความไม่สบายใจ ตัวมันเองก็ไม่ได้มีอะไรตอบแทนแก่เจ้าของฟาร์มจริงๆ ถึงอย่างนั้น...มันก็ไม่ยอมแพ้ที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง!

 

“ท่านเจ้าของฟาร์ม ข้าและเหล่าทหารผึ้งขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านและสาบานว่าจะปกป้องพื้นที่นี้ไปพร้อมๆกับท่าน ต่อให้สุดท้ายแล้วต้องใช้ “เข็มพิษ” ของพวกเราก็ตาม” มันพูดออกมาแบบนั้น ก็หมายความว่ามันกำลังจะบอกว่าตัวเองจะตายไปพร้อมกับฟาร์มของเธอ

            

หรือก็คือ...กำลังรบของมันก็คือกำลังรบของฟาร์มด้วย!

            

ราชินีผึ้งน้อยเข้าใจสถานการณ์ดี ก่อนหน้านี้มันเห็นสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ที่มีการแจ้งเตือนภัยระดับสูงสุด หรือแม้แต่การเตรียมการทั้งหมดของเจ้าของฟาร์ม ซึ่งตอนนั้น...มันก็ได้ตัดสินใจว่าตนเองที่ไม่ “ถูกเลือก” ให้เป็นแผนของเจ้าของฟาร์ม ก็เพราะว่ามันยังแข็งแกร่งไม่พอ

            

มันเองก็ไม่ได้อยากจะย้ายฟาร์มไปเรื่อยๆเสียหน่อย การย้ายมาอยู่กับเจ้าของฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยนี้ถือเป็นโชคครั้งใหญ่ของมันแล้ว ที่มันไม่กล้าขอให้ตนเองเป็นหนึ่งในทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ก็เพราะตัวมันเหมือนมีมลทินที่ไม่สามารถขจัดออกไปได้ ที่มาของมันไม่โปร่งใส แถมที่สำคัญ...มันเพิ่งได้ยินว่ามันมาจากฟาร์มของเจ้าของที่ไม่ถูกกับเจ้าของฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยด้วย

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทัศนคติของสัตว์ตนอื่นๆที่นี่จะไม่ค่อยเป็นมิตรมากนัก ตัวมัน...แม้จะเทียบกับเจ้าหนอนผีเสื้อพิเศษที่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา ก็ยังอยู่ระดับต่ำกว่าเลย 

            

ทุกวันเจ้าหนอนที่หลับใหลอยู่ แม้เจ้าของฟาร์มจะฝากฝังมันให้ดูแล ทว่ากลับมีหนูทองลายขาว แมลงกัดกิน หรือแม้แต่ราชาสุนัขทมิฬก็ยังเคยมาวนๆเวียนๆอยู่รอบๆรังไหมนี้ ราวกับกำลังรอให้เจ้าสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาเช่นไรก็ไม่รู้ตื่นขึ้นมาเร็วๆ ส่วนรังของมันที่อยู่ไม่ไกลน่ะหรือ? .... นอกจากจะไม่สนใจแล้ว บางครั้งยังถูกมองว่าเป็นพวกเกะกะเสียด้วยซ้ำ!

            

มันเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของฟาร์มที่แสนวิเศษนี้ เป็นผู้ติดตามของเจ้านายที่ยอดเยี่ยมนี้เช่นกัน แต่จะทำอย่างไรได้ ตอนนี้ดีที่สุดก็คือต้องรีบพิสูจน์ตน

            

ซูหยวนจ้องตาของเจ้าราชินีผึ้งน้อย สุดท้ายเธอก็ยอมรับว่าตนเองถูกดึงดูดโดยสายตาแบบนี้จริงๆ ดังนั้นซูหยวนจึงทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น แต่...เธอไม่ได้คิดว่าการต่อสู้ที่เหมาะสมกับราชินีผึ้งพิษจะมีแค่การใช้หน้าไม้ขนาดเล็กหรอกนะ

 

“ฉันจะพาไปด้วยก็ได้ ถึงอย่างนั้น...อยากจะฟังคำแนะนำในการฝึกฝนของฉันบ้างไหมล่ะ” เธอไม่ได้บังคับให้ทำ เพราะราชินีผึ้งน้อยพวกนี้ยังไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ของเธอเหมือนกับพวกหนูทองลายขาว และสัตว์ร้ายตนอื่นๆ 

 

“หากท่านเจ้าของฟาร์มจะกรุณา...” ราชินีตัวน้อยไม่ได้วางท่าเย่อหยิ่งเหมือนที่เจอกันครั้งแรกอีกต่อไป ทัศนคตินี้เปลี่ยนไปไม่น้อยแล้ว ซึ่งมันก็ดีต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายด้วย

 

“อืม แม้ว่าการโจมตีระยะไกลจะเป็นเรื่องดี แต่นอกจากจะสิ้นเปลืองลูกดอกและยาพิษแล้ว ยังอาจจะมีข้อจำกัดในการต่อสู้ เช่น...ถ้าศัตรูมีพลังป้องกันที่ทรงพลังมากจนแม้แต่การยิงก็ไม่อาจจะเจาะทะลุ ส่งผลให้ยาพิษที่อยู่ในลูกดอกไม่ทำงาน เท่ากับว่าพวกเธอก็สามารถพ่ายแพ้ได้ทันที”

 

“ในความคิดของฉัน ผึ้งน้อยมีทั้งความเร็วและมีขนาดเล็ก มีสายตาที่ดี อย่างนั้นก็น่าจะเคลื่อนไหวแบบเฉพาะเจาะจงได้ หากใช้อาวุธอย่างพวก “มีดสั้น” ที่จัดการเฉือนอย่างตรงจุด ก็น่าจะหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูได้แล้ว”

 

“เอาเถอะ พูดเรื่องนี้ไปก็อาจจะยังไม่เข้าใจ พอดีกับที่ประตูเชื่อมมิติครั้งนี้น่าจะพาไปยังมิติที่พวกเธอน่าจะพอทำอะไรกับมันได้ ดังนั้นฉันจะลองอธิบายไประหว่างการต่อสู้ด้วยก็แล้วกันนะ”

            

ซูหยวนอธิบายคร่าว แต่เมื่อเห็นสายตา “ว่างเปล่า” ของราชินีผึ้งน้อย เธอก็บอกให้อีกฝ่ายเข้าไปดูในการต่อสู้จริงเลย จากนั้นทุกตนก็พร้อมที่จะเข้าสู่พื้นที่เชื่อมมิติแล้ว!

            

แกร๊ก!!

            

ร่างของหญิงสาวถูกพาไปยังมิติพิเศษในเวลาอันสั้น ทันทีที่เธอปรากฏตัวบนพื้นที่โล่ง ไม่สิ! ต้องบอกว่าเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยไม้กระดานปูเป็นทางยาว เหมือนกับบ้านสองชั้นที่ปูด้วยพื้นไม้ มองไปทางไหนก็มีแค่แผ่นไม้พวกนี้ทั้งนั้น 

            

เธอส่งสัญญาณให้สมาชิกที่มาด้วยกันใช้ “สารความหนืด” ที่นำติดมาด้วยตั้งแต่แรกทาไปที่เท้าทั้งสองข้างทันที ด้วยสภาพพื้นไม้ที่เรียบและลื่นนี้ ถ้าเจอกับศัตรูแล้วต้องต่อสู้กัน อาจจะมีการพลาดท่าเนื่องลื่นเอาได้ เพื่อป้องกัน...การทาสารความหนืดเล็กๆน้อยๆ ก็เหมือนกับเป็นการเพิ่มดอกยางให้รองเท้า!

            

แกร๊ก!!

            

เสียงที่ดังเหมือนกับก่อนหน้านี้ ดึงความสนใจของทุกคนอีกครั้ง เสียงนี้ดังขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเธอเข้ามาแล้ว เมื่อผ่านไปสักพักก็ดังขึ้นอีก เดิมทีพวกเธอยังมองไม่เห็นสิ่งใด แต่หันหลังกลับไปครั้งนี้กลับพบกับ “มนุษย์” ที่กำลังมองด้วยรอยยิ้มประหลาดเสียแล้ว

            

ปากของมันอ้ากว้างจนเป็นสี่เหลี่ยม ซูหยวนหรี่ตาลง...จะเรียกว่า “มนุษย์” ก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะเธอไม่สามารถรับรู้ได้ถึง “สัญญาณชีวิต” จากอีกฝ่ายเลย 

            

อันซูหยวนตรวจสอบตำแหน่งจุดสีแดงซึ่งเป็นตำแหน่งของศัตรูอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเธอจึงรู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาไม่ได้เป็นมิตรนัก ถึงอย่างนั้น...พื้นที่นี้ก็ประหลาดจริงๆ กระดานไม้ที่ดูสะอาดตานี้ ท้ายที่สุดแล้วเป็น “จุดสีแดง” เหมือนกัน! นี่แปลว่าอะไร? แปลว่าโลกทั้งใบนี้เป็นของศัตรูทั้งหมดอย่างไรล่ะ!

            

แกร๊ก แกร๊ก!

            

เจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ ใช้ท่วงท่าการเดินเหมือนมนุษย์ไม่มีผิด หากแต่ดูแล้วเหมือนจะเดินไม่ถนัดมากนัก หนูทองลายขาวสองตัวได้รับสัญญาณจากซูหยวน พวกมันรีบปล่อยพลัง “คมมีดสีทอง” ออกไปทันที ลายเส้นสีทองพันวนรอบ ตัดร่างของสิ่งมีชีวิตที่ยังยิ้มแย้มตรงหน้าจนคิดว่าน่าจะขาดออกเป็นสองท่อน ทว่า...ลายไม้บนตัวของมันกลับเรืองแสงขึ้น จากนั้นก็ดูดซับเอาคมมีดสีทองของหนูทองลายขาวเข้าไปจนหมด

 

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ” ซูหยวนมองดูหุ่นรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ความจริงแล้วน่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่มากกว่าด้วยสีหน้าหงุดหงิด

            

ใครจะคิดว่าศัตรูที่ต้องเจอรอบนี้ก็คือศัตรูที่มีค่ายกลป้องกัน รูปแบบนี้ต่างจากค่ายกลของพวกอัศวินพันปีที่เธอเคยเห็น ทว่า...คุณสมบัติของมันก็ไม่ต่างกันมากนัก เพียงแค่เป็นการวาดค่ายกลที่ซับซ้อนยิ่งกว่า และดูเข้าใจยากกว่าก็เท่านั้น

            

แกร๊ก แกร๊ก!

            

หลังจากที่มันรับการโจมตีได้ทั้งหมดแล้ว ร่างทั้งร่างก็ขยับหมุนไปมา ตอนนั้นเองที่นิ้วทรงกระบอกของมันชี้มายังตำแหน่งที่พวกซูหยวนอยู่ ดวงตาของหญิงสาวหรี่ลงเล็กน้อย รับรู้จากสัญชาตญาณว่าเจ้าหุ่นไร้พลังชีวิตตรงหน้านี้กำลังเตรียมจะโจมตี เธอะเอาผลึกป้องกันออกมากางไว้ข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ถูกต้องจริงๆ

            

คมมีดสีทอง!!

            

ปัง ปัง!!

            

การปะทะอย่างรุนแรงของคมมีดสีทองสองครั้งกับโล่บาเรียทำให้เกิดเสียงดังสนั่น โล่บาเรียในมือของเธอยังไม่พัง แต่แรงสั่นสะเทือนที่กระแทกเข้าฝ่ามือของซูหยวนไม่ได้น้อยเลย

 

“จี๊ด! มัน มันถึงกับใช้คมมีดสีทอง!” องค์รักษ์หนูทองลายขาวตนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ซูหยวนส่ายหน้า อธิบายสถานการณ์นี้ให้หนูทองลายขาวเข้าใจ

 

“อักษรแปลกๆบนตัวของมันมีพลังในการดูดซับพลังของศัตรู จากนั้นก็มีอักษรอีกตัวที่ทำหน้าที่ปล่อยพลังของศัตรูที่ดูดซับมาก่อนหน้านี้ออกมา สังเกตได้ว่าคมมีดสีทองที่ปล่อยออกมานี้พลังถูกลดทอนลงไปเล็กน้อย เนื่องจากมันรับเอาพลังที่ “กระทบ” กับตัวมัน ไม่ได้เอาพลังที่ปล่อยออกตั้งแต่แรก”

 

“เมื่อตอนที่คมมีดสีทองถูกปล่อยออกไป จะมีพลัง 100 ส่วน แต่ต้องผ่านระยะทาง ความเร็ว และอื่นๆ ทำให้พลัง 100 ส่วนนั้นเหลือเพียง 95 ส่วน ทว่า...เมื่ออักษรนั้นรับไป 95 ส่วน ปล่อยออกมากว่าจะถึงพวกเราก็เหลือแค่ 90 ส่วนเท่านั้น”

            

ได้ยินคำอธิบายของคนเป็นเจ้านาย หนูทองลายขาวทั้งหมดก็อ้าปากค้าง นี่...นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าพลังของพวกมันหากโจมตีไปแล้ว มีโอกาสที่ศัตรูจะปรับเอามาใช้โจมตีกับตนเองแทนงั้นหรือ?

            

ต่อให้เจ้านายจะบอกว่าคุณสมบัติลดทอนลงไป ทว่า...ใครจะต้องการต่อสู้กับพลังของตนเองกันเล่า!

 

“ลองใช้บูมเมอแรง” ซูหยวนไม่คิดมากอีก ถ้าพลังที่โจมตีออกไปถูกดูดซับไว้ได้ เช่นนั้นก็ต้องดูว่าพวกมันจะถูกโจมตีทางกายภาพได้หรือไม่

            

ราชาหนูทองลายขาวก้าวออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจ บูมเมอแรงที่ทรงพลังถูกมันใช้ฝึกซ้อมจนชำนาญแล้ว พลังงานปล่อยออกไปกับบูมเมอแรงนี้ เร่งให้การเคลื่อนไหวของบูมเมอแรงเร็วขึ้น และโจมตีได้รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน

            

หวีด!!

            

เสียงแหวกอากาศของบูมเมอแรงดังไปพร้อมกับสะเก็ดไฟเริ่มปรากฏให้เห็น นี่เป็นเพราะบูมเมอแรงนี้สามารถรับพลังงานของราชาหนูทองลายขาว แล้วทำปฏิกิริยากับสภาพอากาศข้างนอกจนเกิดเป็นประกายไฟได้ การโจมตีของหนูทองลายขาวตนนี้เน้นไปที่การโจมตีทางกายภาพล้วนๆ แม้แต่ไฟที่ปกคลุมบูมเมอแรงก็คือไฟจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากพลังงานโดยตรง 

            

ดังนั้นเมื่อกระแทกกับมนุษย์หุ่นไม้ตรงหน้า มันก็เกิดเสียงดัง “ปัง!” และหน้าอกของมนุษย์หุ่นไม้เกิดเป็นรอยโจมตีขนาดใหญ่ทิ้งเอาไว้ แต่บูมเมอแรงไม่ได้หมดพลังแค่นั้น มันกระเด็นออกไปไกล ก่อนจะวกกลับมาโจมตีที่ด้านหลังของมนุษย์หุ่นไม้อีก

            

ปัง!!

            

ร่างของมนุษย์หุ่นไม้ถูกแรงกระแทกจากทั้งสองทาง สุดท้ายตัวของมันกลับขาดครึ่ง หน้าอกของมันเป็นรูขนาดใหญ่แล้วเศษไม้ก็แตกกระจายออกมา 

            

การโจมตีนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ ราชาหนูรับบูมเมอแรงกลับมา ยังไม่ทันจะดีใจหรือได้อวดเจ้านาย อันซูหยวนก็เรียกผลึกบาเรียออกมาแล้ว

            

ปัง!!

            

ปัง!!!

 

“บูมเมอแรงไม้!” 

            

ราชาหนูทองลายขาวอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ การโจมตีของมันประสบความสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นทำไมจึงเกิดสถานการณ์แบบนี้ได้!

            

มองไปที่หน้าอกของมนุษย์หุ่นไม้ที่แตกออก มีอักษรบางอย่างเรืองแสงให้ได้เห็น ซูหยวนไม่มั่นใจ แต่เธอกำลังคิดว่านี่อาจจะเป็นตัวอักษรที่แปลว่า “คัดลอก” ก็เป็นได้

            

โดยมนุษย์หุ่นไม้นี้เป็นเหมือนตัวแทนสำหรับดินแดนแห่งนี้ โลกมิติย่อยนี้ตอบรับมันทุกประการ เมื่ออักษรคัดลอกการโจมตีได้สำเร็จ โลกเล็กๆนี้ก็อำนวยความสะดวกทันทีด้วยการสร้าง “บูมเมอแรง” ออกมาเพื่อโจมตีกลับ

 

“อยากสู้กันด้วยบูมเมอแรงใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็ได้!!” ราชาหนูทองลายขาวคำรามเสียงดัง มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะเอาบูมเมอแรงออกมาทั้งอย่างนั้น นี่ไม่ใช่การท้าทายตนเองหรอกหรือ?

            

โชคดีที่อันซูหยวนหยุดเขาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นการโจมตีระลอกต่อไปอาจจะทำให้ผลึกบาเรียที่ถูกโจมตีมา 4 ครั้งติดนี้แตกระเบิดได้

 

…………………………….