LNCrawler

บทที่ 530 คนรักของซูหยวน (อ่านฟรี 18 ส.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 530 คนรักของซูหยวน (อ่านฟรี 18 ส.ค. 69)

บทที่ 530 คนรักของซูหยวน

 

“รุ่นพี่อัน! นั่นคือรุ่นพี่อัน!”

 

“โอ้! รุ่นพี่อันกลับสถาบันแล้ว!”

 

“รุ่นพี่ รุ่นพี่ รุ่นพี่!” เด็กน้อยที่เห็นเธอเดินผ่านประตูเข้ามาก็คึกคักกันใหญ่ ตอนนี้ “อันซูหยวน” ก็ไม่ต่างอะไรกับไอคอนของสถาบันเลย ทุกคนต่างรู้ว่าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งนี้จะไม่แพ้ใครง่ายๆ ตราบเท่าที่อันซูหยวนยังคงอยู่ แล้วมันก็ดันเป็นเรื่องจริงเสียด้วย

            

หญิงสาวรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย ปกติแล้วเป็นพวกชอบเก็บตัวมากกว่าจะเปิดเผย แต่หลังจากที่มาโลกนี้แล้ว...ระดับการยอมรับของผู้คนก็สูงมาก แถมพวกเขาก็เป็นมิตรมากเช่นกัน

            

เธอพยักหน้ารับให้ตลอดทาง เดิมทีคิดว่าการกลับมาที่สถาบันครั้งนี้คงจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เด็กๆทุกคนก็เคารพเธอในฐานะรุ่นพี่ เพื่อนๆก็ยังให้เกียรติเธอ รวมถึงพวกรุ่นพี่เองก็เช่นกัน ทว่า...เธอลืมคิดไปว่าเด็กรุ่นเยาว์แบบนี้ นอกจากเรื่องของการตั้งใจเรียนแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆให้เข้ามากวนใจอีกมาก

 

“รุ่นพี่อัน จริงหรือเปล่าครับที่รุ่นพี่อันกับรุ่นพี่เมิ่งเป็นคนรักกัน” เด็กหนุ่มคนหนึ่งใจกล้ากว่าใคร เขาวิ่งเข้ามาถามเธอโดยตรง ซึ่งคำถามของเขานี้เองก็ทำให้เด็กน้อยคนอื่นๆเงียบเสียงกันไปด้วย แสดงให้เห็นว่าพวกเขาก็ตื่นเต้นและอยากได้ยินคำตอบเช่นกัน

 

“รุ่นพี่เมิ่ง?”

 

ซูหยวนนึกถึงรุ่นพี่เมิ่งที่เธอรู้จัก ดูเหมือนจะมีแค่รุ่นพี่เมิ่งซีซีที่จบไปตั้งแต่ 2 ปีก่อนไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นเด็กๆพวกนี้กำลังสงสัยว่าเธอกับรุ่นพี่เมิ่งสาวสวยคนนั้นจะเป็นคนรักกัน? นี่เป็นเรื่องแปลกเกินไปหน่อยแล้วหรือไม่?

 

เเน่นอนว่าพวกเด็กๆไม่ได้พูดถึงรุ่นพี่เมิ่งสาวงามที่ตอนนี้ได้ยินว่ากำลังถูกไป๋ซานจากสถาบันเพลิงพลองที่ตอนนี้กลายเป็นครูผู้ช่วยประจำสถาบันเพลิงพลองไล่ตามจีบอยู่

 

ตระกูลไป๋เเบ่งออกเป็น 3 สาย หนึ่งสายถูกทำลายไปเเล้ว ยิ่งขุดก็ยิ่งเจอความผิดที่ร้ายเเรงของพวกเขา สุดท้ายตอนนี้เหลือตระกูลไป๋เเค่ 2 สายเท่านั้น 

 

โดยสายหนึ่งเป็นของรุ่นพี่ไป๋ ซึ่งพวกเขารับใช้มนุษย์ชาติมานาน บางคนเป็นทหาร บางคนก็ออกไปเป็นนักล่า เเละก็มีคนอย่างรุ่นพี่ไป๋ที่หันหน้าเข้าหาสถาบันศึกษาเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับนักเรียนรุ่นต่อไป

 

รุ่นพี่เมิ่งซีซี...เนื่องจากธุรกิจของตระกูลเมิ่งยังต้องการผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นเธอจึงต้องกลับไปช่วยที่ตระกูลในการผลิตชุดคลุมป้องกันสารพิษ สุดท้ายเมื่อไป๋ซานต้องสั่งซื้อชุดให้นักเรียนของเขา เขาก็เลือกจะสนับสนุนเธอเป็นการเอาใจ 

 

เรื่องราวพวกนี้ถูกพูดกันหนาหู ไป๋ซานเป็นพวกที่ทำอะไรเเล้วไม่เคยรู้สึกอาย คล้ายว่าตัดสินใจมาอย่างเเน่วเเน่เเล้วว่าจะทำให้เมิ่งซีซีมาเป็นคู่ชีวิตให้ได้ พวกนักเรียนสถาบันเพลิงพลองก็สนับสนุนอาจารย์ของตนเองเช่นกัน 

 

เเม้ว่ารุ่นพี่เมิ่งซีซีจะไม่ได้มีใจในตอนเเรก เเต่พออีกฝ่ายวนเวียนรอบตัวทุกวันก็อดรู้สึกใจอ่อนไม่ได้ ถึงพวกเขาจะยังไม่ลงเอยกัน เเต่ได้ยินว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมาก

 

เอาเถอะ เรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันนี้รวมถึงคำถามของรุ่นน้องเลย ตอนนี้เธอกำลังคิดคนสกุลเมิ่งที่มีโอกาสทำให้เด็กๆพวกนี้เข้าใจผิด เเต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

 

เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่อันไม่ตอบคำถาม พวกรุ่นน้องกลับคิดไปเป็นทางเดียวกันว่ารุ่นพี่ของพวกเขาอาจจะเขินอายก็เป็นได้ สีหน้าของพวกเขาเเสดงออกทุกอย่างเเล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอันซูหยวนซักถามพวกเขาจนเข้าใจ บางทีเด็กๆพวกนี้อาจจะปล่อยข่าวลือเรื่องเธอไปทั่วสถาบันเป็นเเน่ 

 

“ก่อนอื่นเลย ฉันยังไม่มีคนรัก เเละไม่คิดจะมีความรักในตอนนี้ อีกอย่าง...รุ่นน้องกำลังหมายถึงรุ่นพี่เมิ่งคนไหนกันเเน่ ฉันรู้จักเเค่รุ่นพี่เมิ่งซีซีที่จบสถาบันไปเเล้วเท่านั้น สาเหตุก็เพราะพวกเราอยู่หอพักเดียวกัน ไม่ได้มีอะไรอื่นนอกจากนั้น” ซูหยวนไม่รู้ว่า “รุ่นพี่เมิ่ง” ที่เด็กๆพูดถึงนี้รู้เกี่ยวกับข่าวลือไร้สาระนี้หรือไม่ เเต่เธอก็แก้ข่าวไปในทีเดียวเลย

 

เด็กน้อยพากับเงียบไป พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ารุ่นพี่อันจะตอบเเบบนี้ ข่าวลือที่ว่ารุ่นพี่ทั้งสองเป็นคนรักกัน พวกเขาเคยได้ยืนยันจากรุ่นพี่เมิ่งเเล้ว ต่อให้ไม่ได้พูดอะไร เเต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนปากของเขา ประกอบกับการที่เขาไม่ปฏิเสธก็ชัดเจนเเล้วไม่ใช่หรือ? เเล้วทำไมวันนี้รุ่นพี่อันถึงบอกว่าตนเองไม่มีคนรักกันล่ะ!

 

 .... หรือว่ารุ่นพี่อันจะเขิน ..... 

 

ความคิดของเด็กน้อยพวกนี้ยังคงสวยงามเหมือนเดิม เเม้ว่าอันซูหยวนจะปฏิเสธชัดเจนเเล้ว เเต่พวกเขาก็ยังพยายามคิดในเเง่ดีว่าอันซูหยวนที่เป็นหญิงสาวอาจจะเขินอายกับการที่ความสัมพันธ์นี้ถูกล่วงรู้ก็ได้

 

“รุ่นพี่อัน รุ่นพี่ไม่ต้องปฏิเสธก็ได้ครับ ความรักในวัยของพวกเราเป็นเรื่องปกติ เเม้เเต่พวกอาจารย์ที่ได้ยินข่าวลือนี้ก็ยังไม่ว่าอะไรเลย เเถมยังสนับสนุนความรักของพวกรุ่นพี่ด้วยซ้ำ”

 

“รุ่นพี่เมิ่งอู๋เป็นคนที่เก่งมาก นอกจากพลังในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมเเล้ว ตระกูลของรุ่นพี่เมิ่งก็เป็นตระกูลใหญ่ มนุษย์ทุกคนอย่างน้อยจะต้องเคยซื้อชุดป้องกันของเขา เเล้วรุ่นพี่เมิ่งก็เป็นคนดีด้วย”

 

“ก่อนหน้านี้...เพราะรู้ว่าพวกเราได้รับความเดือดร้อนจากการที่กลุ่มดวงตามารบุกทำร้าย เเทนที่รุ่นพี่เมิ่งจะถือโอกาสขึ้นราคาชุดป้องกัน กลับนำชุดป้องกันมาเเจกจ่ายให้นักเรียนในสถาบันที่ขาดเเคลน”

 

“ดูเอาเถอะครับ รุ่นพี่เมิ่งอู๋ที่ใส่ใจขนาดนี้ หากรุ่นพี่อันได้เป็นคนรักของเขา รุ่นพี่อันจะต้องมีความสุขมากเเน่ๆ เเล้วก็นะ...เพราะรุ่นพี่อันเป็นนักเรียนทุนเหมือนกัน รุ่นพี่เมิ่งเลยให้ความเห็นใจเเก่พวกนักเรียนทุนมากเป็นพิเศษ รุ่นพี่...ทั้งคู่เป็นคนที่พวกเราเคารพ ดังนั้นพวกเรามีเเต่จะยินดีครับ”

 

“เเม้ว่าหลายๆคนจะคิดว่ารุ่นพี่อันที่ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่จะไม่คู่ควรกับรุ่นพี่เมิ่ง เเต่ว่า...รุ่นพี่อันที่เป็นพลทหารพิเศษ เป็นทหารระดับสูง เเถมยังเป็นเกษตรกรก็ได้ด้วย ความสามารถถึงขนาดนี้...ต่อให้ตระกูลเมิ่งจะเป็นตระกูลใหญ่เเล้วอย่างไร รุ่นพี่อันของพวกเราก็คู่ควรอยู่ดี!”

 

“ใช่เเล้ว ถ้าตระกูลเมิ่งไม่เห็นด้วยกับความรักครั้งนี้ต่างหากจึงจะเรียกว่าแปลก รุ่นพี่ของพวกเรานั้นเป็นคนที่เทียบเท่ากับพวกตระกูลใหญ่ได้เเล้ว!”

 

เด็กน้อยทั้งหลายพูดสนับสนุนกันเเทบทั้งนั้น ทำเหมือนกับว่าต้องการเป็นกำลังใจให้คู่รักอย่างเธออย่างไรอย่างนั้น เเต่ซูหยวนที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อ “เมิ่งอู๋” กลับขมวดคิ้วมุ่น

 

เธอไม่เคยสนใจอยู่เเล้ว หากตนเองมีความรักเมื่อไร คนอื่นๆจะต้องเห็นด้วยหรือไม่ เพราะสุดท้าย...เมื่อเธอตัดสินใจว่าจะรักใครสักคนเเล้ว เธอก็จะปกป้องความรักนั้นไว้ให้ดี ก็เเค่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องจริงก็เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเธอกังวลว่าตนเองไม่เหมาะสม หรือจะเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อตนเองเลย...

 

“ฉันขอยืนยันคำเดิมว่าฉันไม่เคยมีคนรัก เเละยังไม่คิดจะเสียเวลาไปกับเรื่องเเบบนี้ด้วย สิ่งที่ฉันต้องการตอนนี้ก็คือความเเข็งแกร่งเท่านั้น ดังนั้น...อย่าให้ฉันได้ยินข่าวลือไร้สาระพวกนี้อีก” 

 

ตอนเเรกซูหยวนก็ยังพูดดีๆกับพวกเขา เเต่เมื่อเห็นเด็กๆเหล่านี้ไม่เข้าใจเเถมยังหัวรั้น คิดกันไปเองว่าเธอเขินอายหรือรู้สึกต่ำต้อย ซูหยวนก็อยากจะหัวเราะออกมาเเล้ว!

 

เธอไม่เคยรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าใคร กลับกัน...ถ้าหาคนที่คู่ควรกับเธอจริงๆ เด็กเหลือขอพวกนี้ยังจะเหมาะสมอยู่หรือ?

 

ไม่ต้องพูดถึงว่าเธอเป็นคนที่เคยมีชีวิตมาก่อนหน้านี้จนทำให้มองเด็กน้อยเป็นเเค่ “เด็กน้อย” จริงๆ เเค่ความเเข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังน้อยกว่าเธอเลย...เเน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะมาตรฐานเธอสูงเกินไปตั้งเเต่ที่ได้ติดตามประธานจางคนนั้น เเต่ถ้าเทียบกับประธานจางไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอให้เกิดความรำคาญใจจะดีกว่า...

 

โดยไม่รู้ตัว ซูหยวนได้ตกหลุมพรางประธานจางคนนั้นเรียบร้อยเเล้ว เขาเป็นผู้ชนะตลอดกาล เเม้เเต่ใจของซูหยวน...ใช้เวลาไม่กี่ปีก็มาปรากฏตัวเป็นมาตรฐานให้คนอื่นข้ามไปไม่ได้เเล้ว...

 

เด็กๆได้ยินรุ่นพี่อันกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจก็เริ่มมองหน้ากันเอง ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคิดเสียเเล้ว...ความรักของทั้งคู่ เป็นพวกเขาที่เข้าใจผิดเองหรือ? ถ้าอย่างนั้นทำไมรุ่นพี่เมิ่งอู๋ถึงได้ทำท่าทางเหมือนยอมรับกันล่ะ?

 

ในขณะที่เด็กๆกำลังสับสน เมิ่งอู๋ที่อยู่ในบทสนทนาก็นั่งอยู่กลางห้อง พวกเพื่อนๆต่างรุมล้อมเขา เสียงพูดคุยหยอกล้ออย่างสนุกสนานดังขึ้น เเละเมิ่งอู๋ก็ทำเเค่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเท่านั้น…

 

“เมิ่งอู๋ โชคดีจริงๆเลยนะที่ได้เป็นคนรักของพลทหารพิเศษอันน่ะ ต่อไปอาจจะไปวิ่งเล่นในเขต D ได้เลย ได้ยินว่าพลทหารพิเศษได้รับที่อยู่ในเขต D ด้วยนะ พวกเขาเปลี่ยนมันเป็นบ้านพักที่สวยงามไปเเล้ว ก่อนหน้านี้ครอบครัวฉันได้ติดตามพวกทหารระดับสูงไปที่พื้นที่นั้น กลับออกมาก็บอกว่าบ้านของพลทหารพิเศษอันน่ะเหมือนกับภาพในฝันเลย”

 

“จริงหรือ? พลทหารพิเศษอันสร้างบ้านดีๆในพื้นที่เขต D เลยหรือ? สุดยอดเลยนะ เมิ่งอู๋ ถ้าได้ไปเที่ยวที่นั่นก็อย่าลืมชวนพวกเราไปด้วยล่ะ”

 

“นายโชคดีมากจริงๆ รุ่นน้องอันซูหยวนไม่ใช่เเค่น่ารักเเต่เก่งเเล้วก็ฉลาดด้วย เเต่ถ้าไม่ใช่นายก็คิดไม่ออกเเล้วว่าจะมีใครคู่ควรกับรุ่นน้องอันอีกบ้างน่ะ” 

 

“เฮ้อ เเต่พูดก็พูดเถอะนะ ฉันกลับคิดว่ารุ่นน้องอันโชคดีที่ได้นายเป็นเเฟนมากกว่า อย่าลืมว่ารุ่นน้องมีดีก็เเค่ได้เป็นพลทหารพิเศษ เเต่พื้นเพดั้งเดิมเป็นเเค่คนจากเขตชั้นนอก ครอบครัวเคยทำงานเป็นผู้เก็บขยะระดับต่ำเเบบนั้น จู่ๆก็ได้คนรักเป็นคนจากตระกูลเมิ่ง คิดว่ามันเป็นการปีนขึ้นที่สูงหรือเปล่าล่ะ!”

 

“นั่นน่ะสิ เเถมเมิ่งอู๋ของพวกเราก็เก่งกาจด้วย คนที่มาจากตระกูลใหญ่เเล้วได้มาเป็นคนรักของเขายังเรียกว่าโชคดีเลย ส่วนรุ่นน้องอันน่ะ...คงต้องเรียกว่าโชคใหญ่หล่นทับเเล้ว! มีความสามารถเเล้วอย่างไร? ความสามารถพวกนี้อาจจะเเค่บังเอิญก็ได้ มันจะยืนยันได้อย่างไรว่าจะส่งต่อไปทางสายเลือด”

 

“อืม ก็จริงนะ สาเหตุที่ตระกูลใหญ่มีผู้ใช้พลังงานมากก็เพราะส่งต่อมาทางสายเลือด ถ้าเมิ่งอู๋ของพวกเราเเต่งกับรุ่นน้องอันจริงๆ จะมีลูกเป็นผู้ใช้พลังหรือเปล่าก็ยังไม่เเน่”

 

“ใช่ ตระกูลเมิ่งอาจจะไม่ยินยอมก็ได้ สายเลือดของอันซูหยวนยังต่ำเกินไป เธอยังต้องผ่านการพิสูจน์คุณภาพสายเลือดของตนเองก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไม่คู่ควรหรอกนะ ถ้าเเค่มีความสามารถ...อย่างนั้นก็มาเป็นลูกจ้างก็ได้เเล้วไม่ใช่หรอ?”

 

“อืมๆ กลายเป็นว่าเมิ่งอู๋ของพวกเราดูเหมือนจะเสียเปรียบนะ หรือว่า...เเค่คบหากันตอนเรียน พอเเยกย้ายกันไปก็ค่อยมองดูคนที่เหมาะสมมากกว่าดีล่ะ อ๋า...หรือไม่ก็เเต่งสองภรรยาเลย ฮ่าๆ”

 

เเต่ละคนต่างก็หยอกล้อเขา ทำให้เมิ่งอู๋ได้หน้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม...มีคนเห็นด้วยก็มีคนไม่เห็นด้วย ได้ยินพวกเพื่อนๆพูดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในบทสนทนา เเถมบางคำพูดก็เหมือนจะกดข่มอีกฝ่าย ทำราวกับซูหยวนต้องขอบคุณที่เมิ่งอู๋ยอมเป็นเเฟนด้วย ทั้งที่ความจริง...ระดับของเมิ่งอู๋คืออะไร เเล้วซูหยวนเป็นอย่างไร ใครในที่นี้ไม่รู้บ้าง! 

 

“เหอะ! เอาเเต่พูดถึงเรื่องตระกูลใหญ่ตระกูลเล็ก ตอนนี้อันซูหยวนก่อตั้งตระกูลอี้ขึ้นมา เเทบจะมีอำนาจเทียบกับตระกูลใหญ่เเล้ว ทั้งทำยาก็ได้ ทำกับดักก็ได้ ตระกูลเมิ่งต่อไปก็อาจจะถูกจัดอันดับต่ำกว่าตระกูลอี้ของเธออีก”

 

“ที่สำคัญ...ยังไม่เห็นรุ่นน้องอันออกมาพูดเลย พวกนายเป็นเเฟนกันจริงๆหรอ? ตอนที่เจอกันครั้งก่อน รุ่นน้องอันเเทบจะไม่ได้รู้จักนายด้วยซ้ำ ได้พูดคุยกันสักคำหรือยัง?”

            

เมื่อมีคนกล้าคนหนึ่งออกมาพูด อีกหลายคนที่คิดเหมือนกันแต่ยังเกรงใจพวกเพื่อนๆที่สนับสนุนก็เลยถือโอกาสนี้พูดขึ้นมาบ้าง

 

“นั่นน่ะสิ รุ่นน้องอันขยับมือเดียวก็ทำเงินเป็นร้อยล้านพันล้านเครดิต ยังไม่ต้องพูดถึงข่าวลือเรื่องประธานจางคนนั้นที่อาจจะรับรุ่นน้องอันเป็นลูกบุญธรรมอีก ถ้ารุ่นน้องได้เป็นลูกบุญธรรมประธานจางจริงๆ คิดว่าเมิ่งอู๋จะอยู่ในสายตารึไง”

 

“ใช่ๆ เมิ่งอู๋ไม่ได้เป็นว่าที่ผู้นำตระกูล แถมไม่เเน่ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในตระกูลหลักเมิ่งต่อไปด้วยซ้ำ ต่อไปถ้าเเต่งกับเขาก็ต้องออกไปอยู่ตระกูลเมิ่งสาขาที่ดูเเลกิจการชุดป้องกันระดับต่ำ เเบบนั้นเเล้วประธานจางจะยอมให้เธอมาเเต่งงานด้วยอีกหรอ? ฉันไม่อยากจะดูถูกเพื่อนร่วมชั้นหรอกนะ เเต่ถ้าจะคิดว่าใครอยู่สูงต่ำกว่าก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย”

 

“ฉันคิดเหมือนกันนะ อีกอย่าง...เรื่องนี้ยังไม่เคยเห็นรุ่นน้องอันออกมาพูดเลย วันๆเธอทำเเต่งาน จะมีเวลาเเบ่งมาหาความรักหรอ?”

 

พวกเพื่อนๆที่เห็นต่างพูดกันขึ้นมา เเต่เพื่อนกลุ่มของเมิ่งอู๋กลับเถียงใจขาด!

 

“ใครในห้องพวกเราจะเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปบ้าง อย่าพูดเเค่ว่าเมิ่งอู๋จะกลายเป็นเเค่หัวหน้าตระกูลสาขาเลย พวกเราเองก็ด้วยเหมือนกัน เเล้วการเเต่งงานกับพวกเราจะยากลำบากตรงไหน!”

 

“ใช่ๆ รุ่นน้องอันเป็นทหาร ทำงานเสี่ยงตายตลอดกว่าจะได้เงิน ได้เงินเยอะเเล้วอย่างไร? สุดท้ายก็มีความเสี่ยงมาก ไม่สู้ทำงานที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างตระกูลเมิ่ง หารายได้ตลอดชีวิตโดยที่มีอายุยืนยาวไม่ดีกว่าหรือ?”

 

“บอกว่าตระกูลอี้ของรุ่นน้องอันกำลังเติบโต เเต่นั่นเกี่ยวกับรุ่นน้องอันตรงไหน? ฉันคิดว่าพวกแกคิดในเเง่ดีเกินไป ที่จริงผู้นำตระกูลอี้ก็มีเเล้ว ตระกูลของรุ่นน้องอันจริงๆก็คือตระกูลอันสิ เเล้วตระกูลอันตอนนี้ก็เป็นเเค่ครอบครัวเกษตรกรที่เพิ่งเข้ามาอยู่เขตชั้นในเท่านั้นเอง!”

 

หนึ่งคนพูด หนึ่งคนโต้ เเล้วก็สลับกันไปมาเช่นนี้ สุดท้ายเกิดเป็นเสียงดังลั่นห้อง พวกรุ่นพี่ปี 4 เเทบจะตีหัวกันเองอยู่เเล้ว หากไม่ใช่ว่ามีนักเรียนปี 4 คนหนึ่งที่เพิ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น เขาเกาะประตูเเละยังหอบหายใจดังด้วย การมาถึงของเขาเรียกความสนใจไปได้ ทำให้พวกนักเรียนปี 4 หยุดเเล้วหันไปมอง

 

“ทุกคน เร็วเข้า! รุ่นน้องอันกำลังมาทางนี้เเล้ว อย่าสู้กันอีกเลย!” 

 

ได้ยินเเบบนั้น ทุกคนก็ตกใจทันที พวกเขาอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“รุ่นน้องอันมาหรือ?”

 

………………………………………