บทที่ 529 สถาบันสอนธนูพื้นฐาน (อ่านฟรี 17 ส.ค. 69)
บทที่ 529 สถาบันสอนธนูพื้นฐาน (อ่านฟรี 17 ส.ค. 69)
บทที่ 529 สถาบันสอนธนูพื้นฐาน
แพร๊ด!!
“!!”
“00”
“............” สีหน้าของผู้ที่รับชมได้แต่อ้าปากค้าง แม้แต่ซูหยวนผู้เป็นคนคิดแผนการนี้ก็ไม่อยากมองอีกต่อไป...
มูลของไก่ลาวาพ่นออกมาหลังจากที่ตั๊กแตนน้ำปล่อยมันลงมา.... โล่บาเรียก็โล่บาเรียเถอะ หากต้องแบกรับน้ำหนักของเจ้าสิ่งนี้เอาไว้ แล้วก็อย่าลืมว่าไก่ลาวามีพลังเช่นไร มูลของมันคงไม่ได้เย็นเหมือนน้ำแข็งหรอก แน่นอนว่าเมื่อไก่ลาวาเข้าปะทะแบบนั้นและทำให้เจ้าหุ่นไม้คัดลอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มันก็ขยับตัวอย่างประหลาด จากนั้นก็เริ่มแสดงผลการคัดลอกจากการปะทะโดยตรงก่อนหน้านี้ทันที
“จุดไฟ!!”
อ่า ที่จริงคงต้องบอกว่าการถ่ายของเหลวออกมานั้นไม่ได้เกี่ยวกับแผนการของซูหยวนเลย เธอแค่สั่งให้เจ้าไก่ลาวาตัวน้อยเข้าปะทะกับมนุษย์หุ่นไม้ให้ได้ ในระหว่างปะทะจะต้องทำให้ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยไฟ เพราะพลังของพวกมันคือการคัดลอก ดังนั้นสิ่งที่มันจะคัดลอกได้ก็คือการสร้าง “ไฟ” ขึ้นมาในร่างกายตนเอง แล้วก็เข้าปะทะเหมือนที่ไก่ลาวาทำ
แต่...มันจะโจมตีหลังจากร่างทั้งร่างจุดติดไฟได้หรือไม่นั้น ต้องถามว่าเนื้อไม้ของพวกมันทนไฟได้นานขนาดไหน เพราะถ้าทนได้น้อยแล้วปล่อยให้ลุกไหม้ทำลายอักษรได้ เช่นนั้นมันก็คงต้องบอกลากันเพียงเท่านี้
ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ทำงานด้วยไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย อาจจะเพราะมันเป็นพื้นที่ที่มอบผลึกความรู้ระดับต่ำด้วยก็ได้ ดังนั้นการกำจัดบอสจึงไม่ได้ยากเกินไปนัก
“กรู้ว!!” เจ้าไก่ลาวาส่งเสียงร้องเหมือนกับนกน้อยที่กำลังรอรับคำชม หากแต่ทุกคนที่อยู่ที่นั่นกลับไม่แม้แต่จะยกนิ้วให้ ภาพที่มัน “แพร๊ด!” ออกมาบนโล่นั้นทำให้พวกเขาที่ลุ้นการต่อสู้อยู่อยากจะอาเจียนออกมา...
อันซูหยวนโบกมือ เธอไม่หันกลับไปมองผลลัพธ์ของการต่อสู้ด้วยซ้ำ ใครจะคิดว่าเจ้าไก่ลาวาพวกนั้นหลังจากที่ปล่อย “ระเบิด” ก้อนใหญ่ออกมาแล้วจะยังทำท่าเริงร่าอยู่บนหัวของมนุษย์หุ่นไม้ตัวใหญ่นั่นอีก ซึ่งการที่เจ้านั่นมีร่างกายคล้ายกับมนุษย์ กับกอง “ระเบิด” ขนาดใหญ่ซึ่งใหญ่เกือบจะท่วมหัวของมัน ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ยังมีโล่บาเรียกางเอาไว้อยู่ เชื่อได้เลยว่าก้อนลาวาขนาดใหญ่นั้นอาจจะท่วมไปทั้งตัวของมันแล้วก็เป็นได้
เพราะต้องรับมือกับระเบิดก้อนใหญ่ที่มาอย่างกะทันหันนั้นเอง ทำให้บอสของพื้นที่นี้ไม่ได้รับมือกับการโจมตีอื่น เปิดช่องให้ราชินีผึ้งน้อยเข้าโรมรันโจมตี ฝ่าดงไฟที่ลุกท่วมเพื่อช่วยตัดลายอักษรให้พังได้เร็วขึ้น แม้ว่ารอบๆตัวของเจ้าหุ่นไม้ตนนี้จะมีจุดเชื่อมต่อกันมากกว่าปกติ อีกทั้งยังมีอักษรอยู่บนร่างทั้ง 15 ตัวด้วย งานยากเช่นนี้กลับใช้เวลาไม่นานเลย เนื่องจากพื้นที่รอบๆนี้ถูกทำลายไปหมดแล้ว
ซูหยวนกลับมาที่ฟาร์มของตนเองอีกครั้ง เสียงระบบก็ไล่หลังแจ้งเตือนให้เธอทราบว่าเจ้าพวกนั้นทำสำเร็จแล้ว หญิงสาวอ่านรายละเอียดอย่างพอใจแล้วก็หันมาฝึกซ้อมการเขียนอักษรของตนเองต่อไป
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นสามารถเอาชนะบอสของมิติบ้านไม้ได้สำเร็จก่อนครบ 7 วัน ดังนั้นระบบจะมอบประตูเชื่อมมิติทั้ง 2 บานแก่ผู้เล่น ขอให้ผู้เล่นรวบรวมทรัพยากรให้มากขึ้น และพยายามพิชิตพื้นที่เชื่อมมิติให้มากขึ้น –
การแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นมานั้น หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจมากนัก ตอนนี้มือของเธอยังคงยุ่งอยู่กับอักษรเสริมความเร็ว โดยซูหยวนตั้งใจจะฝึกกับแผ่นไม้เหล่านี้ให้ชำนาญ หลังจากนั้นจะลองใช้กับ “หุ่นซ้อมอินทรีย”ดู
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ไม่มีผู้ใดเข้ามารบกวนเวลาที่เต็มไปด้วยความสงบและสมาธิเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกเขาอยากให้เวลาเจ้านายให้พอ หรือเป็นเพราะกลัวว่าถ้าเจ้านายเสียสมาธิแล้วจะระเบิดตนเองตามไปด้วย ทว่า...แม้จะเป็นเช่นกัน แต่อาหารสามมื้อในฟาร์มนี้ส่งตรงถึงเจ้านายไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกว่านี่เป็นการปิดตัวฝึกฝนครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้
ผ่านไปอีก 4 วัน ประตูเชื่อมมิติบ้านไม้ที่ซูหยวนยึดมาได้นั้นก็ถูกตัดออกจากรายการสุ่ม ตอนนี้ซูหยวนได้รับมันแล้ว จากนี้ไม่จำเป็นต้องสุ่มมิติบ้านไม้ระดับต่ำมาที่เธออีก
คนตัวเล็กวางงานในมือเพื่อเตรียมพร้อมเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตนเอง ครั้งนี้เธอเสียเวลาไปกับการสร้างอักษรอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่แม้จะสำเร็จ กระนั้นก็สำเร็จแค่อักษรความเร็วเท่านั้น อักษรอื่นๆที่ยากมากกว่า ซับซ้อนมากกว่ายังต้องอาศัยการฝึกให้หนักอยู่
เมื่อไรก็ตามที่เธอทำมันสำเร็จจนวาดเขียนอักษรเหมือนกับการเขียน ก. ไก่ ถึง ฮ. นกฮูก หรือการเขียน A ไปถึง Z เวลานั้นมันจะสร้างทั้งรายได้ เละกลายเป็นไพ่ลับที่ยอดเยี่ยมในมือของเธอทันที
“จี๊ด จี๊ด เจ้านายจะเข้าพื้นที่เชื่อมมิติเลย หรือว่าจะออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกก่อน จี๊ด?”
หนูทองลายขาวผู้เป็นเลขาฯรับหน้าที่มาดูแลอันซูหยวนประมาณ 8.00 น. เช่นนี้ทุกวัน เพื่อดูว่าแผนการในวันนี้ของเจ้านายว่างหรือยัง เนื่องจากตัวมันมีงานอีกมากที่รอเจ้านายไปสะสาง
ซูหยวนเข้าใจสีหน้าของอีกฝ่าย และเธอก็ยังไม่ได้เตรียมพร้อมจะเข้าพื้นที่ล่ามากนัก สุดท้ายจึงได้ให้ทุกคนไปพักผ่อน และเธอก็ตามเจ้าหนูทองลายขาวออกมา
เลขาฯตัวน้อยชี้แจ้งข้อมูลสำคัญให้เธอทันที เกี่ยวกับการตัดสินใจของพวกผู้นำที่เวลานี้ยังไม่สามารถยินยอมรับข้อเสนอของอันซูหยวนได้ การที่จะให้พวกเขาเป็นอริกับฝั่งผู้ทำยานั้นรุนแรงเกินไป ถ้ารัฐบาลกับองค์กรขนาดใหญ่ที่กุมชะตาชีวิตของผู้คนมากมายเอาไว้ขัดแย้งกัน แบบนั้นไม่เท่ากับความล่มจมของมนุษย์หรอกหรือ?
ดังนั้นในความ “อยากได้” ของพวกผู้นำ พวกเขาก็ต้องเจรจาแลกเปลี่ยนของบางอย่างที่จะทำให้สมาชิกระดับสูงในองค์กรผู้นำยาไม่ออกหน้ามาขัดขวาง
แน่นอนว่าจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ง่ายเลย แต่ตราบเท่าที่พวกผู้นำต้องการ ซูหยวนก็เชื่อว่าอีกไม่นานนี้พวกเขาจะปรากฏตัวอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า...ระหว่างนี้เธอแค่ชมละครฉากใหญ่นี้ก็พอ
ลำพังเรื่องที่จะปกป้องฟาร์มของตนเองเอาไว้ก็สร้างความปวดหัวมาให้เธอนานมากแล้ว ถ้ายังต้องเก็บเอาเรื่องของคนอื่นมาคิดอีก ไม่เท่ากับเป็นการทำร้ายตนเองหรอกหรือ? ใครจะคิดอะไรจะทำอะไรก็ช่างเขาเถอะ ตอนนี้เธอเองก็ต้องคิดต้องทำอะไรตามแผนการที่วางไว้เช่นกัน
นอกจากเรื่องยาที่ปล่อยให้ตระกูลอี้จัดการเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกแล้ว เธอก็ยังต้องฟังข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเขตพื้นที่ปลอดภัยด้วย ฟาร์มกว่า 1,000 แปลงของเธอได้รับการฟื้นฟูอย่างดีโดยไม่มีปัญหาอะไร ก่อนหน้านี้มันก็ถูกปกป้องอย่างดีโดยพวกแมลงกัดกินอยู่แล้ว แถมยังมีปุ๋ยดีที่เป็นน้ำบริสุทธิ์อีก เวลานี้มีกระทั่งต้นอ่อนสมุนไพรเติบโตขึ้นมาแล้วด้วย
ในขณะเดียวกัน เรื่อง “ผู้ช่วยเกษตรกร” ที่องค์กรเกษตรกรปลดล็อกก็ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก เริ่มจากคนของซูหยวนที่พวกเขาสมัครก่อนเป็นกลุ่มแรกๆ จากนั้นก็มีคนเห็นรายชื่อนี้ หลายคนล้วนอยากจะดูว่าคนงานของพลทหารพิเศษอันมีความแตกต่างจากพวกตนตรงไหนบ้าง เหตุใดการดูแลแปลงของอันซูหยวนจึงราบรื่นดี ฟื้นตัวได้เร็ว ดังนั้นจึงได้มอบหมายภารกิจให้พวกเขา
สุดท้ายแล้วผลงานของความขยันและความชำนาญเนื่องจากได้ช่วยอันซูหยวนทำมาหลายปีก็ได้ปรากฏให้เกษตรกรผู้ว่าจ้างได้เห็น เดิมทีพวกเขาก็มีอคติกับการจ้างผู้ช่วยเกษตรกรมาทำงาน แต่หลังจากเห็นว่างานที่ตนเองคนเดียวต้องใช้เวลา 10 วัน กลับเสร็จใน 1 วัน พวกเขาก็ตื่นเต้นกับการมีอยู่ของผู้ช่วยเกษตรกรเสียที
กลายเป็นว่าอันซูหยวนที่ผ่านมานี้ทำงานได้ยอดเยี่ยมก็เพราะส่วนหนึ่งเป็นผู้ช่วยของเธอด้วย แต่ผู้ช่วยที่มีทักษะและทำงานได้คล่องแคล่วนี้ จะไม่ได้เป็นแค่ของซูหยวนคนเดียวเท่านั้น เพราะพวกเขายังสามารถรับงานของเกษตรกรคนอื่นๆได้ด้วย!
เรื่องดีๆแบบนี้ ใครบ้างจะยังต่อต้านอยู่อีก!
เมื่อมีหนึ่งคนรู้ ก็มีสองคนที่รู้ ผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็ยังสามารถรับงานได้ถึง 20 กว่าเจ้า จัดการไปแล้วเกือบ 1,000 แปลง ถึงจะมีอุปสรรคบ้างเล็กๆน้อยๆ เช่นการโดนหลอกว่าจ้าง แต่หน้างานจริงกลับรับคนอื่นมาทำแล้ว เพื่อเยาะเย้ยพวกเขา หรือจะเป็นเรื่องที่พยายามหาข้อติติงคนของอันซูหยวนเพื่อทำให้ดูว่าตนเองเป็นพวกอยู่เหนือกว่าทำให้ตอนทำงานเจ็บใจไปตามๆกันก็เถอะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรหักคะแนนการประเมินพวกเขาได้เท่านั้น ในฐานะผู้ช่วยเกษตรกร ก็ยังประเมินเกษตรกรได้ด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ช่วยเกษตรกรคนอื่นๆรู้ว่าเกษตรกรคนไหนสามารถรับจ้างได้ แล้วเกษตรกรคนไหนที่ไม่น่าไปทำงานด้วย
ตอนแรกพวกเกษตรกรไม่สนใจเลย พวกเขาทำแบบนี้ก็เพราะมั่นใจว่าระบบผู้ช่วยเกษตรกรนี้เดี๋ยวก็จะต้องพังไม่เป็นท่า ในความคิดของพวกเขา...ไม่มีเกษตรกรคนไหนลดค่าแปลงเพาะปลูกของตนเอง เอาแปลงเพาะปลูกไปเสี่ยงอันตรายกับการว่าจ้างคนพวกนี้ ทว่า...ความจริงจะเป็นเช่นไร พวกเขาจะได้รู้ในภายหลัง และนั่นก็ทำให้พวกเขาเกือบจะต้องร้องไห้ออกมา
กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะการกลั่นแกล้งของพวกเขาทำให้ได้รับการประเมินจากเหล่าผู้ช่วยต่ำมาก เมื่อถึงช่วงที่ผู้ช่วยเกษตรกรกลายเป็นกระแสดัง และทุกคนรู้ว่าผู้ช่วยเกษตรกรช่วยเหลืองานตนเองได้จริง พวกตนอยากจะว่าจ้างบ้างก็ไม่มีใครรับงานแล้ว
จำนวนผู้ช่วยเกษตรกรมีอยู่แค่หยิบมือเดียว ยิ่งถ้าเป็นพวกมีฝีมือก็ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก สุดท้ายจะรับงานทั้งหมดที่เกษตรกรว่าจ้างได้อย่างไร เมื่อพวกเขามีสิทธิเลือก นอกจากจะเลือกเกษตรกรที่จ่ายให้ราคาดีแล้ว ก็ยังเลือกเกษตรกรที่เป็นมิตรด้วย
หลังจากที่ตำแหน่งผู้ช่วยเกษตรกรได้รับการอนุมัติแล้ว คนของเธอเกือบ 30 คนก็กลายเป็นผู้ช่วยเกษตรกรทั้งหมด พวกเขาในฐานะผู้ช่วยเกษตรกรจึงสามารถรับภารกิจแล้วควบคุมลูกมือซึ่งเป็นเด็กนักเรียนไปจัดการแปลงเพาะปลูกได้จำนวนมาก ก่อนหน้านี้องค์กรขาดผู้ควบคุมงาน เวลานี้ก็ได้คนควบคุมงานเพิ่มอีกจำนวนมากแล้ว กระบวนการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกจึงรวดเร็วขึ้น ทำให้องค์กรต้องส่งจดหมายขอบคุณมาที่เธอ
“จี๊ด เจ้านาย...เรื่องอื่นๆดูจะราบรื่นดี แต่เรื่องการสร้างสถาบันสอนธนูพื้นฐานฟรีนั้น ตอนนี้ยังขาดเรื่องวิชาสอนอีกจำนวนมาก พวกเราเปิดรับนักเรียนโดยไม่คิดค่าเรียนค่าสอน ทำให้มีพวกเด็กๆที่เสียครอบครัวไปจากเขตชั้นนอกมาสมัครจำนวนมาก ถึงจะคัดเลือกแค่เด็กที่มีพรสวรรค์มาแล้วก็ยังมีกว่า 100 คน แต่ปัญหาก็คือ...วิชาธนูระดับต่ำที่เรามีไม่ได้เหมาะกับเด็กๆทุกคน ดังนั้น...”
หนูทองลายขาวอยากจะให้เจ้านายยกเลิกการรับเด็กๆพวกนี้เข้าเรียน นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ก็ยังกลายเป็นภาระใหญ่ด้วย เดิมทียังคิดว่าเจ้านายอาจจะอยากเพิ่มกองกำลังเพื่อปกป้องตระกูล แต่เจ้านายกลับบอกว่าจะเปิดสอนฟรี เด็กๆที่เข้ามาเรียนไม่ต้องเป็นคนของตระกูลอี้หรือตระกูลอันก็ได้ทั้งนั้น เช่นนี้ทำให้มีคนมาสมัครจำนวนมาก
ยิ่งคนมากก็ยิ่งมีปัญหามาก วิชาธนูระดับต่ำที่หาซื้อมาได้มีแค่ 2 วิชา มันเป็นวิชาโจมตีที่เพิ่มความรุนแรงหลังจากปล่อยสาย และวิชาที่เพิ่มความเร็วให้การโจมตี เพราะเป็นวิชาระดับต่ำจึงไม่ได้มีพลังในการโจมตีมากนัก ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกมันไม่ได้เป็นแม้แต่วิชาของผู้มีพลังพิเศษด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าฝึกสำเร็จก็อาจจะยิงพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่เขต B ได้อยู่ แต่จะให้พัฒนาไปมากกว่านี้คงยากแล้ว
ซูหยวนรู้ว่าเจ้าหนูทองลายขาวกำลังจะพูดอะไร แต่เธอไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผนการรองรับอยู่แล้ว เดิมทีการสอนวิชาธนูให้พวกเด็กๆนั้นไม่ใช่แค่การประกาศออกไปด้วยความโมโหตระกูลอี้ของรุ่นพี่อี้ทั้งสอง หากแต่เป็นการเตรียมพร้อมมาตั้งแต่แรกแล้ว
เพื่อที่จะคัดคนเข้าตระกูล และเพิ่มปริมาณแรงซื้อ เธอจำเป็นต้องมอบเครื่องมือซึ่งหมายถึงความรู้ให้กับประชากรรุ่นต่อไปด้วย
เมื่อทุกคนมีกำลังซื้อ คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือเธอ ดูเหมือนการทำฟาร์มสัตว์ แต่ทั้งเธอและพวกเขาก็ได้รับผลประโยชน์ไม่ใช่หรือ?
นอกจากนี้ เมื่อมีคนที่เข้าตา เธอจะชวนพวกเขาเข้าตระกูลแล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นผู้ใช้พลังงานเสียเลย แบบนี้ไม่เท่ากับการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตระกูลหรอกหรือ? วันข้างหน้าเธออาจจะไม่ได้อยู่ที่เขตมลพิษนี้แล้ว แต่ตระกูลและทุกอย่างที่เธอทิ้งไว้ยังคงควรไปต่อได้ นี่คือความต้องการของเธอ
“ฉันจะลองติดต่อไปที่สถาบัน ที่นั่นสามารถใช้ตั๋วทรัพยากรเพื่อแลกวิชาระดับต่ำได้” ซูหยวนคิดเล็กน้อย เดิมทีทางออกที่ดีที่สุดก็คือการไปหาเจ้านายของเธอ เขาเป็นถึงประธานองค์กรนักล่าสกุลจาง มีของมากมายอยู่ในคลังขององค์กร ขอแค่เธอบอกออกไป...เชื่อเถอะว่าวิชาธนูมากกว่าร้อยวิชาจะถูกส่งมาให้
แต่...เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องไปรบกวนเขา เธอเองก็ไม่ได้อยากได้อะไรเพิ่มจากสถาบันอีกแล้ว เดี๋ยวปีหน้าที่ใกล้เข้ามาก็จะได้รับมันอีก เช่นนั้นจำเป็นต้องตระหนี่ด้วยหรือ?
“จี๊ด...เจ้านายจะกลับไปสถาบันหรือ? ถ้าอย่างนั้น....เจ้านายยังสามารถจัดการเรื่องต่างๆที่สถาบันได้ด้วยหากมีเวลา เพราะตอนนี้สถาบันเริ่มเปิดทำการอีกครั้ง พวกนักเรียนจำนวนมากหลังจากใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการช่วยเหลือตระกูลฟื้นฟูก็เริ่มกลับกันมาแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะเริ่มการแข่งขันแล้วก็การทดสอบเพื่อให้จบชั้นปี”
“อืม เข้าใจแล้ว” ก็นะ...เธออยู่ที่นี่จัดการเรื่องต่างๆของตนเองมานานแล้วเหมือนกัน ก่อนจะเข้าไปพื้นที่เชื่อมมิติใหม่ เธอก็ควรจะกลับไปดูที่สถาบันบ้าง
ตอนกลับไปครั้งก่อน เธอแค่ตรงไปยังห้องทำงานของอาจารย์เติ้งทันที จึงไม่ได้เห็นว่าสถาบันมีความเสียหายจุดอื่นมากมายขนาดไหน ทว่าจากการประเมินคร่าวๆแล้ว น่าจะต้องใช้เวลามากกว่าจะทำให้กลับมาดูสวยสง่าเหมือนเดิม
……………………………………………