LNCrawler

บทที่ 526 ตามหาความรู้ (อ่านฟรี 14 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 526 ตามหาความรู้ (อ่านฟรี 14 ส.ค. 69)

บทที่ 526 ตามหาความรู้

 

“แมลงกัดกิน” เธอส่งสัญญาณให้แมลงกัดกินทำงานทันที ถ้าปล่อยให้พวกหนูขาวโจมตีต่อ มีหวังว่าวันนี้คงจะต่อสู้กันไปมาไม่มีหยุดแน่!

            

เจ้าตัวเล็กขยายขนาดของตนเองให้เท่า 1 กำมือ ลอยไปข้างหน้าแล้วเข้ากัดกินอักษรที่อยู่บนหุ่นไม้จนสิ้น ทำเอาร่างที่กำลังขยับไปมาเพื่อหาทาง “คัดลอก” การโจมตีหมดแรงไปทั้งอย่างนั้นเลย

            

แมลงกัดกินที่กินได้ทุกอย่างแม้แต่ไม้และอักษร ย่อมไม่มีทางแพ้หากเป็นเรื่องการทำลายล้าง เดิมทีซูหยวนยังคิดว่าทรัพยากรอย่างอักษรที่ติดอยู่บนอกนั้นอาจจะเก็บมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ตอนนี้เธอยอมแพ้แล้ว

            

อักษรที่ฝังเข้าไปในเนื้อไม้ เป็นเรื่องยากที่จะถอดออกมา ขนาดแมลงกัดกินเป็นผู้ลงมือ ถ้าไม่ใช่เพราะมนุษย์หุ่นไม้นี้ถูกโจมตีก่อน เชื่อเถอะว่าการโจมตีคงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

 

“คิ้ว! เจ้าของฟาร์ม มีอะไรบางอย่างตกอยู่ตรงหน้าอกของหุ่นนั่นด้วย” ราชินีผึ้งน้อยมีดวงตาที่ดีมาก มันเรียกให้ซูหยวนดูสิ่งที่ร่วงออกมา ดวงตาของหญิงสาวก็เป็นประกายเช่นกัน

            

จุดสีเขียวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเก็บเกี่ยวนั้นก็คือผลลัพธ์จากการล่าในพื้นที่นี้งั้นหรือ? เธอเอาผลึกนั้นมาดู ก่อนจะต้องชะงักไป นี่....ดูเหมือนเธอจะค้นพบทรัพยากรใหม่ๆอีกครั้งแล้วสินะ

 

- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับผลึกเพิ่มความรู้ในการเขียนอักขระระดับต่ำ 1 ชิ้น –

 

- ผู้เล่นสามารถใช้ผลึกเพิ่มความรู้เพื่อรับเศษเสี้ยวของการเขียนอักขระระดับต่ำในรูปแบบต่างๆ ได้ โดยความรู้จะครบถ้วนเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับความรู้ที่ซ่อนอยู่ในผลึกระดับต่ำเหล่านั้น –

            

ข้อความของระบบทำให้ซูหยวนแทบหัวเราะออกมา ปรากฏว่าไอเทมที่ดรอปนี้เป็นไอเทมความรู้ แน่นอนว่าคำอธิบายไม่ได้เข้าใจได้ง่ายนัก ทว่า...เธอก็มีผลึกนี้อยู่ในมืออยู่แล้ว แค่ทดลองใช้งานมันก็เท่านั้น

 

“หืม?” 

            

เธอดูดซับผลึกจนหมดก็รู้สึกว่ามีความรู้สายหนึ่ง ไม่ชัดเจน เลือนราง หากแต่พอจะเข้าใจบ้างเล็กน้อยว่ามันคืออะไร การที่เธอมีความรู้สึกแบบนี้นั้น ทำให้ซูหยวนที่ชอบรับรู้อะไรให้กระจ่างแจ้งรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ว่าจะเอาความรู้พวกนี้มาได้อย่างไร

 

“แยกย้ายกันไป ตามหามนุษย์หุ่นไม้ที่มีอักษรปรากฏกลางอกเหมือนกับมนุษย์หุ่นไม้ตรงหน้านี้ อ้อ แล้วก็...ถ้าเจอกับมนุษย์หุ่นไม้ หรือหุ่นไม้ตนอื่นๆ ให้ตรวจสอบว่ามีอักษรไหนบนร่างกายของพวกมัน เราจะจับคู่ ระบุตำแหน่งเอาไว้ให้ชัดเจน เพื่อครั้งต่อไปจะได้ฟาร์มได้ถูกต้อง”

            

เธอออกคำสั่ง ให้พวกหนูขาวและแมลงกัดกินกระจายตัวออกไป โดยเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การล่ามนุษย์หุ่นไม้ หากแต่เป็นการรวบรวมข้อมูลเท่านั้น

            

อันซูหยวนรู้ได้ทันทีว่าความเข้าใจเลือนลางก่อนหน้านี้ แท้จริงแล้วเป็นความเข้าใจในการเขียน “อักษรคัดลอก” นั่นเอง ดังนั้นเธอจึงคาดเดาว่ามนุษย์หุ่นไม้ที่จะมอบความรู้ในการเขียนอักษรคัดลอก ก็ควรจะเป็นมนุษย์หุ่นไม้ที่มีพลังเหมือนกัน

            

ใช้เวลาค่อนข้างนาน ในที่สุดหนูทองลายขาวตนแรกก็กลับมา มันถือแผนที่ที่ตรวจสอบไปได้ประมาณ 500 เมตร ตำแหน่งที่มันค้นพบมี 2 จุด จุดแรกเป็นมนุษย์หุ่นไม้ที่อักษรประหลาดนั้นปรากฏที่ดวงตา แต่มนุษย์หุ่นไม้ที่เจ้านายต้องการก็คือมนุษย์หุ่นไม้ที่มีอักษรคัดลอก ทำให้มันเลือกที่จะตรวจสอบไปใกล้ๆอีกครั้ง แล้วก็พบเข้าจริงๆ

            

มนุษย์หุ่นไม้ที่มีอักษรคัดลอกนั้นอยู่ห่างจากเจ้ามนุษย์หุ่นไม้ที่มีอักษรตรงดวงตาประมาณ 70 เมตรเท่านั้น ระยะทางไม่ไกล แต่กลับมี “กำแพงไม้” ขวางกั้นอยู่ ดังนั้นพวกมันจึงไม่เข้าหากัน ราวกับมีคนจงใจสร้างบ้านวงกตนี้ขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

            

ก็นะ...เรื่องนี้ซูหยวนทราบดีเลย ตั้งแต่ที่ดินแดนนี้เต็มไปด้วยจุดสีแดง เท่ากับว่าการเข้ามาของพวกเธอไม่ได้รับการยอมรับจากที่นี่ แน่นอนว่าซูหยวนไม่รีบร้อน เธอยังมีเวลาทำความเข้าใจอีกมาก ดังนั้นจึงส่งสัญญาณให้หนูทองลายขาวพาตนเองไปยังตำแหน่งมนุษย์หุ่นไม้อักษรคัดลอกก่อน

            

การโจมตีของมันมีรูปแบบเหมือนเดิม ซูหยวนให้พวกราชินีผึ้งน้อยได้ทดลองต่อสู่บ้าง เธอแสดงให้พวกมันเห็นว่าถ้าเจอกับคู่ต่อสู้เหมือนหุ่นไม้พวกนี้ ราชินีผึ้งน้อยก็ทำได้แค่ดูเท่านั้น พวกมันไม่แพ้ยาสลบ และอาจจะสร้างยาสลบที่เหมือนกันนี้ขึ้นมาเพื่อโจมตีกลับก็ได้ ดังนั้น...ถ้าพวกเธอมีกองทัพโจมตีระยะประชิดอยู่ก็น่าจะทำให้การต่อสู้ราบรื่นมากขึ้น

            

ราชินีผึ้งน้อยตอนนี้เข้าใจแล้ว แต่คำบอกของอันซูหยวนไม่ใช่การบอกว่าพวกมันควรจะอยู่เฉยๆต่อไปหรือ? เพราะมันโจมตีไม่ได้ เช่นนั้นจะเข้ามาที่นี่ทำไม...

            

เห็นท่าทางน้อยใจของอีกฝ่าย ซูหยวนก็แค่บอกให้พวกมันทำหน้าที่สำคัญอย่างอื่นไปก่อน ระหว่างรออาวุธชนิดใหม่ที่เธอกำลังสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อพวกมัน

            

ราชินีผึ้งน้อยถึงจะมีความสุขขึ้นมาบ้าง ซึ่งระหว่างที่พวกราชินีผึ้งน้อยออกลาดตระเวนเหมือนกัน หนูทองลายขาวก็ล้มเจ้ามนุษย์หุ่นไม้ตรงหน้าด้วยบูมเมอแรงแล้ว แลกกับการที่ต้องรับการโจมตีจากบูมเมอแรงเหมือนกัน ซูหยวนกางบาเรียของตนเองปกคลุมทุกคนที่อยู่ข้างๆ เพื่อป้องกันพวกเขาและประหยัดผลึกบาเรียไปพร้อมๆกัน

            

สาเหตุที่เธอส่งผู้ช่วยจำนวนมากออกไปลาดตระเวน ไม่ใช่เพราะรีบร้อนอยากจะตามหาบอส แต่เป็นเพราะเธอต้องการ “ลด” พื้นที่ป้องกันลงต่างหาก

            

ถ้าต้องปกป้องสมาชิกหลายสิบจนเกือบจะถึงร้อยตัว แค่บาเรียของระบบนั้นไม่เพียงพอ การโจมตีของมนุษย์หุ่นไม้อาจจะพลาดไปถูกสัตว์ร้ายตนอื่นๆที่อยู่นอกบาเรียของระบบ เนื่องจากขนาดของมันไม่ได้มีมากนัก เพื่อให้เหลือแค่จำนวนที่จำเป็นและยังเข้ามาหลบภัยใกล้ๆตัวเธอได้ การส่งพวกเขาออกไปจึงเป็นแผนตั้งแต่แรกแล้ว

 

“จี๊ด! นี่คือผลึกเพิ่มความรู้ขอรับเจ้านาย!” องค์รักษ์หนูทองลายขาวที่ยังอยู่เก็บผลึกเพิ่มความรู้มาให้เธอ ซูหยวนรับมันเอาไว้โดยไม่อิดออด จากนั้นก็ใช้งานมันทันที

            

ความรู้ที่เลือนรางมากๆในตอนแรก เหมือนกับน้ำทะเลที่ได้รับการเติมสี จากสีขาวไม่มีสิ่งใด ตอนนี้เริ่มมีสีฟ้าอ่อนๆปรากฏขึ้นให้เห็นแล้ว

            

เธอพอใจกับมันอย่างมาก ขั้นตอนคร่าวๆในการเตรียมการสำหรับเขียนอักษรคัดลอกนี้อยู่ในหัวของเธอ เหลือก็แค่ขั้นตอนหลักในการเขียนเท่านั้น ซูหยวนคาดเดาว่าน่าจะอีกประมาณ 10-20 ผลึก เธอก็น่าจะมีความรู้กระจ่างแล้ว ถึงอย่างนั้น...ความรู้กับความชำนาญเป็นคนละเรื่องกัน เธอยังต้องพยายามฝึกฝนต่อไปอีก หากต้องการจะสร้างอักษรคัดลอกนี้ออกมาใช้งานจริงๆ

 

“เจ้านาย พวกเราจะไปตรงตำแหน่งของพวกมนุษย์หุ่นไม้ที่มีอักษรคัดลอกอีกหรือไม่?”

 

“ไม่จำเป็น” ซูหยวนส่ายหน้า เธอไม่อยากเสียเวลามากเกินไป ไหนๆก็มาที่นี่แล้ว...อย่างนั้นก็รวบรวมทรัพยากรทั้งหมดกลับไปนั่นแหละจึงจะถูกต้อง

            

ครั้งแรกที่ไล่ตามหามนุษย์หุ่นไม้อักษรคัดลอกนี้ ก็เพื่อยืนยันความเข้าใจของตนเองเท่านั้น ในเมื่อความคิดของเธอถูกต้องแล้ว อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องคิดมากอีก เธอจะรวบรวมข้อมูลก่อน หลังจากนั้นค่อยแยกผลึกต่างๆออกจากกัน

            

ผลึกพวกนี้เธอควรเรียนรู้นั้นถูกต้องแล้ว แต่เธอแค่คนเดียวจะทำมันได้อย่างไร หากต้องการความแข็งแกร่งมากขึ้น ย่อมต้องมอบความรู้เหล่านี้ให้พวกพ้องที่เชื่อใจได้ด้วย เรื่องนั้นยังต้องคิดอีกทีว่าจะเลือกใครเป็นผู้เรียนรู้ทักษะต่างๆ บางทีตระกูลอี้ของเธอ...อาจจะได้เวลาขยายขอบเขตการสร้างแล้วหรือไม่?

            

อ่า ถึงเธออยากจะมอบงานให้ตระกูลอี้ แต่คงต้องระวังหน่อย ตอนนี้ผู้นำตระกูลอี้ก็แทบจะแบกรับเอาไว้ไม่ไหวแล้ว ถ้าต้องรับการสร้างค่ายกลอักษรอีก เกรงว่าเขาอาจจะล้มนอนจมกองเลือดก็ได้

            

หลังจากนั้น ซูหยวนก็ไล่เก็บกวาดพวกมนุษย์หุ่นไม้ทั้งหมด โดยตนแรกที่เธอได้สู้ด้วยก็คือมนุษย์หุ่นไม้อักษรดวงตาเปลี่ยนเป็นหิน นี่เหมือนกับการที่ดวงตาของ “เมดูซ่า” เปลี่ยนให้คนกลายเป็นหินได้ หากไม่ใช่เพราะบาเรียป้องกัน ซูหยวนที่สบตากับมันอาจจะตกตายกลายเป็นหินก่อนก็ได้

            

แน่นอนว่าบาเรียราคา 100,000 เหรียญถูกทำลายไปเพราะแบบนั้น แต่เจ้าตัวนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนตัวแรก มันยังถูกคมมีดสีทองตัดลำตัวไปได้ง่ายๆ จากนั้นก็แค่ให้แมลงกัดกินทำลายอักษรตรงดวงตา แค่นั้นก็ทำให้ทิ้งผลึกความรู้อักษรเปลี่ยนเป็นหินเอาไว้แล้ว

            

นอกจากอักษรทั้งสองที่เจอ เธอก็ยังค้นพบผลึกความรู้ทำให้เข้าใจเกี่ยวกับอักษรเสริมแกร่ง อักษรเลือนราง และอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง นับว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม...ผลึกที่ได้รับมาเป็นเพียงผลึกระดับต่ำเท่านั้น มันทำให้ซูหยวนรู้สึกว่าอาจจะต้องมีประตูเชื่อมมิติที่จะค้นพบผลึกความรู้การเขียนอักษรระดับกลางหรือระดับสูงอีก

            

อ่า เรื่องนั่นยังต้องดูว่าเธอจะโชคดี หรือโชคร้าย ได้พบประตูเชื่อมมิติที่สุ่มมาให้ผู้เล่นนี้หรือไม่ หญิงสาวผ่านการต่อสู้กับมนุษย์หุ่นไม้เกือบครบทุกรูปแบบแล้ว กระนั้นก็ยังไม่เจอกับบอสใหญ่ของพื้นที่นี้เลย ช่างเป็นเรื่องยุ่งยากอีกเรื่องหนึ่งแล้ว

            

ตราบใดที่หาบอสใหญ่ไม่เจอ เธอก็จะครอบครองพื้นที่นี้ไปตลอดไม่ได้ด้วย!

 

“เอาล่ะ วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน” ซูหยวนโบกมือ 

 

ตั้งแต่ที่เข้ามาจนถึงตอนนี้ กินเวลาไปเกือบ 8 ชั่วโมงแล้ว แม้แต่ตอนทำงานยังต้องมีเวลาพัก เธอและพรรคพวกไม่ได้พักกลางวันด้วยซ้ำ เพียงโยนสารอาหารสังเคราะห์ระดับสูงแล้วก็กรอกน้ำตามไป ไม่ต้องการเสียเวลาทำงานในพื้นที่เชื่อมมิตินี้แม้แต่นาทีเดียว

            

หลังจากที่พวกมันทำงานมาทั้งวัน พอได้ยินคำนี้ก็พากันส่งเสียงยินดี ทุกตัวถอนกำลังออกมาจากจุดที่ประจำตำแหน่งอยู่ทันที แม้แต่พวกราชินีผึ้งน้อยที่ไม่ได้ทำอะไรเลยก็ยังกลับมาด้วย สีหน้าของพวกมันไม่ดีนัก ยิ่งได้ยินพวกหนูทองลายขาวพูดเกี่ยวกับการต่อสู้ที่ผ่านมา คงจะมีแค่พวกมันเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ผ่านมา...

            

เมื่อออกมาจากพื้นที่เชื่อมมิติแล้ว อย่างแรกที่พวกซูหยวนทำก็คือการดื่มและกินจนกว่าจะพอใจ ในขณะที่ราชินีผึ้งน้อยพาผึ้งทหารของตนเองกลับไปที่รังด้วยท่าทางห่อเหี่ยว

 

“จี๊ด! เจ้านาย เจ้าราชินีผึ้งน้อยน่าจะผิดหวังน่าดูเลย การต่อสู้ข้างใน...มีปัญหาหรือขอรับ?” 

 

หนูทองลายขาวตนหนึ่งที่ทำหน้าที่ควบคุมการผลิตของวันนี้เข้ามากระซิบถามหลังจากมอบอาหารให้ทุกคนแล้ว เดิมทีพวกมันก็เตรียม “เกสรดอกไม้” เอาไว้ให้พวกราชินีผึ้งน้อยด้วย แต่เจ้าพวกนั้นไม่แม้แต่จะหันมามอง กลับพากันบินเข้ารังไปทั้งอย่างนั้น

 

“ปล่อยพวกนั้นไปก่อน แล้วเรื่องอาวุธที่ให้ช่วยควบคุมการผลิตเร่งด่วนไปถึงไหนแล้ว”

 

“เรื่องนั้นสำเร็จไปแล้ว 40 ชิ้นขอรับ จี๊ด! รวมคืนนี้ด้วยน่าจะได้ถึง 90-100 ชิ้น”

 

“อืม แค่เตรียมของเอาไว้ก็พอ พวกราชินีผึ้งน้อยน่าจะไม่เศร้าเหมือนกับวันนี้แล้ว” 

 

หนูทองลายขาวได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ มันรีบไปสั่งการหนูทองตนอื่นๆเพื่อให้ระมัดระวังการผลิตอาวุธขนาดเล็กนั่นด้วยตนเอง ไม่เหมือนที่เจ้าราชินีผึ้งน้อยเข้าใจ 

 

เเท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าพวกหนูทองลายขาวไม่อยากเป็นมิตรด้วย ทว่าท่าทางของราชินีผึ้งน้อยต่างหากที่ทำให้พวกมันเกรงใจ หนูทองลายขาวที่ตะกละถึงขนาดนี้ จะเป็นพวกไม่ชอบใจราชินีผึ้งน้อยที่มอบน้ำผึ้งแสนอร่อยเป็นการตอบเเทนได้อย่างไร ขนาดต้นองุ่น พวกมันยังดูเเลเท่าชีวิต เเล้วนับประสาอะไรกับพวกผึ้งน้อย ก็แค่ต่างฝ่ายต่างยังเข้าใจกันไม่ดีเเค่นั้นเอง…

 

ในรังของราชินีผึ้งน้อย ตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างน่าหดหู่ เจ้านายของรังเข้าไปที่ห้องเล็กในรังเเล้วก็ปิดตัวเงียบ ไม่ยอมให้ผู้ใดถามอะไรทั้งนั้น ทำเอาพวกผึ้งงานที่รอให้กำลังใจถึงกับหดหู่ไปด้วย

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือ คิ้ว!”

 

“คิดว่าพวกท่านจะกินอาหารร่วมกับเจ้าของฟาร์ม ได้ยินว่าพวกหนูทองเตรียมเกสรดอกไม้ดีๆเอาไว้รับรองพวกท่านด้วย”

 

“นั่นน่ะสิ เหตุใดพากันกลับมาเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ล่าหรือไม่? หรือถูกผู้ใดขับไล่ออกมา เป็นพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์หรือ?”

 

เนื่องจากราชินีผึ้งกับพวกตั๊กเเตนน้ำกลายพันธุ์เคยต่อสู้กันมาก่อน ทั้งสองจึงไม่ค่อยลงรอยกันมากนัก ยิ่งสถานะ “ราชินี” ที่เหมือนกันด้วยเเล้ว ยิ่งทำให้ทั้งสองเหมือนเเข่งขันกันอยู่ตลอด

 

ทหารผึ้งมองเหล่าผึ้งงานที่กำลังผลัดกันถาม ตัวพวกมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าราชินีผึ้งน้อยหรอก เจอคำถามพวกนี้ก็จุกที่อกเหมือนกัน

 

“พวกเราไม่ได้ทำงาน จะมีหน้าไปกินที่ไหน! ไม่ต้องให้ใครพูด พวกเราก็คิดได้!” 

 

 

ทหารผึ้งคนหนึ่งตะโกนออกมาก่อนจะรีบเเทรกตัวเข้าไปในรูผึ้ง เก็บปีก เก็บขา ปิดตา ทำเป็นไม่รับรู้อะไรอีก เเค่คิดว่าทำไมรังผึ้งของพวกมันช่างไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย เทียบกับพวกหนูขาวที่มีห้องพักเป็นของตนเอง เมื่อไรไม่อยากคุยไม่อยากเห็นใครก็รีบเข้าห้องพักก็จบเเล้ว ตอนนี้พวกมันที่เป็นผึ้งทหารกลับต้องมาหลับตาหลบความอยากรู้อยากเห็นของผู้อื่น ช่าง…ขายหน้าเหลือเกิน

 

คืนนั้นของพวกผึ้งผ่านไปอย่างอยากลำบาก เมื่อมารวมตัวกันอีกครั้ง ซูหยวนรับรู้ได้เลยว่าเจ้าผึ้งทหารจำนวนมากไม่ได้ข่มตานอน ซึ่งราชินีผึ้งน้อยก็ดูจะไม่ต่างกันมากนัก

 

เห็นพวกมันเป็นเเบบนี้เเล้ว ซูหยวนก็รู้สึกผิดอยู่บ้างที่ไม่อธิบายให้พวกมันเข้าใจ แค่คิดว่าเธอขอให้เชื่อใจตนเองเเล้ว ทั้งยังไม่เคยตำหนิอะไร พวกมันควรจะเข้าใจ แต่ก็อย่างที่เห็น สุดท้ายเธอไม่ได้ถ่วงเวลาอีก สั่งให้หนูทองลายขาวขนของที่สั่งผลิตไว้ออกมาทันที

 

……………….