บทที่ 532 ยุแหย่ (อ่านฟรี 20 ส.ค. 69)
บทที่ 532 ยุแหย่ (อ่านฟรี 20 ส.ค. 69)
บทที่ 532 ยุแหย่
การเเสดงออกอย่างไม่ไว้หน้าของอันซูหยวนไม่ใช่เเค่ทำให้เมิ่งอู๋รู้สึกอับอายเท่านั้น เเต่ยังทำให้เขารู้สึกโกรธเเค้นมากๆด้วย เหมือนกับความมั่นใจของเขาทั้งหมดถูกเธอทำลายสิ้น กลายเป็นว่าตัวเขานี่แหละที่อาศัยข่าวลือนี้เอาผลประโยชน์ เเต่ความเป็นจริงเเล้วมันเป็นเช่นนั้นหรือไม่?
ตัวเขาเเละอันซูหยวนอยู่คนละระดับกัน อยู่คนละชั้นกันเลย เขาลดตัวไปมีข่าวลือกับเธอถือเป็นเกียรติสำหรับเธอด้วยซ้ำ เเล้วเขาจะเอาผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆบ้างไม่ได้หรือ? เธอพูดว่ามันเป็นความผิดร้ายเเรงเหมือนว่าเขาไปปล้นชิงเลยหรืออย่างไร?
พวกเพื่อนๆที่ได้ยินเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันรุนเเรงกว่าที่คิดเหมือนกัน เดิมทีพวกเขาก็มีบางส่วนที่เชื่อเเละบางส่วนที่ไม่เชื่อ เเต่ก็ไม่ได้คิดว่าเมิ่งอู๋จะใช้เรื่องความสัมพันธ์จากข่าวลือนี้ไปรับเอาทรัพยากรมา โดยการอ้างชื่อของ “อันซูหยวน”
ก่อนหน้านี้...เมิ่งอู๋ก็เป็นคนดี วางตัวดีมาตลอด ถึงจะไม่ใช่คนที่โดดเด่นจนทุกคนในห้องต้องสนใจ เเต่เขาก็ไม่ได้มีคนเกลียดมากนัก
ทว่า...ตอนนี้ทุกสายตากำลังจับจ้องมองเขาด้วยความเเคลงใจ หลายคนเชื่อคำพูดของซูหยวนไปเเล้วด้วยซ้ำ เพราะเธอกล้าพูดออกมาตรงๆ ในหน้าที่เมิ่งอู๋เพียงยอมรับด้วยใบหน้าที่ด้านชาของเขา
“รุ่นน้องอัน สิ่งที่เธอพูดออกมาทั้งหมดรุนเเรงเกินไปเเล้ว เธอเหมือนว่ากำลังจะข่มขู่เพื่อรีดเงินจากฉันเลยไม่ใช่หรือ? อีกอย่าง...ตอนนั้นฉันอาจจะพูดเกินจริงไป อาจจะพูดถึงชื่อเธอ เเต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะพวกเพื่อนๆ ที่สำคัญคือฉันได้ช่วยพวกนักเรียนทุนไปจำนวนมากเพื่อชดเชยให้เรื่องนี้เเล้วเหมือนกัน เธอไม่คิดบ้างหรอว่ามันก็เหมาะสมเเล้ว ทำไมยังจะมาข่มขู่ฉันเเบบนี้อีก?”
เมิ่งอู๋อ้างความชอบธรรมทั้งหมดที่ตนเองทำลงไป สมเหตุสมผลบ้าง ไม่สมเหตุสมผลบ้าง ทำเอาซูหยวนได้เเต่เเค่นหัวเราะออกมา ในเมื่อเขาพูดเเบบนี้...เธอก็พร้อมที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมดเช่นกัน
“รุ่นพี่เมิ่ง ถ้าฉันไม่เคยอยู่ห้องเดียวกับรุ่นพี่เมิ่งซีซีมาก่อน ฉันคงเข้าใจผิดว่าตระกูลเมิ่งเเท้จริงแล้วหล่อหลอมเเต่คนเเบบคุณออกมา ชื่อเสียงของตระกูลเมิ่งถูกคุณทำลายไปเกือบหมดเลยด้วยคำพูดนี้ ฉันคิดว่าคุณควรจะพิจารณาให้ดีว่าจะพูดความจริงกับฉัน หรือยังจะอ้างเเบบนี้ต่อไป เพราะคุณรู้ว่าฉันเป็นใคร เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคำสั่งของพวกผู้นำ ไม่มีอย่างไหนที่ฉันไม่รู้นะคะ”
อันซูหยวนประกาศกร้าวออกมา เธอจ้องตาของเขา เเละมันก็ทำให้เมิ่งอู๋รู้สึกหวาดกลัวจริงๆเเล้ว
ถูกต้อง เขาลืมไปได้อย่างไรว่าคำสั่งของพวกผู้นำ ทหารพิเศษอย่างอันซูหยวนก็น่าจะรู้ด้วยอยู่เเล้ว การที่พวกผู้นำสั่งให้ทุกตระกูลนำทรัพยากรออกมาเเจกจ่ายให้กับผู้ขาดเเคลน ก็เพื่อลดการจ่ายภาษีลงไป 20% นี่เป็นมาตรการสำคัญที่ทุกตระกูลต้องทำตาม
การที่เขาเอาชุดมาเก่าๆมาเเจกจ่ายให้นักเรียนทุน นอกจากจะได้ภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมเเล้ว ก็ยังเป็นการแสดงออกว่าตระกูลเมิ่งได้ทำตามคำสั่ง ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วย
ตระกูลเมิ่งเเบ่งทรัพยากรที่ยังเหลืออยู่ออกมาเเจกจ่าย เเน่นอนว่าตระกูลอื่นๆก็ทำเหมือนกัน พวกเขาเอาของเหลือที่อยู่ในคลังออกมามอบให้ผู้ขาดเเคลนตามมาตรการของรัฐบาลกลาง ดังนั้นจะบอกว่าการกระทำของเขาเป็นการเเสดงน้ำใจ หรือเสียสละก็ไม่ถูกต้องนัก
จู่ๆเขาเอาเรื่องนี้ออกมาอ้างว่าเป็นบุญคุณของตนเอง กลายเป็นดูน่าตลกไปเลย เเน่นอนว่าเมิ่งอู๋ไม่ยอมให้อันซูหยวนเอาเรื่องนี้ออกมาพูด เเต่เขาจะยอมรับว่าตนเองผิดที่เอาชื่ออันซูหยวนไปอ้างเพื่อรับทรัพยากรงั้นหรือ? นั่นก็ไม่ได้เช่นกัน!
เห็นความไม่ยินยอมในสายตาของเขา ซูหยวนก็เเค่นหัวเราะออกมา รุ่นพี่เมิ่งซีซีเป็นคนดี ยุติธรรมเเละใจกว้างกว่ามาก ตอนนั้นเธอรู้ว่าอันซูหยวนเป็นนักเรียนทุนก็ไม่ได้รังเกียจเลย กลับกัน...ยังช่วยดูเเลเธอในช่วงเเรกๆที่ไม่มีใครยอมรับด้วยซ้ำ
ดังนั้นเธอจึงมีความคิดในเเง่ดีเดียวกับคนของตระกูลเมิ่ง สาเหตุที่เธอเลือกจะมาหารุ่นพี่เมิ่งอู๋คนนี้ก็เพราะมีพื้นความคิดมาจากรุ่นพี่เมิ่งซีซีนี่แหละ ทว่าตอนนี้เธอรู้เเล้ว...ตัวเองคาดหวังกับรุ่นพี่คนนี้มากเกินไป คนที่ปล่อยให้ข่าวลือของตนเองกับบุคคลที่ 3 เกิดขึ้นโดยไม่สนใจว่าจะเสียหายถึงคนอื่นหรือไม่ สุดท้ายเเล้วจะเป็นคนดีได้อย่างไร
อันซูหยวนถอนหายใจออกมา เธอได้พูดในสิ่งที่ควรพูดไปเเล้ว ผลลัพธ์หลังจากนี้ก็เพียงพอที่จะให้เขาชดเชยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไป เขาเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆที่คิดว่าจะทำประโยชน์จากโดยอาศัยเรื่องของเธอเเล้ว
ถ้ายังมีใครกล้าทำเเบบนี้ เธอจะมาฉีกหน้าพวกเขาด้วยตัวเอง สำหรับเรื่องนี้ที่ความรุนเเรงไม่ได้อยู่ในระดับสูง ปล่อยไว้เเค่นี้ก็พอเเล้ว ทว่า...เมิ่งอู๋ผู้นี้ จะไม่มีวันได้รับการสนับสนุนหรือร่วมมือใดๆจากเครือข่ายของเธออีก
“เอาล่ะ หลังจากนี้ฉันไม่อนุญาตให้ใครใช้ชื่อฉันเพื่อทำอะไรอีกเเล้วนะคะ รบกวนอย่างพูดเรื่องข่าวลือที่ไม่ใช่เรื่องจริงนี้อีก ยิ่งถ้าเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆเเบบนี้ยิ่งไม่น่าสนใจสำหรับฉันเลย”
“ตอนนี้ที่ฉันต้องการมากที่สุดก็คือความเเข็งแกร่งเท่านั้น หากมีเรื่องจะพูดคุยกัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ฉันยินดีนะคะ หรือถ้าจะคุยเรื่องการงานในอนาคต ใครอยากจะมาเข้าร่วมกับตระกูลอี้ หรืออยากจะปรึกษาเรื่องงานฉันก็ยินดี ขอเเค่อย่าไปพูดลับหลังอีกก็พอ”
หญิงสาวสรุปใจความสำคัญทั้งหมด เธอไม่ได้โกรธพวกเขาที่พูดไม่จริงก่อนหน้านี้ ยิ่งไม่เอาความกับพวกรุ่นพี่ที่ดูถูกตนเอง สำหรับเรื่องนี้เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกคนอยู่เเล้ว ไม่ถูกพูดถึงเรื่องนี้ก็มีเรื่องอื่นให้พูดอยู่ดี สุดท้ายจึงตั้งใจจะจบปัญหาไว้เเค่เท่านี้ เเต่...เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่ากลับมีคนไม่ยอมจบ
“นังเด็กชั้นต่ำนั่น!!”
เมิ่งอู๋ที่ถูกทำลายใบหน้าวันนี้ย่อมไม่สามารถมองหน้าเพื่อนๆเหมือนปกติได้อีก รวมทั้งการที่เพื่อนหลายๆคนก็ไม่ยอมรับคนขี้โกหกเช่นเขาด้วย จากที่คิดว่าเขาเป็นคนไม่มีอะไร อยู่ในห้องเงียบๆไม่มีตัวตน เวลานี้รังเกียจเเละไม่อยากจะเข้าใกล้เลย ทำเอาเมิ่งอู๋อยากจะเอาความเเค้นทั้งหมดมาลงที่เธอ
ดังนั้นหลังจากที่เขากลับไปตระกูลเมิ่ง ยิ่งได้เห็นว่าเมิ่งซีซีลูกพี่ลูกน้องที่สนิทสนมกับอันซูหยวนคนนั้นยังมีความสุขเหลือเกิน เขาก็ยิ่งโกรธ!
ตอนนี้เอาความโกรธไปลงกับอันซูหยวนไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากคนที่สนิทกับนังนั่นก่อนเลยก็เเล้วกัน เขาเอาความคิดของตนเองไปปรึกษาคนเป็นพ่อทันที
“หืม? ที่พูดมาหมายความว่ายังไง”
ชายวัยกลางคนที่ตอนเเรกได้ยินว่าลูกชายที่มีคนรักเป็นพลทหารพิเศษอันต้องการเข้าพบ เขาก็ต้อนรับอย่างดี ตัวเขามีลูกชายอยู่ 3 คน มาจากภรรยาคนเดียวกัน 2 คน เเละมาจากภรรยาคนเเรก 1 คนที่จากไปเเล้ว อู๋เมิ่งเป็นลูกคนสุดท้องของภรรยาที่สอง เขาไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก เเล้วก็ไม่ได้เป็นที่รักมาตลอดจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้
สถานะคนรักของพลทหารพิเศษอันทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองในตระกูลเมิ่งทันที บิดาคนนี้มีความสุขมากจริงๆ เพราะเเบบนั้นเเทนที่จะไล่เขาออกไป กลับให้คนเชิญเข้ามา เเถมยังพูดจาดีกับเขาด้วย ทว่า...บทสนทนาของพวกเขาก็เริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ บุตรชายคนนี้กำลังขอร้องในเรื่องที่เลวร้ายเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก!
“ท่านพ่อ ท่านไม่เข้าใจ ตอนนี้ตระกูลของพวกเรากำลังยิ่งใหญ่ เเต่ตระกูลไป๋นั้นถูกตัดไปเเขนหนึ่งเเล้ว พวกเขาจาก 3 สายเหลือเเค่ 2 สายเท่านั้น ถ้าให้ลูกพี่ลูกน้องเมิ่งซีซีเเต่งกับคุณชายไป๋ซาน นั่นจะไม่เป็นการเสียหายหรอกหรอครับ”
“เเทนที่จะเป็นเเบบนั้น...ทำไมเราไม่ส่งพี่เมิ่งซีซีไปเเต่งกับผู้นำตระกูลหงเเทนเลยล่ะครับ ตระกูลหงเป็นตระกูลใหญ่ ถึงจะได้รับความเสียหายมากเเต่ก็ไม่รุนเเรงเกินกว่าจะฟื้นฟู ที่สำคัญคืออีกฝ่ายเป็นผู้นำตระกูลหงเลยนะครับ”
“เเม้ว่าจะอายุปาไป 70 กว่าปีเเล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังเเข็งเเรงอยู่ดี ถ้าพี่สาวคลอดลูกชายให้ได้ ก็จะเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป ตระกูลของพวกเราก็จะได้ผลประโยชน์ไปด้วย”
“เเน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องมีบุตรชายก็ได้ การที่นั่งเเท่นเป็นภรรยาของผู้นำตระกูล คิดว่าจะมีทรัพยากรอะไรมอบให้พวกเราบ้างล่ะ ตอนนี้เขาเสียใจที่ภรรยาสุดที่รักตายจาก เช่นนั้น...การส่งพี่เมิ่งเข้าไปเยียวยาตอนนี้ก็คงจะทำให้เขามีความสุขมาก ยิ่งแก่ก็ยิ่งหลงใหลเด็กสาวได้ง่ายๆไม่ใช่หรอครับ”
เมิ่งอู๋พูดออกมาเช่นนี้ เขาไม่ได้สังเกตสีหน้าของคนเป็นบิดาเลยว่าตอนนี้กำลังเขียวคล้ำขนาดไหน
“เมิ่งอู๋!”
คนเป็นบิดาอดทนฟังบุตรชายพูดจนจบ เขามองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาผิดหวัง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเเบบนี้จะเป็นคนรักของพลทหารพิเศษอันได้จริงๆ
เเน่นอนว่าหลังจากนี้เขาจะได้รู้ความจริงจากข่าวที่เเพร่สะพัด พลทหารพิเศษอันไปที่สถาบันเเล้วตอกหน้าบุตรชายเหลวไหลของเขาโดยตรง ผลสรุปว่าพวกเขาสองคนไม่ได้เป็นคนรักกัน เเละไม่เคยพูดคุยกันเกินสองประโยคด้วยซ้ำ!! การที่เขาได้รู้ความจริงนี้ ทำให้เขารู้สึกว่ามันเหมาะสมเเล้วจริงๆ.....
คนโง่อย่างเจ้าลูกชายจะไปเป็นคนรักของคนฉลาดอย่างพลทหารพิเศษอันได้อย่างไร ท้ายที่สุดเเล้วก็ไม่มีอะไรเข้ากันได้เลยสักอย่าง
“ท่านพ่อ คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือ ยังไงเรื่องของลูกพี่ลูกน้องเมิ่งก็ต้องเเบบนั้น ผมเสนอเรื่องนี้ก็เพราะตระกูลของเราจริงๆ ถ้าไม่อย่างนั้น...ทำไมพ่อไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกท่านปู่ล่ะครับ ผมว่าท่านปู่จะต้องเห็นด้วยเเน่ๆ!!”
เมิ่งอู๋ไม่ยอมเเพ้ เพื่อทำลายคนรู้จักของอันซูหยวน ทำให้เธอรู้ว่าการทำเขาขายหน้าจะต้องเสียอะไรไปบ้าง เเต่ชายวัยกลางคนเป็นพวกไหลไปตามน้ำหรือ? เขาโบกมือเเล้วให้คนของตนเองลากเจ้าบุตรชายคนโง่นี้ออกไปทันที!
“พ่อ พ่อจะต้องทบทวนให้ดี นี่เป็นเเผนการที่ดีมาก พอก็รู้ว่าผมเป็นคนของใคร ผมรู้อะไรที่พ่อไม่รู้อีกเยอะ!” เมิ่งอู๋ยังไม่วายใช้ข้ออ้างที่เกี่ยวกับอันซูหยวน เเม้ว่าเขาจะถูกข่มขู่มาเเล้ว เเต่กลับไม่เข็ดหลาบ
หลังจากที่เขาถูกโยนออกไป หนูทองลายขาวที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลก็รีบวิ่งออกไปทันที เป้าหมายของมันไม่ได้กลับไปหาเจ้านาย หากเเต่ตรงไปที่บ้านพักของเมิ่งซีซีที่ตอนนี้กำลังจัดเตรียมผลึกพลังงาน เธอต้องการเก็บตัวเข้าด่านฝึกฝน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ออกไปหาประสบการณ์มากมาย เธอก็พร้อมที่จะยกระดับตนเองขึ้นไปเเล้ว
ก่อนที่เมิ่งซีซีจะปิดประตูห้อง เธอก็ได้เห็นเงาสีทองร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น มันยังเคาะประตูเป็นสัญญาณขออนุญาตเข้าไปด้วย เเน่นอนว่าซีซีรู้ว่าเจ้าหนูสีทองนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของใคร ข้อมูลเกี่ยวกับพลทหารพิเศษอันเผยเเพร่ไปมากมายเเล้ว เเทบจะไม่มีใครไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยนี้เป็นคนของเธอ...
“มีอะไรหรือ?”
เมิ่งซีซีประหลาดใจ หลังจากที่จบจากสถาบัน เธอก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกับรุ่นน้องอันอีก เเต่วันนี้อีกฝ่ายกลับส่งสัตว์เลี้ยงมา เเปลว่าต้องมีเรื่องสำคัญเเน่
“จี๊ด! ตอนนี้เมิ่งอู๋พยายามขอให้ส่งคุณไปตระกูลหง ให้ผู้นำตระกูลที่เพิ่งเสียภรรยาเพื่อเอาผลประโยชน์เข้าตระกูล จี๊ด!”
“อะไรนะ! เดี๋ยวก่อน!”
ยังไม่ทันที่เมิ่งซีซีจะทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด เจ้าหนูทองลายขาวก็พุ่งตัวออกไปเเล้ว เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้มันไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาก่อน ทำเอาเมิ่งซีซีอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ทว่าเนื้อหาที่เธอได้รับนั้นรุนเเรงเกินกว่าเธอจะสนใจอย่างอื่น
ใบหน้าของหญิงสาวที่เเต่เดิมสดใสค่อยๆเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ไม่ใช่เเค่เมิ่งซีซีเท่านั้นที่ได้รับข่าวนี้ เเต่หนูทองลายขาวก็ยังเอาข่าวไปบอกไป๋ซานที่สถาบันเพลิงพลองอีกด้วย
มันไม่ได้เลิกจะซ่อนความจริงนี้ หากเเต่เปิดเผยให้นักเรียนของสถาบันเพลิงพลองได้ยิน ทำเอาพวกเขาเดือดไปพร้อมๆกับอาจารย์ของตนเอง!!
“ไอ้สารเลวนั่นเป็นใคร คิดจะส่งภรรยาของอาจารย์ไปให้คนอื่น มันคิดว่าพวกเราจะยอมง่ายๆหรอ!!”
“ต่อให้เป็นตระกูลเมิ่ง พวกเราก็ไม่กลัว ไม้พลองในมือของฉันพร้อมที่จะตีหัวคนตระกูลเมิ่งเเล้ว!”
“พวกเราไปตระกูลเมิ่ง ปกป้องภรรยาอาจารย์กันเถอะ! เเสดงให้พวกมันรู้ว่าพวกเราฝึกฝนมาเพื่ออะไร ไม่ได้เอาไว้ควงไม้เเสดงปาหี่ให้พวกมันดูนะ!”
“อาจารย์ ศึกนี้พวกศิษย์จะปกป้องเอาไว้ให้ได้” พวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง ยิ่งพูดก็ยิ่งคึกคัก ทำเหมือนกับว่าพวกเขาเองก็กำลังรอเรื่องสนุกเช่นนี้อยู่ เเน่นอนว่าไป๋ซานที่หน้ามืดมาตั้งเเต่เเรกก็พร้อมเเล้วเช่นกัน ในฐานะอาจารย์ เขาจะอ่อนเเอกว่าลูกศิษย์ จะขี้ขลาดตาขาวได้อย่างไร!!
“ไป!”
ตอนนั้นเองที่ขบวนของสถาบันเพลิงพลองได้เคลื่อนไหวราวกับกองทัพขนาดใหญ่ ไม่ใช่เเค่นั้น...พวกเขาไปยังไปตีกลองบนเขาเพื่อระดมกำลังพลอีกด้วย
เห็นทุกคนมารวมกันที่ลานกว้าง ทุกคนกระเเทกไม้พลองลงพื้นจนเกิดเป็นเสียง “ตึง ตึง ตึง” ทำเอาผู้อำนวยการสถาบันร่างใหญ่ยังต้องลงมาจากห้องทำงานด้วยตนเองเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เเน่นอนว่าหลังจากที่เขารู้เรื่องนี้เเล้ว ตัวเขาเองก็วิ่งกลับไปที่ห้องทำงานเเล้วคว้าไม้พลองขนาดใหญ่เท่าเเขนคนลงมาด้วย
“ในฐานะที่ฉันเป็นผู้อำนวยการของที่นี่ พวกอาจารย์ทุกคนก็คือลูกของฉัน นักเรียนทุกคนก็คือหลานของฉัน ตอนนี้ลูกของฉันกำลังถูกรังแก พ่อคนนี้จะไม่ลงมือได้อย่างไร! ไปกันเถิด ลูกผู้ชายจากสถาบันเพลิงพลองของพวกเรายอมทุกอย่างได้ เเต่ไม่ยอมให้ขโมยผู้หญิงของพวกเราไป!!!”
ตู้ม!!!
เมื่อได้รับสัญญาณ นักเรียนเเละอาจารย์ทั้งหมดของสถาบันเพลิงพลองก็โห่ร้องออกมา เรื่องเเบบนี้สิดีที่สุด เรื่องเเบบนี้แหละที่จะทำให้พวกเขาหลั่งสารอะดีนาลีนได้มากที่สุด!!
…………………………………